|| Please, Let me go
#☔ ดราม่า หน่วง (ในความคิดไรท์)
ทำไมผมจะไม่เคยเห็น...ว่าคุณกอดใคร
ทำไมผมจะไม่ได้กลิ่นของเขา...ที่อยู่บนตัวคุณ
ผมไม่พูด ไม่ได้แปลว่าผมไม่รู้ และที่ผมไม่ได้แสดงท่าทีอะไร มันไม่ได้แปลว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไร
รู้สึกสิ...
คู่ของผมไปนอนกับสัตว์ตัวอื่น
หึ…แล้วผมควรทำยังไงล่ะ ร้องไห้ฟูมฟายหรือเข้าไปโวยวายในตอนนี้ดี
“อ๊ะๆ ๆ อ๊า! เรย์ฮะ...แรงอีก”
“นายสุดยอดมากๆ เลยหวานใจ”
ไม่ดีกว่า ผมไม่อยากไปขัดขวางการพลอดรักของพวกเขา ผมถอยหลังเดินออกมา อุ้งเท้าทั้งสี่เหยียบใบไม้แห้งและกิ่งไม้มากมายจนเกิดเสียง แต่ไม่อาจเรียกร้องความสนใจของพวกได้เลยสักนิด
ผมไม่โทษเรย์มอนหรอก เข้าใจด้วยซ้ำว่ากระต่ายป่าที่ไม่ค่อยเอาไหนเรื่องผสมพันธุ์อย่างผมคงทำให้เขาพอใจไม่ได้ แต่ผมโกรธที่เขาทำตัวเหมือนรักผมมากๆ ทั้งที่ความจริงมันไม่มีอะไรจริงเลย
ถ้าถามสัตว์ในป่าว่าคู่ของเรย์มอน จิ้งจอกอาร์กติกคือสัตว์ตัวไหน พวกเขาก็บอกว่า สัตว์ตัวนั้นคือ แอชลี่ จิ้งจอกแดงแสนสวย และนั้นคือเรื่องจริง
เรย์มอนพูดว่ารักผมเสมอและผมก็โง่เชื่อยังงั้นตลอดมา ผมเป็นแค่กระต่ายกำพร้าที่หลงเข้าอยู่ภายในเขตป่าแห่งนี้ เรย์มอนเป็นเพื่อนตัวแรกที่เข้ามาพูดคุยด้วย
‘ไงเจ้ากระต่าย’
‘อืม’
‘ฉันชื่อเรย์มอน นายล่ะ’
‘ไม่มี’
‘เห? งั้นต่อไปนี้ฉันจะเรียกนายว่า...แบล็ก! เพราะขนของนายเป็นสีดำ’
‘อืม’
ผมยกยิ้มเมื่อนึกถึงภาพจิ้งจอกสีน้ำตาลตัวมอมแมมที่ยิ้มสดใสส่งมาให้ ทั้งที่ผมเป็นสีดำแท้ๆ แต่เขาก็ยังคงเป็นสหายเพียงตัวเดียวที่เข้ามาอยู่ข้างๆ และเล่นด้วย จนเวลาผ่านไป ผมและเขาโตขึ้น เราต่างต้องออกหาคู่ แต่ผมรักเขา ผมตัดสินใจบอกเรย์มอนออกไป เขาทำเพียงยิ้มและพยักหน้า
เราออกมาใช้ชีวิตด้วยกัน อยู่โพรงเดียวกัน กินอาหารด้วยกันและออกล่าด้วยกัน ผมมีความสุขแต่เรย์มอนอาจจะไม่ เขาถึงได้ไปหาแอชลี่บ่อยๆ และทุกครั้งที่ผมถาม ทุกคำถามที่เกี่ยวข้องกับแอชลี่ ผมจะได้รับเพียงรอยยิ้มของเขา
แต่ช่างเถอะ ครั้งสุดท้ายที่ผมมันก็สองอาทิตย์มาแล้ว ผมคงไม่คิดจะถามเขาอีกเพราะผมจะไปแล้ว
ไปจากป่านี้ ผมได้ยินข่าวจากนกพิราบว่าเขาเจอครอบครัวกระต่ายหลายครอบครัวในป่าที่ห่างออกไปอีกสองเขต ผมจะย้ายไปอยู่ที่นั่น เพราะที่นี่สำหรับผมมันไม่เหลืออะไร ผมเบื่อที่จะพูด เบื่อที่จะถาม เบื่อที่จะนอนร้องไห้ทุกคืน เบื่อกับการกินอาหารเพียงลำพังและเบื่อกับการต้องรอคอยเขาในทุกๆ วัน
มันเหนื่อย เหนื่อยมากจริงๆ ผมมีหัวใจและผมมีขีดจำกัดของตัวเอง ผมใช้ทุกอย่างแล้ว มันไม่มีความหมาย เหมือนผมกำลังคาบเนื้อไว้ในปากและพยายามยื่นเนื้อชิ้นนั้นให้กับเขา แต่เขากับยิ้ม ทำเพียงมองดู ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ จนตอนนี้ผมยื่นให้เขาไม่ไหวแล้ว
ผมเดินเข้ามาในโพรงที่เย็นชืด นั่งลงและเก็บภาพความทรงจำของเราให้มากที่สุด
แกร๊ก...
“แบล็ก”
“...” ผมเบือนหน้าหนีจากเรย์มอน กลิ่นคาวและกลิ่นสาบของแอชลี่มันทำให้ผมอยากจะอ้วก
“ตรงนี้มันหนาว เข้าไปข้างไหนเถอะนะ” ตัวที่ใหญ่กว่าผมเข้ามาคลอเคลีย ผมทำเพียงมองเขา เก็บรายละเอียดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่น่ารักสำหรับผมเสมอจนถึงขนสีน้ำตาลสวยแต่ละเส้น
“ไปนอนเถอะเรย์” ผมอยากมองเขาก่อนที่จะไป
“นายแปลกๆ นะแบล็ก” เขาเงยหัวขึ้นมาและมองอย่างแปลกใจ
“งั้นหรอ...”
“นายคงไม่ได้คิดมากเรื่องแอชลี่หรอกใช่มั้ย?” เรย์มอนทำหน้ายุ่งยากใจ ผมเดาว่าคงเริ่มรำคาญแล้ว
“ไม่...”
“ก็ดี” เขายิ้มและเดินไปทรุดลงบนหญ้าแห้งกองใหญ่ พร้อมกับส่ายหาง ส่งเสียงเรียกผมไปนอนด้วย
“นอนเถอะเรย์มอน” เขาทำหน้าตกใจก่อนจะรีบเข้ามาคลอเคลียด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“แบล็ก นายกำลังทำให้ฉันกลัวนะ”
“งั้นหรอ...” ผมตอบกลับไปอย่างเฉยชา ตรงอกมันชาๆ จนไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วเมื่อเห็นเรย์มอนทำหน้าราวกับกลัวว่าผมจะหายไป
“ฉัน...นายอยากถามอะไรหรือเปล่า” เขากัดฟันแน่น เรย์มอนกำลังกลัว ผมรู้
“ไม่...” ผมไม่มีอะไรจะถามเขาแล้วล่ะ มันไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว
“บ...แบล็ก” เขาเอ่ยชื่อผมเสียงสั่นเครือ เขาสั้นและในแววตาก็ปรากฏความกังวลมากมาย ผมเลียข้างแก้มเขาอย่างอ่อนโยนที่สุด อยากที่จะทำเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่จะไป
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นเรย์ นอนซะ” ผมปลอบโยนและกล่อมเขานอนจนจิ้งจอกตัวโตเข้าสู่นิทรา
“สัญญานะว่านายจะจูบฉันตอนเช้าน่ะ” เรย์มอนพูดเสียงอู้อี้
ผมนิ่งไป ก่อนจะพยักหน้า และนั้นจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะได้จากผม
เมื่อรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่มาเยือน ผมก้มลงจุมพิตเรย์มอนอย่างแผ่วเบาดังกลีบดอกไม้ที่ถูกสายลมปัดเป่าเพียงพัดผ่าน
ลาก่อน...คู่ที่ผมรักที่สุด
เรย์มอนกำลังฝัน
ในฝันของเขามันหวานฉ่ำจนเรย์มอนไม่อยากตื่น กระต่ายตัวเล็กขนสีดำฟูกำลังกระโดดไปมาในทุ่งดอกไม้พร้อมเสียงหัวเราะใสๆ
เขายิ้มทั้งที่ยังหลับอยู่ กลิ่นนุ่มๆ ขยับเข้าใกล้เขา ฝากความอบอุ่นไว้บนปลายจมูกแผ่วเบา ก่อนสิ่งเหล่านั้นจะจางหายไป
เฮือก!!
ร่างใหญ่ที่ปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลซีดผุดลุกขึ้นมาฉับพลัน เรย์มอนหอบหายใจถี่อย่างตื่นตระหนก ดวงตาสีทองของผู้ล่ากวาดไปทั่วโพรงไม้พร้อมกับเปล่งเสียงร้องหงิงเรียกหาคู่
“แบล็ก! งี้ดๆ ที่รัก นายอยู่ไหน!” ตัวของเขาสั่นเทา เรย์มอนกำลังกลัว
แบล็กไม่เคยไม่ขานรับเขา ไม่มีกลิ่นสัตว์ตัวอื่นในละแวกโพรง ไม่มีอะไรเลย แม้แต่กลิ่นของเจ้ากระต่ายตัวน้อย เรย์มอนเริ่มสะอื้นในลำคอ
เขารู้สึกไม่ดีตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว รู้สึกว่าสายตาของคู่ของเขา…มันไม่เหมือนเดิม มันเหมือนสัตว์ที่หมดแรง อ่อนล้า และหมดหวังแล้ว เรย์มอนไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้นกับแบล็ก มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับเรา
ขาทั้งสี่วิ่งพล่านทั่วโพรงรังรัก ปากก็อ้ากว้างร้องหาคู่เสียงสั่น ฝนเม็ดเล็กๆ ค่อยๆ ร่วงโรยจากท้องฟ้าสีเทาพร้อมกับน้ำตาของสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกที่หลั่งรินจากดวงตาไม่ขาดสาย เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนในโสตประสาทของสัตว์ทั้งป่า เจ็บปวดราวกับเขา ได้ถูกกระชากหัวใจออกจากอกทั้งเป็น
“ที่รักนายอยู่ไหน! ออกมาเถอะนะคนดี…อย่าแกล้งฉันแบบนี้เลย แบล็ก..แบล็ก!! ฉันรักนาย ได้ยินมั้ย ฉันรักนาย! ฉันขอโทษ อย่าทำแบบนี้เลยนะ แบล็ก!”
ร่างใหญ่ทรุดลงกับพื้นโคลน หมดแรงเหมือนกำลังจะตาย ที่รักของเขาอยู่ไหน ทำไมกลิ่นถึงได้จางราวกับเขาได้หายไปจากป่านี้ล่ะ เรย์มอนร้องไห้ เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
ท่ามกลางความทุกข์ทรมานของเรย์มอน มีสายตาคู่หนึ่งที่แอบมองอย่างสะใจ มันแสยะยิ้ม ในที่สุดวันที่มันรอคอยก็มาถึงเสียที วันที่มันจะได้มีโอกาสเข้าใกล้แบล็กเสียที จิ้งจอกสารเลวอย่างเรย์มอน มันไม่คู่ควรกับกระต่ายน้อยของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มันหันหลังจากมาราวกับผู้ถือธงชัย
ผมสูดกลิ่นดินชื้นและน้ำค้างให้เต็มปอด ยิ้มกับตัวเองน้อยๆ เจ้าบ้านที่นี่ต้อนรับผมดีมากๆ ทันทีที่มาถึง พวกเขาแบ่งปันอาหารและโพรงให้อย่างใจดี แม้จะหวั่นเกรงกลิ่นจิ้งจอกของเรย์มอนก็ตาม นี่ก็ผ่านมาได้เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว กลิ่นของเรย์มอนก็จางไปจนแทบไม่เหลือ ซึ่งมันดีมากๆ เพราะผม..ยอมรับว่าผมยังคิดถึงเขา คิดถึงมากๆ และลึกๆ ผมก็ยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ผมรักเขามากเกินไป รักมากกว่าตัวเองด้วยซ้ำ
มันไม่ง่ายเลย ที่เราจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไรทั้งๆ ที่เราก็ยังอยากที่จะกลับไปยืนอยู่ตรงนั้น ถึงแม้จะรู้ว่ามันไม่มีความสุขเลยก็ตาม
คริสติน นกฮูกขาวผู้ปราดเปรื่องเคยบอกกับผมว่า เราจะมีความสุขที่สุดเมื่อเรานั้นมีความสุขแล้วที่จะปล่อยวางทุกสิ่งที่เราปรารถนา เพราะความอยากได้เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ทั้งปวง นั่นรวมถึงความอยากที่จะครอบครองคู่รักเช่นกัน
ผมยิ้มให้กับคำสอนนั้น ผมแค่ต้องลองปล่อยวาง แต่ผมไม่รู้ว่ามันต้องใช้เวลาแค่ไหนและมันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่
ยามบ่าย ผมขนแครทหอมหวานจากสวนคุณแคทเธอรีน กระต่ายขาวแม่ลูกอ่อนแสนใจดี เธอแบ่งแครทจากสวนให้โดยที่ไม่คิดค่าตอบแทน แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะช่วยเธอขุดพื้นเตรียมแปลงใหม่ มันเป็นงานหนักเกินกว่าที่กระต่ายตัวเมียจะทำ
ผมลองถามหาคู่ของเธอ คำตอบที่ได้รับคือบ้านตรงข้ามที่กำลังเลี้ยงฉลองให้กับคุณซิลวี่ที่ได้ให้กำเนิดลูกกระต่ายครอกใหม่เมื่อไม่นานมานี่
ผมเงียบ มันเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับผม เจ็บปวดแทนเธอไม่น้อย เพราะผมนั้นยังตัวคนเดียวและอย่างน้อยเรย์มอนกับแอชลี่ย์ก็เป็นตัวผู้ด้วย
ผมเข็นรถที่เต็มไปด้วยผักหัวสีส้มไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้านโพรง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้กลิ่นเหม็นสาบมาจากโพรงจนต้องรีบถอยออกมาก่อนที่จะอ้วกเอาอาหารเที่ยงออกจากกระเพาะ
“แบล็ก…” ผมชะงัก เสียงหวานใสดังขึ้นอย่างตื่นเต้น ก่อนร่างเย้ายวนขนฟูสีเพลิงจะก้าวเท้าออกมาจากบ้านของผม
“…มาทำไม” ผมถามเสียงห้วนอย่างไม่พอใจ กล้าดียังไงเอากลิ่นโสโครกนั้นเข้ามาในเขตของผม
“อย่าพูดยังไงสิแบล็ก แอชคิดถึงแบล็กมากเลยนะ” เขาเดินเข้ามาคลอเคลีย จนขนผมฟูขึ้น
“น่ารังเกียจ”
“อย่าพูดยังนั้นสิ แอชเสียใจนะที่รัก”
ผมสะบัดตัวหนี รู้สึกขยะแขยงแทบจะพูดไม่ออก ผมเดินหนีเขาเข้าบ้าน แม้แอชลี่ย์จะเดินเข้ามาคลอเคลียตลอดเวลาแต่ผมก็ไม่สนใจและทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ เดี๋ยวคงทนไม่ไหวและไปเอง
“แบล็ก ตัวเธอนุ่มจังเลย” แอชลี่ย์ไถปลายจมูกกับบั้นท้ายของผมไปมาจนหางผมตั้ง
“แอชลี่ย์!” ผมตวาดดังลั่น แต่เขากลับยิ้มร่าและขยับเข้ามากกร่างผมฟัดไปมากับพื้นหย้าแห้ง
“แบล็กเรียกชื่อแอชด้วย! แอชดีใจจัง เรียกอีกนะเรียกอีก!”
