ตอนที่ ๑๑

1762 Words
แสงแดดกล้ายามดวงอาทิตย์สาดส่องลงมาเป็นแนวตรงที่กลางแอ่งน้ำตกที่ห่างไกลจนแทบไม่มีผู้ใดหามันเจอ เสียงน้ำไหลจากที่สูงตกลงมากระทบโขดหินเบื้องล่างจนน้ำกระเซ็นเป็นละอองฝอยเล็กๆ ทำให้อากาศบริเวณนี้เย็นฉ่ำ เหล่าสัตว์เล็กต่างมาอาศัยกินน้ำจากที่นี่พวกมันต่างส่งเสียงร้องพูดคุยจนกระทั่งต้องรีบกระพือปีกบินหนีไปเนื่องจากมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังวิ่งตรงมายังที่นี่ เป็นเสือขนาดใหญ่ขนสีดำสนิทโผล่มาที่ริมขอบแอ่งน้ำตกก่อนจะหันหลังไปมามองด้านหลังตนที่มีเสือสีขาวที่ตัวเล็กกว่าอีกตัวตามมาถึงติดๆ จากนั้นเสือสองตัวนั้นก็กลายเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยและชายหนุ่มที่หล่อเหลาคมเข้ม ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเป็นฝ่ายเดินนำลงไปในน้ำตกและรับเอาร่างเล็กตามลงไป ทั้งคู่ว่ายน้ำเล่นไปมาพร้อมกันวักน้ำสาดใส่กันหยอกล้ออย่างมีความสุข เสียงหัวเราะทุ้มต่ำสลับกับเสียงหัวเราะกังวานใสดังขึ้นเป็นระยะ “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าชอบที่นี่หรือไม่” ชายหนุ่มเอ่ยถามหลังจากที่ขึ้นจากน้ำมานั่งพักบนโขดหินบริเวณขอบแอ่งน้ำตก “ข้าชอบมาก ท่านพาข้ามาเที่ยวเล่นเช่นนี้ไม่เป็นอันใดหรือ?” ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายอย่างฉงน เธอไม่เคยบอกอีกฝ่ายสักครั้งว่าอยากมาในที่แบบนี้ คนตรงหน้ากำลังอยู่ในช่วงที่วุ่นวายด้วยภาระหน้าที่อันมากมายของคู่ตนย่อมไม่อาจมีเวลามาเล่นอะไรไร้สาระเช่นนี้ ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยน “เพียงเจ้าชอบก็ดีแล้ว” ไม่อาจบอกได้ว่าตนเป็นฝ่ายหนีงานเหล่านั้นเพื่อที่จะพาอีกคนมาที่นี่ต่างหาก “เหนื่อยมากหรือไม่” ร่างบางมองคนอีกคนอย่างห่วงใย คนถูกถามส่ายหน้า “มันเป็นหน้าที่ของข้าที่จะต้องทำ” หน้าที่ของผู้นำที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดตนไม่สามารถที่จะเลือกได้ ใบหน้านวลพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจเธอทำได้เพียงเอ่ยเป็นกำลังใจให้อีกคน “ท่านยังมีข้าอยู่นะไอยศูรย์” “ข้ารู้” เพราะรู้ว่ามีอีกคนอยู่เคียงข้างตนจึงมีกำลังใจที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไป “หลังจากเสร็จสิ้นพิธีข้าจะพาเจ้าไปที่แห่งหนึ่ง” นับตั้งแต่ที่เขาเตรียมตัวเข้ารับตำแหน่งผู้นำเผ่าก็ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันกับคนรักของตนเลยจึงคิดที่จะชดเชยให้ “จริงหรือ?” “จริงสิ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีทุกอย่างข้าจะพาเจ้าไป” “ท่านสัญญาแล้วนะ” “อืม ข้าให้สัญญา เจ้าก็ต้องสัญญากับข้าเรื่องหนึ่งนะดารกา” ชายหนุ่มขยับตัวเข้านั่งใกล้คนรักก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กเข้ามากอบกุมเอาไว้ทั้งสองข้าง เงยหน้ามองตาอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งก่อนจะเอ่ย “สัญญาว่าเจ้าจะอยู่กับข้าอย่างนี้ไปจนวันสุดท้ายของชีวิต” ดารกาพยักหน้าขึ้นลงริมฝีปากยิ้มกว้างเอ่ยรับปากอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด “ข้าสัญญา” สายตาคู่คมทอดมองไปไกลไร้จุดหมายเมื่อนึกถึงภาพวันเก่าๆ ที่ผ่านมาเนิ่นนาน ภาพความทรงจำที่สวยงามคำสัญญาของคู่พันธะตนในวันวานยังคงเด่นชัด ทุกอย่างในตอนนั้นมันช่างเต็มไปด้วยความสวยงามและมีความสุขจนไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตนและคนรักจากกันไปตลอดกาล ยิ่งนึกถึงยิ่งเจ็บปวดเวลาที่ล่วงเลยมาเป็นร้อยปีไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย “ท่านไอยศูรย์” เสียงชนายุที่เรียกทำให้ร่างสูงได้สติกลับคืนมาแต่เมื่อหันกลับไปมองแล้วเห็นว่าอีกฝ่ายอุ้มร่างของใครบางคนมาด้วยก็ต้องหงุดหงิดอีกครั้ง เหอะ คู่พันธะอย่างนั้นหรือ มนุษย์อ่อนแอเช่นนี้ไม่คู่ควรสักนิด “คืนนี้พักที่นี่พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทาง” ไอยศูรย์ออกคำสั่ง ในป่าฝนยังคงตกแม้จะไม่แรงแต่ก็ไม่สะดวกในการเดินทางต่อ ยิ่งมีภาระชิ้นโตติดมาด้วยแล้ว ถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดที่จะพักในคืนนี้ “ขอรับท่านไอยศูรย์เอ่อ..แล้ว” สมิงรับใช้มองนายตนพลางมองมนุษย์สาวที่ตนอุ้มอยู่อย่างต้องการคำสั่ง ดวงตาสีอำพันมองหญิงสาวด้วยสายตาเฉยชา “ผู้ใดอยากพามาก็ดูแลเอง” เสียงทุ้มต่ำตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหนีไปยังด้านในถ้ำหาที่จุดไฟให้แสงสว่างไม่สนใจสีหน้าที่หนักใจของสมิงรับใช้ของตน “…” ข้าไม่ได้อยากพามาเสียหน่อยท่านศิราวตรีสั่งต่างหาก ชนายุได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจ วรัชญ์ตบบ่าให้กำลังใจเพื่อนของตนก่อนจะเสนอความคิด “เจ้าเอานางไปไว้ด้านในเถิด เดี๋ยวนางจะไม่สบาย” มนุษย์นั้นอ่อนแอนักเพียงแค่ต้องลมต้องฝนนิดหน่อยก็เจ็บป่วยแล้ว สมิงหนุ่มคิดโดยที่ลืมไปว่าหญิงสาวชาวมนุษย์ที่พวกตนพากันอุ้มมานั้นถูกคนเป็นนายกัดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าหากว่าไม่ได้นางสมิงเฒ่าประจำเผ่าช่วยเอาไว้ ชนายุพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปด้านในที่ตอนนี้มีแสงสว่างจากกองไฟที่ถูกจุดโดยไอยศูรย์ ภายในถ้ำเงียบไร้เสียงพูดคุยมีเพียงการนั่งล้อมกองไฟ วรัชญ์เป็นฝ่ายทำหน้าที่เติมฟืนที่มีในถ้ำลงกองไฟเรื่อย ๆ ที่แห่งนี้คงเป็นสถานที่พักแรมค้างคืนของผู้ที่เดินทางเข้ามาป่าจึงมีร่องรอยของการก่อกองไฟหลายๆ จุดรวมถึงเศษฝืนที่เหลือจากการเผาไหม้ นานเข้าฟืนที่มีก็ใกล้หมดลงทั้งสองจึงคิดขอตัวไปหาไม้มาเพิ่มและหาอาหารแต่ติดอยู่ตรงที่ว่าหากพวกตนสองคนออกไปแล้วจะทำเช่นไรกับมนุษย์หญิงผู้นั้นเพราะจึงได้แต่มองกันไปมาต่างเกี่ยงกันว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายพูดกับไอยศูรย์ ทางด้านคนที่นั่งหลับตานิ่งที่แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็สัมผัสได้จึงได้เอ่ยถาม “พวกเจ้าสองคนมีอะไร” ทั้งสองสะดุ้งก่อนที่ชนายุจะเป็นฝ่ายเอ่ย “เอ่อ..ท่านไอศูรย์พวกข้าสองคนคิดว่าจะออกไปล่าสัตว์มาให้ท่านแล้วก็จะไปหาฝืนมาเพิ่มขอรับ” แล้วก็ไปหาสมุนไพรมารักษาอาการของมนุษย์ผู้นั้นด้วย ซึ่งอย่างหลังนี้ทั้งสองไม่ได้เอ่ยบอกไป “ก็ไป” “เอ่อ..ถ้าเช่นนั้นมนุษย์..นั่นคือว่า..” วรัชญ์อึกอักไม่กล้าพูดว่าฝากดูมนุษย์นั่นที เพราะจากเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นหมาดๆ ก็รู้ว่าไอยศูรย์ไม่ได้สนใจไยดีแถมยังมีทีท่ารังเกียจหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งมากทีเดียว แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคู่พันธะที่ช่วยสะสางในปัญหาที่พวกตนกังวลในปัจจุบันก็ตาม ใช่ว่าพวกตนจะสัมผัสไม่ได้ว่าตอนนี้อำนาจสมิงผู้นำของไอยศูรย์เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนแน่นอนเพราะผลจากการผูกพันธะ “…” ร่างสูงนิ่งงันไร้คำตอบ “ข้าไปคนเดียวก็ได้ เจ้าอยู่กับท่านไอยศูรย์ที่นี่แหละ” ชนายุเป็นฝ่ายตัดสินใจบอกให้เพื่อตนอยู่ที่นี่เพราะดูแล้วไม่ว่าอย่างไรนายตนก็ไม่สนใจหญิงสาวผู้นั้นจริงๆ ท่านศิราวตรีกำชับไว้ว่าต้องพาอีกคนกลับถึงเผ่าอย่างปลอดภัยอย่าให้ไอยศูรย์ทำอะไรร่างบางนี่เป็นอันขาด “เจ้าอยู่นี่ดีกว่าเดี๋ยวข้าไปเอง” ขณะที่ทั้งสองเถียงกันว่าใครจะอยู่ใครจะไปไอยศูรย์ก็พูดขึ้น “พวกเจ้าสองคนไปทั้งคู่นั่นแหละ” ทั้งสองชะงักหยุดเถียงก่อนจะหันหน้ามามองผู้นำเผ่าของตน “รีบไป” ไอยศูรย์พูดแค่นั้นก่อนจะหลับตาเข้าสู่สมาธิของตนทิ้งให้สองบ่าวมองหน้ากันไปมาก่อนที่จะพากันออกจากถ้ำไปตามคำสั่งของคนเป็นนาย หลังจากที่ทั้งสองออกไปภายในถ้ำก็มีเพียงเสียงไม้ลั่นจากกองไฟ แต่แล้วเสียงครางเพ้อแผ่วเบาที่ฟังไม่ได้ศัพท์ก็ดังขึ้น “หนาว อื้อ หนาวจัง” ดวงตาคมกริบลืมตาขึ้นมาพร้อมหันทางยังต้นตอของเสียง แม้จะเป็นเสียที่เบามากๆ จนแทบไม่ได้ยินหากแต่หูของอมนุษย์อย่างสมิงได้ยินชัดเจน “ตายอด..ช่วยฉันด้วย ฉันหนาว” สมิงหนุ่มยังคงเปรยหางตามองร่างเล็กที่นอนขดตัวเข้าหากันด้วยความเฉยชาและพยายามไม่สนใจแต่เสียงเพ้อนั่นก็ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทำให้ไอยศูรย์รู้สึกรำคาญ ร่างสูงผุดลุกแล้วเดินเข้าไปใกล้ร่างบางที่นอนไม่ได้สติอยู่ มือหนากระชากไหล่มนพลิกขึ้นมาอย่างไม่เบาแรงนักเพื่อที่จะดูว่ามนุษย์อ่อนแอนี่เป็นอะไรนักหนาถึงได้ร้องครวญไม่หยุดแบบนี้ แต่ความร้อนที่แผ่มาถึงมือใหญ่ทำให้คนที่ตั้งใจจะมาระบายความหงุดหงิดเพราะรู้สึกรำคาญใจต้องชะงัก “หนาว…หนาวจังเลยจ้ะตา” ร่างที่ไร้สติยังคงละเมอเพราะพิษไข้ ใบหน้านวลมีเหงื่อชื้นเต็มกรอบหน้า “…” ดวงคู่คมมองราบเรียบไร้ความรู้สึกทว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยเข้ามาแตะจมูกกลับทำให้อารมณ์หงุดหงิดรำคาญใจที่เกิดเบาบางลงอย่างง่ายดาย ในชั่วขณะนั้นคล้ายว่าความรู้สึกของไอยศูรย์เป็นห่วงมนุษย์ตรงหน้าอย่างไม่มีสาเหตุ มือหนายื่นไปทาบลงบนหน้าผากมนพร้อมทั้งใช้พลังของตนรักษาพิษไข้ให้กับอีกฝ่ายอีกทั้งยังรักษาบาดแผลจากการถูกคมเขี้ยวของตนกัดอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งเสียงเพ้อของร่างบางหยุดหายไปพร้อมๆ กับแผลที่ลำคอขาวผู้นำเผ่าสมิงจึงได้รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ร่างสูงรู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่งก่อนจะถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิมพร้อมทั้งคิดในใจ ที่ช่วยมนุษย์ผู้นี้ยังคงเป็นประโยชน์เฉยๆ หรอก ไม่มีอันใดทั้งนั้นแหละ….
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD