Sorry 05

2694 Words
[ Zen’s Part ] ผมหันไปมองผู้หญิงผิวขาวตัวเล็กด้านข้าง แก้มแดงๆจากอาการเมา ใบหน้าจิ้มลิ้มกำลังหลับหายใจอย่างสม่ำเสมอ แล้วผมก็ยิ้มให้กับภาพที่เห็นตรงหน้า คนอะไรวะทำไมมันน่ารักน่าฟัดขนาดนี้ พอนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นบนรถระหว่างเราสองคน ผมก็รู้สึกมีความสุขปนรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ ขับรถให้ช้าลงกว่าทุกทีเพราะกลัวคนข้างๆจะตื่น กูทำอะไรลงไปวะ! ถุงยางก็ลืมใส่ทั้งๆที่ในรถก็มี ถ้าเพ้นท์ท้องผมไม่มีปัญหาพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง ออกจะดีใจด้วยซ้ำ แต่คนที่จะมีปัญหาตามมาคือเพ้นท์ไง ยังเรียนอยู่แถมเรื่องเมื่อกี้เธอจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไปผมยังไม่แน่ใจเลย เพ้นท์อาจจะรู้แต่ก็คงไม่หมดเพราะดูแล้วคงเมาไม่น้อย เคยได้ยินไอ้คินพูดถึงยาคุมฉุกเฉินนี่หว่า แต่เกือบตีสามร้านขายยาที่ไหนแม่งจะเปิด “พรุ่งนี้เช้าค่อยซื้อก็ได้วะ” ผมพูดพร้อมกับลงรถเดินไปอุ้มเพ้นท์ขึ้นมาแนบอก แล้วเดินขึ้นลิฟท์ไปยังห้องของตัวเอง พรึ่บ! “อื้อ!” เพ้นท์ส่งเสียงเหมือนรำคาญขยับตัวพลิกไปอีกทางทันทีที่ผมวางเธอลงบนเตียง ”ตื่นมาอย่าโวยวายใส่พี่ล่ะ” ผมก้มลงไปจูบขมับคนที่นอนอยู่บนเตียงแผ่วเบา เดินไปอาบน้ำแล้วกลับมานอนบนเตียง ดึงเอวเพ้นท์มานอนกอดไว้ทั้งคืน แม่งสบายฉิบหายเลย หึ รู้แบบนี้กูน่าจะหอบมานอนด้วยตั้งนานแล้ว [ End talk ]   ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นเพราะแสงแดดอ่อนๆส่องตา อย่างแรกที่รับรู้คือปวดหัวมาก! อย่างที่สองคือรู้สึกเจ็บช่วงล่างแปลกๆ สมองกำลังประมวลผลอย่างหนักว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น แล้วภาพที่ฉันกับพี่เซนก็ฉายชัดทุกกระบวนท่า ให้ตายสิ ฉันทำอะไรลงไปวะ! ฉันกับพี่เซนมี เอ่อ...เออนั่นแหละ! บนรถเนี่ยนะ จอดข้างถนนอีกต่างหาก ถึงมันจะเงียบและมืดมากก็เถอะ ให้ตายสิโว้ย ทำไงดีๆ ฉันรีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วสายตาก็พบกับห้องที่ไม่คุ้นเคย เตียงขนาดใหญ่นุ่มนิ่ม ห้องที่กว้างยิ่งกว่าบ้านฉันทั้งหลัง ไหนจะข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างในนี้แลดูแพงมากด้วย นี่มันห้องใครวะ “ตื่นแล้วเหรอ” ยังไม่ทันจะหายสติแตก พี่เซนก็เดินมาพร้อมกับผ้าขนหนูพันรอบเอวผืนเดียว อย่าเดินมาแบบนี้สิ! ซิกแพคกระแทกตาจนจะเป็นลมอยู่ละ ไหนจะไอ้รอยสักลายมังกรตรงช่วงเอวลงมาด้านล่างนั่นอีก ฉันแอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกคอแห้งขึ้นมาทันที ”พี่เซน คือ..” ”อย่าเพิ่งพูด กินนี่ก่อน” พี่เซนยื่นแผงยามาให้ ฉันยื่นมือไปรับแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเขาจะเอายามาให้ฉันกินทำไม ไม่ได้ป่วยสักหน่อย ”ให้เพ้นท์ทำไมอ่ะ” “ไม่กินก็ได้นะ ถ้าท้องพี่รับผิดชอบอยู่แล้ว” “ท้อง!” คำว่าท้องสะท้อนอยู่ในหูฉันสามร้อยรอบ นิ่งอึ้งคิดทบทวนสักพักก็รับรู้ได้ว่าทำไม หน้าฉันก็ร้อนขึ้นมาทันที หูเหอก็คงจะแดงไปหมด รีบยัดยากรอกปากแล้วยื่นมือไปรับแก้วน้ำจากพี่เซนที่ยื่นให้มากระดกอย่างรวดเร็ว ฉันลืมคิดเรื่องนี้ไปได้ยังไงเนี่ย! ถ้าฉันท้องขึ้นมาจริงๆล่ะ เรียนก็ยังไม่จบ แม่จะเสียใจขนาดไหนที่มีลูกไม่รักดีแบบฉัน นึกถึงหน้าแม่แล้วก็จะร้องไห้ ทำไมฉันทำตัวแบบนี้วะ ทำไมต้องไปเผลอตัวเผลอใจให้กับพี่เซนด้วยเนี่ย ไอ้เพ้นท์โว้ย!   “พี่ขอโทษ” พี่เซนนั่งลงบนเตียงข้างๆฉัน เขาเอามือมากุมมือฉันไว้แน่น ฉันเงยหน้าไปสบสายตากับพี่เซน สายตาที่เขามองมามันกำลังบอกว่าเขาขอโทษที่ทำแบบนั้นกับฉันจริงๆ “พี่ไม่ต้องขอโทษเพ้นท์หรอก เพ้นท์ก็ผิดที่ไม่ยับยั้งชั่งใจ” ถึงจะเป็นครั้งแรกแต่ฉันไม่รู้สึกเสียใจที่เป็นพี่เซน ฉันอาจจะชอบเขาก็ได้ อาจจะชอบโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว ถ้าฉันไม่ชอบเขาให้ตายยังไงฉันก็คงไม่ทำแบบนั้นแน่นอน “เพ้นท์ไม่โกรธพี่เหรอ” “ก็นิดหน่อย” ”ไม่โวยวาย” ”โวยวายแล้วได้อะไรอ่ะ“ ฉันยู่ปากใส่พี่เซนที่ทำหน้าสงสัยใส่ ใจจริงก็อยากจะด่ากราดใส่เขาเหมือนกัน แต่ฉันก็เผลอใจไปกับเขาจริง ๆนี่  จะมีก็แต่กลุ้มใจกลัวว่าจะท้องนี่สิ แล้วก็แอบเสียใจที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันแต่ยังทำเรื่องแบบนั้นได้ลง พี่เซนอาจจะไม่เป็นไรเพราะเขาเป็นผู้ชายคงจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ้าง แต่ฉันที่เป็นผู้หญิง อาจจะดูง่ายสำหรับเขาไปแล้วสินะ ”หึ แปลกดี” พี่เซนยิ้มมุมปากแล้วสบตาฉันอยู่อย่างนั้น “พี่คงคิดว่าเพ้นท์ง่ายสินะ” ฉันก้มหน้าลงรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา “เปล่า ดีซะอีกครั้งแรกของเพ้นท์เป็นพี่” “พี่ทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นบ่อยสินะ” พูดเองก็เจ็บเอง ทำไมมันเจ็บหัวใจแบบนี้วะ “ทำ แต่ไม่เคยเผลอจนลืมใส่ถุงยาง” คำพูดที่ตรงไปตรงมาทำให้ใจฉันเจ็บมากขึ้น แต่มันมีความรู้สึกดีปนมาด้วยเนี่ยสิ ฉันจะมารู้สึกดีอะไรกับการที่พี่เซนพูดแบบนั้นล่ะ แค่เพราะกับฉันคนเดียวที่เขาไม่ใส่ เอ่อ ไม่ใส่ เออ! ถุงยางนั่นแหละ แค่เพราะเขาไม่ใส่ถุงยางกับฉันเนี่ยนะ คิดแล้วก็อย่างตบกะโหลกตัวเอง “พี่เซนหยุดพูดเถอะ” “ทำไม” “ช่างมัน เราจบเรื่องนี้กันเถอะ” ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ทำไมพูดอะไรออกไปก็ทำให้แต่ตัวเองเจ็บซะเองแบบนี้วะ “ไม่จบ” เสียงแหบต่ำดุดันดังขึ้น ฉันไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองพี่เซนตรงๆเลยด้วยซ้ำ แค่น้ำเสียงก็รู้ว่ากำลังหงุดหงิด ”เพ้นท์ว่า..” “เรามาคบกันดูมั้ย” น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นของพี่เซนไม่ได้ทำให้ตกใจเท่าคำพูดที่เขาเปล่งออกมา ฉันรีบหันหน้าไปมองหน้าพี่เซนทันที กะพริบตาปริบๆเหมือนกำลังมึนงงว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น พอตั้งสติได้ก็รีบพูดจนลิ้นพันกัน ”พะ..พี่เซนพูดอะไรอะ“ “ก็บอกว่ามาลองคบกัน ถ้าคบแล้วไม่รอดค่อยว่ากันอีกที” “พี่เอาจริงเหรอ พี่ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรเพ้นท์ก็ได้นะ” ฉันบอกออกไปตามที่คิด เพราะยังไงฉันก็เผลอใจทำแบบนั้นกับพี่เซนเองน่ะสิ “ไม่เกี่ยวกับรับผิดชอบหรือไม่รับผิดชอบ พี่บอกให้มาลองคบกันไง” พี่เซนมองฉันด้วยสายตาจริงจังมากขึ้น แถมน้ำเสียงยังต่ำลงจนเหมือนกำลังบังคับอยู่อีก “นี่พี่ขอเพ้นท์คบหรือบังคับกันแน่เนี่ย” ฉันยู่ปากใส่เขาทันที “จะคบไม่คบ” ทำไมต้องทำหน้าดุด้วยวะ จะขอสาวคบทั้งทีพูดดีๆเสียงไพเราะหน่อยไม่ได้หรือไง ถึงพี่เซนจะทำตัวห่ามๆแบบนี้แต่หัวใจก็ดันเต้นรัวเร็วมากขึ้นไปอีก ให้ตายเถอะ “โอเค เพ้นท์ลองคบกับพี่ก็ได้” ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตัดสินใจตอบพี่เซนพร้อมกับเม้มริมฝีปากเอาไว้ เพราะหัวใจยังเต้นแรงไม่หาย ”แล้วเจ็บมั้ย” พี่เซนถามสีหน้าจริงจัง จนฉันไม่รู้จะบอกว่าอะไร ผู้ชายที่ไหนเขาถามแบบนั้นกับผู้หญิงบ้างอ่ะ “ก็..ก็เจ็บอยู่” ฉันตอบตะกุกตะกัก หน้าคงแดงไปแล้วแน่ ๆ ไม่ต้องห่วง “ไหน เดี๋ยวพี่ดูให้” คนอย่างพี่เซนไม่เคยพูดเฉยๆค่ะ ดึงผ้าห่มออกจากตัวฉันอย่างรวดเร็ว จนฉันต้องรีบตะครุบไว้แน่น ”พี่เซน!” “ทำไม ก็จะดูให้ว่าเป็นไรมากมั้ย” “ไม่ต้อง! พี่ไปแต่งตัวไป พูดอะไรก็ไม่รู้” ฉันปัดมือไล่ด้วยความรวดเร็ว พี่เซนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยทันที ”หึ หน้าแดงหมดแล้ว”เขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ฉันได้แต่เอามือมากุมแก้มตัวเองทั้งสองข้างไว้ หน้าร้อนชะมัดเลย ”คนบ้าอะไร อยากพูดอะไรก็พูด เถื่อนจริง” “วันนี้มีเรียนมั้ย” เสียงทุ้มต่ำในห้องแต่งตัวดังขึ้นจนฉันสะดุ้งคิดว่าพี่เซนจะได้ยินที่ฉันบ่นเบาๆเมื่อกี้ แล้วก็โล่งใจที่เขาคงจะไม่ได้ยินอะไร ”วันนี้เพ้นท์ไม่มีเรียนค่ะ” “งั้นไปอาบน้ำ จะได้ไปหาอะไรกินกัน” “เอ่อ...พี่เซน” ฉันอึกอักไม่แน่ใจว่าจะพูดเรื่องนี้ดีมั้ย “อะไร” “คือเรื่องที่เราคบกัน พี่อย่าเพิ่งบอกเพื่อนพี่กับคนที่อู่ได้มั้ยอ่ะ” “ทำไม” เสียงแหบต่ำดังขึ้นแล้วตามมาด้วยพี่เซนที่ใส่กางเกงยีนขายาวสีเข้ม เสื้อยืดสีดำพาดอยูที่ไหล่กำลังเดินมาพิงขอบประตูห้องนอน แล้วกอดอกจ้องหน้าฉันเขม่น ทำไมน่ากลัวแบบนั้นอ่ะ ถึงจะดูเท่ดูหล่อมากแต่สายตาน่ากลัวเกินไปแล้วนะ ”ก็เพ้นท์ยังเป็นลูกหนี้พี่อยู่ไง ถ้าเกินจู่ ๆไปบอกว่าเราคบกันพวกเขาจะคิดยังไงล่ะ” ”แล้วสนใจทำไมว่าใครจะคิดยังไง” พี่เซนพูดด้วยท่าทางโนสนโนแคร์อะไรทั้งสิ้น ถึงอีกใจฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันก็เถอะ แต่อีกใจก็กลัวคนที่อู่แซวแล้วก็พี่เซนจะดูไม่ดีด้วยสิ หรือฉันคิดมากไปเอง “เพ้นท์กลัวพี่ที่อู่แซวไง เพ้นท์ทำตัวไม่ถูก” “ไร้สาระ” พี่เซนถอนหายใจออกมาเบาๆทันที “นะพี่เซนนะ ให้เพ้นท์ใช้หนี้พี่หมดก่อนนะ” ฉันพยายามโน้มน้าวทำตัวอ้อนอย่างกับลูกหมาใส่พี่เซน แต่เขาก็ยังนิ่งเหมือนเดิม “หนี้อะไรนั่นไม่เอาแล้ว ทีนี้มีปัญหาอะไรอีก” โอ้โห ป๋าไปอีก นี่มันพี่เซนสายเปย์นี่หว่า “ได้ไงอะ ยังไงเพ้นท์ก็จะใช้หนี้พี่ให้หมด” ฉันจ้องเขาสายตาจริงจัง พี่เซนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินมาใกล้ๆข้างเตียงที่ฉันนั่งอยู่ ”ตามใจ แต่ตอนนี้ไปอาบน้ำได้แล้ว หรือจะให้อาบให้” แขนแข็งแรงทั้งสองข้างกำลังจะอุ้มฉันขึ้นจากเตียง ฉันเลยรีบลุกขึ้นวิ่งไปเข้าห้องน้ำด้วยความเร็วแสง คนอะไรมือไวชะมัด!   @Zero Club หลังจากที่ฉันและพี่เซนกินข้าวเสร็จ เขาก็พาฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอแล้วมาทำงานที่อู่พร้อมกับฉัน ดีนะที่คนที่อยู่ยังไม่มา ไม่งั้นพวกนั้นสงสัยชัวร์ ยิ่งไอ้เตชอบสอดรู้สอดเห็นอยู่มันต้องแซวฉันยันลูกบวชแน่ ๆ ”คือ ผมเอารถมาซ่อมน่ะครับ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงทุ้มด้านหน้า ก็เจอกับผู้ชายร่างสูงใส่สูทสีดำ ท่าทางเหมือนจะเป็นนักธุรกิจเลย หน้าตาก็ดูเป็นลูกครึ่งด้วย “สวัสดีค่ะ เชิญนั่งรอก่อนค่ะ คุณลูกค้าชื่ออะไรคะ”  ฉันลุกขึ้นเดินไปบอกลูกค้าหน้าหล่อ เขาส่งยิ้มมาให้แล้วเดินเข้ามานั่งที่โซฟาห้องรับแขก “ชื่อเอิร์ทครับ เป็นพนักงานใหม่เหรอครับ มาครั้งก่อนยังไม่เห็นเลย” “อ๋อ ใช่ค่ะ เพ้นท์เพิ่งมาทำงานที่นี่ได้แค่เดือนกว่าๆเอง” “ชื่อเพ้นท์ น่ารักดีนะครับ” ฉันยิ้มบางๆส่งไปให้คุณเอิร์ท เขาส่งยิ้มดอกไม้บานมาให้ทันที “งั้นเดี๋ยวเพ้นท์ให้พี่ที่อู่เอารถไปซ่อมให้ค่ะ” “อ้อ ครับ” “รอสักครู่นะคะ” คุณเอิร์ทยื่นกุญแจรถมาให้ ฉันรีบหยิบแล้วเดินไปหาพี่เจ๋งที่ลานซ่อมรถ ”พี่เจ๋งคะ ลูกค้าเอารถมาซ่อมค่ะ” “วางไว้บนเก้าอี้นั่นเลยเพ้นท์ เดี๋ยวพี่ไปเอารถมา แปบๆ” ฉันพยักหน้าแล้ววางกุญแจรถไว้ที่เก้าอี้ใกล้ๆกับที่พี่เจ๋งนั่งล้างมืออยู่ “เห็นนะเว้ย ลูกค้านั่นยิ้มให้แกซะตาเยิ้มเชียว” เตเดินมาเอาศอกสะกิดแขนฉันยิกๆ แล้วเดินไปทำงานของมันต่อ ฉันหันไปมองทางพี่เซนที่กำลังนอนซ่อมรถอยู่ แล้วเราก็สบตากันโดยมิได้นัดหมาย ตายแล้ว! ไอ้เต ไอ้ปากเสีย ดูสิพี่เซนต้องได้ยินที่มันพูดแน่ๆ สายตาที่เขามองมาเหมือนมีไฟลุกพรึบๆออกมาเลยอ่ะ ฉันรีบเดินเข้าไปนั่งยองๆลงข้างพี่เซนทันที ”เอ่อ...พี่เซนหิวน้ำมั้ย” พูดพร้อมกับยิ้มสดใสไปให้ “หิว” เขาพูดแล้วหันไปซ่อมรถต่อ “เอาน้ำอะไรดี เดี๋ยวเพ้นท์ไปเอาให้” “หิวเพ้นท์” “พี่เซน!” ฉันกะพริบตาแล้วพูดใส่เขาเสียงหนัก พี่เซนก็ยังคงเป็นพี่เซน ซ่อมรถต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเกิดไอ้เตมันได้ยินขึ้นมาจะว่าไง ฉันหันซ้ายหันขวามองดูว่ามีใครได้ยินหรือเปล่า แต่ทุกคนก็กำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ไม่มีใครอยู่ใกล้เราขนาดนั้นด้วยสิ คงไม่มีใครได้ยินหรอกมั้ง “อะไร” ”เราคุยกันแล้วไง” ฉันหันไปมองพี่เซนด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย “คุยอะไร ยังไม่ได้รับปากเลย” เขาตอบหน้าตาย ทำเหมือนไม่เข้าใจที่ฉันพูด ทำไมรู้สึกหมั่นไส้พี่เซนแบบนี้วะ   “ไหนคุยกันว่าจะไม่ให้คนที่อู่รู้เรื่องเราตอนนี้ไง” “พี่ยังไม่ได้รับปาก” ยังจะมาทำท่าขยันซ่อมรถตอนนี้อีก ประสาทจะกิน! ”พี่เซน” ฉันพูดเสียงต่ำลง พี่เซนหยุดซ่อมรถแล้วหันมามองหน้าฉันด้วยสายตาดุๆ ”ไปทำงานไป แต่อย่าไปยิ้มให้ผู้ชายที่ไหนอีก” “แล้วถ้าลูกค้าเป็นผู้ชายล่ะ” ฉันลองถามพี่เซน เขาจ้องหน้าฉันนิ่งแล้วพูดเสียงดุดันมากกว่าเดิม “ก็ห้าม” “พี่บ้าปะเนี่ย” “เข้าใจที่พูดมั้ย” ยังจะมาดุกันอีกเหรอ ให้ตายสิ! “ไม่เข้าใจ เพ้นท์ทำงานต้อนรับก็ต้องยิ้มให้ลูกค้าทุกคนสิ” ฉันทำหน้ามุ่ย คิ้วขมวดใส่พี่เซน เขาเป็นเจ้าของอู่จริงมั้ยอ่ะ ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้ “หึ สงสัยคืนนี้จะไม่อยากนอน” พี่เซนหัวเราะในลำคอเบาๆแล้วส่งสายตาคาดโทษมาให้ ฉันกลืนน้ำลายดังอึกแล้วเม้มริมฝีปากไว้แน่น อยากจะด่าก็ด่าไม่ได้ อยากจะข่วนหน้าสักทีก็ทำไม่ได้ ไม่แฟร์เลยอ่ะ “พี่อย่ามาขู่เพ้นท์“ ”ไม่เคยขู่” “ไม่คุยกับพี่แล้ว” พูดจบฉันก็หันหลังรีบเดินไปที่ห้องทำงานตัวเองทันที น้ำเนิ้มก็ไม่เอาไปให้พี่เซนแล้ว หากินเอาเองก็แล้วกันกวนประสาทขนาดนั้นคงมีแรงไปหยิบกินเองอยู่หรอก แต่ทำไมฉันจะต้องมาใจเต้นหน้าแดงกับคำพูดของพี่เซนด้วยเนี่ย ฉันนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ไปพบจิตแพทย์สักทีดีมั้ยวะ  
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD