ผ้าห่มแพรมันลื่นถูกกระชากออกพร้อมกับรู้สึกได้ว่ามีการขยับเขยื้อนทั้งที่ตนยังนิ่งทำให้ผู้ที่หนักศีรษะรวมไปถึงร่างกายพยายามลืมตาพร้อมได้ยินเสียงกร้าวลั่น
“หญิงโฉดชายชั่ว บังอาจนัก!”
ร่างอรชรสะดุ้งเฮือก เปลือกตาที่กำลังปรือปรอยเปิดขึ้นแล้วก็เห็นคนผู้หนึ่งถูกยันตกลงจากเตียง ส่วนตนรีบคว้าผ้าห่มปกปิดเรือนกายด้วยรู้สึกโล่งจนน่าหวั่นใจ
“ฝ่าบาท ข้าน้อยมิบังอาจ ขอฝ่าบาททรงเมตตา”
ผู้ที่ตกไปด้านล่างเหมือนจะตื่นเต็มตาในทันใดแล้วรีบโขกศีรษะลงพื้นเมื่อเห็นเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านใบหน้าถมึงทึง
สายตาหญิงสาวกระจ่างชัดแล้วในตอนนี้ ร่างอรชรตัวสั่นเทา สองมือกุมผ้าแพรแน่นกระชับลำคอ ขณะสบกับดวงตาคู่คมดุกร้าวของผู้มาเยือน นางส่ายหน้าปฏิเสธให้อีกฝ่ายขณะศีรษะปวดร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
แม้จะยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ทว่าตื่นขึ้นมาโดยมีชายอื่นอยู่บนเตียงตนเช่นนี้อย่างไรนางก็มีความผิด
มุมปากได้รูปงามบนใบหน้าขาวคมคายกระตุกหยัน แววตาไร้ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจทำเอาหญิงสาวใจหายวาบ
“ข้าน้อยไม่รู้ว่ามาอยู่ในห้องบรรทมของพระสนมได้อย่างไร ขอฝ่าบาททรงเมตตาไต่สวนหาความจริงด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
ชายผู้นั้นยังโขกศีรษะร้องขอความเมตตา ทว่าผู้มีอำนาจสูงสุดไม่ได้แยแสและกลับเอ่ยดังขึ้น
“จางชุน”
กงกงผู้ถูกเรียกเร่งรีบกุลีกุจอเข้ามา ฝ่าบาทพยักหน้าเพียงครั้งเดียวผู้รับใช้ใกล้ชิดก็รีบไปเรียกผู้อื่นเข้ามาอย่างรู้ใจ และรีบปิดม่านหน้าเตียงของหญิงสาวลงหากนางก็ยังมองเห็นความเป็นไป ทหารสองนายเข้ามากระชากผู้ที่คุกเข่าโขกศีรษะให้ลุกขึ้น
“ไม่ ฝ่าบาท ข้าน้อย...อึก!”
ร่างอรชรบนเตียงตัวสั่น ลมหายใจชะงัก เมื่อเห็นกับตาผ่านม่านบางเลือนรางว่าเจ้าของร่างสูงใหญ่ดึงดาบจากทหารนายหนึ่งมาแทงเข้ากลางอกชายผู้นั้นจนทะลุกลางหลัง ทั้งยังดึงออกแทงซ้ำอีกสองครั้งและยังฟาดฟันซ้ำหลายครั้ง เลือดกระเด็นมาจนถึงม่านทำเอาหญิงสาวหน้ามืดวูบ
“เอาออกไป”
กงกงเป็นผู้สั่งเมื่อนายตนหยุดมือแล้วทิ้งดาบลงพื้น
ทุกคนออกไปด้านนอก ร่างสูงใหญ่ก็ตรงกลับมาหานางยังเตียง ร่างอรชรผงะถอยกรูดเมื่อม่านถูกกระชากอย่างแรงจนขาดหลุดลงมา
“เจ้ากล้าทรยศข้าได้อย่างไร”
“หม่อมฉันเปล่าเพคะ”
ร่างสูงใหญ่โถมมาใกล้ฉุดแขนของนาง ใบหน้าคมคายโน้มมาไม่ห่างนัก
“ข้าเห็นกับตาตนเองเช่นนี้ ยังปฏิเสธอีกหรือ”
ดวงตาคู่คมดุกวาดมองใบหน้าและเนื้อตัวทั้งที่นางยังกุมผ้าห่มไว้แต่ก็ราวถูกเปิดเปลือย ก่อนคางเล็กจะถูกบีบด้วยมือหนา
“อีกเพียงคืนเดียว ข้าก็จะมาหาเจ้าแล้ว รอไม่ได้เชียวหรือ”
หญิงสาวหน้าร้อนวาบเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยราวดูถูก
“หม่อมฉันถูกใส่ร้าย”
นางเข้านอนเพียงลำพังคนเดียวในค่ำคืนที่ผ่านมา ทว่าตื่นขึ้นมากลับมึน ปวดไปทั้งศีรษะและร่างกายราวถูกวางยา
“หม่อมฉันไม่รู้ว่าชายผู้นั้นเป็นใคร มาจากที่ใด”
“มันเป็นทหารเลวที่เข้าเวรยามในตำหนักเจ้า จำไม่ได้หรือ”
ใบหน้างดงามส่ายไปมา นางย่อมไม่มองใบหน้าทหารคนไหนจนถึงขั้นจดจำขึ้นมาได้อยู่แล้ว
“หม่อมฉันหมดสติราวถูกวางยา ไม่รู้ว่าชายผู้นั้นเข้ามาได้อย่างไร หม่อมฉันเป็นของฝ่าบาทเพียงผู้เดียว”
นางพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตน
“หึ เจ้าเปลือยเปล่าบนเตียงที่มีชายอื่น เพียงเท่านี้ก็หยามเกียรติข้ายิ่งนัก มีหรือชายหญิงชิดใกล้จะไม่เกิดสิ่งใด หากเจ้าถูกทหารเลวนั่นวางยาจริง มันก็คง...”
อีกฝ่ายหยุดพูดแล้วปล่อยคางของนางอย่างแรง สันกรามแกร่งขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงความโกรธจัด
“ฝ่าบาท...”
ร่างอรชรรีบถลามาคว้าข้อมือหนา ทว่ากลับถูกสะบัดออก เพราะร่างกายยังปวดร้าวและหนักเพราะพิษของยา นางจึงล้มลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง
“ข้ารีบร้อนมาที่นี่ทันทีที่ฟ้าสว่างเพราะเป็นห่วงเจ้า สนมเอกบอกข้าเมื่อคืนนี้ว่าดูเจ้าไม่ค่อยสบาย แต่ไม่คิดเลย...”
ฝ่าบาทหลับตาถอนหายใจยาวก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคมเข้มฉายแสงอ่อนลง ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ทำให้หญิงสาวน้ำตาไหลพราก
“ความผิดเจ้า ข้าไม่อาจละเว้น อย่างไรเจ้าก็มีมลทิน แต่จะให้ประหารเจ้าข้าก็ทำไม่ลง ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ใช่คนของข้าอีกต่อไปแล้ว”
เอ่ยจบเจ้าของร่างสูงใหญ่ก็หันหลังจะเดินจากไปทว่าร่างอรชรรีบใช้กำลังที่พอมีอยู่ลุกตามไป แม้จะล้มลุกคลุกคลานหากก็คว้าชายเสื้อคลุมยาวของอีกฝ่ายจนได้ กระนั้นตนก็ถึงกับทรุดลงคุกเข่า
“ฝ่าบาท ได้โปรด หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดผิด”
“เจ้าเองย่อมรู้ดีว่าข้าปวดใจเพียงใด”
ฝ่าบาทเอ่ยโดยไม่ได้หันกลับมามองนาง
“แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็จะไม่ส่งเจ้าไปตำหนักเย็น ข้าทำร้ายเจ้าไม่ลง อยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิตของเจ้าเถิด”
ราวตัดเยื่อใยแล้ว ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินต่อไปโดยไม่สนใจแรงฉุดของนาง และหญิงสาวก็ไม่ได้มีเรี่ยวแรงมากนักจึงรั้งอีกฝ่ายไม่ได้
“ฝ่าบาท”
นางมองร่างสูงใหญ่ก้าวตรงไปยังประตูพร้อมน้ำตารินไหลไม่ขาดสาย พลันเหลือบเห็นดาบตกอยู่ไม่ห่าง
หญิงมีมลทินและถูกสวามีทอดทิ้งจะมีหน้าอยู่ต่อไปได้อย่างไร แม้จะมั่นใจว่าตนยังเป็นของฝ่าบาทเพียงผู้เดียว ทว่าฝ่าบาทยังไม่เชื่อแล้วผู้อื่นมีหรือจะเชื่อ นางกลายเป็นสนมผู้คบชู้สู่ชายไปแล้ว ฉะนั้นอยู่ต่อไปก็ไม่มีความหมาย
มือบางเอื้อมไปคว้าดาบมาประชิดคอตนทั้งที่สั่นไปทั้งร่าง หากนางก็เลือกแล้ว
“ฝ่าบาท หม่อมฉันทูลลา”
ตายเสียยังดีกว่าทนอยู่ให้คนประณาม จบคำหญิงสาวก็กลั้นใจดันมีดเข้าปาดคอตน เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าของร่างสูงใหญ่หันกลับมา
“ฉูฉู่”
ฝ่าบาทก้าวรีบพรวดมายังร่างอรชรพร้อมสีหน้าตระหนกทว่าช้าไปแล้ว
ความแปลบปลาบร้าวลึกที่คอทำให้ลมหายใจหญิงสาวรวยริน ร่างอรชรล้มลงไปบนพื้นก่อนฝ่าบาทจะประคองขึ้นมา ในสายตาที่พร่าเลือนและหูเริ่มอื้ออึง นางรับรู้ได้ว่าฝ่าบาทโอบกอดอย่างทะนุถนอมและเรียกชื่อตนด้วยเสียงเข้มพร่าเจือสะอื้น มือบางพยายามยกขึ้นแตะใบหน้าคมคายด้วยแรงกำลังสุดท้ายพร้อมพึมพำเสียงเบาหวิว
“หม่อมฉันรักฝ่าบาท”
======