บทที่ 2
ลี่เธอยืนยิ้มให้กับกันต์อยู่เพียงไม่นานบางสิ่งบางอย่างที่ชอบเข้ามาขัดจังหวะก็เกิดขึ้น พราวไม่ยอมหยุดหาเรื่องเธอเดินตรงเข้ามาหาลี่และเพื่อนอีก 3 คน เดินตามหลังมาด้วย สายตาของทั้ง 3 คนนั้นไม่พอใจลี่เหมือนกับว่าจะเข้ามาหาเรื่อง
“ดูมีความสุขนะ ความสุขกับของของคนอื่นหน้าด้านไปหรือเปล่า” พราวแสดงความเป็นเจ้าของกันต์เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับควงแขนเอาเขาไว้ราวกับเป็นแฟนที่รักกันมาก
“พราวปล่อยกันต์เดี๋ยวนี้นะ อย่าทำแบบนี้เลย” กันต์ดึงแขนของตัวเองออกจากมือของพราวเขาขยับเข้ามาใกล้ๆ ลี่
“คิดไว้แล้วไม่มีผิดแฟนเก่ากลับมากันต์ก็กลับไปหามัน ทำไมถึงไม่จำว่ามันทิ้งกันต์ไปจำไม่ได้เหรอร้องไห้ฟูมฟายเกือบตาย” พราวชี้หน้าว่าให้กับกันต์เธอโมโหจนน้ำเสียงสั่น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะพราว เธอกำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่านี่คือลี่?”
“แสดงต่อหน้าใครก็แสดงไปเถอะ พราวรู้ว่าอีลี่มันคืออีหมวยอดีตแฟนเก่าของกันต์ที่มันทิ้งกันต์ไปกับผู้ชายคนอื่น ต่อให้ไปศัลยกรรมมาทำผมสีทองมา พราวก็รู้และรู้ตั้งแต่คุณลุงทำอะไรมันไม่ได้แล้วก็เพราะว่ามันเป็นลูกเจ้าของมหาลัยนี้!!”
กันต์หันมองหน้าลี่ซึ่งเธอไม่ได้โต้ตอบอะไรกับพราวได้เพียงแต่ยืนนิ่งๆ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ถ้าฟุ้งซ่านมากนักก็กลับบ้านไป จะมาหาเรื่องเพื่อนทำไม” เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลังซึ่งทุกคนจำได้ดีว่าเสียงนี้คือเสียงของใคร ‘ครูไพบูลย์’ ครูใหญ่แห่งมหาลัยที่ดุและน่ากลัวที่สุดเขาเดินเข้ามาใกล้ๆ เอ่ยว่าให้กับพราวที่กำลังหาเรื่องนักศึกษาคนอื่น
“ครูใหญ่”
“เป็นเพื่อนกันทำไมต้องทะเลาะกันด้วยอาจารย์ไม่อยากยุ่งเรื่องของพวกเธอหรอกนะ แต่มันไม่สมควรพวกเธอยังเด็กยังมีอนาคตอีกไกลจะมาด่ากันแย่งผู้ชายคนเดียวมันดูไร้สาระ ส่วนพราวเธอหยุดกล่าวหาคนอื่นว่าแย่งแฟนตัวเองสักทีเถอะ ดูผู้ชายเขาไม่ได้สนใจเลย” ถ้าไม่ติดว่าเป็นอาจารย์ป่านนี้พราวคงตะคอกใส่หรือไม่ก็ด่าจนกระเจิดกระเจิงไปแล้วที่กล้าว่าเธอต่อหน้าคนมากขนาดนี้
“ลี่เธอก็เพิ่งเข้ามาเรียนใหม่พยายามอย่ามีเรื่องกับใครเป็นมิตรกับทุกคนไว้ดีที่สุด” ลี่เธอรีบยกมือไหว้อาจารย์ใหญ่ก่อนที่เขานั้นจะเดินออกไป
มือหนาของกันต์คว้าจับมือน้อยของลี่ต่อหน้าพราวและเพื่อนของเธอ
“จะไปติวหนังสือไม่ใช่เหรอ ไปติวหนังสือที่ห้องของพี่นะ” ใบหน้าน้อยแดงก่ำถึงแม้ว่าจะเป็นการกระทำที่ประชดผู้หญิงที่คอยตามตื๊อเขาก็ตาม แต่เขาทำเหมือนกับว่าเธอนั้นเป็นคนรักของเขาจริงๆ
“ค่ะ” เจ้าของเรือนร่างบางเดินตามกันต์ไป เธอหันหลังกลับมามองพราวพร้อมกับเบะปากใส่
“กรี๊ด!! อีหมวยคอยดูนะฉันจะกระชากหน้ากากเธอออกมาให้ได้ แล้วฉันจะทำให้กันต์รู้ว่าเธอมันโกหก” พราวกรี๊ดจนสุดเสียงเธอย่ำเท้าไปมาด้วยความไม่พอใจแถมทั้งยังชี้ลี่ที่กำลังเดินไปกับกันต์คนที่พราวชอบและพยายามจะเอาเขามาเป็นแฟน
“มันตั้งใจหยามหน้าเธอชัดๆ พราวเธออย่าไปยอมมันนะ เธอตามจีบกันต์มาตั้งนานปล่อยให้อีเด็กบ้านนอกนี้เอาไปได้ไง เธอห้ามยอมมันเด็ดขาด” เสียงเพื่อนรอบข้างพยายามยุแยงพราวหลายปากต่อหลายเสียงจนพราวนั้นโกรธมาก
มือหนาที่คว้าจับข้อมือน้อยพาลี่เดินมาจนถึงลานจอดรถ เขายังไม่ยอมปล่อยเธอจนกระทั่งถึงรถตัวเอง
“พี่กันต์คะปล่อยลี่ได้แล้วค่ะ...เขาคงไม่ตามมาหรอก” ใบหน้าน้อยน้ำเสียงติดขัด แอบยิ้มตลอดเวลาในขณะที่เขาจับมือเธอให้เดินตามเขามา ลี่ตื่นเต้นจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะยิ่งได้สัมผัสกับมือหนาของเขาทำเอาหัวใจเธอยิ่งสั่น
“ขอโทษนะเมื่อกี้นี้แกล้งแสดงเพราะอยากปฏิเสธผู้หญิงคนนั้นไป นานแล้วแหละที่พราวพยายามเข้าหาพี่” มือหนาปล่อยออกจากข้อมือน้อยของเธอ
“แล้วทำไมพี่ถึงไม่เปิดใจให้กับเขาล่ะคะ ผู้หญิงคนนั้น เขาทั้งดูดีและสวยอีกอย่างเขาดูชอบพี่มากๆ เลยนะ” กันต์ถอดหายใจก่อนที่เขาฉีกยิ้มให้กับเธอและควักบุหรี่ไฟฟ้าในกระเป๋ากางเกงของตัวเองนั้นมาสูบ
“ไม่อยากรักใครอะ”
“มีอะไรหรือเปล่าคะเหตุผลที่ไม่อยากรักใครต้องมีอะไรบางอย่างหรือว่าพี่ยังลืมรักครั้งเก่าไม่ได้!!”
ในขณะที่เขามองขึ้นฟ้าปล่อยควันบุหรี่อยู่นั้นสายตาของกันต์หันมองลี่ทันที เขาเก็บบุหรี่ไฟฟ้าเข้ากระเป๋ากางเกงและควักกุญแจรถของตัวเองนั้นออกมาแทน
“เอาไว้ติววันหลังนะ...วันนี้พี่คงไม่ว่างแล้วแหละ” ลี่รู้ตัวดีว่าตัวเองนั้นพูดถึงแฟนเก่าของเขาจึงทำให้เขาไม่พอใจ มือน้อยรีบคว้าจับแขนหนาไว้ในขณะที่เขากำลังเปิดรถ
“ลี่ขอโทษนะคะ...ถ้าทำอะไรให้พี่ไม่พอใจ ลี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ที่ทำให้พี่โกรธ” คิ้วน้อยขมวดเข้าหากันจ้องมองเขาดูเหมือนว่าเขาจะโกรธเธอมากพยายามที่จะปัดมือเธอออก
“เอาไว้เราค่อยคุยกัน”
“เดี๋ยวสิคะ....พี่กันต์อย่าเพิ่งไปสิ ลี่รู้นะว่าพี่กำลังโกรธอยู่ ฮื่อๆ ลี่ไม่ได้ตั้งใจต่อไปนี้ลี่จะไม่พูดถึงอีกแล้วขอโทษนะคะ” ใบหน้าหนาหันมองคนตัวเล็กซึ่งในดวงตาของเธอหลั่งไหลน้ำตาออกมาพร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้น เธอส่ายหน้าไปมาและบอกว่าจะไม่พูดถึงสิ่งที่เขาไม่ชอบอีก
กันต์ถอนหายใจเขาหันกลับมาและจับมือของเธอทั้งสองข้าง
“ร้องไห้เป็นเด็กไปได้...โอเคพี่ไม่ได้โกรธเราหรอกหยุดร้องไห้ได้แล้ว” หัวแม่มืออันหนาค่อยๆ สัมผัสบนแก้มนุ่มปาดน้ำตาให้กับเธอเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน
“จริงนะคะ...พี่ไม่โกรธลี่จริงๆ นะ”
“ไม่ได้โกรธหรอก แล้วยังจะไปติวหนังสือห้องพี่อยู่หรือเปล่า?”
“พี่สะดวกหรือเปล่าคะ...ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นอะไรค่ะ เอาไว้พี่ว่างแล้วเราไปติวที่ร้านกาแฟกันก็ได้” กันต์ยิ้มให้กับลี่เขาส่ายหน้าไปมาก่อนที่จะยกมือหนานั้นวางไว้บนหัวของคนตัวเล็ก
“เจ้าเด็กน้อยเอ้ย โอเคอย่างนั้นเดี๋ยวพี่จะพาไปติวนะแล้วทางเราสะดวกใช่ไหมไม่มีใครไปตามนะ?”
“ไม่มีค่ะ”
กันต์พาลี่มาที่คอนโดของตัวเอง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยนี้มาก เมื่อเข้ามาในห้อง ลี่นั่งรออยู่ที่โซฟาส่วนเขานั้นเดินมาตู้เย็นเพื่อเอาน้ำให้กับเธอ
ดวงตาคู่น้อยกวาดมองรอบๆ ห้อง เธอฉีกยิ้มไปด้วยในแววตาของเธอดูเหมือนดั่งว่าชื่นชอบในห้องของเขามาก
“มองห้องพี่แปลกๆ นะ มีอะไรหรือเปล่าหรือว่าห้องพี่มันรกเกินไป” ลี่เธอรีบส่ายหน้าไปมาทันทีพร้อมทั้งรับแก้วน้ำมาจากเขา
“ไม่ใช่หรอกค่ะ...แค่สงสัยว่าพี่อยู่คอนโดคนเดียวทำไมดูสะอาดจัง”
“คอนโดนี้พี่ไม่ค่อยได้มาหรอกไม่ค่อยอยากมาไม่ค่อยอยากนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ที่มันเคยเกิดขึ้น” เมื่อพูดถึงเรื่องเก่าอดีตของคนรัก กันต์มักจะถอนหายใจแรง
“แล้วทำไมวันนี้พี่ถึงพาลี่มาที่นี่ล่ะคะ” ใบหน้าน้อยเอียงคอมองเขาในขณะที่เขาจับจ้องมองเธอ
“เผื่อใครบางคนจะเข้ามาแทนที่เขาได้”
คำตอบสั้นๆ ของกันต์ทำให้ลี่ใจสั่นจนเธอนั้นไม่มีคำถามที่จะถามเขาต่อ
“เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมถึงนั่งนิ่งเลย” ทำไมเขาพูดแล้วถึงนั่งนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่เลยนะ
“อ๋อๆ คือว่าลี่ขอเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหมคะ”
ใบหน้าน้อยเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมามากมาย เธอจึงขอเข้าห้องน้ำเพื่อตรวจเช็คใบหน้าตัวเอง
“ได้สิเดินเข้าไปในห้องนอนเลย”
“ค่ะ” ลี่เดินตรงเข้ามาในห้องนอนเขาราวกับว่าเธอนั้นเคยมาแล้วรู้ยังห้องน้ำว่าอยู่ตรงไหน เธอเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล
ใบหน้าน้อยจ้องมองตัวเองในกระจกบานใหญ่หลังจากปิดประตูห้องน้ำและล็อกกลอน
“นี่เราทำถูกแล้วใช่ไหม” มือน้อยทั้งสองข้างกำเข้าหากันราวกับคนที่ซ่อนความกลัวอะไรบางอย่างเอาไว้ถามตัสเองจนกระทั่งสายตาของเธอนั้นหันไปเห็นอะไรบางอย่างซึ่งอยู่ที่ชั้นด้านข้างกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ เป็นสร้อยรูปกุญแจแต่มันขาดแล้ว
“ก๊อกๆๆ” เธอนั้นสะดุ้งพรวดในขณะที่จ้องมองสร้อยเส้นที่ขาดในมือตัวเองอยู่ๆ เสียงเคาะประตูจากทางด้านนอกดังขึ้น เธอจึงคว้าหยิบสร้อยเส้นนั้นใส่กระเป๋ามาด้วยเพราะตั้งใจจะเอามาซ่อม
“เป็นอะไรหรือเปล่า” สายตาของเขาจ้องมองเธอเพราะรู้สึกแปลกตั้งแต่เห็นเหงื่อบนใบหน้าของเธอ
“ไม่มีอะไรค่ะ...แค่ร้อนเฉยๆ”
“ถ้าร้อนก็นั่งในห้องนี้ไปก่อนนะ ห้องนั้นมันใหญ่แล้วแอร์มันยังไม่ทั่วถึง นั่งในห้องนอนไปก่อนแล้วกันพี่ขออาบน้ำก่อน รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเดี๋ยวจะติวให้เราไม่รู้เรื่อง” กันต์เดินไปคว้าหยิบผ้าขนหนูของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ ลี่จึงนั่งลงที่เตียงมองไปเห็นกรอบรูปนั้นอยู่บนหัวเตียง เธอจึงฉีกยิ้มขึ้นมา เขายังคงเก็บรูปนี้เอาไว้จริงๆ มือน้อยสัมผัสเข้าไปที่รูปนั้นเบาๆ แต่ไม่ได้เอื้อมจับแล้วหยิบมา
“ทำอะไรอะ” ตัวเล็กสะดุ้งพรวดหันไปยังเสียงที่เอ่ยขึ้น กันต์เดินออกมาโดยที่ผ้าขนหนูพันเอวมาเพียงผืนเดียวดวงตาคู่น้อยเบิกกว้างสายตาแทบไม่กระพริบจับจ้องมองเขา
“พี่ลืมเก็บมันทิ้งเลยบอกแล้วว่าพี่ไม่ค่อยได้ใช้ที่นี่” เขาเดินตรงมาที่กรอบรูปนั้นคว้าหยิบมันและโยนลงถังขยะอย่างไร้เยื่อใย
“พี่อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอคะ”
“อืม”
“อะไรนะคะ...นี่พี่อาบน้ำหรือว่าวิ่งผ่านน้ำกันแน่เนี่ย” ลี่เธอหัวเราะเบาๆ เพราะว่าเขาเพิ่งจะเข้าไปในห้องน้ำเพียงไม่นานจริงๆ
“ลี่ว่าพี่เหรออย่างนั้นเข้าไปดูไหม พี่จะได้อาบให้ดูว่าอาบไวหรืออาบช้า” เจ้าของเรือนร่างหนาขยับเดินเข้าไปใกล้ๆ โดยที่ลี่นั้นนั่งอยู่ที่เตียงเงยมองคนตัวสูงเดินเข้าไปใกล้ๆ เธอ
“มองพี่แบบนี้ต้องการอะไรหรือเปล่า” ใบหน้าหนาก้มลงใกล้กับใบหน้าน้อยจนระยะใกล้ชิดนั้นปลายจมูกแทบจะชนติดกันเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเรือนร่างบางดังแรงจนคนตรงข้ามนั้นได้ยินเสียง
“เอ่อคือ...”
“ตั้งใจอ่อยพี่ไม่ใช่เหรอ” ลมหายใจแผ่วเบารดราดบนใบหน้าน้อย เขาขยับไปหน้าเข้าใกล้เธอจนริมฝีปากนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“มะ...อื้ม” เรือนร่างบางอ้าปากเพื่อปฏิเสธแต่ถูกปากหนานั้นพุ่งจูบเข้าจนเธอนั้นตั้งตัวไม่ทัน
เรียวปากหนาบดขยี้ปากน้อยรุนแรงและล้มทับตัวของเธอโดยการกดทับร่างบางเอาไว้บนเตียง
เพียงแค่ไม่นานกันต์ถอนจูบออก
“ถามจริงต้องการพี่จนเอาตัวมาให้พี่ถึงห้องแบบนี้เลยเหรอ?”
เขาจ้องมองหน้าเธอและใช้คำถามที่ตรงๆ โดยที่ไม่อ้อมค้อมแต่คำพูดของกันต์ทำให้เธอนั้นรู้สึกไม่ดีเรือนร่างบางจึงขยับออก
“จะไปไหน” ลี่เธอรีบลุกขึ้นจากเตียงแต่ถูกมือหนาคว้าเอาไว้
“ขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอรู้สึกไม่ดีเหมือนกับว่าเขากำลังดูถูกเธอ ลี่เดินออกมาจากห้องของเขาจนกระทั่งถึงหน้าประตูกันต์เดินตามออกมา
“พี่เปิดประตูให้ลี่หน่อยค่ะ”
“โกรธพี่เหรอ” ใบหน้าน้อยส่ายไปมาไม่กล้าที่จะมองหน้าของเขา กันต์เองก็รู้ตัวว่าเธอนั้นโกรธ
“การที่ผู้หญิงกล้ามาห้องผู้ชายแบบนี้อยู่ด้วยกันสองต่อสองก็หมายความว่าผู้หญิงคนนั้นต้องการที่จะมอบร่างกายให้กับผู้ชายแล้ว”
ในขณะที่เขาเปิดประตูคอนโดให้กับเธอ กันต์พูดขึ้นมาหนึ่งประโยค ลี่ได้เพียงแต่หยุดชะงักหลังจากฟังจบเธอรีบเดินออกจากห้องของเขาไปทันที
“เฮ้อ! เขาถอนหายใจเสียงดังหลังจากที่เธอออกไปแล้ว กันต์นั่งลงบนโซฟาได้เพียงแต่ยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง”
“พูดแรงเกินไปป่ะวะ”
เขาบ่นพึมพำกับตัวเองคิดถึงคำพูดที่ทำให้ลี่โกรธจนต้องรีบกลับออกไปจากห้องของเขาทันที