@สนามแข่งรถ XX
ฉันเดินไปหาเตที่กำลังยืนเช็กรถของพี่คินแถมยังเคี้ยวป้อกกี้ที่คาบอยู่ในปากตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย
“นี่เต ป้อกกี้มันจะตกเข้าไปในนั้นมั้ยน่ะ” ฉันบุ่ยหน้าไปยังฝากระโปรงรถยนต์ที่เตมันยืนตรวจดูสภาพเครื่องยนต์อยู่
“จะตกได้ไงวะ ฝีมือซะอย่าง” แล้วจำเป็นต้องยักคิ้วมั้ยล่ะ ฉันเบะปากใส่มันไปหนึ่งที
“เซน” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรกับเตต่อ เสียงแหลมๆของผู้หญิงก็ดังขึ้นด้านหลัง ฉันกับเตหันไปมองพร้อมกัน แล้วก็เจอกับผู้หญิงผมสั้น หน้าตาจัดว่าสวย แต่ที่กระแทกลูกตาฉันมากกว่าหน้าสวยๆก็หน้าอกหน้าใจที่สะบึมนั่นแหล่ะ จะใหญ่ไปไหนแม่คุณ แอบมองของตัวเองแล้วก็ได้แต่ยักไหล่ แม่ให้มาแค่นี้ก็ภูมิใจละ ปลอบใจตัวเองไปอีก
“มาอีกแล้ว” เตพูดเหมือนจะชินกับเรื่องแบบนี้ แล้วหันไปทำงานของตัวเองต่อ ฉันได้แต่ยืนมองผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าไปหาพี่เซนที่กำลังนั่งอยู่ในรถตรวจนู่นนี่นั่นอยู่ เขาดูไม่สนใจผู้หญิงคนนั้นเท่าไร เห็นมองเธอแล้วหันไปเช็กสภาพรถต่อเหมือนไม่มีใครเดินมาหางั้นแหละ เหอะ! เห็นแล้วหมั่นไส้
”เดี๋ยวนี้เซนไม่เห็นลงแข่งเลย มายด์มารอดูทุกวันเลยนะ” ผู้หญิงที่ชื่อมายด์อะไรนั่นเดินไปก้มลงมองหน้าพี่เซนที่นั่งอยู่ในรถ แหม หน้าอกคุณเธอจะล้นทะลักออกมาแล้วจ้า ฉันนี่อยากจะเดินไปโกยกลับเข้าไปในเสื้อตัวเล็กๆนั่นจังเลย
”เหรอ” คำพูดสั้นๆของพี่เซนทำมายด์หน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย แต่ก็กลับมายิ้มหวานชื่นอีกครั้ง
”อย่าเย็นชาแบบนั้นสิ มายด์ว่าจะชวนเซนไปกินข้าวด้วยกันอ่ะ ไปเหอะนะ” ทำไมฉันรู้สึกหน้าตึงๆ หัวนี่เดือดปุดๆเลย รู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ
”ไอ้เพ้นท์แกเป็นไรวะ ทำหน้าอย่างกับใครไปเผาบ้าน” เตหันมาถามหน้าตาสงสัยสุดขีด ฉันรีบปรับสีหน้าทันที นี่ฉันหน้าตาแสดงออกไปขนาดนั้นเลยเหรอวะ
“ไม่มีไรสักหน่อย แค่หิวน้ำ” ฉันเดินไปหยิบขวดน้ำที่วางอยู่ใกล้ๆกับที่มายด์ยืนอยู่แล้วยกขึ้นดื่ม ถึงจะหันหลังให้พวกเขาแต่หูนี่ผึ่งมากบอกเลย
”ไม่ไป”
“เซนอะ ทำไมต้องพูดแบบนี้ด้วย มายด์คิดถึงเซนนะ”
“แค่ก ๆๆ“ฉันสำลักจนน้ำในปากแทบพุ่งออกมา
”เข้าใจว่าหิว แต่ค่อยๆกินก็ได้เว้ยเพ้นท์” เตตะโกนบอก ฉันหันไปมองทางพี่เซน เขาก็กำลังมองฉันอยู่เหมือนกัน ทำไมเห็นหน้าพี่เซนแล้วหงุดหงิดแบบนี้วะ!
“กลับไปเถอะ จะทำงาน” พี่เซนหันไปบอกมายด์แล้วเดินไปล้างมืออีกทาง แต่ยัยมายด์หน้าอกสะบึมก็เดินตามต้อย ๆไปยืนข้างๆพี่เซนอีก
”แต่มายอยากอยู่กับเซนนี่”
ซ่า!
ไวกว่าความคิดก็ขาทั้งสองข้างของฉันนี่แหล่ะที่เดินไปเปิดก๊อกน้ำข้างๆยัยมายด์สุดแรงจนมันกระเด็นไปโดยหน้าเธอจนเปียก รวมทั้งหน้าและตัวฉันด้วย แต่ใครสนล่ะ ตอนนี้ฉันหงุดหงิดแล้วก็โมโหมากด้วยบอกไว้ก่อน แถมตอนน้ำกระเด็นฉันยังทำเป็นล้างมือแล้วปัดๆไปทางยัยมายด์ด้วยนะบอกเลย คนอะไรเขาไล่แล้วยังไม่ไปอีก
”อ๊ายยย อะไรยะ! หน้าฉันเปียกหมดแล้วนะ!” มายด์กรี๊ดโวยวายดังลั่นจนช่างทุกคนรวมทั้งไอ้เตก็หันมามองด้วยความงุนงง
”อุ้ย โทษค่ะๆ เปียกตรงไหนมั้ยคะ เดี๋ยวเช็ดให้” ฉันปิดน้ำแล้วหยิบผ้าใกล้ๆมือขึ้นมาทำท่าจะเช็ดหน้าให้เธอ
“อย่าเอาผ้าสกปรกมาใกล้ฉันนะ!” ฉันหันไปดูผ้าในมือที่ยกค้างไว้แล้วก็หายสงสัย ก็นี่มันผ้าเช็ดมือช่างนี่ ดำปี๋ขนาดนี้ใครมันเอามาวางไว้เนี่ย ถูกจังหวะดีจริงๆ
“แต่ขนตาปลอมหลุดอยู่นะ” ฉันจิ้มนิ้วที่แก้มตัวเองเพื่อบอกตำแหน่งขนตาปลอมคุณเธอที่หลุดมากองอยู่ มายด์อึ้งไปเล็กน้อยแล้วรีบวิ่งออกไปจากพื้นที่ทันที อะไรกันแค่ขนตาปลอมหลุดต้องอายขนาดนั้นเลย นี่ขนาดไม่ได้บอกนะว่ามาสคาร่าเลอะด้วยน่ะ ขืนบอกไปไม่ใช่ช็อกตายอยู่ตรงนี้เลยเหรอ
“หึ“ เสียงหัวเราะเบาๆด้านข้างทำให้ฉันละสายตาจากมายด์ที่วิ่งออกไปหันกลับมามองเขาแทน พี่เซนกำลังยืนกอดอกมองฉันอยู่ แถมยังยิ้มมุมปากเหมือนกำลังสนุกที่เห็นฉันเดือดปุดๆเป็นบ้าเป็นบอแบบนี้อีก
“พี่ยิ้มอะไร” ฉันพูดใส่เขาเสียงขุ่นเคือง โยนผ้าดำปี๋ลงไปไว้ข้างที่ล้างมือ
”เปล่า แค่สนุกที่เห็นคนหงุดหงิด”
“ประสาท” ฉันพูดเบาๆแต่พี่เซนคงได้ยินเพราะเขาแค่ยิ้มแบบเดิมแล้วเดินมาใกล้ฉัน
”หน้าเลอะหมดแล้ว”
“ตรงไหน” ฉันยกมือขึ้นจะเช็ดแต่พี่เซนกลับจับข้อมือฉันไว้หลวมๆแล้วมือใหญ่อีกข้างก็ยกขึ้นมาเช็ดที่แก้มฉันเบาๆ ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขา ไม่รู้ว่ามองนานขนาดไหนแต่หัวใจไม่รักดีก็เต้นแรงไปอีก
”จ้องหน้าพี่ทำไม” พี่เซนพูดโดยที่ยังคงจดจ่ออยู่กับการเช็ดหน้าที่เลอะของฉันต่อ
”ไม่ชินพี่เซนโหมดนี้เท่าไร”
“เหรอ แล้วชอบมั้ยล่ะ” หัวใจฉันเต้นไม่เป็นส่ำ เต้นแรงยิ่งกว่าดนตรีในผับอีก รู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูก จะพูดจะคิดอะไรยังไม่รู้เลย ระบบสมองรวนไปหมด
“เฮ้ย ทำไมวันนี้มันเงียบๆวะ” เสียงพี่คินที่เพิ่งเดินเข้ามาดังขึ้น ฉันเลยรีบหันไปทำท่าล้างมือที่ก็อก ส่วนพี่เซนก็ยืนอยู่ที่เดิมไม่ตื่นเต้นตกใจอะไรทั้งสิ้น
”ชู่วว เสียงดังทำไมวะพี่คิน” ฉันแอบหันไปมองทางเสียงไอ้เต เห็นมันกำลังยักคิ้วบุ้ยหน้ามาทางฉันกับพี่เซน พี่คินหันมามองตามแล้วขมวดคิ้วมุ่น
”อะไรของมึงวะ สองคนนั้นทำไม”
“โว้ยย กำลังเข้าได้เข้าเข็ม” ไอ้เตพูดอย่างเสียดาย เข้าได้เข้าเข็มอะไรของมัน แล้วดูพี่ๆช่างทุกคนสิ จะว่างงานกันไปมั้ย มานั่งมองหน้าฉันกับพี่เซนทำไมไม่ทราบ!
“ใครเข้าด้ายเข้าเข็ม มึงเล่า!” พี่คินเดินไปล็อกคอไอ้เตทันที ฉันนี่รู้สึกหน้าแดงไปถึงหูแล้วคงลามมาคอด้วยมั้งตอนนี้
“รถไอ้ไนท์มาโน่นแล้ว ไอ้เตไปเช็ก” พี่เซนตะโกนบอกเต แล้วเขาก็เดินไปยกขวดน้ำเปล่าของฉันดื่มจนหมด
”มีใครจะเอาอะไรมั้ย เพ้นท์จะไปซื้อของ” ฉันตะโกนถามพร้อมกับเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองในกระเป๋าออกมาเช็ดผมที่เปียกของตัวเองไปด้วย ทำตัวปกติสุดๆทั้งๆที่ในใจนี่เต้นไม่หยุดไม่หย่อน
“อะแฮ่ม เมื่อกี้มันอะไรวะ” เตเดินมาถามสายตาจับผิด
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ”
“อย่าให้รู้ๆ” เออ คนสุดท้ายที่จะให้รู้ว่าฉันคบกับพี่เซนก็แกนั่นแหละไอ้เต
@ห้างสรรพสินค้า D
วันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้า พี่เซนโทรมาบอกว่าจะให้พาไปซื้อของใช้ ฉันเลยต้องมารับหน้าที่เป็นแม่บ้านจำเป็นอยู่ข้างๆพี่เซนนี่ไง
”ทำไมพี่ต้องให้เพ้นท์มาด้วยอะ”
“เลือกไม่เป็น”
“หืม? เลือกอะไรคะ” ฉันมองตามนิ้วที่พี่เซนชี้ก็พบว่าเขากำลังยืนเลือกผ้ากันเปื้อนอยู่ แถมผ้ากันเปื้อนพวกนี้ยังสีสดใสซึ่งไม่เข้ากับพี่เซนเอามากๆ ฉันแทบจะกลั้นหัวเราะไม่ไหวพอนึกถึงภาพพี่เซนใส่ผ้ากันเปื้อนลายเป็ดน้อยเหลืองอ๋อยสีชมพูนี่ แต่สายตาดันเหลือบไปเจอหน้าพี่เซนที่กำลังจ้องเขม่นอยู่เลยรีบหุบปากซะก่อน
”ไม่ต้องมาขำ ของเพ้นท์นั่นแหละ”
“อะไรอ่ะ พี่เซนจะซื้อให้เพ้นท์ทำไม”
“กลับจากสนามแข่งที่คอนโดก็ไม่มีไรกิน เพ้นท์ไปทำให้กินหน่อย” ว้อทท?! อะไรของเขาเนี่ย
“ตอนตีหนึ่งน่ะเหรอ!”
“อือ หิว” แล้วทำไมต้องให้ฉันไปทำให้กินด้วยเนี่ย ร้านอาหารข้างทางก็มีเยอะแยะไม่รู้จักซื้อกินหรือไงก็ไม่รู้
“พี่จะให้เพ้นท์ทำอาหารให้กินแล้วก็ไปส่งเพ้นท์ที่หองี้เหรอ“
“อือ ทำไม”
“พี่ก็ต้องขับรถหลายรอบน่ะสิ ไม่เหนื่อยหรือไง”
“ก็มาอยู่ด้วยกันซะเลยดิ” พี่เซนพูดด้วยสีหน้าปกติจนฉันไม่แน่ใจว่าเขาพูดเล่นหรือพูดจริง แต่ตอนนี้ฉันทำตัวไมถูกแค่นั้นแหล่ะ
“งั้นตอนที่พี่เซนมาส่งเพ้นท์ที่หอเดี๋ยวเพ้นทำให้กินแล้วกันนะ พี่กินอิ่มแล้วจะได้กลับเลยทีเดียว” ฉันเปลี่ยนเรื่องแล้วหันไปยืนเลือกผ้ากันเปื้อนลายน่ารักๆต่อ
”ตามใจ”
@สนามแข่งรถ XX
หลังจากวันที่มายด์มาหาพี่เซนจนถึงวันนี้ก็เกือบจะเป็นอาทิตย์แล้ว เธอก็ไม่มาอีกเลย ไอ้เตก็ไม่ได้มาตอแยถามอะไรฉันอีก ดีแล้วแหล่ะ ถ้ามาอีกฉันคงหัวร้อนแน่แถมจะโดนไอ้เตมันนั่งจับผิดอีก สอดรู้สอดเห็นดีจริง ๆ
”กลับก่อนนะเว้ยเพ้นท์ วันนี้แม่งวิ่งวุ่นทั้งวัน เมื่อยฉิบหายเลยโว้ย”
“เออๆ ขับรถดีๆล่ะ” เตบ่นนู่นนี่นั่นแล้วบิดขี้เกียจเดินอ้าปากหาวขับรถออกไปทันที เพื่อนพี่เซนกับพี่ๆช่างทุกคนก็เริ่มกลับกันหมด
บรื้นนน
เสียงรถยนต์หรูแสนคุ้นตามาจอดอยู่ด้านหน้า ฉันเลยรีบขึ้นรถแล้วเอากระเป๋าผ้าที่ใช้ประจำไปไว้เบาะหลัง พี่เซนขับรถออกไปด้วยความเร็ว แรกๆที่เขาคอยมาส่งฉันก็นั่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับเลยสักนิด ก็เล่นขับเร็วติดสปีดขนาดนั้นคิดว่าแข่งรถอยู่หรือไงกัน แต่เดี๋ยวนี้เหมือนเขาจะขับรถช้าลงมานิดหน่อย ย้ำว่านิดหน่อยน่ะนะ
@หอพัก C
“วันนี้พี่เซนอยากกินไรอ่ะ” ฉันหันไปถามพี่เซนที่ถือถุงผ้ากันเปื้อนกับถุงไข่ไก่และเครื่องปรุงเดินตามเข้ามาในห้องของฉัน ห้องนี้ที่หอพักจะไม่แพงมากแต่ก็มีโซนครัวเล็ก ๆไว้ทำอาหารกินได้ล่ะนะ ถึงเปิดประตูมาจะเจอเตียงนอนเลยก็เถอะ แต่ก็แยกห้องน้ำห้องครัวเล็ก ๆเป็นสัดส่วนไว้ได้น่ารักดี
“อะไรก็ได้ หิวแล้ว” พี่เซนวางถุงพะรุงพะรังไว้ที่โต๊ะเล็ก ๆในครัว แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้าง
”งั้นข้าวไข่เจียวนะ ในตู้เย็นเพ้นท์ไม่ได้ซื้อของสดมา”
“อือ” ฉันหยิบผ้ากันเปื้อนลายแครอทสีส้มมาใส่ และหยิบอีกอันที่เป็นลายกระต่ายน้อยน่ารักสีฟ้ายื่นให้พี่เซน เขาหันมามองแล้วทำหน้าสงสัย
“อันนี้ของพี่เซนค่ะ”
“ไม่เอา”
“ไรอะ เพ้นท์อุตส่าห์เลือกให้น่ารักออก”
“ไม่ใส่”
“ถ้าพี่เซนไม่ใส่เพ้นท์ไม่ทำอะไรให้กินนะ” ฉันพูดแล้วทำท่าทางจะเดินออกจากห้องครัว แต่พี่เซนจับข้อมือเอาไว้ก่อนแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
”ไปทำอะไรมาให้กินเร็ว เดี๋ยวก็กินเพ้นท์แทนหรอก” พี่เซนลุกขึ้นยืนหยิบผ้ากันเปื้อนลายกระต่ายน้อยจากมือฉันไป แล้วโอบเอวฉันเข้าไปใกล้เขามากขึ้น ฉันรีบเอามือดันแผงอกกำยำของเขาไว้ทันที
“ระ..รู้แล้ว“
“ใส่ให้หน่อย” ฉันยื่นมือไปรับผ้ากันเปื้อนจากพี่เซนแล้วจัดการสวมพร้อมกับผูกเชือกให้เรียบร้อย โอ้โห พี่เซนกับกระต่ายน้อยก็ดูเข้ากันดีนะ
“คิกๆ” ฉันปิดปากกลั้นขำจนน้ำตาเล็ด โอ้ย อยากถ่ายรูปเก็บไว้ชะมัด เป็นบุญตาฉันจริงๆเลย แบ้วลืมมากอะ
พรึ่บ!
“ไม่กินแล้วข้าวไข่เจียว กินแครอทดีกว่าน่าอร่อยกว่าเยอะ” แขนแข็งแรงโอบเอวฉันไปกอดไว้แน่นจนตัวฉันแนบชิดกับแผงอกกำยำตรงหน้าสนิทชนิดมดยังเดินผ่านไม่ได้ ใจไม่ดีเลยค่ะทุกคนนน
“พะ..พี่เซน ปล่อยก่อน อื้อ!” ริมฝีปากอุ่นร้อนจูบลงมาที่ริมฝีปากฉันด้วยความเร็ว พี่เซนดุนดันลิ้นหนาเข้ามาหยอกล้อกับลิ้นเล็กของฉันไปมา มันวาบหวามจนฉันต้องกำเสื้อตรงอกพี่เซนไว้แน่น เขาจูบลงมาที่ซอกคอ มืออีกข้างที่ไม่ได้โอบเอวฉันก็ลูบไล้จากหน้าท้องขึ้นมาเรื่อยๆแล้วปลดตะขอหน้าของบราออก มือใหญ่กอบกุมเคล้นคลึงหน้าอกส่วนนิ้วยาวก็หยอกเย้ายอดอกที่แข็งชูชัน สร้างความเสียวซ่านจนฉันเผลอร้องครางออกมา
”เพ้นท์” เสียงแหบต่ำของพี่เซนทำให้ฉันไปไม่เป็น ได้แต่กำเสื้อยืดของพี่เซนไว้แน่น
”อื้อ!” พี่เซนจับสะโพกฉันยกขึ้นอุ้ม ด้วยความกลัวตกฉันเลยเอาขาทั้งสองข้างรัดเอวสอบของพี่เซนไว้แน่น แขนทั้งสองข้างก็โอบรอบคอเขาไว้แน่นเช่นกัน
พี่เซนหมุนให้แผ่นหลังของฉันไปชิดกับผนังห้องครัวโดยที่ขาฉันทั้งสองข้างยังคงรัดรอบเอวสอบของเขาไว้อยู่แบบนั้น เสื้อยืดสีขาวถูกมือใหญ่ดึงขึ้นออกทางศีรษะแล้วโยนลงพื้นพร้อมกับบราสีดำ
ริมฝีปากของพี่เซนก้มลงมาดูดเม้มยอดอกทั้งสองข้างสลับไปมา จนฉันเสียวซ่านได้แต่ขยุ้มผมพี่เซนไว้เผื่อมันจะผ่อนคลายความเสียวนี้ได้บ้าง ขาทั้งสองข้างถูกจับลงจากเอวสอบโดยที่ริมฝีปากของพี่เซนยังคงดูดดึงเม้มเลียยอดอกของฉันอย่างช่ำชอง รู้ตัวอีกทีตอนนี้ฉันก็เปลือยเปล่าส่วนพี่เซนก็ถอดเสื้อยืดออกไปเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแต่กางเกงยีนขายาวราคาแพงกับซิกแพคและรอยสักเท่ๆที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้
”ครั้งนี้ไม่ลืม” พี่เซนยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แล้วดึงซองสีดำเล็กๆออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีน เขาคาบมันเอาไว้ที่ปากก่อนจะเอามือมาปลดกระดุมและรูดซิปกางเกงลง ฉันตกใจรีบเงยหน้าขึ้นมองไปที่หน้าพี่เซนทันที คนบ้าอะไร ไม่อายบ้างหรือไง ฉันหน้าแดงหมดแล้วนะโว้ยย
“พะ..พี่เซนไม่หิวข้าวเหรอ เพ้นท์ไปทำไข่เจียวให้พี่ก่อนดีกว่า”
หมับ!
”ไม่หิวข้าวแล้ว ตอนนี้หิวเพ้นท์มากกว่า” ก่อนที่ฉันจะได้ขยับตัวพี่เซนก็กอดเอวฉันไว้ แล้วมือข้างที่ถือซองสีดำเล็ก ๆก็ยกขึ้นไปจ่อที่ริมฝีปากของเขา พี่เซนฉีกมันออกโดยใช้ฟันช่วย ภาพที่เห็นทำให้ฉันคอแห้งผากกลืนน้ำลายแทบไม่ลง ตัวแข็งทื่อขณะที่พี่เซนกำลังเอาถุงยางไปสวม อย่าก้มลงไปนะเพ้นท์เว้ย อย่านะเพ้นท์!
“พี่เซน” ฉันครางชื่อเขาแผ่วเบาทันทีที่รับรู้ได้ว่าแก่นกายใหญ่กำลังจ่ออยู่ที่จุดอ่อนไหวกลางกายของฉัน พี่เซนจับขาข้างหนึ่งของฉันขึ้นไปโอบรัดรอบเอวสอบเขาไว้ แล้วค่อยๆดันแก่นกายเข้ามาในตัวฉันช้า ๆ ความเจ็บด้านล่างทำให้ฉันจิกเล็บลงไปบนไหล่แกร่งของเขาทั้งสองข้าง
”อย่าเกร็ง” พี่เซนจูบฉันเชื่องช้าและอ่อนโยน ลิ้นหนาล้วงล้ำมาหยอกเย้าลิ้นเล็กของฉันจนความเจ็บเปลี่ยนเป็นความเสียวเกินจะบรรยาย เมื่อฉันเริ่มผ่อนคลายลงพี่เซนก็จับขาฉันขึ้นไปรัดรอบเอวสอบของเขาอีกข้าง สองมือใหญ่จับยึดสะโพกฉันไว้แน่นแล้วดันแก่นกายเข้ามาจนสุด
“อื้อ!” ฉันร้องครางเสียงดัง ขาก็รัดเอวสอบพี่เซนแน่นขึ้นกว่าเดิม แขนทั้งสองข้างก็โอบรอบลำคอเขาเอาไว้ เล็บก็จิกไปที่แผ่นหลังเขา เผื่อว่ามันจะช่วยคลายความเสียวที่พี่เซนกำลังกระแทกลงมาอย่างช้า ๆเนิบ ๆ
“ฮึ่ม” พี่เซนขยับตัวเข้าออกช้า ๆแต่ลึกทุกการสอดใส่ แถมยังจับสะโพกฉันลงไปในตอนที่เขากระแทกเข้ามาอีก มันเข้าไปลึกจนจุกและเสียวซ่านปนกันไปหมด
“อ้ะ พี่เซน...” ฉันพยายามกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงครางไว้แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ได้แต่ก้มหน้าซบไหล่กว้างของพี่เซนแล้วครางออกมา พี่เซนก้มลงมาหอมแก้มกับขมับที่ชื้นเหงื่อของฉันเบาๆ โดยที่เขายังคงกระแทกแก่นกายรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“พรุ่งนี้มีเรียนมั้ย” พี่เซนถามชิดใบหูเสียงแหบพร่า ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบ
” พี่เซน เพ้นท์...”
“หึ ไม่มีเรียนก็คงได้ถึงเช้าสินะ” ฉันหันไปมองหน้าพี่เซนเคืองๆ แต่เขากลับกระแทกมาลึกกว่าเดิมแล้วแช่ค้างไว้ไม่ยอมขยับ ภายในจุดอ่อนไหวกลางกายของฉันกำลังตอดรัดแก่นกายของพี่เซน จนเขาต้องขบกรามแน่น
” อื้อ พี่เซน..อย่าแกล้ง”
”เพ้นท์”เสียงเข้มที่แหบพร่า ทำให้พี่เซนดูเท่แบบแบดๆมากเลยให้ตายเถอะ!
“พี่เซน อื้อ” เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นทั่วห้องครัว พี่เซนจับสะโพกฉันไว้แน่นแล้วเดินไปที่โต๊ะวางของเล็ก ๆ วางฉันให้นั่งบนโต๊ะโดยที่เขาไม่ได้ถอดถอนแก่นกายออก จับขาทั้งสองข้างของฉันให้อ้ากว้างขึ้น แล้วกระแทกเข้ามารัวเร็วถี่ยิบจนฉันทนไม่ไหว
”อื้อ!“ ฉันกระตุก ภายในตอดรัดแก่นกายใหญ่ของเขารัวเร็ว พี่เซนก็ก้มลงมาจูบฉันอย่างเร่าร้อน หลังจากนั้นเขาก็กระแทกเข้ามาลึกๆอีกสามสี่ครั้งแช่แก่นกายไว้แล้วยืนหอบหายใจไปพร้อมกับฉันที่กำลังนอนไปบนโต๊ะอย่างหมดแรง
“เด็กดี” พี่เซนถอดแก่นกายออกแล้วฉันก็แอบเห็นว่าเขาเอาทิชชูที่มีถุงยางที่ใช้แล้วโยนทิ้งถังขยะใกล้ๆ จากนั้นก็มาถึงดึงตัวฉันขึ้นไปกอดไว้หลวมๆ มือใหญ่ลูบผมกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉันแผ่วเบา
”คนฉวยโอกาส” ฉันบอกเขา แล้วงับเข้าไปที่ต้นแขนที่มีแต่กล้ามเนื้อของพี่เซน
“หึ ใครฉวยโอกาส เราก็ร่วมมือกันดีทั้งคู่”
แปะ!
“พี่เซนลามก” ฉันตีซิกแพคเขาเบาๆ แต่ทำไมมันแน่นงั้นวะ โอ้ย เลือดกำเดาจะพุ่ง!
“ไปอาบน้ำกัน” พี่เซนไม่รอให้ฉันได้ตั้งตัว เขาก็อุ้มฉันขึ้นแนบแผงอกแกร่งแล้วเดินไปทางห้องน้ำทันที
”พี่รู้เหรอว่าอยู่ตรงไหน”
“ห้องแค่นี้จะไปหายากอะไร” เหอะ! หมั่นไส้คนรวยจังเลยเว้ย
”ถ้าห้องมันเล็กทีหลังก็ไม่ต้องมาสิ” ฉันพูดแล้วทำหน้ามุ่ยซุกหน้าเข้ากับแผงอกกำยำของเขา
”หึ เล็กแค่ไหนก็อยู่ได้ จะมาทุกวันเลย” พี่เซนหัวเราะแถมยังจะมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ฉันอีก แล้วเขาก็ดันประตูห้องน้ำออก วางฉันลงที่พื้นใต้ฝักบัวอาบน้ำ แต่พี่เซนก็ไม่เดินออกไปสักที ฉันต้องพยายามมองแค่ช่วงบนเขาเท่านั้นนะ ถ้ามองต่ำกว่าสะดือคือนิพพาน เอ่อ...ไม่ใช่ คือฉันคงสลบเป็นลมไปก่อนน่ะ นี่แค่คิดหน้าก็แดงเป็นลูกตำลึงละ
“พี่เซนก็ออกไปสิ เพ้นท์จะอาบน้ำ”
”อาบด้วยกันดิ”
“ไม่ๆๆ เพ้นท์จะอาบคนเดียว พี่ออกไปเลย” ฉันรีบส่ายหัวไปมาจนเกือบหน้ามืด
”เสียเวลา” พี่เซนเปิดน้ำฝักบัวแล้วเอามาจ่อใส่ฉัน
”พี่เซน!” ฉันปิดหน้าปิดตาเพราะเขากำลังแกล้งเอาน้ำมารดใส่หัวฉัน มืออีกข้างก็ไปกดสบู่เหลวมาถูตัวให้ฉันไปด้วย อะไรเนี่ย!
“ช่วยกันอาบ จะได้เสร็จเร็วๆ” สบู่ลื่นๆที่พี่เซนกำลังถูตามตัวฉันทำให้รู้สึกแปลกๆขึ้นมาเฉยเลย
“พะ..พี่เซน เดี๋ยวเพ้นท์ถูเอง“ ฉันหันหลังหนีเขา เพราะทนไม่ไหวแล้วที่ต้องมาเห็นพี่เซนยืนเปลือยอยู่แบบนี้ ยิ่งตอนฉันเหลือบไปเห็นรอยสักลายมังกรที่อยู่ตรงช่วงเอวเขายาวลงมาจนถึงต้นขาแล้วใจเต้นจนจะกระเด็นออกมานอกอก!