Sorry 07

2586 Words
“เพ้นท์ อย่าดื้อ” พี่เซนจับไหล่ฉันดันเข้าไปหาจนแผ่นหลังฉันไปแนบชิดกับแผงอกที่มีแต่ซิกแพคแน่นๆของเขา มือที่มีสบู่เหลวของพี่เซนอีกข้างลูบไล้มาถูหน้าอกฉันจากทางด้านหลัง ฉันสะดุ้งตกใจ ได้แต่ยืนนิ่งพิงแผงอกกำยำไว้ มือใหญ่อีกข้างก็เอาฝักบัวขึ้นไปวางไว้ที่เดิน ”พะ..พี่เซน” มือของพี่เซนลูบไล้หน้าอกทั้งสองข้างของฉันไปมา ฉันหน้าร้อนผ่าวทำอะไรไม่ถูก มันรู้สึกแปลกๆขึ้นมา ”หือ” พี่เซนก้มหน้าลงมาใกล้ๆจนลมหายใจของเขาโดนใบหูฉัน ขนฉันลุกพรึ่บรู้สึกสยิวทนไม่ไหวต้องครางออกมาเบาๆ ”อื้อ พี่อย่าแกล้งเพ้นท์สิ” “ไม่ได้แกล้ง” เขาล้างตัวฉันจนฟองสบู่หายเกลี้ยงแต่ยังไม่ยอมขยับไปไหน มือใหญ่ยังคงลูบไล้ตัวฉันไปทั่วแล้วมาหยุดอยู่ที่จุดอ่อนไหวของฉันด้านล่าง “อ้ะ พี่เซน” นิ้วยาวค่อยๆคลึงจุดสยิวจนฉันหายใจไม่ทั่วท้อง แล้วนิ้วของพี่เซนก็ค่อยๆดันเข้ามาในจุดอ่อนไหวกลางกายของฉันอีกครั้ง  ขาทั้งสองข้างของฉันรู้สึกไม่มีแรงจะยืนจนต้องเอนหลังไปเอนตัวพิงแผงอกกำยำของพี่เซนไว้ เขาเอาแขนแข็งแรงอีกข้างมาโอบกอดรอบเอวฉันไว้แน่น นิ้วยาวค่อยเพิ่มแรงขยับเข้าออกรัวเร็วขึ้น สายน้ำเย็นๆจากฝักบัวกระเด็นมาโดนด้านข้างตัวฉันกับพี่เซนไม่ได้ทำให้ความเสียวซ่านลดลง จนในที่สุดฉันทนไม่ไหวครางลั่นห้องน้ำอย่างห้ามไม่อยู่ ”อื้อ!” พี่เซนเอานิ้วออกแล้วโอบกอดฉันไว้แน่น จากนั้นเขาก็ล้างจุดอ่อนไหวช่วงล่างให้ฉันอย่างอ่อนโยน พี่เซนอุ้มฉันไปที่ห้องนอนแล้วเช็ดตัวและผมให้ฉัน   10 นาที่ผ่านไป ”หมดแรงเลยเหรอ” พี่เซนพูดหลังจากที่เขาเข้าไปอาบน้ำเสร็จ จากนั้นก็เดินมาพร้อมกับผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบผืนเดียว และกำลังยืนเช็ดผมมองฉันนอนอยู่บนเตียง ซึ่งฉันแต่งตัวเสร็จแล้วหลายนาทีก็ตั้งแต่ตอนที่เขากำลังเช็ดตัวให้ฉัน พอฉันเริ่มมีแรงก็ไล่เขาไปอาบน้ำทันที คนบ้าอะไรไม่อายบ้างหรือไง เดินเปลือยท่อนบนไปทั่วห้องคนอื่นแบบนี้ นี่ฉันต้องมีความพยายามอย่างหนักมากที่ไม่มองลงไปช่วงล่างเขาน่ะ “เพ้นท์ง่วงแล้ว” ฉันตอบแล้วหันหน้าไปอีกทาง พี่เซนนั่งลงข้างเตียงแล้วมือใหญ่ก็ลูบหัวฉันแผ่วเบา ”ฝันดี” พี่เซนลงนอนบนเตียงข้างฉันโดยที่พันแต่ผ้าขนหนูผืนเดียวแล้วดึงเอวฉันเข้าไปกอดไว้แน่น ก็เข้าใจอยู่ว่าฉันไม่มีกางเกงผู้ชายให้เขาสวม แต่ช่วยหาอะไรมาใส่ก่อนเถอะ ใจไม่ดีจะเป็นลม “ฝันดีค่ะ” ฉันพูดเสียงเบาอุบอิบ พี่เซนจับตัวฉันให้พลิกหันหน้าไปทางเขา หน้าฉันเลยทิ่มกับแผงอกกำยำแข็งแรงของเขาเต็มๆ ฉันเอามือดันไว้เล็กน้อย อื้อหือ แน่นดีจริง ๆ เป็นบุญมือของฉันจริง ๆนะเนี่ย ”ลวนลาม” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขาก็เห็นพี่เซนกำลังยิ้มมุมปากมือเท้าหัวตัวเองจ้องหน้าฉันอยู่ “เพ้นท์เปล่า” ฉันรีบเอามือออกแต่ไม่รู้จะเอาไปไว้ตรงไหนนี่สิ ก็เล่นโอบเอวกอดแน่นขนาดนี้ แปะ! ”เอาไว้ตรงนี้” พี่เซนนอนลงแล้วจัดท่าเอาหัวฉันไปนอนหนุนแขนแข็งแรงของเขาจากนั้นก็จับมือฉันไปวางไว้ที่แผงอกกำยำของเขา ฉันรู้สึกเขินๆยังไงไม่รู้อ่ะ เกิดมาเพิ่งเคยทำแบบนี้ แต่ดูพี่เซนจะชิวไปหมด พอคิดว่าเขาคงเคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นมาก่อนก็รู้สึกเจ็บที่อกขึ้นมา “พี่เซน” ”ว่าไง” พี่เซนจับผมฉันไปม้วนเล่น เขาไม่ง่วงหรือไง ฉันนี่ตาจะปิดอยู่ละ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่นอนก็ไม่รู้ งงตัวเอง ”พี่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงบ่อยเหรอ” ทำไมฉันชอบพูดทำร้ายจิตใจตัวเองแบบนี้วะ “แบบไหน” มือใหญ่ที่กำลังม้วนผมฉันเล่นหยุดชะงักทันที คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากัน ”ก็แบบ..แบบเนี๊ย” ฉันจิ้มนิ้วไปที่ซิกแพคเขาสองสามที จะให้บอกยังไงละโว้ย ”หึ แบบที่เราทำในห้องครัวกับห้องน้ำน่ะเหรอ” พี่เซนยิ้มเจ้าเล่ห์ ยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก ในหัวมีแต่เรื่องแบบนั้นหรือไง ฉันก็เผลอนึกถึงไปอีกเนี่ย โอ้ย รู้สึกหน้าร้อน ”หมายถึงตอนนี้” ไอ้เรื่องที่มีอะไรกันฉันคงไม่ต้องถามหลอก ผู้ชายแบบพี่เซนผู้หญิงที่ไหนจะไม่อยากได้ แล้วเขาก็ดูจะโชกโชนมากด้วย ย้ำว่ามาก! แต่ที่ฉันกำลังพูดถึงคือเรื่องที่เขาทำตัวอ่อนโยน นอนกอดอย่างอบอุ่นแบบนี้ต่างหาก “นอนกอดน่ะไม่เคย เพ้นท์คนแรก“ “จริงดิ“ ฉันมองหน้าพี่เซนแบบไม่เชื่อสุดใจขาดดิ้น “อือ เพ้นท์ต่างจากคนอื่น” หัวใจทำไมต้องเต้น ตอบ! เต้นเฉยๆไม่พอแต่ดันเต้นแรงมาก ฉันว่าถ้าฉันอยู่กับพี่เซนบ่อยๆคงเป็นโรคหัวใจแน่ๆ “เหรอ” ฉันพูดเสียงเบาซุกหน้าลงไปกับแผงอกกำยำของเขาตามเดิม “อยากไปบ้านพี่มั้ย” พี่เซนพูดด้วยเสียงปกติแต่ฉันนี่ตกใจแรงมาก รีบเงยหน้าไปมองหน้าพี่เซนด้วยความตื่นตกใจ “พะ..พี่ว่าไงนะ” “ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น” พี่เซนหัวเราะเบาๆ ฉันมองรอยยิ้มของเขาแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจแปลกๆ ก็ปกติพี่เซนจะไม่ค่อยยิ้ม ทำตัวโหดๆ ห่ามๆ เถื่อนๆ แบดๆนี่ พอยิ้มแล้วดูหล่อกระชากใจกว่าเดิมอีก ใจเย็นไว้เพ้นท์ใจเย็นเว้ย! “ก็พี่เซนชวนไปบ้าน” “จะพาไปกินข้าว วันอาทิตย์นี้ม๊าพี่นัดกินข้าวที่บ้าน” “พาเพ้นท์ไปจะดีเหรอ” “ทำไมจะไม่ดี” ฉันกัดริมฝีปากตัวเองไว้เบาๆอย่างกังวล จะไม่ให้กังวลได้ไง ถ้าพี่เซนพาฉันไปกินข้าวที่บ้าน ก็ต้องเจอครอบครัวเขาทุกคนน่ะสิ แล้วถ้าเกิดครอบครัวพี่เซนไม่ชอบฉันล่ะ จะทำยังไง “แต่เพ้นท์ว่า..” “ไม่ต้องกลัวหรอก ป๊ากับม๊าพี่ใจดี แต่ตอนนี้นอนได้แล้ว” พี่เซนจูบหน้าผากฉันแผ่วเบา  ฉันยิ้มกว้างให้เขาแล้วซุกหน้ากับแผงอกกำยำแสนอบอุ่นของพี่เซน หมอนอันนี้มันสบายดีจัง อยากเอามานอนหนุนหัวทุกวันเลย โอ้ย คิดอะไรของฉันเนี่ย น่าไม่อายจริง ๆ เลยผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ ถึงในหัวจะคิดแบบนั้นแต่ปากนี่หุบยิ้มแทบไม่ได้เลยอ่ะ บุญหัวของเพ้นท์อีกแล้วจ้า   บรื้นนน เอี๊ยด! ฉันรีบขึ้นรถหรูสีดำแสนแพงอย่างรวดเร็ว จะไม่ให้รีบได้ไงก็คนด้านล่างที่หอกำลังมองฉันกับรถแสนแพงหูฉี่นี่อย่างสงสัยอยู่น่ะสิ ไม่อยากเป็นหัวข้อนินทาว่าเป็นเด็กเสี่ยหรืออะไรตอนนี้หรอกนะ “เป็นอะไร ตื่นเต้นเหรอ” พี่เซนถามขึ้น ทั้ง ๆที่เขากำลังขับรถอยู่แท้ๆ ยังรู้อีก   “ก็นิดหน่อยค่ะ” ฉันกุมมือตัวเองไว้ รู้สึกตื่นเต้นปนกังวลอยู่ในใจ ก็ตอนนี้พี่เซนกำลังพาฉันไปทานข้าวกับครอบครัวเขาที่บ้านน่ะสิ ไม่ตื่นเต้นสิแปลก “ไม่ต้องตื่นเต้น” ”เพ้นท์จะพยายามนะพี่เซน“ ”ถึงแล้ว” ฉันหันไปมองทางด้านหน้าก็เจอกับบ้านขนาดใหญ่โตมโหฬาร นี่บ้านพี่เซนเหรอ โอ้แม่เจ้า! ฉันมองบ้านขนาดใหญ่กว้างขวางสไตร์ยุโรป ข้างๆของบ้านมีสนามบาส โรงจอดรถที่ใหญ่กว่าหมู่บ้านของฉันแล้วมั้งน่ะ ไหนจะสระว่ายน้ำที่เกือบจะเป็นสระโอลิมปิกนั่นอีก ตะลึงมากค่ะ ณ จุด ๆนี้ บอกได้ว่าตกตะลึงมาก! “นะ..นี่บ้านพี่เซนเหรอ“ ฉันหันไปถามพี่เซนข้างๆทันทีที่เท้าทั้งสองข้างก้าวลงมาจากรถ เขาหันไปส่งกุญแจรถยนต์ให้ลุงยามแล้วโอบไหล่ฉันเดินเข้าไปในตัวบ้าน “อือ ทำไม” “ทำไมมันใหญ่แบบนี้อะ“ “ไม่ใหญ่หรอก” แหม ถ้าแบบนี้เรียกไม่ใหญ่แล้วบ้านฉันกับหอที่กำลังซุกหัวนอนอยู่นั่นไม่เรียกรูหนูหรือไง “คุณเซนคะ โต๊ะอาหารเตรียมพร้อมแล้วนะคะ” ฉันหันไปมองตามเสียงก็พบกับผู้หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีกำลังเดินส่งยิ้มมาทางฉัน ”เอ่อ สวัสดีค่ะ” ฉันรีบยกมือไหว้อย่างสวยงาม ความเป็นกุลสตรีเข้าสิงทันที พี่เซนก็ยกมือไหว้เธอเหมือนกัน ”สวัสดีจ้ะ” เธอยกมือรับไหว้แล้วส่งยิ้มอบอุ่นเป็นมิตรมาให้ “สวัสดีครับ เพ้นท์นี่น้าปิ่นเป็นคนคอยดูแลที่บ้าน“ ”คุณเซนไม่ต้องไหว้น้าก็ได้ น้าเป็นแค่แม่บ้าน” น้าปิ่นพูดยิ้มๆ “ไม่ได้หรอกครับ น้าเป็นผู้ใหญ่” “เอาเถอะจ้ะ คุณหญิงกับคุณท่านอยู่ที่โต๊ะอาหารรอทานข้าวอยู่น่ะค่ะ” พี่เซนพยักหน้ารับรู้แล้วจับมือฉันหลวมๆพาเดินไปที่ห้องอาหาร ที่โต๊ะอาหารมีผู้ชายกับผู้หญิงสูงวัยท่าทางน่าเกรงขามแต่ดูดีกำลังนั่งคุยกันรออยู่ที่เก้าอี้ด้านข้าง “ป๊า ม๊า สวัสดีครับ” ท่านทั้งสองหันมามองพี่เซนพร้อมกัน ฉันนี่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยกมือไหว้พร้อมพี่เซน แล้วยืนตัวลีบๆมองเท้าตัวเองอยู่ด้านหลังเขา เหงื่อนี่ไหลทั้ง ๆที่ตรงนี้ก็ไม่ได้ร้อน แถมลมเย็นจากแอร์ยังไม่ได้ช่วยอะไรฉันด้วยซ้ำ “อ้าว เซนมาแล้วเหรอลูก“ คุณแม่พี่เซนพูดขึ้น ฉันแอบเงยหน้ามองแล้วรีบก้มลงมองเท้าตัวเองเหมือนเดิม ท่านเป็นผู้หญิงที่สวยถึงจะดูมีอายุแต่ก็ดูดีมาก ”ครับ” “แล้วนั่นใครน่ะเซน” เสียงเข้มน่าเกรงขามดังขึ้น ต้องเป็นคุณพ่อพี่เซนแน่ๆ ฉันสะดุ้งเล็กน้อย มือรีบจับชายเสื้อยืดสีขาวของพี่เซนเอาไว้แน่น แต่เขากลับจับมือฉันแล้วออกแรงดึงจนฉันเซไปข้างๆเขา ”นี่เพ้นท์ครับ แฟนผม” ฉันหันไปมองพี่เซนคอแทบเคล็ด พี่เซนก็ยังคงทำตัวปกติไม่ได้ดูตื่นเต้นหรืออะไรทั้งนั้น “จริงเหรอเซน! ไหนเอามาให้ม๊าดูหน่อย” คุณแม่พี่เซนรีบเดินมาทางฉันแล้วส่งยิ้มใจดีมาให้ทำให้ฉันผ่อนคลายลง ฉันเลยส่งยิ้มกว้างแล้วยกมือไหว้ท่านทั้งสองอีกครั้ง ”สวัสดีค่ะ” “จ้ะๆ หนูชื่อเพ้นท์เหรอลูก คุณคะดูหนูเพ้นท์สิ หน้าตาสวยน่ารักมากเลย” คุณพ่อพี่เซนพยักหน้าแล้วยิ้มให้ฉันส่วนคุณแม่พี่เซนก็ลูบแขนฉันอย่างเอ็นดูแล้วหันไปบอกคุณพ่อพี่เซนด้วยความดีใจ “แกคงไม่ได้ไปฉุดลูกใครเขามาหรอกนะไอ้เซน” คุณพ่อพี่เซนพูดแล้วมองไปทางเขาอย่างจับผิด “ระดับผมไม่ต้องฉุด จับทำเมียเลย“ “ฮ่าๆๆ เออๆต้องอย่างนี้สิวะ” คุณพ่อพี่เซนหัวเราะชอบใจ แต่ฉันนี่หันไปแยกเขี้ยวใส่พี่เซนทันที ผู้ใหญ่อยู่ตรงหน้าแท้ๆทำไมถึงพูดแบบนี้เนี่ย แล้วนี่ก็คุณพ่อคุณแม่พี่เซนด้วย พวกท่านจะคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายน่ะสิ อยากจะข่วนหน้าพี่เซนให้เข็ดเลย! แปะ! ”ตาเซน! หนูเพ้นท์เป็นผู้หญิงนะลูก” คุณแม่พี่เซนตีแขนเขาแรงๆไปหนึ่งที  น้อยไปค่ะคุณแม่ ขออีกสักสามทีเอาให้เขียวไปเลย! “ผมเจ็บนะม๊า” พี่เซนลูบแขนตัวเองเบาๆ “เอาน่าๆ มากินข้าวกันได้แล้ว หนูเพ้นท์ก็คงจะหิวแล้วใช่มั้ย” “เอ่อ...นิดหน่อยค่ะ” ฉันยิ้มตอบคุณพ่อพี่เซนอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง ถึงท่านจะน่าเกรงขามแต่นิสัยท่านดูจะเป็นคนตลก ใจดีผิดกับภายนอกที่เห็น อีกอย่างฉันไม่แปลกใจเลยทำไมพี่เซนถึงหล่อขนาดนี้ ก็ดูพ่อพิมพ์แม่พิมพ์เขาสิ ดูดีกันทั้งบ้าน “แล้วนี่แกไม่คิดจะมาอยู่บ้านเลยหรือไง“ คุณพ่อพี่เซนถามขณะที่พวกเรากำลังทานข้าวกันอยู่ ”ผมชอบอยู่คอนโด ใกล้อู่ดี” “ไม่คิดจะมาช่วยธุรกิจที่บ้านบ้างเลยเหรอวะไอ้ลูกคนนี้” “ป๊าก็ทำดีมาตลอดแล้วไง ผมก็จะทำของผม” “เออเอาเถอะ ตามใจแกแล้วกัน” “ม๊าแปลกใจมากเลยที่ลูกพาหนูเพ้นท์มาที่บ้าน ร้อยวันพันปีไม่เคยพาแฟนมาให้ป๊ากับม๊าดูสักคน” คุณแม่พี่เซนพูดไปก็ตักแกงจืดให้ฉันไปด้วย เอ่อ คุณแม่คะตอนนี้กับข้าวบนจานหนูเยอะกว่าข้าวแล้วค่ะ ”เออนั่นสิ คนนี้หวังแต่งเรอะ” “แค่ก ๆ ๆ อึกๆ” ฉันสำลักข้าวทันทีที่คุณพ่อพี่เซนพูดจบ รีบยกแก้วน้ำดื่มอึกๆก่อนที่แกงจืดจะพุ่งออกทางจมูก โอ้ย ทำไมพ่อลูกคู่นี้ขี้แกล้งแบบนี้อะ “คุณคะ พูดอะไรก็ไม่รู้ หนูเพ้นท์ตกใจหมดเลยดูสิ” คุณแม่พี่เซนยื่นทิชชู่มาให้ฉันที่นั่งตรงข้ามข้างๆพี่เซน ฉันรับไว้แล้วกล่าวขอบคุณเบาๆ ”เอ้า ก็ผมอยากอุ้มหลานแล้วน่ะสิคุณ” “เพ้นท์ยังเรียนไม่จบเลย” พี่เซนตักข้าวเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ”หนูเพ้นอายุเท่าไรลูก” “ยี่สิบเอ็ดค่ะ” ฉันตอบคุณแม่พี่เซนยิ้มๆ ”งั้นก็ห่างกันแค่สามสี่ปี เรียนจบแล้วแต่งเลยมั้ย ป๊าอยากอุ้มหลาน” คุณพ่อพี่เซนดูจะอยากอุ้มหลานจริงๆนะน่ะ สายตาดูจริงจังมากเลย ”นั่นสิคุณ หนูเพ้นท์ก็ออกจะน่ารัก หลานม๊าต้องออกมาสวยหล่อมากแน่ๆเลย” ทำไมฉันต้องมาเขินตอนกินข้าวด้วยเนี่ย มาอุ้มลงอุ้มหลานอีก ครอบครัวนี้อบอุ่นดีจัง ”ป๊า ม๊ากินข้าวเถอะ” พี่เซนหันมาสบตากับฉันพอดี เขาคงเห็นว่าฉันเอาแต่เขินหน้าแดงจนไม่ได้ตักข้าวกินสักทีละมั้งถึงพูดไปแบบนั้น จะไปกินลงได้ไงในหัวนี่มีแต่คำว่าอุ้มหลานๆ “จ้ะๆ หนูเพ้นท์ก็กินข้าวเยอะๆนะ กินเสร็จเราจะได้มาคุยกัน ม๊าไม่มีลูกผู้หญิงเลย” ”ค่ะ“ ฉันยิ้มตอบคุณแม่พี่เซน ท่านดูอ่อนโยนมากๆ พอมาพบกับครอบครัวที่อบอุ่นของพี่เซน ความตื่นเต้นหรือกังวลก่อนหน้านี้ของฉันก็หายไปจนหมดเลย    
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD