“จะขวางทางอีกนานไหม?”
ฉันเม้มริมฝีปากอย่างใช้ความคิดโดยไม่ยอมขยับหนีไปไหน สายตาก็จับจ้องใบหน้าเรียบตึงของผู้ชายตรงหน้าด้วยความชังใจนิด ๆ จะโลกกลมหรือโลกแคบอะไรก็ตาม! ในเมื่อตัวช่วยชั้นดีโผล่มาในสถานการณ์คับขันแบบนี้… คงต้องใช้ให้เป็นประโยชน์สักหน่อยละนะ!
“เม! ฟังพี่ก่อน!” เสียงจีเดย์ดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันจึงรีบขยับเข้าไปใกล้กาฬวาตพลางหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับจีเดย์อีกครั้ง สองมือยกขึ้นคล้องแขนผู้ชายข้างกายอย่างเป็นธรรมชาติราวกับพวกเราสนิทสนมกันดี จีเดย์ชะงักฝีเท้าลงพร้อมกับปรายตามองกาฬวาตก่อนจะเอ่ยถาม “หมอนี่เป็นใคร?”
“อ้อ… ฉันยังไม่ได้บอกพี่สินะว่าตอนนี้ฉันกำลังคบกับกาฬวาตอยู่” ฉันพูดเสียงนิ่งพลางกระชับวงแขนเข้าหาตัวเอง และเผลอจิกเล็บลงบนลำแขนแกร่งนั่นโดยไม่รู้ตัว ใครจะไปคิดละว่าต้องมาเล่นละครตบตาอีกเป็นครั้งที่สอง! แถมยังต้องเล่นกับคนคนเดิมที่แสนจะหน้าตายอีกต่างหาก
“ว่าไงนะ? พี่ไม่เข้าใจ… เมกำลังคบกับไอ้หมอนี่อยู่เหรอ?”
สรรพนามที่ใช้เรียกกาฬวาตเปลี่ยนไปในทันที ฉันกรีดยิ้มหวานพลางใช้นิ้วไต่ลงบนไหล่หนาของผู้ชายข้างกายที่ยังยืนนิ่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ซึ่งมันเป็นผลดีสำหรับฉันมากเลยล่ะ เพราะฉันรู้ว่ากาฬวาตไม่มีทางปฏิเสธฉันให้หน้าแตกหรอก นิสัยอย่างเขาน่ะ… ฟอร์มเยอะ ขี้เก๊ก ฉันถึงกล้าเล่นละครต่อเป็นครั้งที่สองยังไงล่ะ!
“ก็ใช่น่ะสิ! ฉันนัดให้เขามาหาที่ห้องวันนี้น่ะ อ้อ…” ฉันลากเสียงยาว ๆ ด้วยความแบ้วสุดฤทธิ์พลางส่งสายตาใสซื่อไปทางจีเดย์ “ว่าแต่พี่จีกำลังจะกลับพอดีใช่มะ ถ้างั้นก็กลับบ้านดี ๆ นะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”
“…”
“อุ๊ย! ลิฟต์มาพอดีเลย รีบไปสิพี่จี ฉันกับแฟนจะได้เข้าห้องกันสักที พี่ก็ขับรถดี ๆ นะ บ๊ายบาย” ฉันใช้มืออีกข้างผลักหลังจีเดย์เข้าไปในลิฟต์พลางฉีกยิ้มหวานแล้วโบกมือให้เขา จีเดย์ทำหน้ามึนงง สายตายังคงมองฉันกับกาฬวาตสลับกันไปมาจนประตูลิฟต์ปิดลงนั่นแหละ ทุกอย่างรอบตัวถึงตกอยู่ในความเงียบอีกรอบ
ฟู่… โล่งอกชะมัดเลย… ทำไมฉันต้องเจอแต่เรื่องวุ่นวายแบบนี้ด้วยนะ!
“ปล่อยได้ยัง?” น้ำเสียงเย็น ๆ ดังขึ้นจากผู้ชายข้างกาย ฉันรีบปล่อยมือออกจากแขนของเขาด้วยความรวดเร็วก่อนจะก้าวถอยห่างออกมาอีกหลายก้าว กาฬวาตปรายตามองด้วยสายตาเย็นเหยียบจนน่าขนลุก เขาแค่นหัวเราะใส่ฉันเหมือนกำลังด่ากันในใจงั้นแหละ!
“อะไร? กำลังด่าฉันอยู่หรือไง?”
เขาไม่ตอบคำถามแต่กลับผลักไหล่ให้ฉันหลบพ้นทางแล้วเขาก็เดินล้วงกระเป๋าไปทางหน้าประตูห้องห้องหนึ่งซึ่งมีประตูห้องของฉันอยู่ถัดไป เมื่อเห็นดังนั้นฉันก็รีบสาวเท้าตามเขาไปด้วยความสงสัยที่มันปิดไม่อยู่ ก็มันอยากรู้นิว่าเขามาทำอะไรที่นี่?
“นี่ห้องของนายเหรอ?” ฉันถามพลางชี้ไปที่ประตูห้อง กาฬวาตชะงักนิ้วที่กำลังจิ้มรหัสปลดล็อกหน้าประตูแล้วเอียงหน้ากลับมามองฉัน ดวงตาคมเข้มสีดำขลับเย็นชานั่นเรียกอัตราการเต้นของหัวใจฉันแทบจะในทันที
ให้ตายสิเมบี! นี่ภูมิต้านทานผู้ชายแกต่ำขนาดนี้เลยเหรอ!
“ยุ่ง…”
ขณะที่ฉันกำลังด่าทอตัวเองในใจ เสียงนิ่ง ๆ ของผู้ชายตรงหน้าก็ดังขึ้น เขาปรายตามองประตูห้องฉันเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะหลุบตามองฉันอีกรอบ
“จะยืนอีกนานไหม? ฉันจะกดรหัส”
“อ่ะ…ก็กดไปสิ ฉันไม่มองหรอกน่า” ฉันว่าพลางหันหน้าไปทางอื่น ได้ยินเสียงกดรหัสติ๊ด ๆ และเสียงปลดล็อกประตูดังตามมาฉันจึงรีบหันกลับมามอง กาฬวาตทำท่าจะเดินเข้าห้องโดยไม่สนใจฉันสักนิด แต่มีหรือที่คนอย่างเมบีจะยอมน่ะ!
“ทำบ้าอะไร? อยากโดนประตูหนีบมือหรือไงหะ?”
ฉันรีบชักมือกลับหลังจากกาฬวาตดึงประตูเปิดออกอีกรอบพร้อมกับทำเสียงไม่พอใจใส่ เออนะ! จะว่าฉันบ้าก็ได้อ่ะ! แต่ฉันอยากคุยกับเขานิ! อยากจะตกลงบางเรื่องกับเขาน่ะ! ไหน ๆ หมอนี่ก็ตกกระไดพลอยโจนเป็นแฟนหลอก ๆ ให้ฉันตั้งสองครั้งสองคราแล้ว แถมตอนนี้ทั้งจีเดย์และเจไนท์ต่างก็เข้าใจว่าฉันกับกาฬวาตเป็นแฟนกัน เพราะฉะนั้น… เขานี่แหละที่จะเป็นไม้กันสองศรีพี่น้องนั่นให้ออกไปจากชีวิตของฉัน!
“ฉันมีข้อเสนอ!”
“ข้อเสนออะไร? เลิกวุ่นวายสักที! รำคาญ!” เขาตอกกลับน้ำเสียงห้วนแถมยังดันประตูปิดอีกต่างหาก ฉันยื่นเท้าเข้าไปขัดบานประตูเอาไว้ก่อนจะออกแรงผลักประตูให้เปิดออกอีกรอบ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อแสนเย็นชาของเจ้าของห้องที่กำลังใช้สายตาหงุดหงิดมองมา
“ฟังก่อนสิ! ฉันขอความช่วยเหลือก็ได้อ่ะ! นะ ๆ ฟังฉันก่อนสิกาฬวาต” ฉันทำน้ำเสียงออดอ้อนแบบฉบับมารยาหญิงขั้นเทพ แถมยังมองเขาตาปริบ ๆ เหมือนลูกนกกำลังขาดที่พึ่ง ต่อให้หมอนี่เย็นชาหรือตายด้านแค่ไหนก็เถอะ! เจอแบบนี้เข้าไปก็ต้องใจอ่อนบ้างละน่า…
“น่ารำคาญ! อย่ามายุ่งกับฉัน!”