*น้องเป็นซอมบี้ และน้องความรู้สึกช้าเอามากๆ เลยค่ะ*
*Plantverse โลกที่พืชมีรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์แต่ระบบต่างๆ ในร่างกายจะทำงานคล้ายคลึงกับพืชทุกประการ สภาพสายพันธุ์ ลักษณะและการใช้ชีวิตจำลองจากเกม Zombie VS Plants
-โลกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ได้แก่ พืชกับซอมบี้
-ซอมบี้ชื่นชอบการกินสมองของมนุษย์พืชมากๆ จึงพยายามเค่นฆ่าจนฝั่งพืชต้องออกมาโต้กลับ มันเลยกลายเป็นสงครามระหว่างพืชกับซอมบี้
-ซอมบี้ไม่ค่อยมีสมองและความรู้สึก
-ซอมบี้สามารถท้องได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย และในมนุษย์พืชจะไม่มีเพศหญิง จะมีเพียงพืชที่มีเกสรตัวเมียเพื่อแพร่พันธุ์เท่านั้น*
ปัง!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อ๊ากกกก!
เบื้องหน้าของผมคือสนามรบ มันคือสงครามที่เราไม่เคยชนะแต่เราก็ไม่เคยยอมแพ้ และผมรู้ดีว่าถ้าผมเข้าไปในนั้นผมจะไม่มีวันได้กลับออกมาอีก ผมมองพวกพ้องที่อยู่รอบๆ ตัว ไม่มีความกลัวอยู่ในแววตาของพวกเขาเลย มันมีเพียงแววตากระหายเลือดที่พร้อมฟาดฟันทุกอย่างที่มาขวางทางของพวกเขา
“ถึงทีพวกแกแล้ว!! ไปเอาสมองมาให้ได้!!!”
“เฮ้!!!!”
ผมสะดุ้ง เหม่อมองสนามหญ้าที่มีศัตรูหน้าตาน่ากลัวกำลังชูอาวุธพร้อมที่จะโจมตี
“ออกไปสิ!”
“อ้ะ!”
ผมโดนเพื่อนข้างหลังกระแทกจนถังเหล็กเกือบตกจากหัว พวกเขาเดินโซเซไปข้างหน้า ประตูด้านหลังถูกปิดลง ไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ผมทำได้คือพาร่างผอมแห้งของตัวเองเดินไปข้างหน้า ศัตรูร่างใหญ่โตคร่าชีวิตเพื่อนผมทีละคนอย่างบ้าคลั่ง
ปืนกระบอกใหญ่สีเขียวจ่อมาที่หน้าผากผมในระยะประชิด ผมสะดุ้ง ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเข้าใกล้ศัตรูขนาดนี้ มนุษย์พืชตรงหน้าตัวสูงใหญ่และมีร่างกายที่แตกต่างจากผมมากๆ ผมและตาของเขาเป็นสีเขียวอ่อนสวยมากๆ จนผมเผลอมองอย่างเลื่อนลอยเขาเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อผมไม่มีทีท่าเป็นภัย
“ซันดูนี่ดิ ซอมบี้ตัวนี่มันแปลกๆ ว่ะ” เขาหันไปถามมนุษย์พืชอีกคนที่มีรูปร่างไม่ต่างกัน เพียงแต่ตาและผมของเขาเป็นสีทองสว่างสไหวแบบที่ผมไม่เคยเห็น
“หน้าตาน่ารักดี เก็บไว้เลี้ยงดีมั้ย” เขาพูดกลั้วหัวเราะ ในขณะที่มือขาวๆ เอื้อมมาจะจับผม เพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ ก็พุ่งเข้ามากัดเข้าที่มือของเขาอย่างแรง
“ไอ้เวรเอ๊ย!” มนุษย์ผมสีเขียวยกกระบอกในมือจ่อยิงเข้าที่หัวเพื่อนของผมเข้าอย่างจัง
ผมได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับที่ ตัวสั่นหวาดกลัวจับใจ มองเลือดและสมองสีคล้ำเละๆ ไหลย้อมออกมาจากซากกะโหลก ปนกับกลิ่นหอมอุ่นๆ จากมือของมนุษย์พืชที่ถูกกัด
“นี่นายกลัวหรอ?” ผมสะดุ้งอีกครั้งและพยายามถอยหนีแต่ก็ไม่พ้นมือใหญ่ของเขาได้ ชายผมสีน้ำตาลทองขมวดคิ้วมองมาที่ผมอย่างสงสัย
“ปล่อยน้า…” ผมเสียงยานๆ เบาหวิวพร้อมกับส่งสายอ้อนวอนให้เขา
“ชิบ…” เขาพึมพำเสียงเบาหวิวก่อนจะขยับมาดึงผมเข้าไปกอด กลิ่นหอมๆ เหมือนไม้โดนเผาตีเข้าจมูก ผมอดสูดเข้าเต็มปอดไม่ได้เพราะไม่เคยรู้จักกลิ่นที่หอมแบบนี้มาก่อน
“เฮ้ย! ไม่ได้เว้ยไอ้ถั่ว กูเจอก่อน” ชายผมเขียวกระชากผมเข้าไปกอดแทน กลิ่นหอมสดชื่นเข้ามาแทนที่ มันหอมไปอีกแบบ ผมเหลือบมองมนุษย์พืชผมสีทองที่อยู่ด้านหลัง อยากรู้ว่าเขาจะหอมแบบไหน จะหอมเหมือนเลือดของเขาหรือเปล่า
“พวกนายไม่เห็นหรอว่าน้องซอมบี้มองฉันน่ะ” เขาพูดยิ้มๆ และดึงผมเข้าอ้อมแขนแทน ผมรีบสูดกลิ่นทันที มันกลิ่นเหมือนแดดตอนเช้าอุ่นๆ เลย
มือขาวๆ ที่เปื้อนเลือดยกมาลูบหัวผมเบาๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแพร่ไปทั้งร่างกาย ผมหลับตาและเอียงหัวรับสัมผัสอย่างเผลอไผล ทำไมที่บ้านผมถึงไม่ทำแบบนี้บ้างนะ มันออกจะรู้สึกดี
“น่ารักว่ะ”
“เออ เก็บไปเลี้ยงดีมั้ยว่ะ น้องแม่งดูไม่เป็นพิษไม่เป็นภัย”
“กูขอ…”
“ไอ้วอลนัท!” ผมลืมตามองรอบๆ เห็นเส้นสีแดงบนประตูทางกลับบ้านกำลังจะถึงขีดที่ประตูจะเปิด ผมผลักตัวเองออกจากตัวของมนุษย์พืชผมทองจากนั้นก็เดินเซๆ กลับไปยังประตู เพื่อนของผมตายหมดแล้ว ไม่เหลือใครเลย
“พวกมึงอย่ายิง!” เสียงตะคอกด้านหลังทำเอาสะดุ้งแต่ผมก็ไม่ได้หันหลังกลับไป ยังคงเดินไปข้างหน้า
ออด!!
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นแต่กลับไร้การเคลื่อนไหวจากประตู ผมยืนเหม่อมองอย่างตกใจ ทำไมประตูถึงไม่เปิดล่ะ ผมยกแขนขึ้นเชื่องช้า ตบลงกับประตูเบาหวิว ผมรอดนะทำไมเขาถึงไม่เปิดให้ผมเข้าไปล่ะ ผมเริ่มยกมือข่วนและทุบกับแผ่นเหล็กบานใหญ่เท่าที่ผมจะทำได้ น้ำอะไรไม่รู้ไหลออกมาจากตาผมเยอะมากแต่ผมก็ไม่คิดจะสนใจ
มือใหญ่สอดเข้ามากอดเอวผมไว้ กลิ่นหอมสดชื่นที่แนบกับหลังและหัวของผมไม่ได้ทำให้ผมหยุดการกระทำ
“…พ่อ…แม่…” ผมรอดแล้วนะ แต่ผมกลับไปไม่ได้
“ชู่…ไม่เป็นไรนะ ไม่ร้อง” เขาอุ้มผมแนบกับอก ผมกำมือขย้ำหลังเขา ผมอยากกลับบ้าน
อยากกลับบ้าน…
มนุษย์พืชทั้งสามตัวมองซอมบี้น้อยที่นอนหลับอยู่ในแคปซูลฟื้นฟู เสียงครางเหมือนแมวที่กำลังมีความสุขดังจากลำคอเล็กตลอดเวลา
พวกเขาเป็นมนุษย์พืชที่เสียสละออกมารบให้กับประเทศชาติ เมื่อวานคือสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างสองโลก โลกซอมบี้ไม่เหลือแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่ประตูไม่เปิดออก ภาพเมื่อวานที่ซอมบี้ตัวเล็กพยายามทุบประตูพร้อมกับพร่ำหาครอบครัวมันทำให้พวกเขาและมนุษย์พืชที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างสะเทือนใจไปตามๆ กัน ไม่เคยคิดว่าซอมบี้จะร้องไห้เป็น
สงครามจบแล้ว และพวกเขาจะได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษที่ปกป้องคนนับล้าน มนุษย์พืชทั้งสามตัวตัวสินใจลาพักร้อนหนึ่งปีจากนั้นจะกลับมารับราชการต่อ
พวกเขาทำเรื่องรับเจ้าซอมบี้น้อยมาอยู่ภายใต้อำนาจของพวกเขา อำนาจของสามตระกูลใหญ่ที่สุดใน Plantverse
อากีล่า พีชชูทเตอร์ มือปืนแห่งกองทัพหน้า เขาเป็นผู้ก่อตั้งกำลังทหารสู้กับซอมบี้รุ่นแรก ประวัติการปะทะ ไม่มีพลาดสักครั้ง
มาดากัส วอลนัท เกราะเหล็กยักษ์ เขาเป็นมนุษย์ที่ผู้คนกลัวที่สุด ด้วยร่างกายที่ราวกับเกราะเหล็กเดินได้และฝีไม้ลายมือการสู้ระยะประชิดที่น่าหวาดหวั่นทำให้เขาชนะทุกสงครามที่ได้ย่างเท้าเข้าไป
คิชาน ซันเฟลาเวอร์ เป็นที่เล่าลือกันหนาหูในความอัจฉริยะของเขา คงไม่ต้องบอกเลยแผนที่ทำให้โลกซอมบี้พินาศนั้นมาจากผู้ใด
ขาดกำลังสำคัญจากสามตระกูลโลกพืชก็เมื่อขาดหัวใจ แม้จะถูกต่อต้านอย่างหนักที่รับซอมบี้ศัตรูตัวฉกาจเข้ามาในโลกพืช แต่ใครจะมีปัญญาทำอะไรได้ สุดท้ายเรื่องนี้ก็เงียบลงอย่างรวดเร็ว
ซอมบี้น้อยตื่นขึ้นมาท่ามกลางสายตาตื่นเต้นจากมนุษย์พืชทั้งสาม พวกเขามองซอมบี้ตรงหน้าที่ยกมือเล็กซีดๆ ขยี้ตาพร้อมกับอ้าปากหาวจนเห็นเขี้ยวสองข้างน่ารักในปากแดงฉ่ำ
อากีล่ารัวชัตเตอร์กล้องจากมือถือในมือรัวๆ เพื่อเก็บภาพน่ารักนี้ไว้ ในขณะที่คิชานก็แก้งแดงหูแดง มาดากัสเองก็รีบเงยหัวขึ้นสูงเมื่อรู้สึกว่าจมูกมันร้อนๆ แต่ยังมิวายเหลือบตาบันทึกภาพนี้ลงในสมอง
“…มนุษย์พืช…”
“ว่า/อะไร/ครับ” ซอมบี้ตัวเล็กมองมนุษย์พืชสามตัวอย่างมึนงง
“ชื่ออะไรครับ บอกพี่คิชานหน่อยสิครับ” ดอกทานตะวันในร่างมนุษย์ทรุดตัวนั่งข้างๆ ร่างเล็ก พร้อมกับยิ้มหวานราวกับแสงอาทิตย์จนซอมบี้น้อยต้องหรี่ตาลง
“…อีวา…พี่คิ..ชาน..” เขาตอบพร้อมกับช้อนตากลมโตสีน้ำเงินเข้มมองปริบๆ
อากีล่าและมาดากัสต่างขบเขี้ยวในใจ ไอ้คิชาน ไอ้เพื่อนเวร! คนโดนเรียกพี่ถึงกับสติหลุดรอดไปเรียบร้อยแล้ว มาดากัสรีบปรี่ไปนั่งอีกด้านของอีวาอย่างรวดเร็วจนอากีล่าร้องเสียงหลงอย่างตกใจ
“อีวาเด็กดี เรียกป๊ามาดากัสเร็ว” มนุษย์สายพันธุ์ถั่วยิ้มกริ่ม เมื่อเห็นสีหน้าเกรี้ยวกราดจากเพื่อนทั้งสองของตน
“กัส…กัส”
“หา!!”
“…กัสกัส” เสียงหัวเราะดังลั่นทันที แต่มาดากัสกลับยิ้มกว้างแก้มแทบปริแบบที่ไม่เคยยิ้มมาก่อน
“น่ารักจังเลย กัสกัสก็กัสกัสเนอะ” พูดเสียงสองพร้อมกับจับแก้มนุ่มนิ่มส่ายไปมา ก่อนจะหอมฟอดใหญ่ สักพักแก้มอิ่มขาวซีดก็ค่อยๆ มีเลือดฝาดมารวมกันจนแดงปลั่ง สามหนุ่มที่เห็นปฏิกิริยาน่ารักก็ต่างใจเต้นอย่างสุดแสนจะเอ็นดูในความน่ารักนี่
“เรียกแด๊ดดี้หน่อยนะครับ” อากีล่าไม่ยอม รีบเข้านั่งคุกเข่ากลางขาเรียวเล็ก มิวายแอบแต๊ะอั๋งขาเนียนสวย
“…แด๊ด..”
“คร้าบบบบ” ตอนนี้ถ้าอากีล่ามีหาง หางของเขาคงสั่นจนก้นแถมหลุดแน่ๆ
อีวาความรู้สึกช้ามากๆ แต่นั่นก็น่ารักมากๆ เช่นกัน พวกเขาบอกความจริงแก่ซอมบี้น้อยว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง และพวกเขาได้ทำอะไรลงไป อีวาทำเพียงรับฟังเงียบและตอบกลับมาว่า
“อีวา…เข้าใจ”
สามหนุ่มเอาใจใส่อีวาเหมือนลูกในไส้ (?) ทั้งรักทั้งหลงจนคนทั้งประเทศประโคมข่าวกันเป็นพักๆ พาไปออกงานบ้าง จัดงานเลี้ยงฉลองยกใหญ่ที่อีวาพูดยาวขึ้นบ้าง กระโดดลงมาจากเครื่องบินตะโกนบอกรักซอมบี้น้อยบ้าง จนอีวาที่มักทำหน้าเฉยชาตลอดเวลาทำหน้ารำคาญและเบื่อหน่ายออกมาทีเดียว
อีวารักแด๊ด รักกัสกัส รักพี่คิชานมากๆ เพราะมนุษย์พืชทั้งสามตัวดูแลและให้ความรักกับอีวาแบบที่มาเคยได้รับจากใครแบบล้นปรี่ ตั้งแต่อีวามาอยู่กับพวกเขา อีวาได้รู้จักกับความรู้สึกและอารมณ์มากมายที่ไม่ใช่ความว่างเปล่าและหวาดกลัว
และอีวาไม่รู้หรอก ว่าได้ทำให้ลูกน้องและคนรอบข้างไม่เว้นแม้แต่พ่อแม่ของสามหนุ่มเองขนลุกขนพองไปตามๆ กัน กับพฤติกรรมที่อารมณ์ดีแทบตลอดเหมือนโลกนี่มีเพียงอีวาขนาดไหน แต่พวกเขาก็ดีใจที่ในที่สุดพวกเขาก็มีคนที่รักจริงๆ ไม่ใช่ปืนและระเบิดในสนามรบ
ทุกๆ เช้า มนุษย์พืชทั้งสามตัวจะออกมานั่งที่ระเบียงเพื่อรับแสงแดดเป็นมื้อเช้า พร้อมกับชงปุ๋ยมาจิบไปด้วยพลางๆ ความจริงพวกเขาสามารถดื่มคลอโรฟิลล์เลยก็ได้ เร็วกว่า แต่มันไม่อร่อยเท่าสังเคราะห์เอง และเมื่อพวกเขาอิ่มแล้วก็จะนั่งอีกสักพักแล้วจึงไปป้อนอาหารที่ทำเองให้กับสุดที่รักของพวกเขา
“อีวาเด็กดี” คิชานสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนใหญ่ กอดเอวบางที่เริ่มมีความนุ่มนิ่ม
“ตื่นเร็วครับ” มือปืนหนุ่มหอมแก้มอิ่มฟอดใหญ่ สักพักดวงตากลมโตก็เปิดขึ้นจ้องมองพวกเขา ก่อนปากสีหวานจะฉีกยิ้มให้บางเบา
“ถึงเวลากินข้าวเช้าแล้ว” มาดากัสคลานเข่าคร่อมเหนือร่างอีวา ร่างสูงใหญ่อีกสองร่างก็ลุกนั่งชันเข่า ก่อนแก่นกายยักษ์สามแท่งจะจ่อมาที่ริมฝีปากของซอมบี้น้อย
“อือ…กินข้าว” มือน้อยจับหมับเข้าที่แท่งอาหารของอากีล่าและคิชาน ค่อยๆ ใช้นิ้วเรียวรูดรั้งและถูไถ พร้อมกับจุ๊บลงบนปลายแก่นของมาดากัสจนมันกระตุกงึดๆ เหมือนกำลังเรียก ก่อนปากเล็กจะอ้าออกครอบครองเจ้าแท่งให้อาหารของมาดากัส
“อ๊า…แรงๆ ครับ”
“อีกนิดนะครับ อืม”
“ซี๊ด อีวาๆ”
เสียงครางกระเส่าหูที่เซ็กซี่สุดๆ ดังก้องอยู่ในหูอีวา ซอมบี้น้อยยิ่งเร่งปากเร่งมือถี่ยิบ สลับเปลี่ยนปรนเปรอไปมาอย่างทั่วถึง แก้มป่องและยุบตามแก่นกายยักษ์ที่ดูดรั้งไปมา
“เด็กดีอ้าปากเร็ว”
“f**k!”
“อีวา!”
พวกเขากำลูกชายและรูดรั้งจ่อไปที่ปากน้อย อีวาอ้าปากกว้างและแหงนหน้าจนคอตั้งอย่างรู้งาน ไม่นานน้ำกามสีใสแต่เต็มไปด้วยสารอาหารก็กระฉูดจากมนุษย์พืชเข้าสู่ปากซอมบี้น้อย ใบหน้าน่ารักเปรอะไปด้วยน้ำเหนียวๆ กลิ่นหอมหวาน อีวาใช้มือปาดบางส่วนที่เลอะลำคอและอกเข้าปาก ดูดดึงสองนิ้วนั้นพร้อมกับช้อนดวงตามองสามหนุ่มที่ต่างก็มองภาพนั้นอย่างเลื่อนลอย
แหมะ แหมะ
“อ้ะ…เลือด” อีวาเบิกตาตากว้าง…เล็กน้อย แล้วชี้มือไปที่จมูกของกัสกัส แด๊ดและพี่คิชาน
มนุษย์พืชรีบกุลีกุจรลงจากเตียงแย่งกันออกจากห้องทันที คิชานก้มลงบีบจมูกหน้าอ่างน้ำพลางยื่นผ้าให้กับมาดากัสที่กำลังนับหนึ่งถึงสิบ ที่หนักกว่าเพื่อนคงเป็นอากีล่าที่โทรหาคุณหมอพีพอดอย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้หมอเว้ย!!! เมื่อไรยาปลุกจะเสร็จว่ะ!!!! พวกกูจะข่มขืนน้องแล้วเชี่ย!!!”
From Pea Pod…2 week ago.. ( reply)
ซอมบี้ไร้อารมณ์ทางเพศอย่างสิ้นเชิงครับ หากคุณต้องการสืบพันธุ์ ผมจะจัดการทำยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้นะครับ