Prologue
Found you when your heart was broke
I filled your cup until it overflowed
Took it so far to keep you close
I was afraid to leave you on your own
4 ปีก่อน...
ในวันที่ฝนตกหนักราวกับพายุที่กำลังพัดโหมกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องดังสนั่นเหมือนแผ่นฟ้ากำลังจะล่มสลายลงตรงหน้า เปรียบเสมือนกับความรู้สึกของชายหนุ่มลูกครึ่งคนนี้ ร่างสูงตั้งใจจะเซอร์ไพรส์สาวคนรักเนื่องในโอกาสครบรอบสองปีที่คบหากันมาโดยการชักชวนอีกฝ่ายให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันในคอนโดหรูของเขา ทว่ากลับได้รับเรื่องเซอร์ไพรส์มากกว่าจากฝ่ายหญิง
‘สุขสันต์วันครบรอบนะครับ ชิชา’ ใบหน้าหล่อเหลาประดับไปด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขเมื่อวาดฝันไปถึงการได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับหญิงสาวตรงหน้า
‘...’ หญิงสาวเจ้าของชื่อ ‘ชิชา’ ไม่ได้มีท่าทีดีใจอย่างที่ควรจะเป็น ใบหน้าสวยหวานตามพิมพ์นิยมของสาวไทยเต็มไปด้วยความอึดอัดและกระอักกระอ่วน
‘รังเกียจไหมถ้าเจย์อยากจะชวนชิชาย้ายมาอยู่ด้วยกัน’ ด้วยความรักบดบังดวงตาจนมืดบอด ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกถึงท่าทีที่แปลกไปของร่างบางตรงหน้าแม้แต่น้อย ยังคงพูดเพ้อฝันถึงอนาคตที่มีร่วมกันกับคนคนนี้
หารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายกำลังสวมเขาให้กับตนเอง...
‘ขอโทษนะเจย์’ สาวสวยรวบรวมความกล้าตัดสินใจพูดกับแฟนหนุ่มที่กำลังจะกลายเป็นอดีตเร็วๆ นี้
‘...’
‘เราเลิกกันเถอะ’
‘...’
‘ชิชาเจอคนที่เขาดีกว่าเจย์แล้ว’
วันครบรอบที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขของทั้งสองกลายเป็นวันที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องจบลงเพราะเหตุผลที่ว่า ‘เธอเจอคนที่ดีกว่า’ เขาแล้ว หยาดฝนพรำกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกกลับกลายเป็นความเศร้าโศกเสียใจคล้ายกับฟ้าฝนกำลังร่ำไห้ให้กับความสัมพันธ์ที่จบลงของเขา
‘เจเดน’ หรือ ‘เจย์’ เป็นหนุ่มนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ปี 3 ลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ลูกชายของนักธุรกิจผู้ร่ำรวยกับมารดาชาวไทยผู้เป็นชู้รักของบิดา หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘ลูกเมียน้อย’ นั่นเอง ตัวของเขานั้นถูกเลี้ยงมาโดยมารดาซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากครอบครัวหลักเนื่องจากภรรยาที่ถูกตามกฎหมายของบิดานั้นไม่สามารถมีบุตรได้ หญิงชาวต่างชาติที่เป็นภรรยาหลวงเองก็รักใคร่เอ็นดูเขาไม่ต่างกับลูกแท้ๆ เป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจะซับซ้อน
เขาและชิชาพบกันจากเทศกาลรับน้องใหม่เมื่อ 2 ปีก่อน ตอนทั้งคู่กำลังเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย หญิงสาวธรรมดาที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนได้ด้วยทุนนักดนตรีช่างเป็นคนที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขา ทั้งหน้าตา ฐานะทางสังคมที่มีดีกรีเป็นถึงนักเปียโนสาวผู้เปี่ยมไปด้วยชื่อเสียง ชายหนุ่มจึงไม่ลังเลที่จะสานสัมพันธ์กับเธอคนนี้
ทว่าทุกอย่างกลับพังลงไม่เป็นท่าเมื่อความทะเยอทะยานของเธอนั้นนำพาความสัมพันธ์นี้ลงไปสู่จุดจบ ผู้หญิงคนนี้เลือกที่จะปล่อยมือเขาแล้วเดินไปกับชายหนุ่มลูกนักการเมืองใหญ่เพื่อยกระดับสถานะแวดวงสังคมของเธอ
ร่างสูงโปร่งเดินตากฝนเตร็ดเตร่ไปตามเส้นทางถนนในรั้วมหาวิทยาลัยที่ทอดยาวออกไปอย่างไร้จุดหมาย หยาดฝนช่วยชำระล้างหยดน้ำตาบนใบหน้าของเขาราวกับกำลังช่วยปกปิดความอ่อนแอของชายหนุ่ม
พรึบ!
ทว่าเนื้อตัวของเขาที่ควรจะเปียกปอนกลับถูกปกป้องโดยร่มสีหวานจากใครบางคน ร่างสูง 190 เซนติเมตรหันกลับไปมองร่างบางปริศนาที่ความสูงประมาณอกแกร่งของเขาเท่านั้น สาวเจ้าของร่มคันนั้นส่งยิ้มให้เขาพร้อมกับเขย่งจนสุดปลายเท้าเพื่อจะกางร่มใบเล็กให้กับเขา ส่งผลให้เนื้อตัวของเธอต้องเปียกปอนไปด้วย
“เดินตากฝนแบบนี้เดี๋ยวก็ป่วยเอาหรอกค่ะ” ใบหน้าสวยใสอันเป็นเอกลักษณ์ที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอนั้นคงเป็นลูกครึ่งแน่ๆ ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต จมูกสวยโด่งโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ริมฝีปากสีเชอร์รี่สดนั่นอีก เขารู้สึกคล้ายกับโลกหยุดหมุนเมื่อเผลอสบสายตากับเธอเข้า
“ไม่เป็นไร” เสียงทุ้มเข้มจะเอ่ยปฏิเสธสาวสวยผู้มีจิตใจดีตรงหน้าด้วยความเกรงใจ อีกฝ่ายเป็นใครมาจากไหนเขาก็ไม่ได้รู้จักกับเธอ จะมาใจดีพร่ำเพรื่อกับคนแปลกหน้าได้ที่ไหนกัน
“ไปด้วยกันเถอะค่ะ ฝนตกหนักขนาดนี้แล้ว” เธอส่งยิ้มให้กับเขาอย่างเป็นมิตร
“เธอจะเปียกไปด้วยนะ” หนุ่มร่างสูงขมวดคิ้วให้กับสาวน้อยตรงหน้า ความเปียกชื้นจากน้ำฝนทำให้เสื้อนักศึกษาสีขาวตัวบางของเธอเปียกจนแนบชิดกับผิวเนื้อขาวนวลเนียน อวดโฉมเสื้อชั้นในสีดำยั่วยวนกับทรวงอกอวบใหญ่สองเต้ากับทรวดทรงองเอวทรงนาฬิกาทรายของเธอ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เปียกแค่นี้เอง” สาวสวยตรงหน้าดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยว่ารูปร่างของเธอนั้นกำลังยั่วเย้าความเป็นชายของเขาให้แสดงสัญชาตญาณดิบออกมา ร่างหนาใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการข่มกลั้นความหื่นกระหายของตัวเอง
“เธอกำลังจะกลับหรือเปล่า?” เขาเอ่ยถามร่างเล็กตรงหน้าที่เขาเพิ่งจะเคยเห็น อาจเป็นรุ่นน้องปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาเรียนเทอมแรก ตัวของเจเดนนั้นค่อนข้างรู้จักผู้คนมากมายในรั้วมหาวิทยาลัย หากเป็นคนที่เข้าเรียนมาแล้วสักพักเขาย่อมเห็นผ่านตาและจดจำได้ ยิ่งเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยขนาดนี้ย่อมต้องผ่านมาให้เขาได้มองเห็นและจดจำ แม้จะรักและซื่อสัตย์กับแฟนสาวคนสวยอย่างชิชามาโดยตลอด แต่สังคมกลุ่มเพื่อนของเขานั้นล้วนเต็มไปด้วยเสือผู้หญิงทั้งนั้น ไม่แปลกที่เขาจะรู้จักกับคนมากมาย โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ
“ค่ะ กำลังจะออกไปรอรถเมล์ที่ป้ายหน้ามอ” สาวน้อยผู้สดใสพยักหน้าหงึกๆ ตอบกลับอีกฝ่ายด้วยท่าทางไร้เดียงสาที่ไม่ได้มาจากการปรุงแต่งแบบใครบางคน
“เดี๋ยวฉันไปส่ง” ชายหนุ่มตัดสินใจไปส่งเด็กสาวคนนี้ หากจะปล่อยให้เธอไปรอรถเมล์ตอนฝนตกก็ไม่รู้ว่าจะมีรถหรือเปล่า ไหนจะอันตรายจากพวกมดปลวกที่ชอบจ้องของสวยงามจากเรือนร่างของเธออีก ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนในความใจดีของเธอก็แล้วกัน
“ขอบคุณนะคะ ใจดีจัง” เด็กสาวไร้พิษภัยตรงหน้าส่งยิ้มหวานให้กับเขา เธอไม่แม้แต่จะปฏิเสธเลยด้วยซ้ำ ชักจะไม่ระวังตัวจนเกินไปแล้ว ร่างสูงของชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์ได้แต่นึกเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอในใจ
เจเดนเดินนำสาวน้อยที่เขาพบเจอโดยบังเอิญมายังรถสปอร์ตสีดำสนิทคันใหม่ของตัวเองที่เพิ่งจะซื้อมาหมาดๆ ด้วยความคิดว่าจะใช้มันเป็นพาหนะสำหรับรับ-ส่งแฟนสาวคนพิเศษ แต่ทุกอย่างกลับผิดแผนไปหมดเมื่อร่างบางคนนี้ได้กลายมาเป็นคนแรกที่นั่งรถของเขา
“โห... พี่เป็นคนรวยเหรอคะเนี่ย?” สาวน้อยตรงหน้าดวงตาเบิกโพลงเมื่อเห็นว่ารถของเขานั้นคือรถสปอร์ตราคาหลายสิบล้าน คงจะมีแต่คนรวยเท่านั้นแหละที่เอื้อมถึงมัน
“พี่?” คนตัวโตเลิกคิ้วมองร่างเล็กที่ขึ้นมานั่งบนเบาะข้างคนขับ ยิ่งมองใกล้ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอนั้นช่างสวยเหลือเกิน
“ค่ะ มิเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่ง ถ้าไม่ใช่รุ่นพี่ก็คงเป็นรุ่นเดียวกัน” เสียงหวานใสพูดเจื้อยแจ้วในสิ่งที่ตัวเองคิด เรือนผมสีน้ำตาลเปียกชื้นแนบติดกับใบหน้าเรียวเล็กทำให้เขาเผลอตัวใช้มือหนาเกลี่ยเอามันออกอย่างลืมตัว
“ฉันอยู่ปีสาม เป็นพี่เธอจริงๆ นั่นแหละ” ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ให้กับเธอหนึ่งทีก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์รุ่นใหม่และเคลื่อนตัวรถออกไปจากลานจอด
“มิขอเรียกพี่ได้ไหมคะ” เด็กปีหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘มิ’ เอ่ยขออนุญาตหนุ่มเจ้าของรถคันหรูที่ใจดีให้เธอนั่งติดมาด้วย
“อยากเรียกก็เรียกสิ จะขออนุญาตทำไม” คนถูกขออนุญาตแสร้งทำเป็นตีหน้าเรียบขรึมทั้งที่ในใจเองกำลังยกยิ้มเอ็นดูกับความน่ารักของคนข้างๆ
“งั้นพี่ชื่ออะไรคะ?” คนตัวเล็กเอ่ยถามชื่อของเขาไปในทันที
“เจเดน” เจ้าตัวตอบด้วยท่าทางเรียบนิ่ง โดยปกติแล้วเขาเป็นคนที่ค่อนข้างรำคาญง่าย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าตลอดสองปีที่คบกับอดีตแฟนสาวอย่างชิชาเขาถึงแยกกันอยู่กับเธอ นานๆ ครั้งเท่านั้นถึงจะไปค้างกับเธอ พอมั่นใจแล้วว่าอยากพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้นถึงได้อยากชวนมาอยู่ด้วยทว่ากลับมาถูกบอกเลิกไปเสียก่อน แต่น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้สึกรำคาญสาวน้อยตรงหน้านี่เลยสักนิด การกระทำแต่ละอย่างของเธอมันช่างน่ามองไปเสียหมด
“พี่เจเดนเรียนคณะไหนเหรอคะ?” คนข้างๆ เอียงคอถาม คิดอยากทำความรู้จักหนุ่มหล่อคนนี้ อย่างน้อยสร้างมิตรก็ดีกว่าสร้างศัตรู
“บริหารธุรกิจ” เขาตอบนิ่งๆ สายตาเหลือบไปเห็นเข็มกลัดอันเล็กบนปกคอเสื้อนักศึกษาของเธอแล้วก็พบว่าสาวน้อยตรงหน้าเองก็เรียนคณะเดียวกันกับเขา
“เอ๋?! คณะเดียวกันเลยนี่คะ” เธอทำท่าทางตกใจเล็กน้อยก่อนจะพูดเอาสิ่งที่คิดนั้นออกมา
“อืม ตั้งใจเรียนล่ะ” แม้ริมฝีปากหนาจากคนตัวใหญ่จะพูดออกมาแบบนั้น แต่ทว่าสายตาเจ้ากรรมของเขากลับหยุดมองไปที่ลำคอระหงขาวเนียนนั่นไม่ได้เลย ยิ่งเลื่อนสายตาลงต่ำไปยังอกอวบใหญ่ เอวคอดกิ่ว ลามไปจนถึงต้นขาเรียวเล็กรับกับสะโพกกลมกลึงเกือบจะโผล่พ้นจากกระโปรงทรงเอตัวเล็กนั่นอีก ร่างหนาเบือนหน้าหนีจากภาพล่อตาล่อใจนั่นก่อนจะลอบกลืนน้ำลายลงคอ
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในรถทำให้สาวร่างเล็กเกิดอาการสั่นเล็กน้อยจากความรู้สึกหนาวยะเยือกจนขนลุกไปทั้งร่าง สองแขนเล็กกอดแขนตัวเองแล้วลูบมันเบาๆ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย
พรึบ!
เจเดนที่สังเกตเห็นจึงจอดรถเทียบกับข้างถนนไว้ชั่วครู่ เสื้อนักศึกษาชายแขนยาวถูกถอดออกมาปกคลุมร่างกายเล็กหนาวสั่นของคนข้างๆ จังหวะที่ชายหนุ่มคลุมเสื้อให้กับเธอนั้น หัวใจดวงน้อยของเธอกำลังเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาเสียอย่างนั้น คนตัวสูงเองก็ได้ยินมันชัดเจนเนื่องจากความเงียบงันภายในรถ ใบหน้าหล่อเพียงยกยิ้มมุมปากให้กับความไม่ประสาของเธอเท่านั้น เขาสามารถคาดเดาได้ทันทีว่า...
เธอคนนี้ยังบริสุทธิ์อยู่!