ล่ามรักแฟนเก่านายวิศวะ
บทที่ 1
เรือนร่างบางลงจากรถแท็กซี่ เธอรีบเดินเข้ามาในมหาลัยแต่รู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่ามีสายตาของใครบางคนจ้องมองมาจริงๆ อย่างที่คิดสายตาคู่นั้นเป็นของพราวรุ่นพี่คนเมื่อวานที่เข้ามาหาเรื่องนั่นเอง
“นางเด็กบ้านนอกเธอก็แค่เหยื่อใหม่เท่านั้นแหละ คนแบบกันต์เขาไม่ได้รักใครจริงๆ หรอก คนที่เขารักมีแค่แฟนเก่าเขาคนเดียวเท่านั้นจำเอาไว้ซะด้วย” ลี่เธอจ้องมองหน้าของพราวและเพื่อนของเธอที่อยู่ด้านหลังซึ่งไม่กลัวเลยด้วยซ้ำ ลี่ขยับเข้าไปใกล้ๆ เธอกอดอกมองพราวและผายลมหายใจ
“ไม่สวยก็เหนื่อยหน่อยนะพยายามวิ่งตามจับเขาแต่เขาก็วิ่งหนี! ตามจับเขามาตั้งแต่สมัยไหนแล้วล่ะได้ข่าวว่าย้ายมหาลัยตามมาเลยนิ” พราวในขณะที่กอดอกอยู่นั้นเธอสะบัดมือลงด้วยความไม่พอใจทำไมเด็กบ้านนอกคนนี้ถึงได้รู้เรื่องของเธอและใช้คำพูดแทงใจดำจนอยากจะกระชากหัวของมันมาตบเหลือเกิน
“อีหมวย! ใช่มึงต้องเป็นอีหมวยแน่ๆ” พราวชี้หน้าใส่ลี่และยังเอ่ยว่าลี่นั้นเป็นหมวย
“นี่บ้าผู้ชายจนประสาทกินเลยเหรอ ฉันชื่อว่าลี่ไม่ใช่ชื่อหมวยอะไรนั่น”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ กล้าว่ารุ่นพี่ขนาดนี้เลยเหรออย่างนี้มันต้องโดนสั่งสอนซะหน่อยแล้วมั้ง รู้หรือเปล่าว่าพราวเป็นถึงหลานสาวอธิการบดีมหาลัยนี้” ลี่เธอไม่ได้หวาดกลัวยศตำแหน่งของใครเลย เธอยังทำท่าทีเฉยใส่คำพูดของเพื่อนพราว
“แล้วยังไงเหรอคือที่พูดมาจะโชว์ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นหลานสาวของอธิการบดีจะรังแกใครยังไงก็ได้อย่างนั้นเหรอ”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ” พราวยับยั้งมือของตนเองไม่อยู่ เธอตบเข้าบนใบหน้าน้อยของลี่จนเธอหันไปตามแรงตบ
มือน้อยจับเข้ายังแก้มของตนเองตรงที่เจ็บสายตาของเธอจ้องมองเท้าของพราวขยับเข้ามาและไม่นานผมของเธอถูกกระชาก ลี่เธอใช้มือสวนกลับโดยการต่อยเข้าที่จมูกพราวจังๆ
“ผัวะ! กรี๊ด จมูกฉันฮื่อๆ อีบ้าต่อยจมูกกู” พราวจับเข้าจมูกของตัวเองกรีดร้องดิ้นย่ำเท้าไปมาเหมือนกับว่าเด็กไม่พอใจ
“ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับอธิการบดีแกโดนไล่ออกจากมหาลัยแน่ทำหลานสาวเขาขนาดนี้ อีนางเด็กบ้านนอก” เพื่อนของเธอนั้นชี้หน้าว่าให้กับลี่และทั้งใช้คำขู่แต่ลี่ไม่ได้สนใจทั้งยังไม่หวาดกลัวในคำพูดของเพื่อพราวเลย
ไม่ทันจะได้เข้าเรียนลี่ถูกเชิญตัวเขาห้องอธิการบดีจริงๆ
“อธิการบดีคะ...ลี่มันต่อยพราวจริงๆ นะคะ” สายตาของอธิการบดีกวาดมองลี่ด้วยความไม่พอใจที่ต่อยหลานสาวของเขา มือหนาตบลงที่โต๊ะทำงานจนเสียงสะเทือนลั่นห้อง! ลี่เธอสะดุ้งเฮือก
“กล้าดียังไงมาทำหลานสาวของฉัน...”
ในขณะที่อธิการบดีนั้นกำลังจะต่อว่าลี่ เขาลุกขึ้นไม่นานด้วยซ้ำก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังเข้ามาขัดจังหวะ เขาจึงหันไปดูที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของตนเองปรากฏว่าอธิการบดีรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันที เขาหันหลังให้กับทั้งสองสาวจึงรีบกดรับสาย
สายตาของอธิการบดีกวาดมองมาที่ลี่ได้เพียงแต่พูดครับรับปากกับปลายสายเท่านั้น
“พราวเธอเป็นคนผิดเพราะเธอเป็นคนเริ่มก่อน ขอโทษลี่แล้วออกไปซะ” อธิการบดีเปลี่ยนคำพูดทันทีในขณะที่กำลังโกรธด้วยที่หลานสาวของตนเองถูกกระทำ แต่ทำไมเขาถึงเปลี่ยนคำพูดหลังจากรับสายให้หลานสาวมาขอโทษลี่ทันที
“คุณลุงทำไมถึงให้พราวขอโทษมันล่ะคะ” พราวลุกขึ้นพรวดพราดไม่พอใจที่ลุงของตนเองนั้นให้ขอโทษลี่
“หยุดเดี๋ยวนี้นะพราวพิชญ์ชนก! ที่นี่มันมหาลัยไม่ใช่ที่บ้านขอโทษลี่แล้วออกไปซะ” น้ำเสียงเข้มตะคอกใส่หลานสาวให้ขอโทษซึ่งพราวต้องยอมทำตามคำสั่งของอธิการบดี เธอใช้เพียงคำว่าขอโทษสั้นๆ และเดินออกไป
“ขอโทษ!!!”
หลังจากที่หลานสาวเดินออกไป เขาถอนหายใจและนั่งลงที่โต๊ะทำงานอันเดิม
“ขอบคุณนะคะ ท่านอธิการบดีที่ให้ความเป็นธรรมและความจริงไม่ใช่เข้าข้างหลานสาวตัวเอง “ลี่เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ถอนหายใจหลังจากที่เดินออกมาจากห้องของอธิการบดี หวานเพื่อนนั้นมีใบหน้าที่กังวลรีบวิ่งเข้าไปหาลี่เมื่อเห็นเพื่อนนั้นเดินออกมา
“ลี่เป็นยังไงบ้างเราเพิ่งรู้เรื่องเมื่อกี้” หวานดูกังวลจนน้ำเสียงสั่นเธอจับมือของลี่เขย่าไปมา
“ใจเย็นๆ หวานไม่มีอะไรหรอก แค่หมามันกัด” สายตาคู่น้อยกวาดมองไปที่พราวด้วยความไม่พอใจแถมทั้งยังพูดใส่แต่พราวนั้นถูกเพื่อนห้ามเอาไว้จึงได้เพียงแต่หันหลังและเดินกลับออกไป
“ลี่แกสุดยอดมากๆ เลยอะ ไม่น่าเชื่อว่าทำหลานสาวอธิการบดีแล้วจะรอดมาได้ รู้ไหมว่ายายพราวโชว์พราวสมชื่อ จนไม่มีใครในมหาลัยนั้นกล้าหือกับเธอเพราะว่าลุงของเธอนั้นเป็นอธิการบดีของมหาลัยนี่” หวานพูดถึงพราวและเรื่องของพราวในมหาลัย
“ก็แค่หลานอธิการบดีจะสู้ลูกเจ้าของมหาลัยได้ยังไง”
“อะไรนะลี่เธอพูดว่าอะไรนะ” หวานฟังไม่ถนัดในคำพูดของลี่ที่พูดแผ่วเบาในลำคอ เธอจึงเอ่ยย้ำถามลี่ได้เพียงแต่หัวเราะส่ายหน้าไปมาให้กับหวาน
“ไม่มีอะไรหรอกพูดเล่นไปอย่างนั้นแหละดูเหมือนว่าวิชานี้จะเข้าเรียนไม่ทันแล้วไปหาอะไรกินรองท้องกันก่อนไหมหวาน เราหิวแล้วอะ” ลี่เดินขยับเข้ามาใกล้ๆ หวานเธอยกแขนโอบกอดคอของเพื่อนชวนออกมาหาของกินด้านนอก
“ไม่เป็นอะไรจริงๆ นะ เราเป็นห่วงความรู้สึกของแกนะลี่แล้วปากเจ็บมากหรือเปล่า”
“ไม่เป็นอะไรหรอกช้ำนิดเดียวช่างมันเถอะ”
“อุ๊ยพี่กันต์มา เขาคงอยากคุยกับลี่อย่างนั้นหวานขอตัวก่อนนะ” กันต์เดินตรงเข้ามาหาลี่หลังจากที่หวานเดินออกไป มือหนาคว้าจับเข้าที่ข้อมือน้อยกระชากเข้าหาตนเอง
“เป็นเพราะพี่ใช่ไหมที่ทำให้เราต้องเจ็บตัวแบบนี้” ใบหน้าน้อยเงยมองเขาในระยะใกล้ชิดมเธอส่ายหน้าไปมา
“ไม่ใช่หรอกค่ะ...เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นต่างหากไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่เลย”
“จะไม่เกี่ยวกับพี่ได้ยังไงล่ะ...ถ้าเมื่อวานนี้พี่ไม่ดึงลี่เข้ามาเกี่ยวอ้างว่าเป็นแฟน พราวก็คงไม่ทำแบบนี้หรอก! แล้วท่านอธิการบดีว่ายังไงบ้างเดี๋ยวพี่จะไม่คุยกับท่านเอง” กันต์ดูเป็นห่วงลี่ รอยยิ้มของลี่เผยออกมา เธอรีบคว้าจับแขนของกันต์เอาไว้ในขณะที่เขาจะเดินเข้ามาในตึก
“ไม่ต้องหรอกค่ะ...เคลียร์กันลงตัวแล้วลี่ไม่ได้ถูกท่านอธิการบดีว่าอะไรเลยและไม่ได้ถูกไล่ออกด้วย” ใบหน้าหนาหันกลับมองลี่ เขาคิ้วขมวดเข้าหากันซึ่งเธอรอดมาได้ยังไง
“จริงดิ!”
“จริงค่ะ ไม่มีอะไรแล้วอย่างนั้นลี่ขอตัวไปหาหวานก่อนนะคะ” ลี่เธอเดินแทรกกันต์ด้วยความไม่ระวังและไม่ทันตั้งตัวข้อมือน้อยนั้นถูกจับกระชากกลับหลังจึงทำให้เธอเสียหลักโชคดีที่เขานั้นคว้าอุ้มเธอไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นคงล้มลงไปกับพื้นแบบไม่เป็นท่าแน่
“ว้าย” ดวงตาคู่น้อยเบิกกว้างก็เพราะอยู่ๆ ใบหน้าของเขานั้นขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด
สายตาของเขานั้นที่จ้องมองมาซึ่งทำให้หัวใจของลี่เต้นแรงและใบหน้าน้อยที่แก้มแเดงระเรื่อขึ้นมา ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอเขินจนเหมือนทุกสิ่งรอบๆ ตัวหยุดชะงักไปเลยทีเดียว
“ระวังท้องนะจ้องกันซะขนาดนั้น” กันต์รีบประคองลี่ขึ้นและปล่อยกอดออกจากลี่ทันทีเพราะได้ยินเสียงแซวของเพื่อนในกลุ่ม
“ไอ้เคนไอ้บ้าปากหมานะมึงอะ น้องเขาแค่ล้มกูเลยประคองเอาไว้” ไม่ใช่แค่ลี่ที่รู้สึกเพียงคนเดียว กันต์ก็แสดงท่าทีเขินออกมาเหมือนทำอะไรไม่ถูกในกับสิ่งที่เพื่อนแซวตนเองและลี่
“อย่าบอกนะว่า....มึงเขินน้องเขาจริงๆ อะดูหน้ามึงสิแดงหมดแล้ว”
“กูว่าหน้าทั้งสองคนแดงเหมือนกันมากกว่าไม่รู้บรรยากาศมันร้อนหรือว่าเขินกันแน่นะ”
“ไอ้พวกบ้าไปกันเลยนะ ไปๆๆ” กันต์รีบผลักหลังเพื่อนให้เดินออกมา เมื่อเขานั้นเดินออกมาพ้นจากลี่แล้วเพื่อนในกลุ่มก็ยังไม่หยุดที่จะแซวจนเขานั้นร้องดังขึ้นว่าให้หยุดพูด
“พวกมึงเลิกแซวกูสักทีเถอะ”
“แล้วจะไม่ให้กูแซวได้ยังไงวะ น้องเขามาเรียนแค่ไม่กี่วันมึงก็ไปเต๊อะเขาจนติดแล้วอะ ถามจริงมึงคิดจริงจังกับน้องเขาหรือเปล่าคือกูสงสารน้องเขามาจากต่างจังหวัด ถ้าอกหักกลับบ้านไปพ่อแม่คงตีตาย”
“พวกมึงก็พูดมั่วกูไม่ได้คิดอะไรกับน้องเขาสักหน่อย” กันต์ปฏิเสธเพื่อนว่าตัวเองนั้นไม่ได้คิดอะไรกับลี่ทั้งๆ ที่ใบหน้านั้นแดงระเรื่อขึ้นมานั้นเกิดจากความเขิน
“ถ้าชอบน้องเขาก็ไม่เป็นไรหรอกเปิดใจไปเลย กูเห็นมึงไม่เคยเปิดให้ใครเลยตั้งแต่....”
“กูบอกแล้วไงว่าอย่าพูดถึงคนที่ตายไปแล้ว” อารมณ์ของกันต์นั้นเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อพูดถึงอดีตแฟนเก่ายิ่งทำให้เขาไม่พอใจเหมือนทุกที่ผ่านมา ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันทำให้กันต์เดินออกมาจากกลุ่มเพื่อน
“เห็นไหมมึงอะปากไม่ดีกันต์มันโกรธอีกแล้ว”
“ก็กูไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า กูแค่อยากจะให้มันเปิดใจให้กับน้องลี่”
ในขณะที่เขานั้นเดินออกมาได้ยินเสียงเพื่อนต่างพากันเถียงกันซึ่งเขาไม่ได้หันหลังกลับไปและไม่ได้สนใจอะไร เพื่อนก็คือเพื่อนห้ามใครไม่ให้พูดถึงใครไม่ได้หรอก
“พี่กันต์คะ ลี่ซื้อน้ำมาฝากค่ะ” จากที่ใบหน้าขุ่นเคืองไม่พอใจอยู่นั้นกลายเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เมื่อได้เห็นหญิงสาวตัวเล็กผมทองเดินถือน้ำเข้ามาให้
“ขอบคุณนะ...รู้ได้ยังไงว่าพี่ชอบกินน้ำแดง??”
“รู้ทุกอย่างแหละค่ะ” กันต์เบิกคิ้วกว้างหลังจากที่ลี่เอ่ยพูดเหมือนว่าตนเองนั้นรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา
“ไม่ใช่ค่ะหมายถึงรู้หลายอย่างลี่พูดผิดขอโทษนะคะ”
“เธอนี่มันเบิกบานทุกเวลาจริงๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งโดนเรียกเข้าห้องอธิการบดี”
“ก็ลี่ไม่ใช่คนผิดนี่คะจะเครียดไปทำไม! อืมว่าแต่วันนี้พี่มีธุระไปไหนไหมคะ...คือลี่จะให้พี่ช่วยติวหนังสือให้”
“นี่กล้าใช้รุ่นพี่เลยเหรอ??”
“อย่างนั้นไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรลี่ขอโทษนะคะ อาจจะรบกวนพี่มากเกินไป” ลี่เธอรีบยกมือขึ้นทั้งสองข้างปฏิเสธกลัวว่าเขานั้นจะโกรธที่ให้ช่วยติวหนังสือ
“พี่แซวเล่น! อืม แล้วไปติวที่ไหนล่ะ??”
“ที่ห้องของพี่ได้ไหมคะ??”