“ไปเลยไหม ใยไหม” ยัยขี้วีนเดินเข้ามา และมองไปทางไอ้ปุยฝ้ายนิดนึง ก่อนจะมองมา ที่เราด้วยสายตาเกลียดกันเหมือนเดิม
“เออ...ไนท์ เกด พอดีว่าเราอยากให้ปุยฝ้ายและเพื่อนของปุยฝ้าย ไปกินกับพวกเราด้วย ได้หรือเปล่า?” ยัยคนสวยหันไปถามเพื่อน ด้วยเสียงที่กึ่งถาม กึ่งอ้อน
“ใยไหม เธอจะให้พวกนั้นไปด้วยทำไม ไนท์อยากไปกินข้าวแค่เรา 3 คน ไม่ได้อยากให้มีคนอื่นไปด้วย” ยัยขี้วีนมองมาที่พวกเราด้วยสายตาไม่เป็นมิตรสุดๆ โดยเฉพาะตอนที่มองมาที่เรา
“ไนท์...ตัวใจเย็นๆ ก่อนสิ เราแค่อยากให้ทุกคนรู้จักกันนะ และอีกอย่างไปกันเยอะๆ สนุกดีออก”
“แต่พวกเราไม่อยากไปกับพวกนั้นนิ และอีกอย่างใยไหมก็รู้ไม่ใช่หรอ ว่าพวกเราไม่ชอบ ไอ้พวกผิดเพศ! ” ยัยขี้วีนพูดขึ้นมา และมองมาทางเราด้วยสายตาเกลียดเหมือนเดิม
“เฮ้ย! พูดแบบนี้ได้ไงวะ เขาเรียกว่าเพศที่สามเว้ย ไม่ใช่พวกผิดเพศ แล้วถามหน่อยดิ ชอบผู้หญิงด้วยกันมันผิดตรงไหนวะ และอีกอย่างการที่พวกเราชอบผู้หญิง มันไปหนักส่วนไหนของเธอหรือไง!” ความอดทนหมดลงทันที เมื่อเราได้ยินคำว่าไอ้พวกผิดเพศ
“เออ นั่นดิ พวกฉันไปเป็นอยู่บนหัวเธอหรือไง ทำไมต้องมายุ่งเรื่องของคนอื่นเขาด้วย จะเป็นหรือไม่เป็นอะไรมันก็เรื่องของพวกฉันไม่ใช่เรื่องของพวกเธอ!” ตอนนี้ไอ้นิลก็คงหมดความอดทนเหมือนกัน
“เฮ้ย! พวกแกใจเย็นๆ ก่อนนะ” เมื่อเห็นว่าพวกเราหัวเสียสุดๆ ไอ้ปุยฝ้ายก็รีบเข้ามา ห้ามทันที
“พวกตัวใจเย็นๆ ก่อนสิไนท์ เกด ทำไมตัวถึงไปพูดแบบนั้นใส่เพื่อนของปุยฝ้ายล่ะ มันไม่น่ารักเลยนะ”
“เรายอมไม่น่ารักดีกว่า ถ้าต้องไปพูดดีๆ กับพวกนี้” โดยเฉพาะกับเราใช่ไหมล่ะ ยัยขี้วีน!
“ใช่! และอีกอย่างใยไหมก็รู้อยู่แล้วนิ ว่าพวกเราไม่ชอบแบบที่พวกนี้เป็น และใยไหมเอง ก็ไม่ชอบเหมือนกันไม่ใช่หรอ แล้วทำไมยังต้องให้เราไปรู้จักกับพวกนี้ด้วย” ยัยตัวเตี้ยพูดเสริมยัยขี้วีนด้วยอารมณ์โมโหเช่นกัน ว่าแต่...ตอนนี้เพื่อนเรามันปิดอาการไม่มิดเลยแหะ ดูดิ พอพวกนั้นพูดว่ายัยคนสวยไม่ชอบแบบที่พวกเราเป็น หน้าของไอ้ปุยฝ้ายก็ดูเศร้าลงทันที
“เรารู้...แต่การที่พวกเขาเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดีไม่ใช่หรอ เราอยากให้พวกตัวเปิดใจที่จะรู้จักคนอื่นบ้างนะไนท์ เกด” โอ๊ยย ไอ้ปุยฝ้าย ทำไมแกถึงเป็นคนดูง่ายแบบนี้นะ แกชอบยัยคนสวยนั่นจริงๆ ด้วย
“ไปกินข้าวด้วยกันเถอะนะเกด ไนท์ ไปกันเยอะๆ สนุกดีออกนะ ถือว่าเราขอร้อง”
“ก็ได้ แต่ที่พวกเราไปเพราะใยไหมขอร้องนะ ไม่ได้อยากจะรู้จักใครทั้งนั้น” ยังๆ ยังไม่เลิกจิก ยังไม่เลิกกัดอีกใช่ไหม!
“ก็ไม่อยากรู้จักพวกนิสัยเสียเหมือนกันนั่นแหละ” หึ! ทั้งๆ ที่เราช่วยเอาไว้แท้ๆ แต่กลับมาด่าเราซะได้ รู้งี้ ไม่ช่วยหรอกเว้ย!
“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ!” เรากับยัยขี้วีนแข่งจ้องตากันอีกรอบ ไม่ได้ยินใช่ไหม เดี๋ยวจะพูดให้ฟังชัดๆ เลย
“ก็บอกว่า อุ๊บ!” อยู่ๆ ไอ้ปุยฝ้ายก็เอามือมาปิดปากของเราไว้ เพื่อไม่ให้พูดอะไรออกไป
“ตัว...เอ้ย! ใยไหม ปุยฝ้ายขอไปคุยกับเพื่อนแปปนึงนะ” แกจะมาปิดปากเราทำไมวะ ไอ้ปุยฝ้าย
“ยืนทำอะไรอยู่ไอ้นิล แกก็มานี่ด้วย”
“พวกแก...ฉันขอร้องงงง วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันเถอะนะ เพราะดูใยไหมอยากให้พวกเรา สองกลุ่มรู้จักกันมากเลย ฉันไม่อยากให้ใยไหมผิดหวัง ขอร้องล่ะนะ นะๆ นะคะ พลีสสสส” แกไม่ต้องมาอ้อนพวกเราเลยนะเว้ย มันไม่ได้ผลหรอกบอกเลย!
“เออๆ ก็ได้ว่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะเว้ย ว่าพวกเราไปเพราะแก ไม่ได้อยากจะรู้จักกับยัยคนสวยแต่หน้านั่น” ไม่ได้ยอมนะ แต่ไม่อยากให้ยัยขี้วีนมาหาว่าเราไม่กล้าไปเฉยๆ แหละ หึ! สวยแต่รูปจริงๆ ถ้าเราได้ลองจูบยัยขี้วีน ปากคงต้องแข็งและไม่หวานแน่ๆ เพราะปากจัดซะขนาดนี้
“ขอบใจนะพวกแก รักพวกแกที่สุดเลยยย” พอพวกเราตกลงว่าจะไป ไอ้ปุยฝ้ายก็เข้ามากอดเรากับไอ้นิลทันที
“เฮ้ย! ไม่ต้องมาอ้อนเลย ออกไปเลยๆ เดี๋ยวผู้หญิงในสต๊อกของฉันเข้าใจผิดกันพอดี” ไอ้นิลพูดไปยิ้มไปและผลักหัวไอ้ปุยฝ้ายเบาๆ ด้วยความมั่นเขี้ยว
“มันไม่ให้กอด ก็มากอดแต่เรานี่มา เราพร้อมเสมอ ถ้าเป็นผู้หญิงอะนะ” เราชอบแกล้งไอ้ปุยฝ้าย เพราะมันเป็นคนที่น่าแกล้งมาก แล้วด้วยความน่ารักของมัน ทำให้ตอนแรกเราเข้าไปจีบ ไอ้ปุยฝ้ายมันด้วยนะ แต่มันไม่เล่นด้วย ในตอนแรกเราก็อยากจะเอาชนะมัน ด้วยการจีบติดแล้วค่อยทิ้ง แต่เรา...ก็ดันแพ้ความน่ารัก และความเป็นห่วงคนอื่นจากใจจริงของมัน ก็เลยทำให้เราตัดสินใจเป็นเพื่อนมันแทน และสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะคอยปกป้องและดูแลมันให้ห่างจากไอ้พวกไม่จริงใจทั้งหลาย จนตอนนี้ไอ้ปุยฝ้ายเลยยังไม่มีแฟนสักที เพราะไม่มีใครจริงใจกับมันสักคน
“ไม่อะ ไม่อยากกอดละ แต่แกก็นะไอ้นัทกับเพื่อนก็ยังไม่เว้น” โห ไอ้ปุยฝ้ายถ้าเราไม่เว้นแก แกโดนเราจับกินตั้งแต่ตอนปี 1 แล้วเว้ยยย!
“อะไรวะ เพื่อนกันนะเว้ย กอดนิดกอดหน่อยแค่นี้ก็ไม่ได้” เราไม่ได้คิดอะไรจริงๆ นะ
“เออรู้...ว่าเพื่อน แต่แกเว้นฉันไว้สักคนเถอะว่ะ” เราแกล้งกอด แกล้งเข้าไปใกล้ๆ มันบ่อยๆ ก็จริง แต่ที่เราทำแบบนี้ เราไม่ได้คิดอะไรกับไอ้ปุยฝ้ายมันหรอก เราแค่อยากแกล้งก็เท่านั้น
“เฮ้ย พวกแก...เดี๋ยวค่อยเถียงกันทีหลังเถอะว่ะ มีสายตาอาฆาตมองมาทางนี้ละ” หึ! มาจ้องกันแบบนี้ ถ้าเราสองคนเป็นปลากัด เธอคงท้องไปแล้วล่ะยัยขี้วีนเอ้ยยย!
ในขณะที่เรากำลังจะออกไปที่ร้านอาการกัน ยัยคนสวยก็มาเอาตัวไอ้ปุยฝ้ายไปเฉยเลย แถมยังมาหวงเวลาที่เราแกล้งไอ้ปุยฝ้ายอีก หึ! อะไรมันจะหวงขนาดนั้นวะ เดี๋ยวๆ เดี๋ยวจะแกล้งให้เข็ดเลย
“มึงคิดอะไรอยู่วะไอ้นัท ทำหน้าตาเลวเชียว” อ้าวไอ้นี่ กูเพื่อนมึงนะ!
“พอดีกูคิดอะไรสนุกๆ ออกน่ะ แล้วอีกอย่างกูไม่ได้ทำหน้าแบบนั้นสักหน่อย”
“หึ! เรื่องสนุกๆ ของมึง ก็คงจะไม่พ้นเรื่องเลวๆ สินะ” เอ๊ะไอ้นี่! ด่ากูอยู่นั่นแหละ นี่กูใช่เพื่อนมึงจริงปะเนี่ย!
“เรื่องนี้ไม่เลวแน่นอน เชื่อกู” เพราะกูจะทำให้เพื่อนได้ผัว จะเลวได้ไงวะ ออกจะดี หึๆ
“มึงมันเป็นคนเชื่อไม่ได้”
“....” เราไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะตอนนี้เรากำลังคิดอยู่ว่าจะแกล้งสองคนนั้นยังไงดี
ร้านอาหาร
“ไอ้ปุยฝ้ายยังไม่ถึงเลยวะ” เราเพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้ แต่ยังไม่เห็นวี่แววของไอ้ปุยฝ้ายเลย
“อย่าบ่นน่าไอ้นิล เดี๋ยวก็คงถึงแล้วล่ะ” ในระหว่างที่เรารอไอ้ปุยฝ้ายอยู่ ก็มีพนักงานผู้หญิงแสนสวย ยื่นกระดาษแผ่นน้อยมาให้เรา ก่อนจะเดินจากไป
“แหม ของไม่เคยขาดเลยนะมึง”
“มันแน่นอนอยู่แล้วเว้ย” เรายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ไอ้นิล ก่อนจะก้มลงอ่านข้อความในแผ่นกระดาษ
ตามมา!
“….” ในตอนแรกที่ได้อ่านข้อความ เราก็ยังงงๆ อยู่ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาแล้วไปสบตาเข้ากับยัยขี้วีน ก็รู้ทันทีว่ากระดาษแผ่นนี้เป็นของใคร ยัยขี้วีนไม่พูดอะไร ได้แต่จ้องเรา แล้วใช้สายตาเป็นเชิงบอกว่าให้เดินตามไป
“เดี๋ยวมานะเว้ย มึงรอไอ้ปุยฝ้ายอยู่นี่นะ”
“แหนะ! จะทิ้งกูไปหาหญิงใช่ไหมล่ะ”
“เออ! รอนี่แหละ” เราพูดแค่นั้น แล้วก็เดินตามยัยขี้วีนไปทันที
“....” เราเดินตามยัยขี้วีนมาทางหลังร้าน นี่คงไม่ได้จ้างใครมาฆ่าเราใช่ไหมเนี่ย
“ว่าไง คิดถึงหรอครับ ถึงพามาที่ลับตาคนแบบนี้”
“ใครจะไปคิดถึง! อย่ามาพูดสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้นะ!” เอ้า! ไม่คิดถึงจะเรียกออกมาทำไมวะ
“ถ้าไม่คิดถึง แล้วมีอะไรครับ หือ?”
“ฉันจะบอกว่า ห้ามทำเป็นรู้จักฉันเด็ดขาด เพราะฉันไม่อยากรู้จักกับเธอ”
“แล้วทำไมเราต้องทำตามด้วย มีอะไรมาแลกเปลี่ยนไหมล่ะ หือ?”
“เธอต้องทำตาม! แล้วอีกอย่างฉันไม่มีอะไรมาแลกเปลี่ยนทั้งนั้น” ยัยขี้วีนเอาแต่สั่งๆ และก็กำลังจะเดินจากไป หึ! แต่ใครมันจะให้เหยื่อหลุดมือไปง่ายๆ ล่ะ
“นี่! จะทำอะไร ปล่อยนะ!” เราเข้าไปสวมกอดยัยขี้วีนไว้จากด้านหลัง จะว่าไปตัวยัยขี้วีนนี่นิ่มจัง แถมยังหอมมากด้วย
“เราไม่ใช่คนรับใช้ของเธอ ถึงจะต้องมาฟังคำสั่ง แต่ถ้า...เธออยากให้เราเชื่อฟัง เธอก็ต้องมาเป็นคนของเราก่อน จะโอเคไหมล่ะ” โอ๊ยยย ตัวหอมเป็นบ้าเลย วุ้ย!
“ปล่อยนะ! พูดไม่รู้เรื่องหรอ ฉันไม่อยากรู้จักเธอ ปล่อยเดี๋ยวนี้!!” จ้างให้ก็ไม่ปล่อยหรอก น่ากอดซะขนาดนี้ ใครจะโง่ปล่อย
“ไม่ปล่อย...”
“บอกให้ปล่อยไงเล่า! ปล่อย!” ยัยขี้วีนยังคงดิ้นอยู่ในวงแขนเราไม่หยุด
“ไม่ปล่อย แล้วจะทำไม หือ?” เราหันให้ยัยขี้วีนมาเผชิญหน้ากับเรา ก่อนที่เราจะขยับหน้าเข้าไปหายัยขี้วีนเรื่อยๆ จนตอนนี้จมูกของเราชนกัน
“ไม่ปล่อยใช่ไหม!” ยัยขี้วีนมองหน้าเราด้วยสีหน้าโกรธสุดๆ
“ใช่” เราก็เลยยิ้มยั่วกลัวประสาทใส่ยัยขี้วีนซะเลย
“ได้!” ยัยขี้วีนพูดจบ ก็กระแทกส้นรองเท้าส้นสูงมาที่ปลายเท้าเราอย่างแรง จนทำให้เราต้องปล่อยยัยขี้วีนเป็นอิสระ เพื่อมาจับปลายเท้าของตัวเองแทน
“โอ๊ย! เจ็บ เจ็บนะเว้ย!”
“สมน้ำหน้า!” ยัยขี้วีนแลบลิ้นใส่เรา ก่อนที่จะวิ่งหนีไป
“หึ! ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยตัวแสบ!” คราวหลังจะไม่ใช่แค่จมูกชนแน่ ยัยตัวแสบเอ้ย!
“เป็นอะไรวะ ทำไมเดินแบบนั้น หนักหรอ?” หนักบ้านมึงสิไอ้นิล ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยเนี่ย!!
“ไม่ต้องอยากรู้เรื่องของกูเลย โน้น...ไอ้ปุยฝ้ายมาแล้ว” เรากับไอ้นิลมองไปทางไอ้ปุยฝ้ายที่ตอนนี้กำลังยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่กับยัยคนสวยอยู่
“เฮ้ย! ไอ้ปุยฝ้าย” ไอ้นิลตะโกนเรียกไอ้ปุยฝ้ายเสียงดังลั่น
“มาช้าจัง พวกเรายืนรอตั้ง 5 นาทีแล้วนะเนี่ย” เราแกล้งเดินไปโอบไหล่ไอ้ปุยฝ้าย ก่อนจะใช้หางตามองไปทางยัยคนสวย หึ! หงุดหงิดสุดๆ เลยใช่ไหมล่ะ
“นานตรงไหนวะ แปปเดียวเอง” ไอ้ปุยฝ้ายพยายามเอามือเราออกจากไหล่ หึ! แต่ไม่ยอมเอาออกง่ายๆ หรอกเว้ยย
“เรารีบเข้าไปกันเถอะ พวกไนท์กับเกดรออยู่ข้างในแล้ว” ยัยคนสวยมองเราด้วยหางตานิดนึง ก่อนจะจับมือไอ้ปุยฝ้ายเดินไป
“หวงขนาดนี้...มึงว่า...ยัยคนสวยนั่น จะรู้สึกตัวหรือเปล่าวะไอ้นิล”
“กูว่าไม่รู้หรอกว่ะ เพราะซื่อบื้อพอๆ กับไอ้ปุยฝ้ายนั่นแหละ” เออ มันก็จริง ซื่อบื้อทั้งคู่
“งั้น...เดี๋ยวกูจะคอยกระตุ้นทีละนิดๆ เอง”
“มึงจะทำอะไรของมึงวะ ไอ้นัท”
“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ะ แต่พอถึงเวลา...เดี๋ยวมึงก็รู้เอง” ซื่อบื้อกันดีนัก เดี๋ยวพี่นัทจัดให้เอง
~~~~~
“พวกฉันสั่งกันแล้ว พวกเธออยากกินอะไรก็สั่งเอาละกัน ใยไหมไนท์สั่งให้แล้วนะ” ยัยตัวแสบมองเราด้วยสายตาค้อนๆ หึ! นี่เราควรต้องโกรธนะ ไม่ใช่เธอยัยตัวแสบ เราเปลี่ยนคำเรียกจากยัยขี้วีน เป็นยัยตัวแสบทันที เพราะทำเราเจ็บแสบมาก ไม่รู้เล็บเราแตกหรือเปล่าเนี่ย เจ็บโคตร!
ในระหว่างที่เรากำลังแข่งจ้องตากับยัยตัวแสบอยู่ ไอ้ปุยฝ้ายกับยัยคนสวยก็คุยเรื่องอาหารกันอย่างกับคู่รัก แถมตอนนี้ยัยคนสวยยังเอาหน้าเข้าไปใกล้ไอ้ปุยฝ้ายมากด้วย หึๆ อย่างนี้ต้องจัดหนัก!
“ไอ้ปุยฝ้ายทำไมแกยังไม่สั่งสักทีล่ะ หรือ...อยากให้เราสั่งให้” เราแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ไอ้ปุยฝ้าย
“เออ...เดี๋ยวฉันขอดูก่อนละกัน แกสั่งก่อนเลย” มันพยายามขยับหนีเรา หึ! กลัวยัยคนสวยเข้าใจผิดล่ะสิ
“โอเค แต่ถ้ายังเลือกไม่ได้...บอกเรานะ เดี๋ยวเรา...จะเป็นคนเลือกของที่ดีที่สุดให้แกเอง” เรายื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ไอ้ปุยฝ้ายมากกว่าเดิม จนตอนนี้จมูกของเราเกือบชนเข้ากับแก้มของไอ้ปุยฝ้าย ก่อนที่จะใช้หางตามองไปทางยัยคนสวยที่ตอนนี้หน้าตึงมาก
“เออๆ แกสั่งของแกไปเหอะ” ไอ้ปุยฝ้ายขยับห่างจากเราอีกครั้ง
“โอเคๆ งั้นเอาเป็นสเต็กแซลมอนย่างเกลือละกันครับ” พอเราสั่งอาหารเสร็จ เราก็เอาแต่ส่งยิ้มหวานให้กับน้องพนักงานสาวสวย จนลืมไปเลยว่าต้องช่วยเพื่อน แล้วนี่อะไร? จะให้เรา ทั้งสองกลุ่มรู้จักกันงั้นหรอยัยคนสวย หึ! เธอช่วยดูเพื่อนตัวเองก่อนได้ไหม ว่าอยากรู้จักกับพวกเราหรือเปล่า
แพ้ราบคาบครับ...เพราะไอ้ปุยฝ้ายอยากให้เรารู้จักกัน ซึ่งเรากับไอ้นิลก็ไม่ได้อยากรู้จักอะไรกับยัยตัวแสบ กับยัยเตี้ยนั่นหรอกนะ แต่ดูเหมือนพวกเราต้องยอมแพ้ให้กับไอ้ปุยฝ้ายมัน แถมสองคนนั้นก็ต้องยอมแพ้ให้กับยัยคนสวยเช่นกัน เพราะอย่างนั้นการแนะนำตัวจึงได้เริ่มขึ้น โดยยัยคนสวยเป็นคนเริ่ม
“เราชื่อใยไหมนะ เราเป็นคนที่เฟรนลี่ คุยได้กับทุกคน ถึงแม้หน้าตาของเราจะดูหยิ่งๆ แต่เราใจดีนะ แต่ถ้า...เราโกรธเมื่อไร...ก็เตรียมตัวหลบให้ดีๆ” ยัยคนสวยพูดนิ่งๆ และมองมาที่เราด้วยหางตาแวบนึง หึ! เปิดศึกงั้นหรอ แบบนี้สิถึงจะสนุก
“เราพูดจบแล้ว ใครจะเป็นคนต่อไปดี”
“เราเอง...” ได้...ถ้าอยากทำสงคราม เราก็จะเล่นด้วย
“โอเค เริ่มได้เลย...” เรากับยัยคนสวยจ้องตากันเหมือนพร้อมจะมีเรื่อง ก่อนที่เราจะเริ่มแนะนำตัว
“เราชื่อนัท เป็นทอม และก็ชอบผู้หญิง ผู้หญิงในแบบที่เราชอบคือ ผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารักๆ เหมือนไอ้ปุยฝ้าย...” เราพูดแล้วก็หันไปจ้องหน้ายัยคนสวย ก่อนจะเริ่มพูดต่อ
“และผู้หญิงในแบบที่เราไม่ชอบก็คือ...ผู้หญิงที่ชอบดูถูกคนอื่น สวยแต่รูปแต่จูบไม่หอม ทำเหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลาง เป็นดอกไม้ดอกเดียวในทุ่งกว้าง ทั้งที่จริงแล้ว... เป็นเพียงก้อน...ที่แมลงวันเข้าไปตอมก็เท่านั้น” พอประโยคนี้ เราก็ปรายตาไปมองที่ยัยเตี้ย ก่อนสายตาจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ยัยตัวแสบ หึ! ทำกับเราไว้แสบดีนัก คิดว่าตัวหอมแล้วเราจะยอมหรอ หา! ไม่มีทาง! ใครทำอะไรเราไว้ เราเอาคืนแน่!
“และเราเป็นคนที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ เป็นคนที่ไม่ยอมคน รักเพื่อนมาก โดยเฉพาะไอ้ปุยฝ้าย ถ้าใครทำให้มันร้องไห้ล่ะก็...เจอกัน!” ประโยคนี้ เราจงใจพูดใส่ยัยคนสวยคนเดียวเลย
ในระหว่างที่ไอ้ปุยฝ้ายกับไอ้นิลเริ่มแนะนำตัวเอง เราก็ยังคงจ้องหน้าของยัยคนสวยอยู่ หึ! หวงเพื่อนเราขนาดนี้ แต่ไม่รู้ใจตัวเองแบบนี้ มันน่านัก เดี๋ยวๆ ถ้ามีคนมาจีบไอ้ปุยฝ้าย เราจะรีบจับมันใส่พานแล้วถวายให้เขาเลย ไม่รู้ใจตัวเอง แล้วยังจะหวงกางไว้ก่อนอีก
ตอนนี้เป็นคิวของยัยเตี้ยที่แนะนำตัว ด้วยการแนะนำตัวที่ทำให้ไอ้นิลโกรธมาก หน้าของมันนี่พร้อมจับยัยเตี้ยไปฆ่าได้เลยนะเนี่ย หึ! ถึงตายัยตัวแสบแล้วสินะ ถ้าพูดไม่ดีนะ โดนแน่!
“ส่วนฉัน...ชื่อไนท์ เป็นผู้หญิงปกติ เป็นคนที่ตรงๆ แรงๆ ชอบ...หรือไม่ชอบอะไร ก็จะพูดออกมาตรงๆ ไม่ชอบเสแสร้ง... และก็...เกลียดพวกที่ผิดเพศเช่นกัน!” คำสุดท้ายยัยตัวแสบเน้นย้ำมาที่เรา หึ! ปากดีต่อไปเถอะ มีโอกาสเมื่อไร เจอปากเราปิดปากเธอแน่ ยัยตัวแสบเอ้ย!
“ขออนุญาตเสริฟอาหารครับ”
เมื่ออาหารมาเสริฟไอ้ปุยฝ้ายกับยัยคนสวยก็ดูสบายใจขึ้นเยอะ สงสัยคงจะกลัวมีสงครามเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารแน่เลย หึ! แต่ช่วยไม่ได้นะ อยากมาปากดีทำไม เดี๋ยวก่อนเหอะ ยัยตัวแสบ ถึงเวลาเราเอาคืนเมื่อไร ไม่รอดแน่ จะจัดให้หนักเลย คอยดู!
“…..” ตอนนี้เราทุกคนกินกันเสร็จแล้ว แล้วก็กำลังจะแยกย้ายกันกลับ เราคอยมองเวลายัยตัวแสบคุยกับยัยคนสวย เราไม่เข้าใจ ทำไมยัยตัวแสบ ถึงได้เกลียดเพศที่สามอย่างเราขนาดนี้ มันต้องมีอะไรที่ทำให้เกลียดแน่ๆ เลย เรารู้สึกได้...
“เออ...งั้น...ของพวกเรา เดี๋ยวพวกเราจ่ายเองน...ไนท์” ไอ้ปุยฝ้ายพูดกับยัยตัวแสบด้วยอาการเกร็งๆ
“ไม่ต้องหรอก เราบอกจะเลี้ยงก็คือเลี้ยงสิ แล้วก็เลี้ยงทุกคนด้วย” คราวนี้ยัยตัวแสบไม่ได้เหวี่ยง วีนอะไร แต่แค่พูดด้วยหน้านิ่งๆ เท่านั้น
“ขอบใจนะ” เมื่อไอ้ปุยฝ้ายมองมาทางเรากับไอ้นิล เราทั้งสองคนก็หันหน้าหนีทันที โดยไม่ได้นัดหมายกันแต่อย่างใด
“ไอ้นัท ไอ้นิล” ไอ้นี่นิ จะเรียกทำไมวะ
“ว่า/อะไร” เราทั้ง 2 คนตอบพร้อมกัน
“พวกแกไม่คิดจะขอบใจเขาหน่อยหรอวะ” หึ! ไม่ได้ขอสักหน่อย
“พวกเราไม่ได้ขอนิ เขาอยากเลี้ยงเอง” เราตอบออกไปด้วยหน้าตากวนๆ
“ใช่ ไม่ได้ขอ” ดีมากไอ้นิล ให้ยัยตัวแสบจะได้รู้กันไปเลย ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนจริง!
“ฉันก็ไม่ได้อยากเลี้ยงพวกเธอ 2 คนหรอกนะ แต่ที่เลี้ยงเพราะเพื่อนฉันชวนพวกเธอมา อย่าเข้าใจผิดล่ะ” หึ ปากเก่งจริงนะ
“เอาจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงพวกเรา 3 คนก็ได้นะ เพราะเรามีเงินจ่าย ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเลี้ยง” เราใช้ทั้งวาจาและสายตาตอบโต้คืนยัยตัวแสบ
“เออ...พวกตัว อย่าทะเลาะกันสิ ตอนนี้เราก็รู้จักกันแล้ว จะทะเลาะกันไปทำไม” ยัยคนสวยเข้ามาห้ามเรากับยัยตัวแสบทันที
“ไนท์ไม่ได้อยากทะเลาะหรอกนะใยไหม แต่ใยไหมดูสิ!” ยัยตัวแสบมองมาทางเราด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดสุดๆ
“ฉันต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะไนท์” ไอ้ปุยฝ้ายแกจะไปขอโทษทำไมวะ!
“แกจะไปขอโทษทำไมวะ ยัยนั่นว่าพวกฉันเป็นพวกผิดเพศนะเว้ย!” คราวนี้ไอ้นิลเป็นคนที่แย้งขึ้นมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดเช่นกัน
“ฉันรู้...แต่มันก่อนหน้านี้ไม่ใช่หรอ แล้วตอนนี้ไนท์เขาไม่ได้ว่าอะไรพวกแก 2 คนเลยนะ พวกแกก็แยกแยะหน่อยดิวะ ตอนนั้นแกโกรธหรือจะว่าเขาฉันเข้าใจ แต่ตอนนี้เขาเลี้ยงข้าวพวกเรา เมื่อมีใครมาทำอะไรให้เราแม้จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ เราก็ควรจะขอบคุณไม่ใช่หรอ” ตอนนี้ไอ้ปุยฝ้ายเริ่มพูดกับเราและไอ้นิลด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“แต่พวกฉันไม่ได้ขอ” แต่เราไม่ยอมอ่อนให้หรอก
“ที่ฉันพูดไปแกไม่เข้าใจเลยหรอวะ ไอ้นัท เฮ้อ...เออ! พวกแกอยากจะทำอะไรก็ทำไปเลย ฉันจะไม่สนใจแล้ว!” ไอ้ปุยฝ้ายพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิด ก่อนจะที่จะทำท่าเดินออกไป
“เฮ้ย! ไอ้ปุยฝ้ายแกจะไปไหน” เรารีบฉุดแขนไอ้ปุยฝ้ายเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันเดินหนีไป
“ก็พวกแกนิสัยไม่ดี ฉันไม่อยากคุยด้วยแล้ว” ไอ้ปุยฝ้ายพยายามแกะมือของเราออกจากแขนของมัน และด้วยความดื้อของมันนั่นเอง เลยทำให้มันเกือบล้มไปจูบพื้นแล้ว
“ว๊ายยยย!” เกือบไปแล้วไหมล่ะไอ้ปุยฝ้าย ดีนะที่เรารับทัน เจ็บข้อเท้าอยู่แท้ๆ แต่ทำไมถึงดื้อแบบนี้วะ!
“ทำอะไรทำไมไม่ระวังวะ อยากเจ็บตัวเพิ่มหรือไง!” ที่เราโมโหเพราะความดื้อของมัน ถ้ามันเจ็บตัวเพิ่มขึ้นมาจะทำยังไง
“ก็ฉันไม่อยากคุยกับพวกแกแล้วนิ ปล่อยนะเว้ย” ยังๆ ยังจะดื้ออีก โอ๊ย! ทำไมแกถึงดื้อแบบนี้วะ แล้วทำไมกู...ต้องยอมมันตลอดด้วยเนี่ย!!
“เฮ้ออออ เลิกดิ้นได้แล้ว ฉันยอม ฉันยอมแกแล้วไอ้ปุยฝ้าย” เราพูดออกมาอย่างอ่อนใจในความดื้อของมัน แหม! ยิ้มออกเชียวนะไอ้ดื้อเอ้ย!!
“จริงนะ!” ไอ้ปุยฝ้ายถามอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ครับ ยอมแล้วครับ” ทำไมพวกเราต้องยอมไอ้ดื้อนี่ด้วยก็ไม่รู้ โว๊ย! นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนนะ จะจับไปถ่วงน้ำเลยนิ!
“ดีมาก...แล้วแกล่ะไอ้นิล” ไอ้ปุยฝ้ายทันไปถามไอ้นิลด้วยหน้าตาอ้อนวอนแกมบังคับ
“เออ! ยอมก็ยอมวะ” ไอ้นิลก็พูดอย่างอ่อนใจเช่นกัน
“ถ้าไม่ใช่แกไม่ยอมนะเว้ย/ถ้าไม่ใช่แกฉันไม่ยอมเด็ดขาด” พวกเราทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน เพราะว่าถ้าไม่ใช่ไอ้ปุยฝ้าย พวกเราไม่มีทางยอมหรอก แล้วที่ยอมแบบนี้ ก็เพราะมันเป็นคนสำคัญของเราสองคนหรอกนะ พวกเราถึงยอม
“:) ” เอาชนะพวกเราได้นี่ ยิ้มแป้นเชียวนะ
“พูดสิ” ไอ้ปุยฝ้ายหันมาสั่งเราสองคนอีกครั้ง
“เฮ้ออออออ” พวกเราสองคนมองหน้ากันนิดนึง ก่อนจะถอนหายใจออกพร้อมกัน แล้วก็พูดคำๆ นั้น คำที่ไม่อยากพูดออกไป
“ขอบใจนะ/ขอบใจ” เราสองคนพูดพร้อมกัน แบบขอไปที
“อือ...” ยัยตัวแสบมองเราด้วยหางตานิดนึง ก่อนจะหันไปมองยัยคนสวย
“ใยไหม เดี๋ยวไนท์จะไปดูงานในร้านก่อน ใยไหมกลับก่อนได้เลยนะ” หึ! ทีกับยัยคนสวยนี่ ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่เชียวนะ
“โอเค แล้วเกดจะกลับเลยไหม?”
“ยังอ่า เดี๋ยวเกดขออยู่เป็นเพื่อนไนท์ก่อน ยังไม่อยากรีบกลับ” ยัยเตี้ยดูซึมๆ ไปอย่างเห็นได้ชัด
“งั้นเดี๋ยวเรากลับก่อนนะไนท์ เกด”
“อือ ขับรถดีๆ นะ” ยัยตัวแสบยิ้มให้ยัยคนสวย ก่อนที่จะเดินไปทางแคชเชียร์พร้อมยัยเตี้ย หึ! ทีกับยัยคนสวยยิ้มจนแก้มแทบแตก แต่ทีกับเราเจอกันทีไรชอบทำแต่หน้ายักษ์ใส่ โว๊ย! แล้วนี่เราจะไปสนใจทำไมวะ? ยัยตัวแสบนั่นจะยิ้มหรือไม่ยิ้มให้ใคร มันไม่เกี่ยวกับเราสักหน่อย พอๆ เลิกคิด!
“งั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ ไอ้ปุยฝ้ายเดี๋ยวเราไปส่งนะ” เราเดินเข้าไปประคองไอ้ปุยฝ้าย เพื่อจะพาเดินไปที่รถ
“เราขอไปส่งปุยฝ้ายเอง” แต่อยู่ดีๆ ยัยคนสวยก็เดินเข้ามาจับแขนของไอ้ปุยฝ้ายเบาๆ
“เราไปส่งเพื่อนของเราเองได้ ไม่จำเป็นต้องรบกวนให้ใครไปส่ง” ไม่ให้ไปส่งเว้ย! ถ้าอยากไปส่งก็ทำให้เราดูหน่อยดิ ว่าแน่แค่ไหน!
“แต่เราอยากรับผิดชอบ ที่เราทำให้ปุยฝ้ายเจ็บตัว... แล้วตอนที่ปุยฝ้ายยังเจ็บอยู่แบบนี้ ขอให้เรา...เป็นคนไปรับไปส่งปุยฝ้ายได้ไหม” เรามองสายตาที่มุ่งมั่นของยัยคนสวย หึ! ใช้ได้นิ
“ในเมื่อ...กล้าขอ เราก็กล้าให้ อะ! เอาไป” หึ! ในเมื่อกล้าขอแบบนี้ เราก็กล้าให้ เมื่อคิดได้แบบนั้น เราก็ผลักไอ้ปุยฝ้าย ไปตรงอ้อมกอดของยัยคนสวยทันที
“ขอบใจนะ” ยัยคนสวยรับไอ้ปุยฝ้ายไว้ในอ้อมกอดและยิ้มหวานให้เราอย่างชอบใจทันที หึ! ชอบล่ะสิ เพราะไอ้ปุยฝ้ายมันตัวนิ่มมาก
“ปุยฝ้าย...กลับดีๆ นะ ถึงแล้วโทรบอกเราด้วย เราเป็นห่วง” ถึงยกไอ้ปุยฝ้ายให้ยัยคนสวยไปแล้ว ก็ยังอดใจแกล้งไม่ได้อยู่ดี เราก็เลยขยับเข้าไปใกล้ๆ ไอ้ปุยฝ้าย ก่อนจะเอามือไปแนบที่หน้าของมันเอาไว้เบาๆ
“อะ ไอ้นัท แกทำอะไรของแกวะ” ไอ้ปุยฝ้ายทำหน้าตาตกใจทันที เมื่อเราเข้าไปใกล้ๆ
“ก็เราเป็นห่วงแกนิ เอาจริงๆ เราไม่อยากให้แกไปกับคนอื่นเลยนะ” ไม่อยากให้ไปเลยจริงจริ๊งงงง
“ไม่ให้ไปตอนนี้...ทันไหมนะ” เรายังคงเขยิบหน้าเข้าไปใกล้ๆ ไอ้ปุยฝ้ายมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแกล้งยัยคนสวยข้างหลังมัน
“ไม่ทัน!” ฮาฮาฮ่า ตอนนี้ยัยคนสวยพาไอ้ปุยฝ้ายเขยิบหนีเรา แถมยังทำหน้าตาโมโหสุดๆ ด้วย แกล้งไอ้คู่นี้สนุกจริง วุ้ย!
“กรุณาช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหมคะ ปุยฝ้ายเจ็บข้อเท้าอยู่นะ” ยัยคนสวยพูดด้วย หน้านิ่งๆ และมีอารมณ์โกรธ
“โอเคๆ ถอยก็ได้ ปุยฝ้าย...ถ้าแกกลับถึงหอแล้ว อย่าลืม...โทรมาบอกเราด้วยนะ รู้ไหม?” เราพูดและเข้าไปลูบหัวของไอ้ปุยฝ้ายเบาๆ
“กลับเหอะ ไอ้นัท” ไอ้นิลพยายามลากเราออกจากไอ้ปุยฝ้าย เพราะเห็นว่าเราแกล้งมันมากเกินไปแล้ว
“เออๆ กลับก็กลับ เราไปก่อนนะปุยฝ้าย ใยไหม” ยัยคนสวยยังคงทำหน้าตึงๆ ใส่เราอยู่
“ไปนะปุยฝ้าย” ไอ้นิลหันไปบอกไอ้ปุยฝ้าย ก่อนจะลากเราให้เดินตามไป
“กลับดีๆ นะ พวกแกกกก” เราได้ยินเสียงของไอ้ปุยฝ้ายดังไล่หลังมา หึๆ เราก็ขอให้แกได้ผัวไวๆ นะเพื่อนรัก แต่ว่า...ก่อนที่มันจะได้ผัว มันต้องรู้ใจตัวเองก่อนนี่หว่า! เฮ้อ...คงอีกนานแน่ๆ