ตอนที่ 1
20.20 น.
คอนโด xxx
ครืดดด
โทรศัพท์เครื่องเงาสีดำสนิทที่วางอยู่บนราวระเบียงสั่นขึ้นเรียกความสนใจจากเจ้าของที่กำลังสูบบุหรี่ให้หันมาสนใจ
" ครับ " พอเห็นว่าเป็นใครโทรมาเจ้าของโทรศัพท์ก็อยากจะปล่อยให้มันสั่นต่อไปจนตกระเบียงไปเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ได้แค่คิดเพราะถ้าไม่รับคนที่ซวยก็คือเขา
[ เตรียมพร้อมหรือยัง? ] ปลายสายถามเสียงเข้มแต่ก็ยังเจือไปด้วยความอ่อนโยนซักสิบส่วน
" เรียบร้อยแล้วครับ มีอะไรอีกหรือเปล่า " เขาถามพร้อมกับที่ดับบุหรี่ในมือลงกับที่เขี่ยบุหรี่ที่ทำจากแก้วเป็นรูปเสือซึ่งเขาเลือกมาเองกับมือตอนไปทำภารกิจครั้งที่แล้ว
[ งานนี้ระวังตัวหน่อยนะฉันว่ามันแปลกๆ งานนี้มันดูง่ายจนไม่น่าจะต้องถึงมือแกด้วยซ้ำ แต่ภาคีก็ยังยืนยันให้แกไปทำ ] เขาฟังปลายสายพร้อมกับเปิดประตูเพื่อเข้าห้องและเตรียมตัวออกไปทำงานที่ได้รับมา
" งานก็คืองาน ภาคีออกคำสั่งมาผมมีสิทธิ์เลือกหรือไง " เขาตอบเสียงเอื่อย
[ ก็เพราะไม่มีไงฉันถึงได้บอกให้ระวังตัว พักนี้มีเรื่องให้เถียงกันในภาคีเต็มไปหมด โดยเฉพาะเรื่องผู้นำสูงสุดคนใหม่ ทุกคนก็กำลังหาอำนาจเข้าตัวเองทั้งนั้น แต่แกดันปฏิเสธทุกคนที่เข้าหานะสิ ]
" ผมไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย อีกอย่างถ้าผู้นำสูงสุดของภาคีจะมาจากการเสนอการเลื่อนตำแหน่ง อำนาจหรือเงินให้คนอื่น ผมว่ามันน่าสมเพชไปหน่อย " ระหว่างคุยกัน เขาก็เตรียมสไนเปอร์รุ่น Cheytac M200 คู่ใจไปด้วย
[ ฉันก็ไม่ได้จะว่าแกหรอก แต่แกรู้ใช่ไหมว่าขัดขาคนในภาคีแล้วจะเป็นยังไง ]
" ผมจะระวังตัวครับลุง " เมื่อเห็นปลายสายที่มีเสียงกังวลติดมาด้วยเขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นห่วง
[อืม ขอให้งานราบรื่นวายุ ]
" ครับ "
หลังจากวางสายเขาตัดสินใจอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปเตรียมตัวก่อนเวลาที่ ไตรทศ พ่อค้าของผิดกฎหมายตัวเบ้งที่อยู่ในคราบนักบุญ เปิดโรงทานให้แก่ผู้ยากไร้ แต่ลับหลังค้ายาเสพติดทุกชนิดยังรวมไปถึงการค้าอาวุธและค้ามนุษย์ด้วย ที่ยังไม่ถูกจับก็เพราะจ่ายใต้โต๊ะให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนายทำให้รอดด่าน รอดคุกอย่างสบายใจจนถึงทุกวันนี้ ไตรทศกำลังจะไปทานอาหารที่ภัตตาคารหรูใจกลางเมืองกับคู่ค้ารายใหม่ ภารกิจของเขาคือลอบสังหารมันก็เท่านั้น
วายุ นักฆ่าลำดับสองของภาคีที่มีชื่อว่า PEREMO กำลังถอดเสื้อผ้าเพื่อเข้าไปอาบน้ำ เขาค่อยๆ เปิดฝักบัวและถูสบู่ไปตามลำตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อลอนสวย แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ขาที่ยาวรับกับลำตัว ตลอดร่างกายที่สูงถึงร้อยแปดสิบสองเซนติเมตร ไม่ว่าจะลูบผ่านตรงไหนก็เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่เกิดจากปืน มีด หรือแม้แต่ระเบิด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภารกิจนี้จะฝากแผลไว้ตรงไหนของร่างกายเขาอีกหรือเปล่า หลังจากอาบน้ำเสร็จวายุก็เดินมาที่อ่างล้างหน้าเพื่อที่จะพูดกับตัวเองในกระจกเหมือนเช่นทุกครั้งที่ออกทำภารกิจ ดวงตาเรียวคมที่กำลังค่อยๆ ปิดลง จมูกเป็นสันรับกับใบหน้า ริมฝีปากอวบอิ่มที่ติดจะคล้ำเล็กน้อยเพราะสูบบุหรี่กำลังจะขยับเพื่อที่จะพูดว่า ' มันจะผ่านไปได้ด้วยดี '
แกร๊ก
ยังไม่ทันได้พูดตามที่นึกไว้เขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากด้านนอก ทำให้วายุหยิบมีดจากชั้นวางมาถือไว้ให้กระชับมือ เขาไม่เคยไปไหนโดยที่อาวุธห่างตัวเป็นนิสัยที่ติดมาจากภาคีตั้งแต่จำความได้ เสียงเดินไปมารอบห้องเบาๆ ทำให้เขารู้ว่าพวกนี้เป็นคนมีฝีมือแต่ถึงแม้จะเดินเบาแค่ไหนแต่เขาก็ยังได้ยินอย่างชัดเจนอยู่ดี ว่ามีคนสิบคนกำลังเดินอยู่ในห้องเขาตอนนี้และเชื่อเถอะว่าพวกข้างนอกต้องรู้จักเขาดีแน่นอนไม่งั้นคงไม่แห่มาเยอะขนาดนี้ มันรู้ว่าเขาเป็นใครก็อีกเรื่อง แต่มันรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนนี่สิปัญหา ไม่มีใครรู้ที่อยู่เขา 'ยกเว้นภาคี' ที่อยู่ของนักฆ่าทุกคนภาคีเป็นคนจัดหา ยิ่งระดับสูงก็ยิ่งได้ที่อยู่ดี ถ้าเป็นอย่างที่เขาคิดมันจะเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นไปอีก
วายุค่อยๆ แง้มประตูออกไป เมื่อเห็นว่าพวกมันยังไม่มีใครเข้ามาในห้องนอน เขาจึงค่อยๆ หยิบบ๊อกเซอร์ที่วางไว้บนเตียงมาใส่อย่างน้อยต่อสู้แบบมีอะไรปกปิดหน่อยจะได้ไม่อุจาดตามากนัก เสียงกุกกักด้านนอกทำให้เขาสังหรณ์ใจไม่ดีแบบสุดๆ ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู ควันจำนวนก็อัดเข้ามาทางช่องด้านล่าง และยังมีจากทางช่องระบายอากาศด้วยส่วนนึง ห้องนอนนี้ถึงจะไม่ได้เล็กมากแต่เล่นอัดควันเข้ามาขนาดนี้ยังไงก็คงหลบไม่พ้น
" แค่กๆ แค่กๆ " วายุเริ่มไอออกมาเพราะอากาศในห้องนี้ชักจะไม่ดีแล้ว เขารีบเอาผ้าชุบน้ำมาปิดจมูกไว้ ก่อนจะเริ่มถีบประตู
ตึง! ตึง!
พวกมันเตรียมการมาอย่างดี เพราะตอนนี้มันกำลังใช้ที่ดันประตูดันเอาไว้ แต่เดี๋ยวก่อนนะ ควันพวกนี้มันไม่ใช่ควันธรรมดา ไม่งั้นไอ้อาการเหมือนจะหลับพับไปได้ทุกเมื่อแบบนี้ต่อให้สูดควันธรรมดาก็ต้องใช้เวลานานกว่านี้หน่อยกว่าจะหมดสติแต่นี่มันมียานอนหลับผสมอยู่ด้วย!
เขาล้มลงบนพื้นแต่ก็ยังพยายามทรงตัวให้อยู่ ควันที่ปล่อยออกมาค่อยๆ เบาบางลง ประตูจากที่เคยปิดแน่นกลับเปิดออกอย่างง่ายดายพร้อมกับคนใส่หน้ากากกันแก๊สทยอยเดินเข้ามาในห้อง ก่อนที่หนึ่งในพวกมันจะจิกหัวเขาขึ้นมา
" นี่เหรอลำดับสอง ของภาคี ก็ไม่เห็นเท่าไ ..อั่ก! ...แค่กๆ อึก.. " ทุกคนในห้องนั้นต่างตกใจและตะลึงไปพร้อมกัน ก็ไอ้คนที่กำลังพล่ามเมื่อกี้ อยู่ๆ ก็มีเลือดสีแดงสดทะลักออกมาจากคอ ก่อนจะค่อยๆ หมดลมหายใจแล้วล้มลงไปบนกองเลือดของตัวเอง สาเหตุก็ไม่ใกล้ไม่ไกล วายุที่เหมือนจะใช้แรงทั้งหมดที่มีใช้มีดปาดคอไอ้เวรที่กำลังจิกหัวตัวเองอยู่ แม่นยำ บาดลึก ปลิดลมหายใจคนได้แม้ว่าสติจะพร่าเลือน พวกที่เหลือรีบถอยหนีกันโดยที่ไม่รู้ตัว
" ฉันบอกพวกแกไปแล้วว่าอย่าประมาท แกคิดว่าลำดับสองที่มันได้มาเพราะจับฉลากมาหรือไง? ทำตัวโง่ๆ ก็สมควรตายแล้ว " คนที่ยืนอยู่หน้าเขาตั้งแต่เข้ามาและยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้ถอยหนีตามคนอื่นๆ ไป มันมองศพที่นอนอยู่ด้วยแววตานิ่งเฉย ว่างเปล่า ไร้ความเห็นใจ เขาพอจะรู้แล้วว่ามันเป็นใคร
" โทษทีนะ ฉันก็บอกบอสไปแล้วว่าฉันจัดการแกคนเดียวได้ ไม่น่าพาคนมาเยอะแยะเลย " สติที่เขาประคองไว้เริ่มจะเลือนรางลงทุกที เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดเหลืออยู่น้อยนิดจนทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าค่อยๆ ย่อตัวลง พร้อมกับช้อนคางของเขาขึ้น " แกนี่นะ แทนที่จะทำตัวเชื่องๆ ตอบรับข้อเสนอของบอส แกก็คงจะเป็นคนโปรดรองจากฉันไปแล้ว แต่แกมันดันยึดมั่นหลักการโง่ๆ แล้วเป็นยังไง สภาพตอนนี้แกดูไม่เหมือนลำดับที่สองของภาคีเลยนะ เหมือนหมามากกว่า ฮ่าฮ่าๆๆๆ "
เสียงหัวเราะดังไปทั่วทั้งห้องก่อนที่มันจะค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เขาคิดไม่ผิดจริงๆ ด้วย มันคือ ลำดับที่หนึ่ง
" มาร์คัส หมา... " เสียงที่เปล่งออกไปแทบจะเหมือนลมด้วยซ้ำสำหรับเขาในตอนนี้
" แกว่าอะไรนะ " มาร์คัสถาม ก่อนจะค่อยๆ ก้มลงมาใกล้เขา
" แกว่าหมาเวลาจนตรอกมันทำอะไรได้บ้าง? " ก่อนที่มันจะรู้ตัว วายุก็ใช้แรงทั้งหมดที่มีเฮือกสุดท้ายในการฟันไปที่หน้าของมาร์คัสจนเกิดแผลเป็นทางยาวจากขมับถึงหน้าแก้ม ถึงจะไม่ตายแต่แผลนี้จะอยู่กับมันไปตลอดไม่หายแน่นอน
" อ๊ากกก มึง! ไอ้เหี้ยวายุ!! กูกะจะให้มึงตายสบายๆ แต่มึงดันรนหาที่เองนะ! " มาร์คัสที่ตอนนี้กำลังโมโหสุดขีด ลากตัววายุออกมาที่ระเบียงห้องนั่งเล่นก่อนจะจับครึ่งตัวเขาพาดไปบนราว " มึงจำหน้ากูไว้ให้ดีๆ นะไอ้วายุ เพราะกูคือคนที่มึงจะได้เห็นก่อนตาย!! "
หลังจากพูดจบมาร์คัสก็จับเขาโยนลงมาจากชั้นสามสิบแปด ความรู้สึกของร่างที่ดิ่งลงมาแม้จะพยายามไขว่คว้าเพื่อหาสิ่งยึดเหนี่ยวชีวิตเฮือกสุดท้าย แต่ที่คว้าได้มีเพียงอากาศและความว่างเปล่าเท่านั้น
ร่างหนาที่เคยลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศตกสู่พื้นดินเสียงดัง เสียงกระดูกที่แตกละเอียดพร้อมกับความชาไปทุกส่วนของร่างกายมันไม่เจ็บเลย ไม่เจ็บเท่ากับในใจเขาตอนนี้ที่มันได้แต่ถามว่าอะไรเป็นสาเหตุให้คนในภาคีคิดจะกำจัดเขา เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตย้อนกลับเข้ามาให้เห็นในช่วงสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจจะหายไปพร้อมกับสายลม
ยังไม่ได้ทำอะไรที่ตัวเองต้องการจริงๆ เลยสักอย่าง ได้แต่รับคำสั่งจากภาคี มีชีวิตอยู่เพื่อภาคี ไม่มีงานอดิเรก ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรัก ชีวิตเขาไม่มีอะไรที่เป็นของตัวเองสักอย่าง เสียดายอยู่เหมือนกันนะ...