ตอนที่ 2
ขอบคุณนะ
“กูทำอะไรของกูวะเนี้ย?!”
แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว แต่นัทก็ยังไม่ได้ไปไหน เพราะตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็เดินตามไนท์ไปเรื่อย ๆ จนเหมือนเงาตามตัว โดยที่นัทก็ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า...เธอทำแบบนี้ไปทำไม?
“ถ้าไอ้นิลรู้ ต้องโดนมันหาว่าเป็นโรคจิตแน่เลย กลับดีกว่าระ...”
“กรี๊ดดด!”
“เฮ้ย! เสียงนี้มัน...”
เมื่อได้ยินเสียงร้องที่คุ้นหู จากตอนแรกที่เลิกตามไนท์ ตอนนี้นัทกลับรีบวิ่งกลับไปทางเดิม เพื่อตามหาเสียงร้องของอีกฝ่ายด้วยความร้อนใจ เพราะตอนนี้เธอรู้สึกกังวลกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ ขึ้นกับไนท์
“ปล่อยนะ ใครก็ได้ช่วยด้วย” ไนท์พยายามเปล่งเสียงร้องออกไปจนสุดเสียง เพื่อหวังให้มีใครสักคนผ่านมาได้ยิน
“เฮ้ย! บอกว่าให้เงียบไง ไม่เข้าใจเหรอวะ”
ชายร่างสูงกระชากร่างของไนท์อย่างแรง จนเธอเซและเกือบทรงตัวไม่อยู่ เมื่อตอนนี้เธอรู้สึกกลัวมาก
ใครก็ได้ ช่วยฉันที...
“อยู่ไหนวะ!” นัทวิ่งตามหาไนท์ด้วยความร้อนใจ เพราะเธอรู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่ายมาก
อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ ยัยขี้วีน...
นัทยังคงวิ่งตามหาบริเวณลานจอดรถ ก่อนจะเริ่มได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอีกครั้ง
เจอแล้ว!
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ ถะ ถ้าอยากได้เงินก็เอาไปสิ”
ไนท์ส่งกระเป๋าตัวเองให้ชายตรงหน้าด้วยมือที่สั่นเทา พร้อมกับพยายามห้ามน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา
“ตอนแรกก็อยากได้แค่เงินแหละ แต่ตอนนี้...อยากได้เมียด้วยว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า เข้าไปสักทีสิวะ!”
ชายตรงหน้าพยายามดันร่างของเธอเข้าไปในรถ แต่ไนท์ก็ขืนตัวเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกพาไปไหนต่อไหน ซึ่งนั่นก็เป็นจังหวะที่นัทเข้ามาเห็นพอดี
“เฮ้ย! หยุดนะเว้ย!”
“มึงเป็นใครวะ! เข้ามาเสือกเรื่องผัวเมียทำไม”
“ถ้าผัวเมียกันจริง ผู้หญิงเขาไม่ร้องให้ช่วยหรอกไอ้เวร!”
“แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วยไอ้ทอม หรือมึงอยากเป็นเมียกูด้วยอีกคน ก็ดี...เดี๋ยวกูจะสนองให้มึงหายเป็นทอมเลย”
หึ! ไอ้พวกเหยียดเพศ ปากดีนักนะมึง เดี๋ยวได้รู้...
“ถ้ามึงชนะกูได้ ก็ลองดู!”
“ปากดีนักนะมึง!”
ร่างสูงใหญ่ตรงเข้ามาหวังจะทำร้ายนัท แต่ด้วยรูปร่างที่เล็กกว่าก็ทำให้นัทได้เปรียบเล็กน้อย เมื่อเธอหลบเลี่ยงการจู่โจมได้อย่างว่องไวก่อนที่อีกฝ่ายจะถึงตัว
“เฮ้ย! มึงอย่าเอาแต่หลบดิวะ!”
“กูไม่ได้หลบ มึงต่อยไม่โดนเอง”
“มึงว่ากูอ่อนเหรอวะ!”
“ตามนั้น” นัททำหน้ายียวนกวนประสาท ก่อนสายตาจะมองไปทางไนท์ด้วยความเป็นห่วง
“คราวนี้มึงไม่รอดแน่!” เขาพูดพร้อมกับหยิบมีดในกระเป๋าออกมา
“…มีด?!” เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือชายตรงหน้า ไนท์ก็รู้สึกตกใจมาก และบางเสี้ยวของความรู้สึกก็เป็นห่วงนัทไม่น้อย
“มึงตาย!!!”
หึ ใครกันแน่ที่ต้องตาย
กร๊อบ! เคร้ง!
เมื่อคนตรงหน้าจะเข้ามาทำร้าย นัทก็คว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ก่อนจะบิดจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น และทำให้คนคนนี้ปล่อยมีดในมืออย่างห้ามไม่ได้
“โอ๊ย! เจ็บ ๆ พอแล้ววว”
“หึ! ยังไม่จบแค่นี้หรอก”
ยังไม่ทันที่ชายตรงหน้าจะได้คิดหาทางหนี นัทก็กำคอเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ก่อนจะส่งยิ้มแสยะให้แล้วสกัดขาจนชายคนนี้เสียการทรงตัว และในจังหวะนั้นเองที่นัทได้โอกาสจับคนคนนี้ทุ่มลงกับพื้นปูนอย่างแรง
“อั่ก!”
ปรี๊ดดด
“เกิดอะไรขึ้นครับ!”
นัทมองร่างที่อยู่ตรงปลายเท้าของตัวเองด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันกลับไปมอง รปภ. ของห้างที่กำลังวิ่งมาทางพวกเธอด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
“ไอ้ชั่วนี่มันจะจี้ผู้หญิงคนนี้ ช่วยเรียกตำรวจมาจับทีค่ะ”
“ครับ ๆ แล้วพวกคุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ”
“ไม่ค่ะ พวกคุณรีบพาไอ้นี่ไปเถอะ ก่อนที่ฉันจะกระทืบมันซ้ำอีกรอบ”
สิ่งที่นัทพูดไม่มีทีท่าล้อเล่นแม้แต่น้อย จนรปภ.ทั้งสองคนต้องรีบหิ้วผู้ชายคนนั้นออกไป ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองไนท์ที่เอาแต่ยืนนิ่งจนนัทรู้สึกเป็นห่วง
“เธอ...เป็นอะไรหรือเปล่า”
“มะ ไม่...ไม่เป็นไร ขอบคุณนะ”
แม้ไนท์จะไม่ได้รู้สึกยินดีกับการที่นัทเข้ามาช่วยเหลือเธอ แต่ไนท์ก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเธอรู้สึกอุ่นใจมากแค่ไหนที่ได้นัทช่วยเอาไว้
“ไม่เป็นไรหรอก แล้วนี่ขับรถกลับไหวไหม หน้าซีดเชียว” นัทมองใบหน้าที่ซีดเซียวของคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง
“…ไหว”
ไหวบ้าไหวบออะไร เสียงสั่นขนาดนี้
“งั้นเอางี้ เดี๋ยวเราขับไปส่งเธอดีกว่า”
“มะ ไม่เป็นไร ฉัน...ขับเองได้”
นัทรู้ดีว่าตอนนี้อีกฝ่ายยังไม่ไว้ใจเธอเต็มร้อย แต่หากจะให้คนตรงหน้าขับรถกลับเอง เธอก็กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเพราะสภาพจิตใจที่ไม่คงที่ของไนท์
“เรารู้ว่าเธอก็ยังไม่ไว้ใจเราเหมือนกับไอ้นั้น แต่เราเพิ่งช่วยเธอไปนะ ถ้าเราจะทำอะไรจริง ๆ เธอคิดว่าเธอจะยืนอย่างสบายใจได้เหมือนตอนนี้เหรอ ขึ้นรถเถอะเดี๋ยวเราไปส่ง”
แม้คำพูดของนัทจะดูร้ายและเหมือนไม่ใส่ใจอะไร แต่ความจริงแล้วตอนนี้เธอรู้สึกเป็นห่วงไนท์มาก
“…ก็ได้”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมทำตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย นัทก็เปิดประตูรถให้กว้างขึ้นเพื่อให้ไนท์เข้าไปนั่งภายในนั้น
“ขึ้นสิ”
ไนท์ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับ เพราะในตอนนี้เธอยังรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย เลยได้แต่ทำตามที่นัทบอกเงียบ ๆ โดยไม่เถียงอะไรสักคำ
“…”
...ทำไมเงียบจังวะ
บรรยากาศภายในรถเงียบจนเธอนึกว่าตัวเองอยู่เพียงลำพัง เพราะตั้งแต่ที่ออกมาจากตัวห้างไนท์ยังไม่ปริปากพูดอะไรกับนัทสักคำ
“นี่...จะไม่บอกหน่อยเหรอว่าต้องไปส่งที่ไหนน่ะ”
นัทพยายามหาเรื่องคุยเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัด แต่ไนท์กลับทำแค่เพียงแค่ยื่นโทรศัพท์ที่เปิดจีพีเอสไว้ให้เธอเท่านั้น
“เราไม่ใช่คนขับรถนะ นี่จะไม่พูดอะไรกับเราจริง ๆ เหรอ”
“ฉัน...ขอโทษ”
“เฮ้อ! ช่างเถอะ เราชื่อนัทนะ แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไร” เมื่อคนข้างกายเอาแต่เงียบ นัทเลยต้องพยายามหาเรื่องคุยแทน
“ไนท์”
แม้จะไม่ได้คาดหวังกับการโต้ตอบมากนัก แต่นัทก็ไม่คิดว่าไนท์จะตอบเพียงแค่ชื่อของตัวเองจริง ๆ
“ถ้าไม่ว่าอะไร เราขอแวะปั๊มหน่อยนะ”
เมื่อมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว นัทก็หันไปขออนุญาตเจ้าของรถทันที ซึ่งคำตอบก็ไม่ได้ต่างจากที่เธอคิดไว้เลย
“อือ”
“แล้วหิวอะไรหรือเปล่า อยากเข้าไปซื้ออะไรกินไหม”
นัทพยายามชวนคุยอีกครั้ง เมื่อเธอจอดรถภายในปั๊มขนาดใหญ่เรียบร้อยแล้ว แต่นัทก็ยังไม่ได้คำตอบเหมือนเดิม เพราะครั้งนี้ไนท์ทำแค่เพียงส่ายหน้าให้เธอเบา ๆ เท่านั้น
“งั้นเดี๋ยวเรามานะ รอตรงนี้ห้ามไปไหนเด็ดขาด เข้าใจ?”
แม้จะไม่ค่อยไว้ใจว่าไนท์จะทำตามที่เธอพูดไหม แต่นัทก็ไม่มีทางเลือก เพราะเธอต้องไปซื้อของที่คิดว่าจะสามารถทำให้ไนท์กลับมายิ้มได้เหมือนตอนที่อยู่ในคาเฟ่
“หวังว่ามันจะได้ผลนะ”
เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพัก นัทก็กลับมาพร้อมกับถุงใบใหญ่ถึงสองใบด้วยกัน และในระหว่างที่เดินกลับมาที่รถ เธอก็รู้สึกกังวลไม่น้อยเพราะกลัวว่าไนท์จะหนีกลับไปก่อน
“นึกว่าจะหนีกลับไปก่อนซะละ”
“ก็บอกให้รอไม่ใช่เหรอ อีกอย่างถ้าฉันกลับก่อน...เธอจะกลับยังไงล่ะ”
ไนท์พูดโดยที่ไม่ได้หันมาสบตากับนัทแม้แต่น้อย แต่มันก็ดีแล้วละเพราะถ้าไนท์หันกลับมา ต้องเห็นแน่ว่าตอนนี้นัทยิ้มกว้างขนาดไหน
ทำตัวน่ารักก็เป็นนี่...
“ขอบคุณที่รอนะคับ ว่าแต่...ชอบกินไอติมไหม พอดีเราซื้อมาฝาก มีรสช็อกโกแลตแล้วก็สตอเบอรี่นะ กินไรดี”
หลังจากที่เอาของทุกอย่างวางไว้เบาะหลังเรียบร้อยแล้ว นัทก็ยื่นไอศกรีมแบบถ้วยที่แตกต่างกันเพียงแค่รสชาติให้กับไนท์
“ขอ...สตอเบอรี่ละกัน ขอบคุณนะ”
“อือ กินเยอะ ๆ จะได้อารมณ์ดี”
เมื่อเห็นไนท์เริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น นัทก็รู้สึกโล่งใจ
“เฮ้อ! ได้กินของหวาน ๆ ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย”
“แล้วอยากรู้สึกดีกว่านี้ไหม”
นัทหันมายิ้มให้ไนท์ ซึ่งรอยยิ้มนี้ทำให้ไนท์รู้สึกไม่ไว้ใจนัก
“หมายความว่าไงไม่ทราบ?!”
“เดี๋ยววว คิดอะไรอยู่เนี่ยแม่คุณ”
“แล้ว...เธอคิดอะไรล่ะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า คิดลึกไปแล้ว เอาเป็นว่าเราไม่ได้คิดอย่างที่เธอคิดก็แล้วกัน”
ยิ่งได้พูดคุยกับไนท์มากขึ้น นัทก็ได้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นยัยขี้วีนเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรก แต่ไนท์กลับเป็นคนที่เข้าข่ายคน น่ารักสำหรับนัทต่างหาก
“ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย”
“โอเค ๆ งั้นเป็นอันว่าตกลงนะ เดี๋ยวเราจะพาไปที่ที่ทำให้เธอกลับมายิ้มได้เอง”
“ที่ไหนล่ะ”
“เดี๋ยวก็รู้”
นัทไม่ได้ตอบคำถามของไนท์ เพราะเมื่อเธอกินไอศกรีมหมดถ้วย นัทก็ขับรถพาไนท์ไปยังสถานที่ที่คิดว่าจะทำให้อีกฝ่ายกลับมายิ้มได้อีกครั้งทันที
20 นาทีผ่านไป
“เรามาวัดกันทำไม”
“ถามแปลก ๆ มาวัดก็ต้องมาทำบุญสิ”
“ฉันรู้...แต่ที่ถามไปเนี่ย เพราะเรามาทำอะไรเวลานี้ต่างหาก” ไนท์มองไปที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองด้วยความสงสัย เพราะนี่มันก็เย็นมากแล้ว
“ถ้าอยากรู้ก็ลงมาสิ เดี๋ยวเธอก็จะรู้คำตอบเอง”
นัทเปิดประตูออกไป ก่อนจะเปิดประตูด้านหลังเพื่อหยิบของที่เธอซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ
“พวกเราจะไปไหนกัน ทำไมถึงไม่ยอมบอก”
“ตามมาเดี๋ยวก็รู้เองน่า”
แม้สีหน้าของไนท์จะแสดงออกว่าหงุดหงิด แต่นัทก็ยังไม่ยอมบอกอยู่ดี ว่าเธอพาอีกฝ่ายมาทำอะไรที่นี่กันแน่
“ลุงชาติสวัสดีค่ะ”
“อ้าวคุณนัท เมื่อวันก่อนคุณก็มาแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
ชายวัยกลางคนมองถุงใบใหญ่สองใบด้วยความแปลกใจ เมื่อเด็กคนที่มาเป็นประจำอย่างนัท มาที่นี่เป็นครั้งที่สองของอาทิตย์นี้แล้ว
“พอดีวันนี้นัทพาเพื่อนมาด้วยค่ะ นัทขอเข้าไปหาน้อง ๆ ได้ไหมคะ”
“ตามสบายเลยครับ งั้นลุงขอตัวไปกวาดลานวัดทางด้านโน่นก่อนนะครับ”
“ป่ะ ไปกัน”
“พวกเราจะไปไหนกัน เดี๋ยวก่อนนน”
นัทไม่ได้ตอบคำถามไนท์ แถมเธอยังถือวิสาสะจับมือไนท์ให้เดินตามตัวเองมาอีก
เมื่อเดินมาถึงลานขนาดใหญ่ ไนท์ก็สะบัดมือของนัทออกทันที ก่อนที่เธอจะต่อว่าคนตรงหน้าเมื่ออีกฝ่ายลากเธอมาที่ไหนก็ไม่รู้ “นี่! ฉันถามว่า...”
บ๊อก! บ๊อก! เหมี้ยว! เหมี้ยว!
ในขณะที่เธอกำลังจะต่อว่านัท อยู่ ๆ ก็มีน้องหมา น้องแมวหลายตัวกึ่งเดิน กึ่งวิ่งมาหาพวกเธอ
“มัวแต่ยืนอึ้งอยู่ได้ รีบมาช่วยกันเทอาหารสิ น้อง ๆ หิวกันใหญ่แล้วเนี่ยเห็นไหม”
นัทยื่นถาดอาหารให้ไนท์ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกลับไปสนใจน้องหมา น้องแมวที่ทุกอาทิตย์เธอจะต้องหาเวลาว่างมาให้อาหารพวกน้อง ๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
“อะ อือ!”
แม้จะยังไม่เข้าใจสถานการณ์นัก แต่เมื่อเห็นสายตานับสิบคู่ที่จ้องมาทางเธอ ใบหน้าของไนท์ก็เริ่มผ่อนคลาย ก่อนที่ริมฝีปากจะปรากฎรอยยิ้มให้เห็น
“ใจเย็น ๆ สิ อย่าแย่งกัน”
ยิ้มได้ซะทีนะ
นัทแอบมองรอยยิ้มของไนท์ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกลับมายิ้มได้อีกครั้ง ก่อนจะให้อาหารน้อง ๆ ตรงหน้าต่อด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเช่นเดียวกัน
“เป็นไงบ้าง สบายใจขึ้นไหม”
“อือ! สบายใจขึ้นแล้วละ ขอบใจนะที่ช่วยตอนอยู่ที่ห้าง แถมยังพามาทำบุญแบบนี้อีก”
ไนท์พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม จนคนมองอย่างนัทเกิดอาการแปลก ๆ ขึ้น เมื่อหัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจับจังหวะไม่ได้
“อะ อือ ไม่เป็นไร”
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองแปลกไป นัทก็รีบหันหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบรอยยิ้มที่แสนสดใสของไนท์ เพราะเธอ...ไม่อยากตกหลุมรักใคร และเจ็บเพราะคำว่ารักอีกแล้ว ในเมื่อทุก ๆ อย่างที่ผ่านมาเธอมีค่าเหมือนตู้กดเงินเท่านั้น
“ว่าแต่เธอ...มาที่นี่บ่อยไหม”
“ก็ไม่ค่อยบ่อยหรอก มาอาทิตย์ละครั้งเอง”
ในขณะที่พูดคุยกัน นัทก็ยังไม่กล้าหันไปสบตากับไนท์ เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจให้กับเรื่องไร้สาระ เจ้าตัวเลยพยายามให้ความสนใจกับลูกหมาที่มานั่งข้าง ๆ แทน
“อาทิตย์ละครั้งถือว่าบ่อยนะ”
“ก็คงงั้นมั้ง แล้วนี่...จะจ้องกันอีกนานไหม หรือว่าชอบเราเข้าแล้ว”
“บ้า! ใครเขาจะไปชอบ ในเมื่อฉัน...เกลียดทอมอย่างเธอจะตาย”
นัทรู้สึกวูบวาบที่หน้าอกอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็พยายามฝืนตัวเองถามสิ่งที่อยากรู้ออกไป
“ทำไมล่ะ ทำไมถึงเกลียดขนาดนั้น เพราะอะไรงั้นเหรอ”
“ช่างเหอะ เอาเป็นว่า...วันนี้ฉันยกให้เธอวันหนึ่ง แต่ถ้าพวกเราเจอกันอีกครั้ง ฉันก็จะกลับไปเกลียดเธอเหมือนเดิม”
ไนท์ไม่อยากพูดถึงสาเหตุ เพราะเมื่อยิ่งนึกถึงหัวใจของเธอก็ยิ่งเจ็บ
“...งั้นแสดงว่าตอนนี้ไม่เกลียดน่ะสิ” นัทพยายามพูดทีเล่นทีจริงเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง
“เกลียดเหมือนเดิมยะ แต่แค่ไม่แสดงอาการให้เห็น เพราะเห็นว่าเป็นคนช่วยฉันหรอกนะ”
“เลิกเกลียด...ถาวรไปเลยไม่ได้เหรอ”
แม้คำที่พูดออกมาจะเหมือนการหยอกล้อ แต่ความจริงนัทก็หวังให้มันเป็นแบบนั้น
“คงเป็นไปไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าต่อไปนี้ช่วยทำเป็นไม่รู้จักกันได้ไหม เพราะฉันไม่อยากรู้จักทอมแบบเธออีกแล้ว”
“อือ...ถ้าเธอต้องการแบบนั้น”
“งั้นพวกเรากลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่งเธอขึ้นแท๊กซี่เอง”
“เธอกลับไปก่อนเถอะ เราอยากนั่งอยู่ที่นี่สักพักน่ะ”
“โอเค วันนี้ขอบคุณมากนะ ไปละ”
“อือ ขับรถกลับดี ๆ นะ”
ไนท์มองไปที่นัทอีกครั้งด้วยความรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ดีว่านัทไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอเลย แต่มันเป็นเพราะตัวเธอเองนี่แหละที่ไม่สามารถแยกแยะได้ แม้เธอจะรู้ดีว่าทอมไม่ได้เลวไปหมดทุกคนก็ตาม
ฉันขอโทษนะ...