รถตู้หรูสำหรับรับส่งนักแสดงจองหน้าบ้านหลังใหญ่ แม่ว่าจะมีเพียงเจ้าของบ้านอยู่เพียงคนเดียวก็ตาม แต่ด้วยงบที่มีสิงหาเติมเต็มความฝันในวัยเด็กเท่าที่เขาจะทำได้ บ้านหลังนี้เขาซื้อด้วยเงินสดไม่ผ่อน เพราะมีเงินเก็บมากพอ แค่เงินจากฮันนาเดือนละห้าแสนเขาก็เหลือเก็บแล้ว อย่าถามหาเงินจากการทำงานเลย เขาไม่แตะบัญชีส่วนนั้นด้วยซ้ำ อีกทั้งอยู่กับฮันนาเขาช่วยแค่ค่าน้ำค่าไฟ นอกนั้นเป็นฮันนาจ่ายทั้งหมดเลย แต่ก็มีบ้างที่เขาจ่ายค่าอาหาร ทั้งตอนสั่งเดลิเวอรี่หรือตอนทานข้าวข้างนอกกัน
รถหรูสามคันที่จอดอยู่บ้านนี่ก็เหมือนกัน โดยรถคันแรกฮันนาซื้อให้เขาในวันที่เขาตกลงเป็นคนใต้การปกครองของเธอ คันที่สองวันเกิดของเขา และคันสุดท้ายคือวันที่เขาเรียนจบ
ยังไม่นับของขวัญอื่นๆ พวกนาฬิกา เสื้อผ้าราคาแพงอีก เขาไม่เคยร้องขอจากเธอหรอก มีแต่ฮันนานั่นแหละซื้อให้ เขาไม่รู้ราคาของพวกมันด้วยซ้ำ บางครั้งแค่มองเฉยๆ ฮันนาก็ซื้อให้แล้ว เพราะสิ่งที่เขาอยากได้จากฮันนาก็มีแค่งานในวงการ และจะว่าไปแล้วก็ไม่แปลกใจหรอกที่จะถูกหมั่นไส้จากทั้งคนเก่าของฮันนา หรือพวกที่กำลังจ้องจะเสียบตำแหน่งคนโปรดของฮันนาอยู่
แต่ช่างมันเถอะ เขาพยายามทำงานอย่างหนักตลอดทั้งเดือน เพื่อลืมเรื่องของฮันนา แต่ก็ไร้ประโยชน์เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วพบเจอความทรงจำมากมายซึ่งมักจะผุดขึ้นมาในหัว
“มีวันว่างสามวัน ยังไงก็พักผ่อนเยอะๆ นะสิงห์”
แป้งหอมผู้จัดการสาวบอกกับนักแสดงในความดูแลก่อนจะแยกย้าย ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณพร้อมอวยพรขอให้เธอและลูกชายสนุกกับทริปหัวหิน จากนั้นเขาก็เข้าไปในบ้าน หย่อนตัวลงนั่งพักผ่อนที่โซฟาตัวกว้างหลังจากวิ่งไปงานอีเวนต์และถ่ายละคร
“สิงหา มาถึงเหนื่อยๆ เอาเบียร์เย็นๆ สักกระป๋องไหม พี่เปิดให้”
“ไปอาบน้ำเลย ทำไมซกมกแบบนี้ เหม็นเหงื่อ”
“สิงหา!! เวลาถอดชั้นในก็ถอดดีๆ ได้ไหม มันม้วนเป็นเลขแปดแล้วเนี่ย น่าเกลียด”
ไม่รู้ว่าเขาเหนื่อยมากเกินไปหรือคิดถึงฮันนากันแน่ ถึงได้ยินเสียงของเธอลอยเข้ามาในโสตประสาท แม้ในตอนแรกเขาคิดจะจบสัญญากับเธอเพราะคิดว่าได้ทุกอย่างมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ต้องกางปีกโบยบินด้วยตัวเองเสียที แต่ก็ต้องยอมรับว่าการที่ถูกเธอทิ้งแล้วต้องอยู่คนเดียวแบบนี้มันทำให้เขาคิดถึงเธอมากจริงๆ
ไม่มีเสียงบ่นยามที่เขาไม่ยอมอาบน้ำหรือทำอะไรลวกๆ ไม่มีเสียงหวานๆ คอยต้อนรับยามที่กลับมาจากกองถ่าย ไม่มีกลิ่นหอมจากตัวเธอ และไม่มีเธอให้เขานอนกอดก่อนหลับ
คนอื่นอาจจะคิดถึงคนรักเก่าเพราะอยู่ด้วยกันมานานและยังอยู่ในสถานที่ที่มีความทรงจำร่วมกัน แต่เขากับฮันนาใช้ชีวิตด้วยกันที่เพนท์เฮาส์ของเธอ เรามีความทรงจำด้วยกันที่นั่น ไม่ใช่บ้านหลังนี้ แต่กระนั้นเขายังคิดถึงเธอทุกวินาที ตอนชงกาแฟก็คิดถึงเสียงหวานๆ และร่างเล็กที่มักจะตื่นมาชงให้เขาเสมอ ตอนซักผ้าก็ได้ยินเสียงบ่นว่าให้แยกสีผ้าด้วย ตอนเอนตัวนอนโซฟาก็มักจะเห็นภาพหลอนว่ากำลังหนุนนอนตักของเธออยู่ และก่อนนอนนี่แหละที่ทำให้เขารู้สึกทรมานและเสียใจมากที่สุด เพราะตอนนี้เขาไม่มีร่างนุ่มนิ่มของฮันนาให้กอดอีกแล้ว
ต้องยอมรับว่าแม้เขาเคยรำคาญเธอ เพียงเพราะเธอบ่นเขาด้วยความเป็นห่วง แต่เขากำลังคิดถึงและเสียใจมากๆ นี่หรือเปล่าที่เขาว่ากันว่า กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว จากที่เคยมีฮันนาในชีวิต แต่อยู่ๆ ก็ต้องสูญเสียเธอไปเพราะการกระทำโง่ๆ ของตัวเอง แล้วก็มานังเสียใจมานั่งคิดถึงฮันนาอยู่แบบนี้
ดวงตาคมมองข้อความมากมายที่เขาส่งไปง้อฮันนา แต่กลับไม่มีแม้แต่สัญญาณว่าเธอได้รับข้อความเหล่านั้นหรือไม่ อาจจะบล็อกเขาไปแล้วก็ได้
“ให้ตายสิวะสิงหา”
พระเอกหนุ่มถอนหายใจก่นด่ากับความโง่ของตัวเอง แต่เมื่อมีข้อความจากเพื่อนเก่าว่าอยากให้มาเจอกันหน่อย เขาจึงตอบตกลงเพราะไม่อยากอยู่คนเดียว
รถหรูที่นั่งสำหรับสี่คนจอดหน้าบาร์ชื่อดัง ร่างสูงของพระเอกหนุ่มก้าวลงจากรถและส่งกุญแจให้พนักงานนำไปเก็บ เขายืนมองหากลุ่มเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก่อนจะเดินเข้าไปด้วยรอยยิ้ม
เขาชอบร้านนี้มาก มันเหมือนร้านอาหารมากกว่าบาร์ ไฟก็สว่างจนมองเห็นทุกอย่าง เพลงก็เปิดคลอเบาๆ เคล้าบรรยายก็เท่านั้นเอง
“สิงห์ ไงเพื่อน กว่าจะว่างนะพ่อพระเอกดัง”
“แกต่างหากคุณผู้กำกับพันล้าน”
“ก็ดังกันหมดทั้งกลุ่มนี่แหละ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นเมื่อเราต่างเยินยอกันไม่หยุด แต่ก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า เราทั้งห้าต่างก็โด่งดังในสายงานที่เราเลือก เขาและเอมี่ เพื่อนสาวในกลุ่มเดียวกันเป็นนักแสดงแถวหน้าของประเทศ นนท์เป็นผู้กำกับชื่อดัง ซึ่งเรื่องล่าสุดก็ทำรายได้ถึงพันล้าน ส่วนจ๊ะจ๋าและมาวินก็เป็นโปรดิวซ์เซอร์มือทองอยู่เบื้องหลังรายการดังมากมาย
ด้วยภาระหน้าที่การงานทำให้เราทั้งห้าไม่ค่อยได้เจอกัน แต่เนื่องจากโอกาสพิเศษ ที่จ๊ะจ๋ากำลังจะแต่งงานเราก็เลยมาเจอกัน และเขาก็รู้สึกว่าเรามาไกลถึงช่วงชีวิตนี้กันแล้วหรือ ทั้งๆ ที่ตอนเจอกันเรายังเป็นเด็กวัยรุ่น ไม่มีทั้งเงิน ไม่ได้คิดถึงอนาคตว่าจะรุ่งโรจน์กันมาถึงขนาดนี้ เป็นเพียงเด็กที่เริ่มก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แต่ยังลงเล่นน้ำคลองตอนถ่ายภาพยนตร์สั้นก่อนเรียนจบกันอยู่เลย
“ยินดีด้วยนะจ๋า จะบอกพี่แป้งให้เคลียร์คิววันนั้น”
“เยี่ยมจ้า ต้องไปให้ได้เลยนะทั้งสิงห์ทั้งเอมี่ ฉันโม้ให้พ่อแม่ว่าที่สามีฟังว่ามีเพื่อนเป็นคนดังเยอะเลย”
“ได้แน่นอน ไม่ต้องกลัว”
เราทั้งห้ายิ้มให้ว่าที่เจ้าสาว พูดคุยเรื่องทั่วไปด้วยความคิดถึงวันวาน ก่อนสายตาของเขาจะปะทะเข้ากับร่างบางที่เข้ามาใหม่พร้อมกับใครคนหนึ่งซึ่งพึ่งจะเป็นข่าวด้วยกันเมื่อไม่นานมานี้
“ต๊าย! กลิ่นหึงหึ่งเชียว”
“พูดมากเอมี่”
สิงหามองค้อนเพื่อนสาวที่พูดหยอก ทำเอาหญิงสาวหัวเราะสะใจที่ได้เห็นภาพเพื่อนแสนเย็นชากำลังหึงหวงพี่คนสวย
ให้ตายสิ ไม่แปลกใจเลยที่คุณฮันนาคนสวยเขาหันไปหาคุณหมอรูปหล่อคนนั้น อีกคนดูดีสุขุม ต่างจากเพื่อนของเธอซึ่งกลายเป็นลูกหมาทันทีเมื่อเอาไปเทียบกัน
จากที่อารมณ์ดีเพราะได้พบปะเพื่อนสนิท แต่ภาพตรงหน้าทำให้สิงหารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งที่เห็นฮันนาควงอยู่กับคนอื่น
และอาการที่เขาเป็นอยู่มันก็มากพอที่จะทำให้สิงหารู้ใจตัวเอง ว่าตอนนี้เขากำลังหึงหวงฮันนาอยู่....... ไม่อยากให้ใครเคียงข้างฮันนานอกจากเขา
“เอมี่”
“ว่า”
“ช่วยฉันขวางไอ้หมอนั่นให้หน่อย เดี๋ยวกระเป๋าที่เธออยากได้ไอ้หนังตัวเงินตัวทองนั่นฉันซื้อให้เอง”
“น้องเป็นจระเข้แม่น้ำไนล์ไม่ใช่ตัวเงินตัวทองย่ะ แต่โอเค เริ่มเลย!!”
นางร้ายสาวตกลงรับคำ จากนั้นปฏิบัติการทวงคืนพี่คนสวยก็เริ่มทันที
ตอนนี้เขาอยากรีบอุ้มฮันนาออกไปให้ไกลๆ ภาพที่เธอกำลังอยู่กับคนอื่นมันบาดตาบาดใจเสียจนสิงหาแทบคลั่งและจะเป็นบ้าให้ได้.....
นักแสดงทั้งสองมองหน้าพร้อมส่งสัญญาณ เราทั้งคู่เข้าวงการพร้อมกันเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่เคยเลยที่จะมาบรรจบเล่นละครหรือหนังด้วยกันเสียที ทั้งสิงหาและเอมี่ต่างคิดว่านี่คือละครฉากหนึ่ง ซึ่งต้องถ่ายทำแบบ Long Take[1] แน่นอนรางวัลจากงานปลายปีที่พวกเขาได้รับมันไม่ได้มาง่ายๆ เราต้องแข่งขันกับคนเป็นร้อยเพื่อได้มันมาเป็นเครื่องการันตีความสมารถ เรื่องแค่นี้ไม่ต้องเตรียมตัวหรือเตรียมบทเราก็เล่นกันได้
“พร้อมนะ”
“อืม”
“หนึ่ง สอง แอคชั่น!!!”
เมื่อเห็นว่าเพื่อนเอาจริงเอาจัง ผู้กำกับหนุ่มจึงเข้าร่วมวงเล่นกับคู่ โดยสิงหาเป็นคนเดินนำไปก่อนเพื่อคว้าตัวพี่สาวคนสวย พาเดินออกมาไม่ให้ทั้งสองได้ตั้งตัว แม้คุณหมอจะรู้ตัวและตอบโต้ได้ไวก็ถูกนางร้ายสาวสวยขัดขวางเอาไว้จนสิงหาพาฮันนาออกมาได้สำเร็จ
“สิงห์ ปล่อย!!”
ฮันนาพยายามขัดขืนแต่เธอไม่อาจสู้แรงเจ้าเด็กยักษ์ตัวใหญ่นี่ได้เลย
“ไม่ เราต้องคุยกันนะฮันนา”
“มันไม่มีอะไรให้คุยแล้วสิงห์ ปล่อย!!”
แม้พยายามขัดขืนมากเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล สิงหาพาฮันนาขึ้นมาคุยบนรถของเขาจนได้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้จอดรถเอง แต่ท่ามกลางรถหรูมากมาย มีแค่รถของเขาที่เป็นรถไฟฟ้าจึงหาได้ง่ายและดูธรรมดาทั่วไปมากที่สุด เขาจัดการเปิดแอร์ภายในรถ กดล็อกประตูรถทุกบานไม่ให้ฮันนาเปิดหนีไปได้ก่อนจะปีนข้ามมานั่งกับเธอตรงเบาะรถด้านหลัง
รถสมัยใหม่มันก็ดีแบบนี้นี่เอง สั่งการควบคุมตามความต้องการของเจ้าของได้หมด และโชคดีที่เขาเลือกคันนี้มาเพราะหากเป็นรถแบบสองที่นั่ง เราคงทำอะไรๆ ไม่ถนัด
“สิงหาเปิดประตูรถนะ!!”
ฮันนาพูดกับสิงหาเสียงแข็งเพราะเธอเริ่มโกรธกับการกระทำอันแสนอุกอาจของอีกฝ่าย ถึงขั้นเรียกชื่อจริงของเขากันเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเธอจะเรียกเขาเฉพาะเวลาโกรธหรือไม่พอใจเท่านั้น
“ฮันนา คุยกันก่อน ผมขอร้อง”
สิงหาร้องขอเสียงอ่อน เขาอยากคืนดีกับเธอจริงๆ ตลอดเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา เขาคิดถึงเธอมากเหลือเกิน และอยากให้เรากลับมารักกันเหมือนเดิม ครั้งนี้เขาจะขอเธอเป็นแฟนเลย!!!
“เธอผิดสัญญาที่เราตกลงกันไว้นะสิงหา แค่นี้น่าจะรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ผมผิดจริง แต่ฮันนา ให้โอกาสผมสักครั้งได้ไหม ผมมันโง่เอง”
ร่างระหงนั่งนิ่ง เธอนึกแปลกใจไม่น้อยกับคำพูดเสียงอ่อน ฟังแล้วราวกับกำลังอ้อนวอนขอร้องเธออยู่ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เป็นบ้าหรือไงสิงหา”
“บ้าคิดถึงก็ใช่”
“กรี๊ดดดด แกเป็นใคร ปล่อยฉันนะลงไปนะ สิงหาตัวจริงไม่มีวันพูดกับฉันแบบนี้!!!”
หญิงสาวกรีดร้องด้วยความกลัว พยายามจะหนีลงจากรถให้ได้ แต่ก็ถูกมือใหญ่คว้าใบหน้าให้หันไปรับจูบ
สิงหาเป็นฝ่ายเริ่มส่งเรียวลิ้นเข้าไป กวาดต้อนสำรวจและดูดดื่มกับริมฝีปากอิ่มราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย แม้ฮันนาจะพยายามขัดขืนแต่แรงอารมณ์และความคิดถึงมันทำให้เธอเผลอตอบรับสัมผัสของคนเด็กกว่าจนได้ และใช่ รสจูบแสนร้อนแรงเช่นนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าคนที่เธออยู่ด้วยคือสิงหาตัวจริงแน่นอน
เธอคิดถึงสิงหามาก เธอยอมรับตามจริง และทันทีที่เข้าร้านสายตาของเธอก็หันมองไปเห็นสิงหาก่อนใครอื่น อาจจะเพราะความหล่อโดดเด่นไม่เหมือนใคร หรืออาจจะเป็นเพราะดวงตาคู่นี้ของฮันนามีเอาไว้สำหรับมองหาแค่สิงหามากกว่า เพราะไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอก็มักจะเห็นสิงหาก่อนใคร แม้ว่าตรงนั้นจะมีคนมากมายล้อมรอบก็ตาม
แต่เมื่อคิดถึงหญิงสาวสองคนนั่งประกบข้างแล้วก็อดโมโหไม่ได้ จึงผละออกจากสัมผัสแสนร้อนแรง ผลักร่างสูงออกไปและแสดงความหงุดหงิดออกมา
“พี่ไม่เชื่อเธอหรอก ผู้หญิงประกบข้างตั้งสองคนไม่ใช่หรือไง”
คุณฮันนาส่งสายตาไม่พอใจพร้อมแสดงความหึงหวงจนพระเอกหนุ่มหัวเราะ ก่อนจะคว้าเอวบางยกตัวฮันนาให้มานั่งลงบนตักของเขา จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์เปิดแอปพลิเคชันดังสำหรับการลงรูปภาพให้เธอดู ว่าหญิงสาวสองคนที่ว่าคือเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเขา โดยเลือกโพสที่เขาลงสองรูป คือรูปตอนอยู่ ปี1 ห้อยป้ายชื่อรับน้องกัน และรูปที่เราใส่ชุดครุยในวันเรียนจบ ทำเอาฮันนาอึ้งเพราะไม่รู้จริงๆ ว่าหญิงสาวทั้งสองคือเพื่อนของสิงหา
ก็ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอสนใจแค่สิงหาและเชื่อใจมาก ไม่ได้ตามดูตามสืบว่ามีเพื่อนชื่ออะไรบ้างนี่นา ไม่แปลกที่จะไม่รู้ แถมเมื่อลองกดแอคเคาท์ของหญิงสาวคนหนึ่ง ก็มีรูปพรีเวดดิ้งอยู่โพสล่าสุดเลยด้วย
“ไม่หึงนะครับ ตอนนี้ผมเป็นของพี่คนเดียว”
จมูกโด่งซุกไซร้ลำคอขาว สูดดมกลิ่นราวกับลูกหมาซุกแม่
“ใครหึงนายกัน”
“ไม่เป็นไร ผมหึงพี่กับไอ้หมอนั่นก็พอ”
สิงหากล่าวพร้อมหัวเราะในลำคอเบาๆ ขบเม้มทำร่องรอยสีกุหลาบบนลำคอขาวแสดงความเป็นเจ้าของ ใบหน้าที่แสดงถึงความต้องการและน้ำเสียงแหบพร่ายิ่งทำให้ฮันนาเกิดอารมณ์ เพราะตลอดเวลาที่แยกย้ายกับสิงหาเธอไม่ได้มีอะไรกับใครหน้าไหนทั้งนั้น
เสียงหอบและเสียงครางเบาๆ ยามที่เขาเล้าโลม บอกได้เป็นอย่างดีว่าคนสวยคนนี้กำลังเริ่มมีอารมณ์ แน่นอนว่าวัวเคยค้าม้าเคยขี่ สะกิดนิดปลุกเร้านิดหน่อยก็ตื่นได้ง่ายๆ
อย่าว่าแต่ฮันนาเลย เขาเองก็ต้องการเธอ เมื่อเห็นดังนั้นมือหนาที่เคยโอบรัดเอวบางจึงส่งลงไปเล่นสัมผัสส่วนอ่อนไหว เพียงแค่คลึงนิดหน่อยสอดเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็ได้รับการตอบรับจากฮันนาแล้ว
“สิงห์”
“ผมจัดการเอง”
สิงหาขยับกายออกจากร่างเล็ก จัดการเลื่อนเบาะคนขับและผู้โดยสารข้างหน้าออกไป เพิ่มพื้นที่ให้ห้องโดยสารข้างหลัง ก่อนจะแทรกตัวและนั่งคุกเข่าตรงทางเท้าเพื่อปลอบโยนคุณฮันนาคนสวย
แพตตี้สีแดงลายลูกไม้ถูกกำจัดออกไป ชายกระโปรงมินิเดรสแสนสั้นและราคาแพงถูกถกขึ้นก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะก้มลงไปเล่นกับร่องสีหวาน ลิ้นร้อนลากตามแนวยาวปรนเปรอแก่หญิงสาววัยใกล้สี่สิบ จนเธอร้องครางออกมาอย่างสุขสม นิ้วเรียวขยุ้มผมหนาของชายหนุ่ม ระบายความเสียวซ่านที่คนเด็กกว่ากำลังปรนเปรอ
ไม่มีใครรู้ใจเธอไปมากกว่าสิงหาจริงๆ เจ้าเด็กคนนี้รู้ทุกซอกทุกมุมที่ทำให้เธอมีความสุขจนแทบจะล้นทะลักออกมา ยิ่งเราสอดประสานสายตาในท่าทางแสนลามกเช่นนี้แล้วมันกลับทำให้เธอเขินอายเกินกว่าจะมองภาพตรงหน้า
ตอนนี้ฮันนารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กสาววัยแรกแย้ม ซึ่งกำลังเสียตัวครั้งแรกให้รุ่นน้องที่เธอชอบ
บ้าเอ๊ย แก่ขนาดนี้แล้วยังจะมารู้สึกเหมือนสาวน้อยใจแตกแบบนี้ได้ยังไงกันนะ ทั้งหมดก็เป็นเพราะไอ้เด็กบ้าสิงหาคนเดียวเลย!!!
“สิงห์ อ๊ะ!! จะเสร็จแล้ว”
ฮันนาร้องออกมาอย่างสุขสมเมื่อลิ้นของสิงหานำพาให้เธอไปถึงจุดหมาย สิงหาเลื่อนขึ้นกอดจูบซุกไซร้ฮันนาพร้อมโอบกอดไว้แน่น เสียงแหบพร่ากระซิบเบาๆ ถามความต้องการของฮันนา ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับเธอตัดสินใจ
“ให้ไปส่งที่บ้านไหม”
เขาถามเพียงสั้นๆ และยังคงเล้าโลมเธอต่อไปแม้ว่าฮันนาพึ่งจะเสร็จก็ตาม ฝ่ายหญิงสาวก็ยอมให้เจ้าลูกหมาตัวโปรดของเธอทำเช่นนั้นต่อไป เธอชอบเหลือเกินที่สิงหาซุกไซร้เธอไม่ห่างเช่นนี้
แม้ความคิดจะพยายามบอกให้เธอหลีกหนีความเจ็บปวดที่อาจจะตามมาอีกก็ได้ในอนาคต แต่หัวใจของเธอดังมีอำนาจมากกว่าสมอง
“ได้ ไปส่งพี่ที่บ้านที”
ถึงได้ถูกหัวใจสั่งการแบบนั้นออกไป......
[1] เทคนิค Long Take คือการถ่ายภาพด้วยกล้องตัวเดียวเป็นระยะเวลานานต่อ 1 เทค