“ลุกออกไป” เสียงผมเหมือนเป็นแค่ลมผ่านหูเขา เขายังคงยิ้มร่าและกอดผมไว้
“แบล็กน่ารักจริงๆ”
“แอชลี่ย์”
“จ๋าที่รัก!”
“คิดจะทำอะไร” ผมถามเสียงเรียบและมองเขาอย่างเฉยชา
เขาทำราวกับว่าเราเป็นคู่ที่รักกันหวานชื่น ทั้งๆ ที่ความจริง ผมกับเขาเป็นสัตว์ที่ใช้คู่ร่วมกัน
“แอชอยากเป็นคู่กับแบล็ก แอชรักแบล็กนะ”
!?
ผมนิ่งอึ้ง จ้องมองในแววตาที่แน่วแน่ของจิ้งจอกแดงตรงหน้า แอชลี่ย์พูดเสียงหนักแน่น ก่อนเขาจะเปิดปากผมด้วยปากของเขาพร้อมกับสอดลิ้นนุ่มเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“อื้อ! ...หยุด อึก” ผมพยายามหันหน้าหนี แต่แอชลี่ย์ก็ใช้ขาหน้าที่แข็งแรงกักร่างของผมไว้และคว้านลิ้นตวัดเก็บเกี่ยวความหอมหวานราวกับกำลังมัวเมาเหล้าผลไม้
ฉับพลันนั้นเอง กลิ่นหอมหวานรุนแรงก็ตีเข้ามาในจมูก ผมสะอึกรีบผละออก และผมก็เห็นดวงตาสีอำพันของแอชลี่ย์ฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงอารมณ์ หูเขาลู่ลงและส่งครางราวกับกำลังบาดเจ็บ
“งี้ด~ แบล็กจ๋า…ช่วยแอชด้วย หงิง~” เขาขยับสะโพกกระเด้าใส่ผมไม่หยุด
แอชลี่ย์กำลังฮีทและเขากำลังทำให้ผมรัท
“หยุดแอชลี่ย์ ไปหาตัวอื่นซะ” ผมดันตัวเขาออกและเดินหนีออกจากใต้ร่างของเขา แต่ร่างเย้ายวนกลับพยายามขวางผมไว้
แอชลี่ย์ในตอนนี้ยั่วยวนจนผมต้องกลืนน้ำลาย เขาเป็นจิ้งจอกที่รูปร่างเพรียวบางแต่กลับเต็มแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อสวย เวลาที่ร่างเขาบิดตัวไปมาเพราะฮีทจะเห็นกล้ามเนื้อที่บิดตัวสวยน่ามอง ที่เย้ายวนที่สุดคงไม่พ้นดวงตากลมโตสีอำพันที่ฉ่ำเยิ้มด้วยแรงอารมณ์
“แต่แอชรักแบล็กนะ แอชรู้ว่าแบล็กโกรธเรื่องของเรย์ แต่แบล็กไม่ควรเป็นคู่ของมัน แบล็กต้องเป็นคู่ของแอชแค่ตัวเดียวเท่านั้น!” เขาตะโกนก่อนจะพุ่งเข้าคร่อมร่างผมอย่างแรง
“แอชลี่ย์! หยุดเดี๋ยวนี้!”
“รักแอชนะ แอชจะรักแบล็กแค่ตัวเดียว จะดูแล จะไม่ให้สัตว์ตัวไหนเข้ามาใกล้แบล็กเด็ดขาด”
ปลายปากยาวจู่โจมปากผมอย่างรวดเร็ว เขาดูดเลียกวาดน้ำลายดื่มกินอย่างตะกุมตะกามเหมือนกับกระหายน้ำอย่างหนัก ผมสั่นสะท้าน กระต่ายโดยปกติผสมพันธุ์ทั้งปี ผมซึ่งไร้คู่และไม่ได้ปลดปล่อยเลยหลังจากที่เรย์มอนไปยุ่งเกี่ยวกับแอชลี่ย์ ทำให้รัทง่ายกว่าปกติ
แอชลี่ย์ชะงัก เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวของตัวตนของผม ก่อนจะก้มลงไปครอบงำมันด้วยปากร้อนจังของเขา
“แผล็บ! แบล็กหวานจัง…แฮ่ก จ๊วบ! แบล็กๆ”
“แอชลี่ย์ ไม่…หยุดนะ จี๊ด!” ผมร้องครวญครางไม่เป็นภาษา กระเด้าเอวใส่ปากนุ่มรุนแรงรู้สึกดีจนตาพร่าไปด้วยน้ำตา ผมไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน ทำไมกันนะ
ผมทะลึ่งตัวขึ้น ใช้มือตะกุยหัวสวยเมื่อความรู้สึกมันรุนแรงขึ้นจนผมแทบคลั่ง เร่งจังหวะรุนแรงใจแทบจะขาด ร่างกายร้อนผ่าวเมื่อใกล้จะระเบิดเต็มทน
“เร็วเข้า! เร็วอีกๆ อ๊า! แอชลี่ย์ๆ”
จนถึงจุดที่ผมทนไม่ไหว ร่างกระตุกรุนแรงไม่หยุดพร้อมกับน้ำหวานสีขุ่นพุ่งเข้าใส่ปากอุ่นร้อนของจิ้งจอกแสนสวย เขาดูดกลืนแทบทุกหยาดหยดอย่างเอร็ดอร่อย
ผมสะอื้นในลำคอ ความเสียวซ่านพร่างพรายจนหมดเรี่ยวแรง ร่างของผมถูกจับพลิกให้คว่ำลงกับหญ้านุ่ม บั้นท้ายถูกดันให้ยกสูงขึ้น ก่อนลิ้นร้อนชื้นจะไล้เลียรอบๆ รอยจีบของผม
“ไม่เอานะ…”
“แบล็กไม่ชอบหรอ?” แอชลี่ย์ชะโงกหน้าเข้ามาจูบและถามเสียงหวาน
“ใช่” ผมตอบกลับไปเสียงแผ่ว
แอชลี่ย์ยิ้ม เขาจูบบนรอยจีบผมจนเกิดเสียง ก่อนจะวาดขาคร่อมสะโพกไว้ที่หัวผม
“งั้นแบล็กช่วยแอชหน่อยสิ” เขาพูดอย่างซุกซน พร้อมกับก้มลงจุ๊บบนหัวน้องของผมเบาๆ
ผมมองรูสีหวานตรงหน้าอย่างเหม่อลอย มันสวยน่าลิ้มลองมากๆ ผมใช้ขาหน้าประคองสะโพกอวบมาตรงหน้า ก่อนจะจูบเบาๆ แล้วสอดลิ้นเข้าไปตรวจสอบความหวาน กลิ่นฮีทและรสหวานฉ่ำไหลเข้าสู่ลำคอจนผมดูดกลืนแทบไม่หมด
“อ๊า! แบล็กๆ ที่รัก…หงิง~” แอชลี่ย์ส่ายสะโพกรับจังหวะ เขาครางเสียงหวานพร่าเซ็กซี่ดังลั่นพร้อมกับเชิดใบหน้าสวยไปบนเพดานโพรง หูโตนุ่มนิ่มลู่แนบกับหัวด้วยอารมณ์สุขล้น
ในขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับรสสัมผัส แอชลี่ย์ก็ผละออกไปอย่างรวดเร็ว เขาทรุดตัวนอนหงาย พร้อมกับคว้าตัวผมขึ้นไปนอนบนตัวเขา ตัวตนของผมแนบกับรูสีหวานระเรื่อของเขา
ผมไม่ช้า อาการรัททำให้ผมแทบคลั่ง ผมสอดปลายเข้าไปและขยับกระแทกกระทั้นทันที
“อื้อ…ใหญ่จัง อ๊า แบล็กจ๋าแบล็ก”
เสียงหวานๆ ยิ่งทำให้ผมเร่งจังหวะ ตลอดมาผมไม่เคยเป็นฝ่ายที่ขึ้นขี่ตัวไหน และเพิ่งเข้าใจว่ามันรู้สึกดีมากๆ ผมอ้าปากคราง ไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แม้แต่ตอนที่ผสมพันธุ์กับเรย์มอนก็ตาม
“เอาแอชแรงกว่านี้สิ เอาให้แอชร่านไม่ออกเลย งี้ด!”
“จำคำนายไว้นะแอชลี่ย์” ผมกระซิบก่อนจะกัดใบหูและลำคอเขาอย่างเสียวซ่าน
เสียงกระทบกันและเสียงเฉอะแฉะดังก้องภายในหู ผมรีบเร่งจังหวะเมื่อรู้สึกถึงอารมณืที่เริ่มพุ่งขึ้นสูงลิ่ว
“หงิง! ๆ ๆ เร็วที่รัก นั่นแหละ! ๆ”
“จี๊ด!!!”
ผมกระแทกเข้าใส่ร่องนุ่มเต็มแรงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะฟุบร่างลงบนขนฟูนุ่มนิ่มสีเพลิง เสียงหอบหายใจของเราดังเป็นจังหวะเดี๋ยวกัน
“เราเป็นคู่กันแล้วนะแบล็ก แอชดีใจจัง” เขาพลิกผมนอนตะแคงทั้งที่เรายังเชื่อมกันอยู่ เขาขยับเข้าซุกและคลอเคลีย
“นายรู้ดีแอชลี่ย์ ว่าฉันยังรักระ…”
“แง่ง!! อย่าพูดถึงมันนะ!!” เขาขู่เสียงดังลั่น ก่อนจะรีบเก็บสีหน้าและขยับตัวเข้ามากดจูบผมอย่างอ่อนโยน
“…”
“ได้โปรดที่รัก ให้โอกาสแอชนะ ที่แอชทำไปเพราะแอชรักแบล็กนะ ทั้งๆ ที่แอชเห็นแบล็กก่อนแท้ๆ ทั้งที่แบล็กควรจะเป็นของแอช แต่เพราะมัน ฮึก! เพราะมันตัวเดียว! ” เขาเริ่มร้องไห้จนขนตรงอกผมหนักอึ้ง
ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี มันอึ้งไปหมด แต่ก็อดรู้สึกแปลกๆ ตรงอกไม่ได้ มันประหลาดและผมก็บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร ผมไม่ได้เกลียดแอชลี่ย์หรอก แค่เกลียดกลิ่นของเรย์มอนที่อยู่บนตัวของเขาก็เท่านั้น
แต่ตอนนี้มันดีมากๆ ที่ตัวของเขามีเพียงกลิ่นของผม…
ผมก้มลงเลียน้ำตาให้เขาแผ่วเบา จนเสียงสะอื้นเงียบลง แอชลี่ย์ช้อนตาฉ่ำน้ำก่อนจะเอ่ยเสียงหวานออดอ้อน
“เป็นคู่แอชนะ แอชจะรักแบล็ก”
ผมเงียบลง เขาเผลอทำสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด หูลู่ลงอย่างหวาดกลัวพร้อมกับหางที่ขดเข้ามาที่ระหว่างขาหลัง
“อืม ลองดู”