เป็นอย่างที่เดือนแขกังวลเพราะหลังจากพูดคุยกันไม่นานลมก็หอบเอาเมฆครึ้มพัดมาถึงหยาดฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาทันทีเล่นเอาทั้งสองต้องรีบเก็บเข้าเก็บของเข้าใต้ชายคา แสงสว่างวาบผ่าลงมาที่ปลายยอดต้นไม้สูงตามมาด้วยเสียงดังสนั่น
ชายชราตะโกนแข่งกับเสียงฝนบอกให้หญิงสาวรีบเข้ามาข้างในเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่กำลังกรูเข้ามาใกล้ทางขึ้นบ้าน “นังแขรีบเข้ามาข้างในเร็วเข้า!”
หญิงสาวหันมองไปยังด้านหลังตามสายตาชายชราที่มองอยู่ด้วยอาการตาเบิกกว้างจึงเห็นเงาดำตะคุ่มมากมายที่อยู่ตรงตีนบันไดทางขึ้น ร่างเล็กผงะอย่างตกใจเผลอขยับเท้าถอยหลังเมื่อตั้งสติได้ก็รีบเข้าไปอยู่ใกล้ตาของตน
เสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงลมพัดแรงทว่าไม่ใช่มันเป็นเสียงที่ดังมาจากกลุ่มเงาดำนั่น คล้ายว่าพวกมันอยากจะขึ้นมาในบ้านแต่ขึ้นไม่ได้จึงทำได้เพียงส่งเสียงหวีดหวิวโหยหวนอยู่แบบนั้น
“พวกนั้นคืออะไรกันหรือจ๊ะตา” เดือนแขถามอย่างหวาดๆ ขนกายลุกชันอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ว่าจะคุ้นเคยกับพวกวิญญาณคนตายอยู่บ้างแต่ก็เฉพาะพวกที่เห็นบ่อยๆ อย่างผีคนเป็นหรือผีรับใช้ที่เป็นวิญญาณของตายอดที่ถูกสะกดฤทธิ์เดชให้เชื่อฟังและไม่ได้มีกลิ่นไอน่ากลัวและเหม็นเน่าชวนสะอิดสะเอียนอย่างเช่นกลุ่มเงาดำตรงหน้า
“พวกผีตายโหงที่ถูกทำให้เป็นผีรับใช้” ตายอดตอบมองไปยังด้านล่างอย่างกังวล พวกเดียวกันคงรู้ว่ามีคนละสังขารจึงคิดส่งให้ผีรับใช้มาจัดการเอาชิ้นส่วนบางอย่างจากกายหยาบของคนตายไป จำนวนเยอะขนาดนี้คงมีหลายคนทีเดียวที่ส่งมา
งานยากแล้ว..
“เอ็งไปเอาของในห้องไอ้คำมาให้ข้าที พวกผ้ายันต์สีแดงบนพาน สายสิญจน์ ควายธนู เอามาให้หมด”
หญิงสาวละสายตาจากพวกที่อยู่ด้านล่างพยักหน้ารับคำสั่งคนเป็นตา แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหนก็ถูกเรียกรั้งก่อน
“เดี๋ยว”
“จะเอาอะไรอีกเหรอจ๊ะ?” หญิงสาวเอ่ยถามเพราะคิดว่าคนเป็นตาอยากได้อะไรเพิ่ม
“เอ็งไปเอาของที่ไอ้คำให้เอ็งติดตัวด้วย” อย่างน้อยมีสิ่งนั้นติดตัวไว้ก็ทำให้ตนพอที่จะเบาใจได้บาง
“…”
“ห้อยไว้กับตัวเลยก็ดี” ตนมีความรู้สึกว่าเรื่องร้ายจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดคิด
เดือนแขพยักหน้าก่อนจะรีบเดินไปเอาของตามที่ตายอดต้องการด้วยความรวดเร็ว ขาเรียวเล็กภายใต้ผ้าถุงผืนยาวสีเข้มสับเท้าก้าวไปยังห้องของตาคำกวาดสายตาหาของที่ต้องการเมื่อพบก็รีบคว้ามาถือแล้วรีบไปยังห้องของตนต่อระหว่างทางยังคงได้ยินเสียงหวีดหวิวที่น่าขนลุกอยู่ตลอด หญิงสาวผลักประตูเข้าไปในห้องของตนวางของในมือลงบนโต๊ะไม้แล้วค้นห่อผ้าส่วนตัวหาของที่พึ่งได้รับมาเมื่อเจอแล้วก็หยิบมันขึ้นมาตรงหน้าพินิจมองอย่างฉงนสุดท้ายก็รีบเหน็บไว้ในเสื้อตัวในแล้วรีบไปหาตาของตน
ทางด้านยอดที่กำลังสั่งให้พวกบริวารตนขับไล่วิญญาณผีตายโหงที่ถูกส่งมาก็เหงื่อแตกพลักเต็มใบหน้า การใช้พลังในการคุมผีรับใช้เป็นจำนวนมากๆ ไม่ใช่เรื่องดีแม้แต่น้อยแถมพวกที่ถูกส่งมาก็ไม่ใช่เล่นๆ สามารถสู้กันได้อย่างสูสี แต่ให้ว่าตามความจริงจอมขมังเวทย์วัยชรานั้นเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวด้วยซ้ำไม่ค่อยมีโอกาสตอบโต้คืนสักเท่าไหร่
“ฉันมาแล้วจ้ะตายอด” เสียงของหลานสาวทำให้ยอดต้องแบ่งสมาธิมาตอบพร้อมคว้าเอาของในมือเดือนแขไปและสั่งการ
“เอ็งไปจัดการช่วยกันอย่าให้ไอ้พวกข้างล่างฝั่งโน้นขึ้นมาได้” ตายอดพยักพเยิดไปหน้าไปทางฝั่งชานบ้านด้านข้างที่มีกลุ่มเงาดำอีกกลุ่มพยายามที่จะฝ่าอำนาจของผ้ายันต์ขึ้นมา
“จ้ะตา” ใบหน้านวลพยักขึ้นลงพยายามข่มความกลัวไปยังจัดการตามที่ตาบอก ร่างเล็กเดินไปยังชานบ้านมองดูกลุ่มผีร้ายที่พยายามขึ้นมาในบ้าน สองมือพนมขึ้นกลางอกริมฝีปากบริกรรมคาถาป้องกันตามที่ได้ร่ำเรียนมาจากตายอดด้วยความรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำเมื่อว่าเสร็จแล้วก็เบาลมออกไปข้างหน้า
หวี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงหวีดร้องโหยหวนดังขึ้นแสบแก้วหูจนหญิงสาวนิ่วหน้ายกมือขึ้นมาป้องหูเอาไว้และดูเหมือนจะได้ผลเมื่อมีเงาดำบางส่วนหายไปจากบริเวณนั้น ริมฝีปากสีสดยกยิ้มอย่างดีใจเป็นครั้งแรกที่เธอได้ต่อสู้กับวิญญาณจริงๆ แต่ก็ต้องหน้าซีดเพราะดูเหมือนว่าผีร้ายที่เหลือจะเริ่มโกรธพวกมันพากันสร้างลมกระโชกแรงพุ่งเข้าใส่ร่างบางที่ยืนอยู่จนทำให้ต้องรีบขยับไปเกาะเสาเอาไว้ แม้พวกมันจะไม่สามารถเข้ามาในบ้านได้แต่ก็ยังสามารถใช้ฤทธิ์สร้างลมแรงพัดเอาเศษใบไม้และกิ่งไม้แหลมคมมากมายพุ่งเข้าใส่ ทันใดนั้นเศษไม้แหลมอันหนึ่งบาดเข้าที่แขนเดือนแขอย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ปรากฏเลือดสีแดงสดไหลออกมามากมาย
เสียงหวีดหวิวเสียดหูดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและเริ่มดังขึ้นกว่าเดิมคล้ายว่าพวกมันพึงพอใจที่ทำให้หญิงสาวบาดเจ็บได้
หูของเดือนแขอื้ออึงใบหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะแสบแผลที่สัมผัสโดนเข้ากับน้ำฝน แต่กระนั้นก็พยายามที่จะร่ายคาถาป้องกันตนเองทั้ง ๆ ที่ร่างกายสั่นสะท้านเพราะความหวาดกลัว
ทางด้านชายชราที่หลังจากได้รับของมาก็จัดการเสกควายธนูออกไปสู้กับพวกผีตายโหงทั้งหลาย ดวงตาฝ้าฟางมองตามวิญญาณสิ่งของปลุกเสกที่ลงไปวิ่งไล่ขวิดพวกเงาดำที่พยายามจะขึ้นมาบนบ้านให้ได้ พวกมันมีมากเหลือเกิน ร่างผอมแห้งละสายตาจากตรงนั้นแล้วหันมาพันสายสิญจน์รอบตัวร่างไร้วิญญาณของเพื่อนตนเพื่อป้องกันไม่ให้มีผีตนใดมาแตะต้องได้ ขณะที่กำลังบริกรรมคาถาอยู่เสียงคำรามของสัตว์ชนิดหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงดังตุบจากทางด้านหลังตน
กรรรรรรรรรรรรรร
!!!
ดวงตาชายชราเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อหันมาเจอร่างของเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่ถึงสองตนที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เสือที่เป็นสัตว์ปกติ
นี่มัน…เสือสมิง!!!
เมื่อเผชิญกับสิ่งที่น่ากลัวกว่าอย่างไม่คาดคิดสมาธิในการควบคุมผีรับใช้ก็แตกกระเซ็นและเพราะมีสิ่งที่มีฤทธิ์เดชกว่ายันต์กันผีจึงขาดไหม้มลายหายไป เหล่าวิญญาณของผีร้ายก็ถือโอกาสเข้ามาในบ้านทันที
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนชายชราไม่ทันตั้งตัวไม่รู้ว่าต้องรับมือกับสิ่งใดมากกว่ากัน สมิงสองตนมองร่างของชายชราครู่เดียวก่อนจะคำรามใส่หนึ่งหน สายตาดุร้ายมองหาอะไรบางอย่างจนกระทั่งพบกับสิ่งที่มันตามหา สายตาของเสือสมิงทั้งสองตนมองไปยังร่างของหญิงสาวที่ยืนกุมแขนที่เปื้อนเลือดตัวเองด้วยแววตากระหาย
หอม…หอมเหลือเกิน ต้นตอของกลิ่นอยู่ตรงนั้นเอง…
ไม่รอช้าพวกมันทั้งคู่วิ่งกระโจนเข้าใส่ทันทีทำเอายอดร้องลั่น
“นังแข!!”
หญิงสาวหันมองตามเสียงเรียกของคนเป็นตาก็ต้องหวีดร้องลั่นเพราะความหวาดกลัว ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นหลับตาปี๋ด้วยความสิ้นหวัง ณ ตอนนี้ตนไม่มีสติที่จะจดจำมนต์คาถาที่เกี่ยวกับการต่อกรกับอมนุษย์ที่แสนอันตรายอย่างสมิงที่ตายอดพร่ำสอนแม้แต่น้อย
โฮกกกกกกกกกกกกกก
เสียงคำรามดังสนั่นจนบ้านสะเทือนพร้อมกับเสียงผลัวะดังติดต่อกันสองสามครั้ง
เดือนแขไม่ได้รับความเจ็บปวดอย่างที่เตรียมใจเอาไว้เธอจึงทำใจกล้าลืมตามองต้นตอของเสียงที่เกิดขึ้น ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำเอาหญิงสาวแทบลมจับ เสือตัวใหญ่สีดำทมิฬกำลังสู้อยู่กับสองเสือลายพาดกลอน สู้กันอยู่ครู่หนึ่งก็รู้ผล เสือสีดำเป็นฝ่ายมีชัยนับว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่เสือสีดำสามารถเอาชนะเสือลายพาดกลอนสองตัวนั้นได้ พวกมันทั้งสองหมอบลงก้มหัวให้กับเสือสมิงสีดำที่แยกเขี้ยวคำรามลั่นอย่างยอมจำนน
เสียงครามทำเอาผู้ที่ได้ยินต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวยิ่งกับคนที่อยู่ใกล้อย่างเดือนแขด้วยแล้วความกลัวที่มียิ่งทวีคูณ น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลอาบแก้มนวลที่หายกลืนปะปนไปกับหยาดฝนที่หล่นลงมากระทบใบหน้าเมื่อเห็นว่าอมนุษย์ที่อยู่ในร่างของเสือสีดำตัวใหญ่กำลังเยื้องย่างเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ ปากของมันอ้าออกให้เห็นเขี้ยวแหลมคม มันเดินเข้าคล่อมเหนือร่างบางจนเป็นเงาทาบทับมืดมิด ดวงตาสีเหลืองอำพันเข้มจดจ้องสบกับดวงตากลมโตของมนุษย์สาวด้วยสายตาดุดัน พลันเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาในหัวของเดือนแข
กลิ่นเพียงแค่นี้พวกเจ้าก็ขาดสติหรือ? อ่อนหัดเสียจริง
สมิงตัวใหญ่มองหญิงสาวสลับกับสมิงลายพาดกลอนทั้งสองอย่างตำหนิ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและดุดันก่อนจะเอ่ยกับบริวารตนต่อโดยไม่รู้ว่าเสียงของตนนั้นหญิงสาวมนุษย์ตรงหน้านั้นได้ยิน
เจอแล้วก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหา
จัดการทุกอย่างเสร็จจะได้รีบกลับไปสะสางเรื่องราวที่เผ่าต่อ คิดแล้วสมิงสีดำตัวใหญ่ก็ขยับเข้าใกล้ใบหน้านวลที่แสดงออกว่าหวาดกลัวนั้นก่อนจะอ้าปากกว้างแล้วกัดลงไปที่ลำคอขาวทันที
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาวดังลั่นก่อนจะหายไปพร้อมกับร่างเล็กที่ตัวอ่อนยวบนอนราบหมดสติไปพร้อมๆ กับเสียงอันคุ้นเคยที่พึ่งได้ยินไปไม่นานตามมา
“พอเท่านั้นแหละไอยศูรย์!”