ราตรีที่เงียบสงัดมีเพียงแสงจากดวงจันทร์ที่ให้ความสว่าง แสงจันทร์ตกกระทบลงสู่ร่างสูงใหญ่ของกลุ่มอมนุษย์กลุ่มหนึ่งทอดยาวไปตามพื้นดินเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ มุ่งหน้าสู่ถิ่นอาศัยของตน
ไอยศูรย์และเวฬกาลพร้อมสมิงกลุ่มหนึ่งออกไปสำรวจพื้นที่ที่คนของตนรายงานมาว่าเป็นจุดที่มีสมิงหลายตนหายตัวไป แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่พบร่องรอยอื่นใดมีเพียงรอยเท้าให้ดูต่างหน้าที่เป็นรอยย่ำไปมาในบริเวณนั้น
สมิงหนุ่มผู้รั้งตำแหน่งผู้นำเผ่าหัวเสียไม่น้อยที่หาสาเหตุไม่ได้ยิ่งระยะหลังมีสมิงหายตัวไปมากขึ้นความเครียดก็ยิ่งทวีคูณเพราะถูกเหล่าครอบครัวพ่อแม่แลลูกเมียของสมิงเหล่านั้นมาโวยวายฟูมฟายร้องเรียนกับตนอยู่ทุกวัน
ขบวนของกลุ่มสมิงมองเห็นแสงไฟจากคบเพลิงอยู่รำไรจึงรู้ว่าใกล้ถึงเผ่าของพวกตนแล้ว เพราะเป็นอมนุษย์ประสาทสัมผัสการรับรู้จึงดีกว่าคน เมื่อเดินเข้าใกล้เขตประตูทางเข้าเผ่าเสียงพูดคุยก็ลอยเข้าหูสมิงทั้งกลุ่ม มันจะไม่เกี่ยวอะไรเลยถ้าหากว่าหัวข้อในการสนทนาไม่ใช่คนที่เดินนำข้างหน้า
“เจ้าได้ยินเรื่องที่ท่านไอยศูรย์เอากวางมาให้นังศิจันทร์เมียไอ้อินทุหรือยัง?” หนึ่งในหน่วยลาดตระเวนเอ่ยถามคู่หูของตนในคืนนี้
กึก
ฝีเท้าของไอยศูรย์หยุดลงทันทีแล้วยืนรั้งรอฟังบทสนทนาต่อโดยไม่สนใจอาการมึนงงของคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลัง จนกระทั่งทั้งหมดได้ยินเสียงคนพูดคุยกันจึงได้เริ่มเงียบแล้วฟังตาม
คนถูกถามพยักหน้าพร้อมกับอ้าปากหาวหวอดๆ
“เจ้าว่ามันโกหกหรือไม่?” สมิงตนเดิมยังถามต่ออย่างต้องการถามความคิดเห็น
“เป็นไปได้ ข้าเองก็ไม่คิดว่าคนอย่างท่านไอยศูรย์จะมีเมตตาเป็นหรอก”
“ข้าก็ว่าเช่นนั้น ไม่มีทางเสียหรอกที่สมิงคลั่งเช่นนั้นจะมีเมตตา”
ผู้ถูกนินทากัดฟันกรอดอย่างโมโห เหล่าสมิงตนอื่นๆ ที่ได้ยินเสียงข่มกลั้นของผู้นำตรงหน้าก็เริ่มใจไม่เป็นสุขไปตามๆ กัน ภาวนาให้สมิงหน่วยลาดตระเวนทั้งสองตนหยุดการพูดเอาไว้เพียงแค่นี้แต่คำภาวนาไม่เป็นผลเมื่อหนึ่งในนั้นยังคงเอ่ยต่ออย่างไม่รู้ตัวภัยร้ายได้มาถึงตัวแล้ว
“เผ่าสมิงเราถูกรุกรานหนักขึ้นก็เพราะผู้นำเผ่าเป็นเช่นนี้แหละ ผู้นำของพวกเราอ่อนแอจนถูกเผ่าอื่นๆ โจมตีไม่เว้นวัน แก้ไขปัญหานี้ไม่ได้เสียทีมีแต่ผู้อื่นคอยวิ่งเต้นจัดการให้” มันเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว คู่หูที่เป็นเวรวันนี้ก็พยักหน้าเช่นเดียวกัน
ยุคสมัยที่ถูกปกครองโดยผู้นำเผ่าอย่างไอยศูรย์นั้นไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ
ส่วนคนที่ได้ยินนั้นใบหน้าถมึงทึงดวงตาวาวโรจน์กำหมัดแน่นแต่ก็ยังควบคุมอารมณ์ไม่ให้พุ่งเข้าไปจัดการสั่งสอนพวกปากพล่อยที่บังอาจว่าผู้นำอย่างตน เพราะถูกเตือนมาจากผู้หยั่งรู้อย่างศิราวตรีทำให้ตนต้องอดกลั้นไม่ให้กระทำการอันใดที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ
จนกระทั่งความอดทนอดกลั้นทั้งหมดแตกทลายลงเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของสมิงฝีปากกล้าตนนั้น
“ข้าว่าท่านเวฬกาลสมควรเป็นผู้นำเผ่าเสียยิ่งกว่าสมิงไม่ได้เรื่องอย่างท่านไอยศูรย์เสีย- อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบมันก็ต้องร้องออกมาด้วยวความเจ็บปวดเมื่อถูกอะไรบางอย่างที่แหลมคมกดเข้าที่ลำคอ
“มึงว่าอย่างไรนะ?” เสียงทุ้มต่ำคำรามในลำคอด้วยเดียวน้ำเสียงเย็นยะเยือก ดวงสีอำพันเข้มกว่าที่เคย ขีดเรียวรีตรงกลางหรี่ลงอย่างอาฆาตมาดร้ายจิตสังหารรุนแรงแผ่กระจายออกมารวมถึงพลังอำนาจของผู้นำที่ถูกปลดปล่อยออกมาให้พวกมดปลวกฝีปากกล้าได้สัมผัสดูว่าตนนั้นหาได้อ่อนแออย่างที่พวกมันพูดกัน
“ท่านไอยศูรย์!” สมิงอีกตนที่รวมหัวนินทาร้องเรียกชื่อผู้ที่ลงมือทำร้ายเพื่อนของมันอย่างตกใจเข่าอ่อนทรุดตัวลงกับพื้นดินเพราะทนอำนาจผู้นำไม่ได้
“เป็นอย่างไรพลังของคนที่พวกมึงบอกว่าไม่ได้เรื่อง?”
“…” คนถูกถามไม่สามารถตอบได้ ได้แต่ร้องครวญครางด้วยคำเจ็บปวดเพราะถูกเล็บแหลมคมจิกลงไปที่ลำคอ
“พวกมึงกล้าดีอย่างไรถึงบังอาจมาว่าผู้นำเผ่าเช่นกู!!”
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก
พูดแต่ละครั้งมือก็ออกแรงจิกเล็บลงลึก เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก็ดังมากยิ่งขึ้นจนสมิงหลายๆ ตนได้ยินแล้ววิ่งออกมาดูเหตุการณ์แต่ก็ต้องเข่าอ่อนล้มลงเมื่อปะทะกับพลังอำนาจของผู้นำเผ่าที่แผ่กดดันออกมารอบ ๆ
“ท่านไอยศูรย์ใจเย็นก่อนขอรับ!” สมิงที่มีสติที่สุดอย่างเวฬกาลเอ่ยร้องห้ามเมื่อเห็นว่าผู้นำตนเริ่มขาดสติ ลวดลายพาดกลอนของร่างสมิงเริ่มปรากฏขึ้นตามตัว แต่ก็เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเสียงร้องห้ามของผู้ใด
สมิงในกำมือใหญ่ยังคงร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อผู้นำตนกดเล็บอันแหลมคมลงลึกมากยิ่งขึ้นจนแทบจะทะลุคออีกฝั่ง ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างมีสีหน้าซีดเซียวหวาดกลัวแต่ไม่อาจจะทำอันใดได้ ในวินาทีที่ทุกคนเห็นว่าร่างสูงใหญ่กำลังจะลงมือปลิดชีพสมิงตนนั้นดวงตาก็เบิกกว้างอย่างตกใจช่วยกันร้องขอชีวิตผู้เคราะห์ร้ายกันดังลั่น
มือใหญ่กำลำคอที่ชุ่มไปด้วยเลือดแน่นก่อนจะออกแรงหักคอหมายจะฆ่าให้ตายไปในคราวเดียว แต่ถูกเสียงเรียกชื่อที่ดังออกจากฝั่งประตู “ไอยศูรย์หยุดมือบัดเดี๋ยวนี้!” และใครบางคนที่ปรากฏตัวในระยะกระชั้นชิดจับมือตนให้หยุดมือทันก่อนที่จะทำการฆ่าสมิงตรงหน้าให้ตกตาย
!!!
ดวงตาดุร้ายของสมิงคลั่งเบิกกว้างอย่างไม่อาจจะเชื่อสายตา เวฬกาลสามารถหลุดจากอำนาจสมิงผู้นำเช่นตนได้อย่างไร!
“ท่านไอยศูรย์ปล่อยก่อนเถิด” เวฬกาลเอ่ยขอร้องพร้อมกับดึงมือของผู้นำตนออกจากคอของสมิงที่ดูเหมือนจะใกล้ขาดใจ รีบดึงตัวสมิงผู้นำที่ยืนแข็งค้างให้ขยับไปอยู่ในการดูแลของชนายุเพราะกลัวว่าหากยังให้อยู่ใกล้เกรงว่าเรื่องจะไม่จบแค่นี้ก่อนจะหันไปสั่งการบรรดาคนอื่นๆ ให้รีบพาผู้บาดเจ็บไปรักษา แล้วสั่งแยกย้ายกำชับห้ามให้พูดถึงเรื่องนี้
“ชนายุพานายเจ้าไปที่ถ้ำของข้าก่อนประเดี๋ยวข้าจะตามไป” นางสมิงที่ยืนดูเหตุการณ์ทุกอย่างเงียบๆ เอ่ยขึ้นกับสมิงรับใช้ของไอยศูรย์
“ขอรับ”
“ท่านศิราวตรี” สมิงหนุ่มหันมาทักทายผู้ที่เป็นเจ้าของเสียงร้องห้ามเมื่อครู่
ดวงตาสีม่วงหลุบมองรอยเลือดหยดบนพื้นก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ขอบใจที่ห้ามไอยศูรย์เอาไว้ได้ทัน”
เวฬกาลยิ้ม “ไม่เป็นอันใดขอรับ”
“อย่างไรก็ฝากเจ้าจัดการที่เหลือด้วยนะ ข้าขอตัวไปจัดการทางโน้นก่อน”
“ขอรับท่านศิราวตรี” สมิงหนุ่มพยักหน้าให้กับนางสมิงแล้วมองอีกฝ่ายที่เดินกลับเข้าไปยังเผ่าพร้อมผู้รับใช้ประจำกาย จากนั้นตนก็ตามเข้าไปแต่แยกไปดูคนเจ็บ
ทางด้านชนายุที่พาผู้เป็นนายมายังถ้ำของท่านศิราวตรีตามที่บอกก็ยืนเฝ้าคนที่นั่งนิ่งไร้ปฏิกิริยาเคลื่อนไหวแววตาว่างเปล่าไร้ความรู้สึกอย่างเป็นห่วง จนกระทั่งเห็นเจ้าของถ้ำตามกลับมาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง อีกฝ่ายพยักหน้าให้ตนอย่างเข้าใจก่อนจะส่งสัญญาณให้ออกไปก่อน ชนายุผงกหัวเป็นอันรับทราบก่อนจะมองนายตนอีกรอบแล้วเดินออกจากถ้ำไป
ศิราวตรีมองผู้ที่นั่งนิ่งสายตาดูว่างเปล่าก็ต้องหนักใจ “ไอยศูรย์” ไร้ซึ่งการตอบกลับนางสมิงจึงได้ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ใช้ความคิดอยู่กับตนเองจนในที่สุดร่างสูงก็ยอมเอ่ยปาก
“ข้าจะลงเขาเดี๋ยวนี้”
“เร็วไปหรือไม่ มันยังไม่ถึง-”
“ข้าไม่สน!”
“…” เมื่อถูกน้ำเสียงดุดันตวาดลั่นถ้ำนางสมิงเฒ่าก็ได้แต่เงียบ
“อีกสองวันข้าจะกลับมา ฝากดูเผ่าด้วยแล้วกัน” ร่างสูงเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกจากถ้ำไปไม่รอฟังอีกคนพูดอะไรให้ระคายหูอีก ทิ้งให้เจ้าของถ้ำได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก ไม่ว่าอย่างไรก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามชะตาสินะ นางคงฝ่าฝืนไม่ได้จริงๆ คงได้แต่หวังว่าเบื้องบนจะส่งสัญญาณเตือนมาที่นางหากว่าเกิดเหตุการณ์อะไรร้ายแรงขึ้น
“ท่านไอยศูรย์” ชนายุเอ่ยเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากถ้ำสายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
ใบหน้านิ่งเรียบทว่าดวงตาดุดันไม่สนใจสายตาห่วงใยของสมิงรับใช้ “ไปบอกวรัชญ์ให้เตรียมตัว”
“เตรียมตัวไปที่ใดหรือขอรับ”
ร่างสูงไม่ตอบ “เช้ามืดวันรุ่งข้าจะลงเขา พวกเจ้าสองคนเตรียมตัวให้พร้อม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่ง แม้ว่าจะประกาศกร้าวกับนางสมิงว่าจะไปเดี๋ยวนี้แต่ก็ฉุกคิดมีสติขึ้นได้ทีหลังเอ่ยจบก็เดินหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ไอยศูรย์ไม่ได้กลับไปยังเรือนของตนแต่หายตัวออกไปนอกอาณาเขตของเผ่าสมิง ร่างสูงใหญ่แปลงกายกลับคืนสู่ร่างจริงกลายเป็นสมิงรูปร่างสูงใหญ่ขนสีดำสนิทกลมกลืนกับความมืดในเวลากลางคืนมีเพียงดวงตาสีเหลืองอำพันเข้มที่สามารถระบุได้ว่าเจ้าตัวอยู่ที่ใด สมิงตัวใหญ่วิ่งกระโจนลัดเลาะไปตามสันเขาสูงจนถึงสถานที่แห่งหนึ่ง
ที่แห่งนั้นเป็นผาหินขนาดเล็กตรงสุดขอบมีเนินดินที่สูงกว่าบริเวณอื่นๆ ลักษณะเป็นรูปวงกลม ไอยศูรย์ในร่างสมิงเดินเยื้องย่างเข้าไปใกล้อย่างเชื่องช้า ดวงตาที่ดุดันเปลี่ยนเป็นความอาวรณ์ไม่เหลือคราบสมิงผู้โหดร้ายเมื่อครู่ ลำตัวที่เคยยืดตรงอย่างองอาจลู่ลงหมอบต่ำทิ้งตัวนอนซบเนินดินที่ถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าสีเขียวจนหาพื้นไม่เจอ เปลือกตาค่อยๆ หรี่ลงจนปิดสนิทอย่างไม่ต้องการคิดสิ่งใดอีก มีเพียงเสียงคะนึงในห้วงจิตที่ร่ำร้องอยู่ภายใน
ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินดารกา