ตอนที่ ๑

1776 Words
“ของหมดเท่านี้หรือจ๊ะน้องแข” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เอ่ยถามเดือนแขเมื่อขนของขึ้นหมด “มีเท่านี้และจ้ะพี่เข้ม” เดือนแขตอบแต่ก็หันไปถามชายชราอีกครั้ง “ของที่จะเอาไปหมดแล้วใช่หรือไม่จ๊ะตา” ชายชราที่ยืนโดยใช้ไม้ตะพดค้ำยันพื้นมองคนขนข้าวของขึ้นเกวียนเล่มเล็กเรียบร้อยพยักหน้าเป็นคำตอบก่อนจะเอ่ยกับทั้งสองคนที่ตนไหว้วานมาขนข้าวของให้ “ขอบใจพวกเอ็งมากนะไอ้เข้มไอ้หมาย” “ไม่เป็นไรจ้ะพ่อครู” เข้มเอ่ยตอบตายอดหรือที่ผู้คนรู้จักในนามอาจารย์ยอดจอมขมังเวทย์แห่งหมู่บ้านป่าโมกข์ “แล้วนี่จะไปกี่วันกันล่ะจ้ะถึงขนข้าวของไปมากมายเช่นนี้” “จนกว่างานจะเสร็จโน้นแหละข้าถึงกลับมา” เดือนแขขมวดคิ้วตนและตาจะไปเยี่ยมเพื่อนของตาที่หมู่บ้านน้ำพางไม่ใช่หรือทำไมตาถึงว่าจะไปงาน งานอะไรทำไมเธอจึงไม่รู้? “ถ้าเช่นนั้นเดินทางปลอดภัยนะจ๊ะน้องแข พ่อครู” เข้มไม่ได้ละลาบละล้วงเอ่ยถามต่อเพียงแค่อวยพรทั้งสองให้เดินทางปลอดภัย “รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีนะน้องแข” เข้มยืนเอ่ยลากับหญิงสาวโดยเฉพาะมองอีกฝ่ายที่ขึ้นไปนั่งด้านในเกวียนเป็นที่เรียบร้อย มันนั้นตามเกี้ยวตามจีบมานานตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาวอายุสิบห้า เดือนแขเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยมีเสน่ห์ ฝีมืองานบ้านงานเรือนจัดได้ว่าไร้ที่ติ ฐานะถึงไม่ได้ร่ำรวยถึงขนาดเป็นเศรษฐีแต่ก็มีอันจะกินเพราะเป็นถึงหลานสาวคนเดียวของพ่อครูยอดที่มีลูกศิษย์ลูกหามาฝากตัวร่ำเรียนวิชาด้วย หญิงสาวจึงเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มในหมู่บ้านและหมู่บ้านข้างเคียงที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนบ้านของพ่อครู “จ้ะ พี่เองก็เช่นกันนะ” เดือนแขยิ้มตอบตามมารยาทให้กับชายหนุ่ม รับรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับตัวเองแต่เธอนั้นไม่ได้คิดอะไรกับอีกฝ่ายไปมากกว่าพี่ชายที่เห็นกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มหรือคนอื่นๆ ที่เข้ามาเดือนแขก็ไม่ได้รู้สึกมีใจพิศวาสผู้ใดเป็นพิเศษ คล้ายว่าเธอยังไม่เจอคนที่ใช่ เมื่อตอบชายหนุ่มเสร็จเดือนแขก็กลับเข้าไปในเกวียนจากนั้นคนเป็นตาก็ออกคำสั่งให้คนขับเคลื่อนเกวียนออกเดินทาง “เอ็งยังไม่ถอดใจอีกหรือว่าไอ้เข้ม ดูก็รู้ว่านังแขมันไม่มีใจให้เอ็งสักนิด มันก็เห็นเอ็งเป็นพี่ชายเหมือนที่มันเห็นข้าหรือคนอื่นๆ ที่ตามจีบมันนั่นแหละ” หมายเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่มองท้ายเกวียนเล่มเล็กตาละห้อย เพื่อนของมันตามจีบหญิงสาวอายุอ่อนกว่ามาหลายปีก็ไม่มีวี่แววว่าจะสมหวัง คนอื่นๆ ที่พากันตามเที่ยวไล้เที่ยวขื่อหญิงสาวเช่นเดียวกับไอ้เข้มมันถอดใจไปตั้งแต่ปีสองปีแรก แต่เพื่อนตนนี่ตามเกี้ยวมาสี่ปีแล้วเห็นจะได้ คนอื่นพากันมีเมียมีลูกไปกันหมดแล้ว “ข้ารู้ว่าเดือนแขมันไม่ได้คิดอะไรกับข้า แต่ข้าก็อยากจะสู้ต่ออีกหน่อยว่ะ” เข้มตอบพร้อมกับถอนหายใจดังเฮือก พร้อมมีท่าทีกังวลบางอย่าง “แขมันแค่ไปเยี่ยมญาติเดี๋ยวมันก็กลับมาจะทำท่าหมดอาลัยตายอยากขนาดนั้นวะไอ้เข้ม” หมายส่ายหน้าไปมา เพื่อนมันเกินเยียวยาแล้วกระมังแค่สาวที่ชอบไปห่างไกลหน่อยล่ะจะเป็นจะตายแสดงออกเสียหมด โถ่เอ๊ย! เสียเชิงชายหมด เข้มขมวดคิ้วก่อนจะบอกบางอย่างที่คิดว่าเพื่อนตนยังไม่รู้ “หากเอ็งรู้ว่าแขกับพ่อครูไปที่ใดเอ็งจะไม่มีท่าทีแบบนี้หรอกไอ้หมาย” “แล้วสองคนนั้นไปไหนกันล่ะ” หมายถามกลับอย่างอยากรู้ว่าทำไมเพื่อนตนจึงดูกังวลเหลือเกิน “บ้านน้ำพางหรือที่พวกชาวบ้านเรียกกันดงสมิงนั่นล่ะ” ใช่แล้วบ้านน้ำพางมีชื่อที่หมู่บ้านอื่นแอบตั้งชื่อให้ว่าบ้านดงสมิง เพราะแถวนั้นมันติดกับเขตที่เชื่อกันว่ามีสมิงอาศัยอยู่ในดินแดนลี้ลับ “ฉิบหาย!” เมื่อหมายได้ยินว่าทั้งสองไปที่ไหนก็อุทานออกมาอย่างตกใจ “ทำไมพ่อครูพาหลานไปที่แบบนั้นกันล่ะ” หมู่บ้านนั้นคนนอกไม่อยากเข้าไปนักหรอกเพราะขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่อันตราย เข้มส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” “เออ เอ็งอย่าห่วงนักเลยพ่อครูเองก็มีวิชาแกร่งกล้าไม่แพ้ใคร ยังไงเสียก็ปกป้องหลานคนเดียวได้อยู่แล้วล่ะ” หมายตบบ่าให้เพื่อนเลิกกังวล “เออ ข้าก็ภาวนาให้เป็นอย่างนั้นแหละ” ถึงปากจะบอกอย่างนั้นแต่มันกลับมีลางสังหรณ์ว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับคนที่มันรักอย่างเดือนแข…. -- “นานไหมจ๊ะกว่าจะถึงหมู่บ้านน้ำพาง” เดือนแขถามคนเป็นตาขณะที่เกวียนกำลังเคลื่อนไปที่ไปข้างหน้าที่เธอก็ไม่รู้ว่าจุดหมายของสถานที่มันอยู่ที่ใด ตั้งแต่เกิดมาจำความได้เดือนแขก็อาศัยอยู่แต่ในหมู่บ้านกับตายอดที่ป่าโมกข์ตั้งแต่เด็กจนโตอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปต่างที่ แม้ว่าสถานที่ที่จะไปนั้นหลายคนต่างบอกว่าอันตรายมากก็ตาม “หนึ่งวันหนึ่งคืน” “ไกลถึงขนาดนั้นเลยหรือจ๊ะ” “อืม” “ตา ที่ตาบอกพี่เข้มว่าจะกลับมาตอนเสร็จงาน งานอะไรหรือ” เดือนแขอดที่จะถามตาของตนด้วยความสงสัยไม่ได้ ชายชราชะงักก่อนจะมองหลานสาวด้วยสายตาที่ออกแฝงไปด้วยความพึงพอใจแต่ขณะเดียวกันก็ดูคิดหนัก จอมขมังเวทย์แห่งบ้านป่าโมกข์ถอนหายใจก่อนจะตอบหลานสาวตรงหน้า “ประเดี๋ยวเอ็งไปถึงก็จะรู้เอง” เดือนแขเป็นผู้หญิงฉลาดหูตาความคิดอ่านไวไม่แปลกที่จะสะกิดใจตอนได้ยินตนพูดกับเข้ม ไอ้เรื่องหูตาไวมันก็เป็นเรื่องดี…แต่มันทำเอาข้าหนักใจเพราะต้องตอบคำถามมันนี่แหละ หญิงสาวพยักหน้าให้คนเป็นตา ตายอดไม่ใช่คนพูดเยอะเวลามีเรื่องอะไรถ้าอยากจะบอกจะบอกเองถ้าไม่อยากบอกก็ไม่ปริปาก ดังนั้นคงต้องรอให้ไปถึงหมู่บ้านน้ำพางเธอก็คงจะรู้เอง ขณะที่มองทิวทัศน์ป่าที่ไม่คุ้นตาไปเรื่อยจู่ ๆ ตายอดก็ถามขึ้น “นังแข เอ็งชอบพออยู่กับไอ้เข้มหรือเปล่า” “ทำไมถามเรื่องนี้ล่ะจ๊ะตา” ใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัยมองไปยังตาขณะที่ถาม “อุวะ ข้าถามเอ็งก็ตอบสิวะ” ชายชราสบถเมื่อถูกย้อนถามกลับ “ไม่จ้ะ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เข้มในเชิงชู้สาวเลยจ้ะตา ฉันคิดกับพี่เข้มเพียงพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น” เดือนแขตอบด้วยท่าทีจริงจังกลัวว่าตาจะเข้าใจผิดแล้วคิดที่จะยกเธอให้ศิษย์คนโปรด เธอรู้มาว่าพี่เข้มแอบขอเธอจากตาหลายต่อหลายครั้งโดยบอกว่าจะตบแต่งเป็นเมียจะดูแลเธออย่างดี แต่ที่แล้วมาอีกฝ่ายก็ไม่ได้รับคำตอบจากตาของตน “อืม ดีแล้วล่ะ มันกับเอ็งไม่ใช่คู่กันหรอก” หลังจากที่พูดจบก็ไม่มีบทสนทนาอะไรระหว่างตาหลานต่ออีก ชายชราหลับตานั่งสมาธิเข้าฌานส่วนหญิงสาวอย่างเดือนแขก็มองออกไปนอกเกวียนขบคิดหลายเรื่องอยู่ในหัวตามลำพัง ขบวนเดินทางของสองตาหลานยังคงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งตะวันตรงศีรษะมองไม่เห็นเงาตัวเอง ตายอดจึงสั่งให้คนขับเกวียนจอดพักและให้เอาวัวลากเกวียนไปกินน้ำกินหญ้า “ตรงไปนี่สักห้าสิบก้าวจะเจอบ่อน้ำมึงเอาวัวมันไปกินน้ำกินหญ้าให้เรียบร้อย เสร็จแล้วกูจะให้ข้าวมึงกิน” ร่างบางมองชายชราสั่งคนขับเกวียนที่ไม่พูดจาเอาแต่พยักหน้าก่อนจะเดินเอาวัวสองตัวที่ใช้ลากเกวียนเดินจากไป เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วหญิงสาวจึงได้ชักชวนคนเป็นตามานั่งที่ใต้ร่มไม้ใหญ่จัดการแกะเอาข้าวปลาที่ห่อมาจากบ้านเมื่อเช้าออกมากิน จอมขมังเวทย์หยิบปิ้งปลาแยกออกมาหนึ่งตัวพร้อมเนื้อหนึ่งชิ้นและข้าวเหนียวหนึ่งปั้นจากนั้นก็วางไว้ที่ใบตองที่ฉีกแยกออกมาไว้ก่อนหน้า บ่นพึมพำในลำคอครู่หนึ่งแล้วก็หันมาล้างไม้ล้างมือเตรียมกินข้าว “ตากินผักด้วยสิจ๊ะอย่ากินแต่เนื้อยิ่งท้องไส้ไม่ดีอยู่” เดือนแขบ่นเตือนคนแก่เมื่อเห็นว่ามือเหนี่ยวย่นหยิบแต่เนื้อแห้งที่ตนย่างมาเมื่อเช้าเข้าปาก “กินผักข้ายิ่งท้องไส้ไม่ดี กินเนื้อสิวะถึงจะมีแรง” ชายชราโต้แย้งทำให้คนเป็นหลานส่ายหน้าอย่างปลงตกสุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้คนแก่กินตามใจอยาก เอาเถอะถ้าตาเธอท้องผูกขึ้นมาค่อยต้มยาให้กิน คนแก่กินยาไม่ยากหรอก เมื่อกินข้าวปลาเสร็จแล้วพักอีกสักครึ่งยามชายคนขับเกวียนก็จูงวัวกลับมาพอดี ทำการประกอบเกวียนกลับคืนเสร็จก็ส่งสัญญาณให้ตาของเดือนแขว่าพร้อมเดินทาง “ตา ลุงเขายังไม่กินข้าวกินปลาเลยไม่ใช่หรือ เราไม่รอให้เขากินข้าวก่อนสักหน่อยแล้วค่อยออกเดินทาง” หญิงสาวเอ่ยท้วงมองชายวัยกลางคนที่สวมหมวกสานมองไม่เห็นหน้าตานั่งนิ่งด้านหน้าเกวียนเตรียมตัวเดินทางต่อ “มันกินแล้ว” ชายชราตอบ เดือนแขขมวดคิ้วอย่างฉงนแต่ก็พยักหน้ารับทราบ “อย่างนั้นเหรอจ๊ะ” เธอไม่เห็นลุงเขามีห่อข้าวติดตัวไปด้วยสักนิด “เออสิวะ รีบๆ ขึ้นไปด้านในได้แล้ววันนี้ต้องรีบไปให้ถึงเขตป่ากระเจา” ชายชรารีบไล่ให้หลานสาวที่ช่างสังเกตขึ้นไปในเกวียนแล้วสั่งให้คนขับออกเดินทางต่อ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD