Sorry 04

2525 Words
@ใต้ตึกคณะบริหาร มหาวิทยาลัย S ปึก! ”วันนี้ไปปาร์ตี้กัน ฉันเลี้ยง!” พี่เจมาถึงก็วางรายงานเล่มหนาเสียงดัง ”ไปๆๆ พี่เจเลี้ยงจริงนะ” ยัยขวัญหันไปถามสีหน้าดีอกดีใจสุดขีด ”เออสิ ฉลองทำรายงานหนากว่าฝาบ้านเสร็จนี่ไง เลือดตาแทบกระเด็น” พี่เจพูดพร้อมกับกรอกตาไปมา “เพ้นท์ต้องทำงานอะพี่เจ” ฉันบอกเสียงเบา ”สี่ทุ่มแกก็ยังทำงานอีกเหรอวะ โรงงานนรกหรือไง” ”ก็เพ้นท์มันทำพาร์ทไทม์ที่สนามแข่งรถอีกไงพี่” ขวัญอธิบายแทน เพราะฉันบอกรายละเอียดมันหมดทุกอย่างนั่นแหล่ะ ”ลาสักวันจะเป็นไรไป นี่ฉันเลี้ยงนะโว้ย เลี้ยง!“ พี่เจกับขวัญหันมามองหน้าฉันอย่างรอคอยคำตอบ “ก็ได้ เดี๋ยววันนี้ขอลางานที่สนามก็ได้“ฉันบอกอย่างจนปัญญา ก็เดี๋ยวนี้ทำแต่งานงกๆ จนไม่ได้ไปเที่ยวไหนกับพวกนี้เลยนี่นา       @PH bar เสียงดนตรีกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ภายในบาร์มีคนเยอะแยะกำลังสายเอวสายหัวเต้นนัวเนียกันเต็มไปหมด “พี่เจดูคนนั้นดิ งานดีมากอะ” ขวัญชี้นิ้วไปทางโต๊ะด้านหลัง “เออ ดีจริง อยากได้” “พูดได้ไม่อายปากเลยนะพี่ อยากได้ก็ไปสอยมาสิ๊“ ขวัญโบกมือไล่อย่างไม่จริงจังมากนัก “เดี๋ยวมานะ” เสียงพี่เจกับขวัญคุยกันหัวเราะคิกๆ ท่าทางแบบนี้น่าจะเมาแล้วสินะ แต่ฉันก็เริ่มมึนๆแล้วอะ นี่มากันเกือบสามชั่วโมงยังกินกันไม่หยุดเลย   “นี่เพ้นท์ ฉันว่าคนนั้นหน้าคุ้นๆว่ะ” ยัยขวัญหันมาสะกิดไหล่ฉันยิกๆหลังจากที่พี่เจเดินไปสอยเหยื่อในค่ำคืนนี้ ”แกเมาแล้วสายตาฟ่าฟางคุ้นไปทั่วหรือเปล่า” หันไปพูดกับขวัญเสร็จก็ยกแก้วเหล้าในมือกระดกต่อ ของฟรีจะรออะไรล่ะ “แต่ฉันว่าคุ้นจริงๆนะ เฮ้ย! เดินมาทางนี้แล้วอะ” ฉันหันไปมองตามสายตาของขวัญ เห็นผู้ชายตัวสูง รูปร่างดีกำลังเดินมาทางฉัน เออว่ะ มันก็คุ้นจริงๆนั่นแหล่ะ แต่ทำไมสายตาเบลอๆ ”หนีงานมาเที่ยวเหรอ ไอ้ลูกหนี้” หืออ? ทำไมเสียงคุ้นจนน่าตกใจแบบนี้อะ ฉันพยายามเพ่งมองให้ชัดๆ แล้วก็ต้องสะดุ้งจนแก้วเหล้าที่ถือไว้เกือบตกแตก ”พี่เซน!” “อือ พี่เอง” “พี่มาทำไมอะ” พูดไปมือไม้ก็สั่นไป ทำอะไรไม่ค่อยจะถูกเหมือนจะหายเมาไปทันที “มาหาเพื่อน แล้วบังเอิญเจอคนอู้งานมาเที่ยวนี่ไง” “ไม่ได้อู้งานนะ! เพ้นท์ลาแล้วเหอะ” ”เมาแล้วกล้าขึ้นเสียงใส่เหรอ” พี่เซนเดินเข้ามาใกล้ ฉันเลยต้องถอยหนีแต่ก็ชนกับโต๊ะด้านหลัง ”พะ..พี่อย่าเข้ามาใกล้นะ” ฉันรีบเอามือดันแผงอกกำยำของพี่เซนไว้ หัวใจก็เต้นตุบๆแข่งกับเสียงดนตรีในบาร์ไม่หยุด ”แล้วนี่แต่งตัวอะไร” พี่เซนพูดเสียงแหบต่ำแล้วก้มลงมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่งตัวอะไร ก็ใส่แค่เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงยีนต์ขาสั้นธรรมดาเอง จะมองแบบจะกินหัวทำไมเนี่ย ”ทำไมอ่ะ” ”กลับเดี๋ยวนี้ จะไปส่ง” ไม่พูดเปล่า เขายังจับข้อมือแล้วดึงให้ฉันเดินตามไปอีก “เพ้นท์! ไปไหนวะ” ยัยขวัญที่มองดูอยู่นานตะโกนถาม ”มีธุระด่วน กลับก่อนนะ” ฉันรีบตะโกนตอบกลับไป ค่อยเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลังแล้วกัน ตอนนี้เอาชีวิตตัวเองให้รอดพ้นมือพี่เซนก่อนเหอะ นี่ก็จะรีบเดินไปไหนเนี่ย หมับ! “พี่เซน เดินช้าลงหน่อย”  ฉันดึงปลายเสื้อยืดเขาไว้ พี่เซนหันหลังกลับมองจ้องหน้าฉัน สายตาที่มองมาเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรสักอย่าง ”ขึ้นรถ” “ทำไมต้องทำเสียงดุด้วยก็ไม่รู้” ฉันยู่หน้าแล้วรีบขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับทันที พี่เซนนั่งประจำที่ฝั่งคนขับแล้วออกรถโดยที่ไม่พูดอะไร ”พี่เซน” ตลอดทางเขาไม่พูดอะไร ถึงแม้บอกว่าจะมาส่งก็ไม่เห็นจะถามทางเลย บรรยากาศมันเงียบจนฉันทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้พี่เซนกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ ”อือ” “คือ พี่เซนเป็นอะไรหรือเปล่า” “ทำไม” “ก็ไม่รู้สิ ช่างเถอะ” ฉันพูดจบก็หันไปมองหน้าต่างฝั่งซ้ายของตัวเอง ตอนนี้อยากจะถามอะไรเขาก็งงไปหมด สับสนความรู้สึกตัวเองเหมือนกันว่ากำลังคิดอะไร เอี๊ยดด! ”จะถามอะไร” พี่เซนจอดรถข้างทางแล้วหันมาถามฉันด้วยเสียงที่ติดจะหงุดหงิด ”ไม่มีอะไร” “ตอบมา” “พี่จะมาบังคับเพ้นท์ทำไมเนี่ย” ฉันขมวดคิ้วมุ่น เริ่มจะหงุดหงิดเขาเหมือนกัน อะไรๆก็บังคับ บ้าบอ ผลึ่บ! ”เพ้นท์“ พี่เซนปลดเข็มขัดแล้วเอาแขนมาเท้าบนเบาะนั่งฝั่งฉันไว้ หน้าจะใกล้เกินไปแล้วนะ! “พี่จะทำอะไรอ่ะ” ฉันถามเสียงหวั่นๆ รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี “นั่นดิ ทำอะไรเด็กดื้อดี” พูดเฉยๆก็ได้ป่ะ ทำไมต้องก้มหน้าลงมาใกล้ด้วย “พี่จะแกล้งเพ้นท์แบบนี้ไม่ได้นะ” “ไม่ได้แกล้ง” “เพ้นท์ไม่เชื่อ” “ทำไงถึงจะเชื่อ” พี่เซนก้มหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ ฉันขยับตัวหนีจนแผ่นหลังชิดกับกระจก แต่เขาก็ยังไม่ยอมถอยออกไป ”พี่เซน อื้อ!” ริมฝีปากอุ่นร้อนประกบลงมาที่ริมฝีปากฉันอย่างรวดเร็ว คำพูดถูกกลืนไปจนหมด กลิ่นบุหรี่และเหล้าผสมกันจนฉันมึน ลิ้นหนาสอดแทรกเข้ามาหยอกล้อกับลิ้นของฉันไปมา ไม่รู้ว่าเราจูบกันนานขนาดไหน รู้ตัวอีกทีพี่เซนก็เอามือใหญ่ทั้งสองข้างจับเอวฉันยกขึ้นไปนั่งบนตักเขาฝั่งคนขับเรียบร้อยแล้ว ฉันตกใจรีบเอามือขึ้นไปเกาะไหล่เขาไว้ทันที ”เชื่อยัง” พี่เซนสบตาฉัน สายตาที่เขามองมามันอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง มือใหญ่ทั้งสองข้างเปลี่ยนมาโอบรอบเอวฉันไว้ ดึงตัวฉันเข้าไปใกล้ตัวเขามากกว่าเดิม ”พี่เซน” ฉันพูดได้เพียงแค่นั่น พี่เซนก็รั้งท้ายทอยฉันให้เข้าไปใกล้เขาโดยไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากที่สัมผัสกันอีกครั้งทำให้หัวใจฉันเต้นรัว ยิ่งลิ้นร้อนดุนดันเข้ามาไล่ต้อนลิ้นของฉันมันทำให้หัวใจฉันพองโตตื่นเต้นแปลกๆ มือใหญ่ค่อยๆดันชายเสื้อกล้ามของฉันขึ้นไปจนเห็นบราเซียร์สีดำ ”เพ้นท์” พี่เซนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉัน สายตาที่มองมาสั่นไหวเร่าร้อนจนใบหน้าฉันร้อนเห่อขึ้นมาทันที ได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองไว้ตอนที่เขาปลดตะขอบราออกแล้วดันขึ้นจนเห็นหน้าอกที่เปล่าเปลือย ริมฝีปากของพี่เซนดูดดึงยอกอกที่แข็งชูชันเสียงดัง ลิ้นเปียกชื้นก็ไล้เลียจนฉันต้องจิกเล็บลงบนไหล่ทั้งสองข้างของเขาไว้แน่น “พะ..พี่เซน” พี่เซนยังคงดูดเม้มหน้าอกทั้งสองข้างสลับกันไปมา มือใหญ่โอบรอบเอวฉันดึงเข้าหาตัวแนบแน่น มืออีกข้างก็ลูบไล้หน้าท้องฉันลงไปที่ของกางเกงยีนขาสั้นเรื่อย ๆ ฉันได้แต่เงยหน้ากัดริมฝีปากตัวเองไว้ เพราะความรู้สึกแปลกๆที่กำลังเกิดขึ้น “พี่เซน...” ฉันจิกเล็บลงไปที่ไหล่ทั้งสองข้างของพี่เซนแรงขึ้นอีก รู้สึกเกร็งจนทำอะไรไม่ถูก ในหัวมันมึนไปหมด ยิ่งเขาลูบไล้มือใหญ่ลงไปเรื่อยๆ หัวใจฉันก็เต้นรัวเร็วขึ้นทุกครั้ง “อืม” พี่เซนยังคงดูดเม้มหน้าอกของฉันอย่างไม่ลดละ ลิ้นหนาไล้เลียยอดอกที่แข็งชูชันแข่งกับลิ้นของเขารัวเร็ว ฉันเงยหน้าหลุดเสียงครางทันที ”อื้อ...พี่เซน” มือของพี่เซนสอดเข้าไปภายใต้ขอบกางเกงชั้นในสีดำตัวบาง นิ้วยาวกรีดไล้ลงไปบีบจุดที่กระสันเสียวเหมือนจะแกล้งฉันเล่น “หือ” เขาผละริมฝีปากออกจากยอดอกของฉันแล้วจูบเม้มที่ซอกคอจนฉันรู้สึกเจ็บจี้ดทุกที่ที่ริมฝีปากเขาสัมผัสที่ผิว กึก! “อ๊ะ! จะ..เจ็บ เพ้นท์เจ็บพี่เซน” ฉันขมวดคิ้วตัวแข็งทื่อทันทีที่นิ้วยาวของพี่เซนดันเขามาภายในร่างกายของฉัน เพียงแค่ครึ่งนิ้วยังเจ็บขนาดนี้เลย “อย่าเกร็งสิ ผ่อนคลายหน่อย” พี่เซนจูบแก้มฉันแผ่วเบา แขนแข็งแรงอีกข้างก็โอบกอดฉันให้เข้าไปใกล้ลำตัวเขามากขึ้นไปอีก “แต่เพ้นท์” “เชื่อใจพี่นะ“ เขาจูบฉันอีกครั้งอย่างอ่อนโยนซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอฉันเริ่มผ่อนคลายลง นิ้วยาวก็ดันเข้ามาลึกจนสุด ”อื้อ!” ความเจ็บทำให้ฉันเผลอร้องออกมาโดยที่พี่เซนยังคงจูบปลอบไม่ห่างไปไหน สักพักความเจ็บด้านล่างก็แปรเปลี่ยนเป็นความเสียงซ่านแทน นิ้วยาวของพี่เซนขยับเข้าออกช้า ๆ พอฉันเริ่มคุ้นชินเขาก็ขยับรัวเร็ว ริมฝีปากของเขาจูบตามเนินอกทำให้ความเสียวเพิ่มมากขึ้นจนฉันทนแทบไม่ไหวแหงนหน้าร้องครางออกมาไม่เป็นภาษา ”พี่เซน” แขนทั้งสองข้างของฉันโอบกอดรอบคอของพี่เซนไว้แน่น “อืม“ “พี่..เซน” นิ้วยาวขยับเข้าออกรัวเร็วมากขึ้นจนฉันเผลอยกตัวขึ้นลงตามจังหวะนิ้วของเขาที่สอดใส่ขยับเข้าออกมาไม่ยั้ง “ดีมากเพ้นท์ น่ารักมาก” ”พี่เซน...อื้อ” ฉันกรีดร้องจนสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งตุบๆอยู่ภายในโดยที่พี่เซนยังคงค้างนิ้วของเขาเอาไว้ เสียงแหบต่ำคำรามอยู่ในลำคอ เขาเอานิ้วออกแล้วฉันก็ทิ้งตัวเอาคางไปเกยไว้ที่ไหล่ของพี่เซน สองแขนกอดคอเขาไว้แน่น รู้สึกเหมือนตาจะปิด มันเพลียจากเหตุการณ์เมื่อกี้หรือฉันเมาก็ไม่สามารถรับรู้ได้ รับรู้เพียงเสียงหอบหายฉันของทั้งฉันและเขาเท่านั้น ”หายเหนื่อยยัง อีกสักรอบมั้ย” พักหายใจหายคอยังไม่หายดี พี่เซนก็ลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าฉันขึ้นลงไปมา ”ทำไมพี่ทะลึ่งแบบนี้” ฉันผละตัวออกห่างมองหน้าพี่เซนด้วยความหมั่นไส้ ยกตัวขึ้นจะกลับไปนั่งที่ตัวเองตามเดิม หมับ! ”จะไปไหน” มือใหญ่ทั้งสองข้างจับเอวฉันไว้แน่น “เพ้นท์อยากกลับหอแล้ว ง่วง” “หึ ไม่ให้กลับ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของพี่เซนทำฉันร้อนๆหนาวๆขึ้นมาอีกครั้ง “แต่...” ฉันสะดุ้งทันที ก็พี่เซนน่ะสิดันมาดูดหน้าอกฉันโดยไม่พูดอะไรสักคำ หงับ! ”หึๆ” เขาแกล้งงับยอดอกที่แข็งชูชันของฉันเบาๆ แล้วยังจะหัวเราะอีก ”พี่เซน!” ฉันเลยจิกเล็บลงบนหลังต้นคอของเขาเป็นการเอาคืน เล่นบ้าอะไรเนี่ย! “ยกขาขึ้นหน่อย” พี่เซนเงยหน้าขึ้นมามองแล้วยิ้มมุมปากให้ฉัน สายตาแบบนี้เหมือนเสือกำลังกินเหยื่อชั้นดีเลยอะ แล้วนี่เขาถอดกางเกงยีนขาสั้นกับกางเกงชั้นในฉันออกไปตอนไหนไม่ทราบ! ไวชะมัดเลยให้ตาย! “คือ..” จะว่ายังไงดีล่ะ ถึงเขาจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ฉันก็เขินเป็นนะโว้ย! และเหมือนพี่เซนจะเข้าใจ เขาจับขาฉันทั้งสองข้างที่นั่งคร่อมตักเขาอยู่ให้ยกชันขึ้น ทำไมท่ามันชวนสยิวแปลกๆ หน้าร้อนไปหมดแล้วนะเนี่ย เหงื่อก็เริ่มออกตามไรผมแล้วด้วย พี่เซนเองก็ดูจะเหงื่อออกเยอะเหมือนกันดูจากไรผมเขาที่เปียกชื้นแถมยังมีหยดเหงื่อไหลลงมาอีก ”อึก! พี่เซน เพ้นเจ็บ” ฉันกอดคอพี่เซนเอาไว้แน่นทันทีที่แก่นกายใหญ่ของเขากำลังค่อยๆสอดใส่เข้ามาภายในตัวฉัน เหมือนร่างกายด้านล่างจะฉีกออกเป็นสองส่วนเลยอะ เจ็บชะมัด! ”อีกนิดเดียว” ”อื้อ!” พี่เซนลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉันแล้วดันของเขาเข้ามาจนสุด เขาแช่เอาไว้ยังไม่ยอมขยับเพื่อให้ฉันได้คุ้นชินกับสิ่งแปลกใหม่ที่ใหญ่โตของเขา ”อย่าเกร็งสิเพ้นท์“ ”ก็มันเจ็บนี่ พี่ทำเพ้นท์เจ็บ” หงับ! ฉันกัดหัวไหล่พี่เซนแรงๆไปหนึ่งทีโทษฐานทำฉันเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า ”หึ เดี๋ยวจะโดนดี” พี่เซนพูดจบสองมือใหญ่ของเขาก็จับสะโพกฉันยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเริ่มขยับเข้าออกช้าๆ “อื้อ พะ..พี่เซน เพ้นท์เสียว” ฉันร้องครางไม่เป็นภาษาอีกครั้ง มองสบตาพี่เซนที่มองมาแล้วความเขินอายก็พวยพุ่งขึ้นมาที่ใบหน้า ฉันคงกำลังเขินจนหน้าแดงไปหมดแล้วแน่ๆ คิดได้แบบนั้นก็ได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองเพื่อกั้นเสียงครางนั้นไว้ ”อย่ากลั้น ร้องออกมาเพ้นท์“ พี่เซนบอกฉันเสียงแหบพร่า สายตาของเขาเร่าร้อนจนแทบจะแผดเผ่าร่างกายฉันตรงนี้เสียให้ได้ บ้าจริง! ”อึก พี่เซน...” ฉันทนไม่ไหวครางเสียงกระสันเผลอยกสะโพกขึ้นลงตามจังหวะที่พี่เซนกระแทกใส่ไม่ยั้ง สองแขนโอบกอดรอบคอเขาไว้แน่น พี่เซนสอดมือใหญ่มาจับข้อพับหัวเข่าทั้งสองของฉันยกขึ้น ทำให้เท้าชั้นลอยขึ้นเล็กน้อยแถมขายังชันขึ้นกว่าเดิมอีก แล้วเขาก็กระแทกเข้าออกรัวเร็วถี่ยิบจนตัวฉันขยับไปตามแรงกระแทก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นไปทั่วรถหรูของเขา ”อ้ะ พี่เซน!” ฉันกระตุกเกร็งอีกครั้ง ภายในรู้สึกถึงการตอดรัดถี่ยิบ  ฉันกอดรอบคอพี่เซนไว้ พิงตัวลงไปกับตัวของพี่เซน เอาคางไปเกยบนไหล่ของเขาไว้แล้วหอบหายใจแรง พี่เซนจับสะโพกฉันไว้แน่นแล้วดันลงโดยที่เขากระแทกกลับขึ้นมาทำให้มันเข้าไปลึกสุดจนฉันรู้สึกจุกเสียวอีกครั้ง  “ฮึ่ม” น้ำอุ่นร้อนพุ่งขึ้นมาภายในจนฉันรู้สึกอุ่นร้อนช่องท้องไปหมด เสียงหอบหายใจของเราสองคนประสานกันดังทั่วรถ สักพักเปลือกตาฉันก็เริ่มปิดลง ร่างกายเพลียจนไม่รับรู้อะไรได้อีกนอกจากมือใหญ่อบอุ่นที่กำลังลูบผมฉันอย่างอ่อนโยนและของของพี่เซนที่ยังคงแช่ค้างไว้ภายในตัวฉัน  
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD