ดวงตะวันใกล้คล้อยต่ำของวันต่อมาทั้งสามก็ได้กลับมาถึงเผ่าสมิง ระหว่างทางผ่านก็เจอผู้คนในเผ่าไม่น้อยทั้งหมดต่างโค้งศีรษะให้การเคารพไอยศูรย์พร้อมชำเลืองมองร่างของใครบางคนที่ถูกวรัชญ์อุ้มเดินตามหลัง ร่างสูงของผู้นำเผ่ามุ่งตรงไปยังที่อาศัยของนางสมิงผู้หยั่งรู้ประจำเผ่าเพื่อพบปะพูดคุยและนำตัวหญิงสาวผู้ที่ตามหากันมานานไปส่ง
เขาไม่คิดที่จะรับผิดชอบภาระชิ้นนี้อย่างแน่นอน เป็นคู่ชะตาแล้วอย่างไรในเมื่อเขาไม่ยอมรับก็เป็นได้แค่เพียงคนที่มีประโยชน์ที่ช่วยให้ตนแข็งแกร่งขึ้นแค่นั้น
แล้วคล้ายว่าสมิงเฒ่าจะล่วงรู้เมื่อเดินขึ้นไปถึงอีกฝ่ายก็ยืนคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว
“กลับมาถึงกันไวกว่าที่คิด”
“ท่านศิราวตรี” สมิงหนุ่มทั้งสองโค้งศีรษะเป็นการทักทาย ศิราวตรีพยักหน้าให้พร้อมกล่าวกับทั้งคู่ “ลำบากพวกเจ้าแล้ว อุ้มนางเข้าไปด้านในรมิตาจะรับช่วงต่อจากพวกเจ้าเอง”
“ขอรับ” วรัชญ์รับคำแล้วเดินเข้าไปด้านในถ้ำตามคำสั่งของนางสมิงเฒ่า
ศิราวตรีละสายตาจากคนที่พึ่งเดินเข้าไปแล้วหันมาคุยกับร่างสูงตรงหน้า “เป็นอย่างไรบ้าง” นางรับรู้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นของสมิงหนุ่มผู้นำ ดูจากสีหน้าแล้วความกังวลที่เคยมีได้คลายลงไปบ้างแล้วแต่เพียงเท่านั้นถือว่ายังไม่เสร็จสิ้นหรอก
“ก็ดี แต่ข้ารู้สึกว่ามันยังไม่มากพอ” พลังของเขาเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนก็จริงแต่ดูเหมือนว่ามันยังไม่เติมเต็มทั้งหมด
นางสมิงพยักหน้าก่อนจะเอ่ย “เจ้าต้องเข้าพิธีกับนาง”
“…”
“เจ้าต้องทำไอยศูรย์ มิเช่นนั้นเจ้าก็จะเป็นผู้นำเผ่าที่อ่อนแอ เจ้าต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นเผ่าเราตอนนี้ถูกแทรกซึมจากเผ่าต่างๆ มากนัก”
ไอยศูรย์กัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด ปัญหาต่างๆ ประเดประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อนสมิงหนุ่มหลับตาระงับอารมณ์ก่อนจะลืมตาขึ้นมาพูดกับสมิงตรงหน้า “อยากทำอะไรก็ทำแต่ห้ามผู้ใดรู้เรื่องนี้” หมายความว่าเรื่องทำพิธีจะต้องเป็นความลับ ร่างสูงว่าเสร็จก็เดินหนีไปทันทีทำเอาชนายุตามแทบไม่ทันส่วนวรัชญ์ที่พึ่งกลับออกมาจากที่ไปส่งหญิงสาวในถ้ำก็รีบตามไล่หลังไป
ศิราวตรีได้แต่ส่ายหน้าไปมากับความน่าปวดหัวที่ต้องเผชิญก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำของตนเพื่อดูหญิงสาวผู้อาภัพ
“นางเป็นอย่างไรบ้าง”
“นายหญิงข้าตรวจดูแล้วไม่มีอันใดให้ต้องทำการรักษาเลยเจ้าค่ะ นางปกติดีทุกอย่าง” รมิตาบอก นายหญิงของนางบอกว่าวันนี้จะมีคนไข้ให้มารักษาให้นางเตรียมหยูกยาเอาไว้ให้พร้อมรู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่าคนที่วรัชญ์เป็นฝ่ายพาเข้ามานั้นเป็นหญิงสาวมนุษย์ที่ดูบอบบางเหลือเกินคนหนึ่ง นางจึงรีบทำการตรวจร่างกายดูแต่ก็พบว่าทุกอย่างปกติดีไม่ได้ผิดปกติที่ใด
สายตาของนางสมิงกวาดตาดูตามร่างกายของหญิงสาวอย่างจริงจังแม้จะเห็นตั้งแต่แรกว่าร่างบางที่ไร้สตินั้นไร้บาดแผลใดๆ ต่างจากตอนที่ตนเห็นสภาพล่าสุดในตอนถอดจิตไปหยุดสมิงร้ายอย่างไอยศูรย์ เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่สมิงผู้นำนั้นยอมรักษาอีกฝ่าย นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีได้หรือไม่นะ?
“แล้วจะทำอย่างไรกับมนุษย์ผู้นี้ต่อดีเจ้าคะ”
“รอให้นางฟื้นประเดี๋ยวค่อยว่ากัน”
สมิงสาวพยักหน้าก่อนจะเอ่ยถามเรื่องที่ตนสงสัยตั้งแต่แรก “นายหญิง”
“ว่าอย่างไร”
“มนุษย์ผู้นี้เป็นใครกันหรือเจ้าคะ”
ศิราวตรีมองร่างของหญิงสาวด้วยความเมตตาก่อนจะตอบสมิงรับใช้ของตน “หญิงสาวผู้นี้คือคนที่จะมาเปลี่ยนแปลงเผ่าสมิงของเรา” ดวงตาสีม่วงอ่อนจางทอดมองไร้จุดหมาย
ใกล้ถึงเวลาที่จะทำให้ทุกอย่างที่ค้างคาและเจ็บปวดมานานจบสิ้นเสียที….
“ไปแจ้งเหล่าผู้อาวุโสและพวกหัวหน้าหน่วยต่างๆ ว่าให้มาพบข้าที่นี่ในอีกหนึ่งชั่วยาม” ไอยศูรย์ออกคำสั่งเมื่อมาถึงที่ประชุมของตน
“ขอรับท่านไอยศูรย์” วรัชญ์รับคำสั่งจากนายตนแล้วเอ่ยถามต่อ “แล้วเรื่องคู่พะ-” สมิงรับใช้รีบหุบปากลงทันทีเมื่อเจอสายตาคมกริบของนายตน กำลังจะพูดว่าจะให้ประกาศเรื่องคู่พันธะของอีกฝ่ายให้ชาวสมิงได้รับทราบดีหรือไม่ จะได้เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือและไว้วางใจในตัวของไอยศูรย์ได้มากยิ่งขึ้นแต่สายตาที่มองมาก็ต้องทำให้ต้องรีบกลืนน้ำลายลงคอทันทีแล้วรีบออกจากที่ตรงนั้นแล้วไปทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ไอยศูรย์ดึงสายตาจากแผ่นหลังของมือซ้ายของตนแล้วหันมาพูดกับคนที่อยู่ข้างกายอย่างชนายุ “เจ้าไปกับข้า” ว่าเสร็จทั้งสองก็มุ่งไปยังสถานที่ลับด้วยกัน
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงถ้ำลับ เข้าไปด้านในไม่ลึกจากปากถ้ำมากนักก็พบคนที่ตนสั่งให้อยู่เฝ้านักโทษ ทั้งสองที่เห็นว่าเป็นผู้ใดเข้ามาก็ลดการระวังลงแล้วรีบเอ่ยทักทาย “ท่านไอยศูรย์”
ร่างสูงพยักหน้าให้ก่อนจะยื่นมือไปรับคบเพลิงที่ให้แสงสว่างแล้วเดินลึกเข้าไปข้างใน กลิ่นเหม็นคละคลุ้งโชยเข้ามาแตะจมูกเมื่อแสงไฟสาดส่องถึงจึงเห็นร่างต้นตอของกลิ่น ดวงตาคู่คมมองคนทรยศอย่างเย็นชา
“ไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่ยอมสารภาพเลยขอรับ”
สายตาผู้นำเผ่าเหี้ยมเกรียมขึ้นทันใดเมื่อได้ยินสิ่งที่น่าโมโห ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดดันที่คนฟังต้องตัวสั่นกลัว “รักนายมึงมากสินะถึงไม่ยอมสารภาพ”
“…”
“คิดหรือว่านายมึงจะมาช่วยมึงได้”
“…”
หึ!
ร่างสูงหัวเราะอย่างสมเพช
“ขังมันไว้อย่างนี้แหละ รอวันที่ข้ารู้ตัวนายของมันข้าจะนำตัวมันไปดูจุดจบของคนที่มันอุตส่าห์ลงทุนลงแรงยอมเป็นตัวรองมือรองตีน”
“พวกมันคงยังไม่รู้ว่าคนที่พวกมันซื้อตัวถูกจับได้แล้ว” ชนายุเอ่ยพร้อมมองไปยังผู้ทรยศอย่างแค้นเคือง มันผู้นี้ลักลอบส่งข่าวภายในของท่านไอยศูรย์ออกไปจนทำให้เวลาที่พวกตนทำอะไรก็ถูกขัดขวางเสียหมดจนทำให้สถานการณ์ภายในเผ่าวุ่นวายไม่เว้นวัน
เมื่อเสร็จธุระแล้วทั้งสองก็ได้กลับมาออกนอกถ้ำยืนพูดคุยกันจนกระทั่งไร้บทสนทนาระหว่างทั้งคู่ ชนายุที่คิดอะไรบางอย่างอยู่มาตั้งแต่ต้นก็เอ่ยขึ้น
“ท่านไอยศูรย์ข้าอยากขอเสนอบางสิ่ง ได้โปรดอนุญาตให้ข้าได้พูดด้วยเถิดขอรับ” สมิงหนุ่มโค้งศีรษะต่ำให้นายตนอย่างขออนุญาตเพราะเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้อาจทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง
“ว่ามา”
“เรื่องคู่พันธะชาวมนุษย์ผู้นั้น…จะเป็นการดีกว่าหรือไม่ถ้าจะรีบประกาศออกไปให้ทุกคนรับรู้”
“เหตุใดต้องทำเช่นนั้น” แม้จะรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจกับคำถามอยู่บ้างแต่ไอยศูรย์ก็เลือกที่จะฟังมือขวาของตนอย่างใจเย็น
“หากเราปล่อยข่าวออกไปไม่แน่ว่าคนผู้นั้นอาจจะโผล่หางออกมาทำอะไรก็เป็นได้” เพราะคนที่หาทางขัดแข้งขัดขาไอยศูรย์นั้นคงไม่พอใจหากว่าคนที่ตนเองหมายจะโค่นล้มนั้นแข็งแกร่งขึ้น
“…”
“ข้าเพียงออกความคิดเห็นเท่านั้น หากท่านไม่สนใจก็ไม่เป็นไรขอรับ”
ร่างสูงยืนนิ่งคิดตามที่อีกคนเอ่ยมาก่อนจะพูดขึ้น “เจ้าไปบอกศิราวตรีว่าประกาศให้เผ่าของเรารับรู้เรื่องงานพิธี” เอามนุษย์มาเป็นเหยื่อล่อก็ไม่เลวเหมือนกัน คนพวกนั้นคงโผล่หัวออกมาแน่
ชนายุพยักหน้า “ได้ขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะนำความไปบอกท่านศิราวตรี”
“อืม”
ทางฝั่งของจอมขมังเวทย์แห่งหมู่บ้านน้ำพางนั้นกำลังอยู่ในบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก
“เอ็งตรวจดูรอบบ้านหมดแล้วหรือยังไอ้คม” นายคงเอ่ยกับลูกชายด้วยน้ำเสียงเครียดดวงตาแดงก่ำเพราะความโกรธมันดันขึ้นหน้าขึ้นตาไปหมด
หลังจากที่พวกตนมาถึงเขตหมู่บ้านในตอนค่ำของเมื่อวานก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นจึงรีบเร่งฝีเท้ากลับให้ถึงบ้านตน เมื่อมาถึงและเดินขึ้นไปบนบ้านเรือนก็ต้องพากันตกใจกับสภาพบ้านที่เละเทะไปด้วยข้าวของที่ล้มระเนระนาดและแตกหักที่ร้ายแรงไปกว่าสภาพบ้านเรือนนั่นก็คือร่างของชายชราอย่างยอดที่นอนแน่นิ่งเคียงกันกับร่างของทวด
คงและคมรีบรุดเข้าไปหาชายชราทันทีแล้วเมื่อใช้นิ้วอังบริเวณจมูกก็พบว่าชายชรานั้นได้สิ้นลมไปเสียแล้ว สองพ่อลูกนิ่งงันไร้คำพูดไปชั่วขณะ
นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่?
คนที่ตั้งสติได้ก่อนใครคือคม เขารีบเรียกผีที่ทิ้งไว้คุ้มครองบ้านมาสอบถามทันทีแล้วก็ได้ความว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงที่ตนและพ่อออกไปหาของมาทำพิธีถอนของให้ปู่ทวดของตน ตกใจไม่น้อยเมื่อได้ความว่ามีสมิงสี่ตนบุกมาที่บ้านและนำตัวเดือนแขไปด้วยพวกมันทำอะไรไม่ได้เพราะไม่สามารถต่อกรกับอมนุษย์ที่มีฤทธิ์เดชมากกว่าจึงทำได้เพียงหลบหนีออกจากที่นี่ไปก่อนจะกลับมาทีหลัง
คมที่ได้ฟังผีบริวารที่ตนเลี้ยงไว้ก็ตกใจไปครู่หนึ่งแล้วเล่าให้คนเป็นพ่อฟัง นายคงเองก็ตกใจเมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วทั้งสองจึงได้มานั่งปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรกันต่อ
“พ่อคิดว่าทำไมพวกมันถึงเอาตัวเดือนแขไป”
คงขมวดคิ้วเครียดก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องที่ลูกชายยังไม่รู้ให้ได้รู้ “เอ็งอาจจะยังไม่ทราบ เดือนแขหลานปู่ยอดมันเป็นคนพิเศษ”
“พ่อหมายความว่าอย่างไร”
“เอ็งเคยได้ยินตำนานคนที่เกิดวันเดือนดับหรือเปล่า”
“คนที่ว่ากันว่าจะมีเลือดเนื้อที่เป็นที่ต้องการของพวกภูตผีนั่นน่ะหรือ?”
นายคงพยักหน้าก่อนจะเอ่ยต่อ “เดิมทีเดือนแขมันเป็นเด็กที่เกิดในหมู่บ้านนี้ แต่เพราะมันเป็นเด็กที่เกิดวันคืนเดือนดับ วันที่มันเกิดมาหมู่บ้านเราจึงถูกพวกสมิงมันบุกเข้ามาเพราะกลิ่นที่ติดตัว ทวดของเอ็งทั้งคู่เป็นคนต้านพวกสมิงเอาไว้แล้วทวดยอดของเอ็งก็ไปฝ่ายพานางแขมันไปเลี้ยงดูที่บ้านป่าโมกข์เพื่อให้พ้นหูตาของพวกสมิง” ชายวัยกลางคนเล่าเรื่องที่ตนเองก็พึ่งรู้ก่อนที่ตาคำจะตายเพราะอีกฝ่ายเล่าให้ฟังเนื่องจากตนแอบไปถามถึงความเป็นมาของหญิงสาวรุ่นลูกเพราะตนจำได้ว่าปู่ยอดแกไม่มีลูกเมียแล้วจู่ ๆ ก็มีหลานสาวโผล่มาด้วยซะงั้น
“ทำไมฉันถึงจำไม่ได้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คมหน้านิ่วเพราะตนพยายามนึกดูแล้วตอนนั้นตนก็น่าจะสักห้าหกขวบพอที่จะรู้ความได้แล้วทำไมถึงไม่เคยรู้ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น
“ก็เพราะตอนนั้นพวกเราไปเที่ยวหมู่บ้านผาหม้อ”
ชายหนุ่มที่ได้ยินสาเหตุว่าทำไมตนถึงจำไม่ได้ก็พยักหน้าเข้าใจ เพราะตอนนั้นจำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่ตนได้ไปเยี่ยมเยือนญาติฝั่งแม่นานร่วมเดือนกลับมาหมู่บ้านน้ำพางก็ถูกคนเป็นทวดเริ่มสั่งสอนวิชาอาคมให้โดยให้เหตุผลว่าต้องเอาไว้ป้องกันตัว จนถึงตอนนี้คมก็คิดว่าวิชาอาคมที่ตนได้ร่ำเรียนมาคงจะต้องได้เอามาใช้อย่างจริงจังแล้ว
“พ่อ” ชายหนุ่มเรียกบิดา
“อะไร”
“เสร็จจากจัดการศพของทวดคำทวดยอดแล้ว ฉันจะไปตามหาเดือนแข”