ตอนที่ ๓

1676 Words
ความมืดในช่วงเวลากลางคืนไม่ได้เป็นอุปสรรคในการมองเห็น ร่างสูงโปร่งของสมิงหนุ่มเดินลัดเลาะป่าเรื่อย ๆ จนกลับมาถึงสถานที่ตั้งเผ่าพันธุ์ตนเอง สายตาสบกับพลลาดตระเวนแล้วพยักหน้าให้กันอย่างรู้กัน ชนายุเดินผ่านพลลาดตระเวนเข้าไปด้านในอาณาเขตของเผ่าสมิงของตน เสียงผู้คนเอ่ยทักทายตลอดทางก็ได้แต่พยักหน้าเป็นการตอบรับไม่ได้แวะพูดคุยแต่อย่างใด เดินเข้ามาถึงเขตด้านในจนถึงเรือนที่ปลูกแยกห่างจากเรือนอื่นๆ มากโข เพราะเจ้าของไม่ต้องการวุ่นวายกับผู้ใดและไม่ต้องการให้ผู้ใดมาวุ่นวายด้วย “เจ้าหามันพบหรือยังชนายุ” คนมาเยือนไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากส่งเสียงเจ้าของเรือนก็รับรู้ได้ว่าเป็นผู้ใดทั้งที่นั่งหันหลังให้ประตูทางเข้า ชนายุคุกเข่าลงก้มหน้ารอรับการลงโทษไม่เอ่ยอันใด เพราะครั้งนี้ตนก็ไม่มีคำตอบที่แตกต่างจากครั้งก่อนหน้า เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่เป็นที่น่าพอใจแรงกดดันมากมายก็ถูกส่งมายังร่างที่กำลังคุกเข่าอยู่ อั่ก! แคก!ๆ สมิงรับใช้กระอักเลือดออกมาพร้อมกับทรุดลงไปนอนกับพื้นก่อนที่เสียงเหยียบเย็นจะเอ่ยไล่ “ไสหัวออกไป” คนถูกลงโทษพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะกลืนก้อนเลือดลงคอแล้วลุกขึ้นออกไปอย่างยากลำบาก ยังไม่ทันที่จะได้ออกไปไกลจากอาณาเขตของนายตน ร่างของสมิงตัวโตเต็มวัยที่มีกลิ่นอายอำนาจเต็มเปี่ยมก็พุ่งออกจากเรือนยืนจังก้าเงยหน้าคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดแล้วกระโจนหาไปในความมืดภายในพริบตา ทิ้งให้เหล่าสมิงใต้อาณัติที่ได้ยินเสียงขวัญผวาไปตามๆ กัน “โดนลงโทษอีกแล้วหรือชนายุ” เสียงนุ่มนวลที่เจือไปด้วยความสงสารเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าร่างสมิงของผู้นำเผ่าหายไปแล้ว “รมิตา” สมิงหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อคนที่พึ่งโผล่มาหน้าออกมาจากที่ซ่อน ตนรู้ตั้งนานแล้วว่าอีกฝ่ายอยู่แถวนี้และคิดว่านายท่านก็รู้เช่นกัน “นี่ยา ท่านศิราวตรีให้นำมาให้เจ้า” ชนายุมองขวดยาในมือเล็กของสมิงสาวก่อนจะหยิบมาแล้วกระดกลงคอเพื่อบรรเทาอาการช้ำภายในร่างกาย เมื่อครู่ถูกพลังของนายตนลงโทษหนักไม่น้อยแต่กระนั้นตนก็หาได้โกรธไม่ สมควรแล้ว… “ขอบคุณเจ้า” เมื่ออาการดีขึ้นสมิงหนุ่มก็เอ่ยขอบคุณคนที่นำยามาให้ รมิตาสมิงสาวผู้รับใช้หนึ่งในผู้ที่มีอำนาจของเผ่าสมิงโบกไม้โบกมือ “เจ้าไปขอบคุณท่านศิราวตรีเถิด ข้าเพียงทำตามคำสั่งนายหญิงข้า” ตนกำลังจะเตรียมที่นอนให้นายหญิงศิราวตรีแต่จู่ ๆ อีกฝ่ายก็นำขวดยายื่นให้ตนพร้อมสั่งว่าอีกครู่หนึ่งให้นำไปมอบให้ผู้รับใช้คนสนิทของผู้นำเผ่าอย่างชนายุ “ท่านผู้นำโกรธอันใดเจ้าถึงลงโทษหนักเพียงนี้” สมิงหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งมองซ้ายขวาก่อนจะเอ่ย “เพราะเรื่องคนผู้นั้น” รมิตาที่ได้ยินคำว่าคนผู้นั้นก็พยักหน้าเข้าใจมองซ้ายขวาอีกครั้งก่อนจะกระซิบเสียงเบา “ยังหาไม่พบอีกหรือ” รมิตาเอ่ยถามจึงได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าจากชนายุ “แต่คำทำนายของท่านศิราวตรีไม่เคยพลาด” ชนายุพยักหน้าเห็นด้วยคำที่รมิตาพูดนั้นตนเองก็พึ่งพูดไปในวันนี้ แต่พวกตนที่เฝ้าสำรวจตรวจสอบหมู่บ้านนั่นก็ไม่พบคนที่ตามหาแม้แต่น้อย “ข้าหวังเพียงว่าจะเจอคนผู้นั้นก่อนวันพระจันทร์สีเลือด” สมิงหนุ่มว่าพร้อมกับมองดูดวงจันทร์สีเหลืองนวลที่ลอยเด่นบนฟากฟ้าได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้พบคนผู้นั้นโดยเร็วก่อนทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเผ่าสมิงคงวุ่นวายกว่านี้เป็นแน่…. เสียงนกป่านกเขาร้องเตรียมพร้อมออกหากินเมื่อใกล้เวลาเช้า เช้ามืดวันนี้กลุ่มสมิงที่ตื่นขึ้นมาต่างจับเข่าพูดคุยกันภายในเรือนของตนถึงเสียงคำรามเมื่อคืนอย่างออกรส พากันคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าครั้งนี้ท่านผู้นำเผ่าเกรี้ยวกราดด้วยเรื่องอันใด “เจ้าว่าท่านไอยศูรย์โมโหเรื่องอันใดหรือ เมื่อคืนเสียงคำรามลั่นหมู่บ้านเล่นเอาเรือนที่มีเด็กเล็กวุ่นวายเพราะลูกหลานสะดุ้งตื่นร้องไห้งอแงกันแทบทุกเรือน” สมิงสาวนางหนึ่งเอ่ยกับเพื่อนที่มีหน้าที่ในการจัดเตรียมอาหารให้กับเหล่าผู้มีอำนาจในเผ่าในทุกๆ วัน “จะสงสัยเพื่ออะไรรัมภา ท่านไอยศูรย์ก็อารมณ์เสียเป็นประจำ” สินีเอ่ยตอบเพื่อนคนสนิท มือก็คอยจัดการหันเนื้อหมูป่าเป็นชิ้นๆ เพื่อง่ายต่อการกินของบรรดาเจ้านายทั้งหลาย ไม่ต้องแปลกใจอันใดที่เห็นสมิงเช่นพวกตนประณีตกับการกินเพราะสมิงเองก็มีวิถีชีวิตไม่ต่างอะไรกับเหล่ามนุษย์เพียงแต่เนื้อสัตว์ที่ถูกนำมาเป็นอาหารนั้นจะไม่ผ่านการปรุงหรือทำให้สุกแบบมนุษย์ “เฮ้อ บางทีข้าเองก็อยากมีผู้นำที่ไม่โมโหร้ายดุจสมิงคลั่งตลอดเวลาเช่นนี้” สมิงสาวที่เอ่ยพร้อมถอนหายใจ การรับมือกับอารมณ์ร้ายของผู้นำเผ่าอย่างเช่นท่านไอยศูรย์นั้นไม่ง่ายเลย “หากว่าท่านเวฬกาลเป็นผู้นำเผ่าเราก็คงจะดี” เมื่อรัมภาพูดจบสินีก็มีสีหน้าตกใจก่อนจะวางมีดรีบหันซ้ายขวาก่อนจะเอ่ยเตือนเพื่อนของตน “หยุดปากของเจ้าเดี๋ยวนี้รัมภา! เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากใครได้ยินเข้าเจ้ากับข้าได้ถูกไล่ออกจากเผ่าแน่!” สมิงสาวนามรัมภามีสีหน้าไม่เดือดร้อนใจก่อนจะเอ่ยกับเพื่อนของตนอย่างสินีว่า “สมิงตนใดจะมาได้ยินที่นี่ห่างไกลจากเรือนของคนอื่นแถมเช้ามืดขนาดนี้คงมีแค่ข้ากับเจ้า โน้น ใกล้จะได้เวลายกสำรับโน้นคนจากเรือนต่างๆ ถึงจะมาที่นี่” หลังจากนั้นสมิงสาวก็เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นโดยที่ไม่รู้ว่าด้านนอกกระโจมมีคนผู้หนึ่งได้ยินบทสนานั้น “เอาอย่างไรดีเจ้าคะนายหญิง จะให้ข้าไปสั่งสอนนังพวกปากพล่อยนี่หรือไม่” สมิงผู้รับใช้เอ่ยถามนายของตนด้วยอารมณ์โมโห พวกพูดไม่รู้จักคิดเช่นนี้สมควรถูกลงโทษเสียบ้าง สมิงพวกนี้จะไปรู้อะไรวันๆ อยู่แต่ไหนเผ่าหาได้มีหน้าที่อันใดมากมาย ใบหน้าที่มีร่องรอยเหี่ยวย่นส่ายหน้าไปมาก่อนจะเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบาง “ปล่อยพวกนางไปเถิด ต่อจากนี้ไปทุกอย่างจะดีขึ้นเอง” ตำแหน่งผู้นำไม่มีผู้ใดสามารถมาแทนกันได้ มีเพียงผู้ที่มีสายเลือดผู้นำเท่านั้นที่จะได้รับการสืบทอดหน้าที่นี้ ไอยศูรย์จะเป็นผู้นำเผ่าอีกนานก่อนจะเกิดการผันเปลี่ยนตำแหน่งเมื่อสายเลือดผู้นำถือกำเนิดขึ้น เรื่องนี้ก็ยังอีกนานนักกว่าจะเป็นดั่งเช่นที่นางเห็น แต่ก่อนจะมีวันที่สวยงามทั่วทั้งพื้นดินของเผ่าสมิงจะต้องถูกละเลงไปด้วยเลือด ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้วทั้งสิ้น……แต่ถึงอย่างนั้นตัวนางเองก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่ร้ายแรงมากนัก เดือนแขลืมตาตื่นมาเพราะได้ยินเสียงนกเสียงสัตว์เล็กในป่าร้อง มือยันกายลุกขึ้นมาก็พบว่าเป็นช่วงเวลาใกล้สว่างเต็มที สายตาสอดส่องมองซ้ายขวาเพื่อหาคนเป็นตาทว่าพบเพียงแค่กองเถ้าถ่านที่จุดไล่แมลงเมื่อคืน สักครู่ก็ได้ยินเสียงเดินก็พบว่าอีกฝ่ายเดินออกจากพุ่มไม้ข้างๆ สถานที่พักของพวกตนพร้อมกับปลาตัวอ้วนสามตัวที่ถูกห้อยด้วยเส้นตอกไม้ไผ่ “ลุกแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตาทางนั้นมีลำธารอยู่” ตายอดชี้มือไปทางฝั่งที่ตนเดินจากมา หญิงสาวพยักหน้าลุกขึ้นแล้วลงมาจากเกวียนสาวเท้าไปตามทางที่ชายชราชี้บอก สายตามองเส้นทางด้านหน้าที่เป็นรอยทางชัดเจนแสดงให้เห็นว่ามีคนเดินผ่านบ่อยๆ เพราะไม่มีหญ้าใดๆ เกิดขึ้นเลย ใช้เวลาราวห้านาทีก็เดินมาถึงลำธารเล็ก เดือนแขค่อยๆ เดินลงไปริมลำธารเหยียบโขดหินเล็กข้ามไปสองสามก้อนจึงถึงแหล่งน้ำใส มือเรียวเล็กทำการวักน้ำเข้าหน้าเพื่อล้างหน้าล้างตาจากนั้นก็แปรงฟัน เมื่อทำธุระเสร็จหญิงสาวก็นั่งมองธรรมชาติในหัวคิดถึงความกังวลลึกๆ ที่ตนมีตั้งแต่ที่ก้าวเท้าออกมาจากหมู่บ้านมาแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงคิดเช่นนั้น ขณะที่กำลังอยู่ในภวังค์ความคิดตนก็รู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองอยู่พลันกลิ่นคาวเลือดก็โชยมาแตะจมูก เดือนแขพยายามที่จะเก็บอาการตื่นตระหนกของตนเอง ดวงตามองไปรอบๆ กายที่ยังไม่มีแสงสว่างมากนักแต่ก็ไม่พบอะไรหากในความรู้สึกนั้นไม่ใช่ เธอคิดว่ามีบางอย่างกำลังจ้องมองเธออยู่หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายลงก่อนจะลุกขึ้นแล้วรีบเดินกลับไปหาตาของเธอที่อยู่ที่พักในใจก็พยายามรวบรวมสติบริกรรมคาถาพรางกายที่คนเป็นตาเคยสอนไว้ ทิ้งให้สายตาคู่หนึ่งมองด้วยความสนใจแต่ก็เพียงครู่เดียวก่อนที่เจ้าของสายตาคู่นั้นจะละสายตาเลิกสนใจแล้วหันหลังกลับไปยังถิ่นของตน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD