3 ชั่วโมงที่แล้ว...
(ร่มเกล้า’ s Part)
“วันนี้ไปตี้กันป่ะ” เสียงใสของเพื่อนสาวคนสนิทนาม ‘อาริน’ ถามฉันและเพื่อนๆ ในกลุ่มขึ้นเมื่อเข็มของนาฬิกาแบรนด์ดังบ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว จริงๆ มันก็ผ่านเวลาเลิกงานมาสักพักแล้ว แต่เนื่องจากว่าหัวหน้าแผนกขอให้พวกเราอยู่ทำงานล่วงเวลาต่อกันถึงสองทุ่มเลยน่ะสิ!
“เออ ไปดิ” ‘วิเวียน’ เพื่อนสนิทอีกคนเอ่ยขึ้นพลางพยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วมึงอ่ะเกล้า ไปป่ะ?”
“ร้านไหนอ่ะ?” ฉันถามกลับด้วยความรู้สึกเซ็งๆ กับการทำงานอันหนักหน่วงในวันนี้ เมื่อเพื่อนชวนออกไปเที่ยวก็เลยมีอารมณ์อยากออกไปดื่ม ไปดริ้งค์ไล่ความเซ็งในชีวิต
‘เกล้า’ หรือ ‘ร่มเกล้า’ คือชื่อของฉัน พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ที่เพิ่งจะเรียนจบมาเมื่อ 1 ปีที่แล้ว พร้อมกับเพื่อนสนิทตั้งแต่ตอนสมัยเรียนมหา’ลัยอย่างอารินและวิเวียน
“Aspire ไหมมึง?” คนเชิญชวนเพื่อนๆ แบบอารินนำเสนอไอเดียออกมา แต่มันกลับเป็นสถานที่ที่ฉันไม่อยากไปมากที่สุดเพราะรู้ดีว่ามันเป็นสถานที่กินดื่มสุดโปรดของ ‘เขา’ คนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนรักเพียงคนเดียวของฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย คนที่ฉันไม่เคยเอาตัวเองเฉียดเข้าไปใกล้อีกเลยหลังจากที่เราเลิกกันอย่างไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“น่าสนใจนะมึง เห็นในไอจีร้านมีผู้แซ่บๆ เพียบ!” วิเวียนออกความเห็น
“อือ ไปก็ไป” ฉันที่ไม่อยากจะขัดใจเพื่อนตอบกลับไปเรียบๆ
มันก็ผ่านมานานหลายปีแล้ว ฉันคงไม่ดวงซวยถึงขนาดการไปเที่ยวแค่ครั้งเดียวแล้วมันจะทำให้เจอเขาหรอกมั้ง ที่ผ่านมาเพื่อนๆ ก็ยอมไปร้านอื่นเพื่อฉันตลอด เพราะวิเวียนและอารินรู้ดีว่าฉันพยายามหลีกเลี่ยงการพบเจอกับเขา
“มึงโอเคใช่ไหม?” อารินถามฉันอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“โอเคสิ มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว อีกอย่างก็ยังไม่แน่ว่าจะเจอหรือไม่เจอ” ฉันตอบกลับสวนทางกับความรู้สึกภายในใจของตัวเองซึ่งจริงๆ แล้วฉันไม่แน่ใจว่าการตัดสินใจไปเที่ยวกับเพื่อนโดยที่รู้ทั้งรู้ว่ามันมีโอกาสสูงที่จะได้เจอเขาอีกครั้งมันถูกต้องไหม
แล้วถ้าหากเจอเขาฉันควรจะทำตัวยังไง?
ทักทายตามประสาคน ‘เคย’ รู้จัก?
หรือ...
มองผ่านไปเหมือนไม่มีตัวตน?
แน่นอนว่าการเลิกรามันล้วนมีคนเจ็บปวด และคนที่เจ็บกว่ามันคือฉัน ฉันจึงไม่ต้องการที่จะพบเจอหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาอีก เพราะฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองสามารถลืมเขาไปแล้วทั้งใจหรือเปล่า
เพียงแต่ฉันรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้รักเขาอีกแล้ว ไม่ได้โหยหา ไม่ได้ต้องการเขากลับมา ฉันยอมรับความจริง อยู่กับความเป็นจริงที่ย้ำเตือนตัวเองทุกวันว่าระหว่างเรามันจบไปแล้ว
“ถ้ามึงไม่โอเค เราจะกลับทันที” วิเวียนพูด
“ตามนั้นค่ะ” อาริน
“ไม่เป็นไรพวกมึง กูโอเคจริงๆ” ฉันปรามเพื่อนๆ ที่นับวันยิ่งทำตัวเหมือนแม่เข้าไปทุกที คอยเป็นห่วงและอยู่เคียงข้างมาตลอดเหมือนไข่ในหิน
“เค งั้นไปอาบน้ำแต่ตัวกันที่คอนโดกู” วิเวียนพูดขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น
คอนโดของวิเวียนตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับเส้นทางจากที่ทำงานของพวกเราไปยังคลับนั้น ซึ่งมันก็ไม่ได้ไกลจากสถานที่อันเป็นจุดหมายปลายทางของพวกเราสักเท่าไหร่ และแล้วหลังจากตกลงกันเรียบร้อย พวกเราก็เดินออกไปยังรถเก๋งคันเก่งของวิเวียนทันที
1 ชั่วโมงผ่านไป...
Lexel Condominium. (Vivian’ s Condominium)
“ชุดนี้โอเคไหมมึง?” อารินที่กำลังเลือกชุดเสื้อผ้าของวิเวียนเพื่อใส่สำหรับการไปเที่ยวในคืนนี้ถามขึ้น ชุดที่อารินเลือกเป็นเดรสสีดำสายเดี่ยวรัดรูป กับรองเท้าบูตส้นสูงความยาวขึ้นมาเลยเข่า มันดูเซ็กซี่และเหมาะกับเจ้าตัวมากจริงๆ
“สวยแล้วมึง” วิเวียนที่แต่งหน้าแต่งตัวเสร็จแล้วตอบกลับ ชุดที่วิเวียนเลือกเป็นชุดเกาะอกรัดรูปสีดำรัดรูปเข้าชุดกับรองเท้าส้นเข็มสีเดียวกับชุด ดูเป็นสาวเผ็ดร้อนไม่ต่างอะไรกับอาริน
“เหมาะกับมึงมาก” ฉันพูดเสริมวิเวียนเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเพื่อนรัก
“แล้วมึงอ่ะเกล้า ใส่ชุดไหน?” เมื่อถูกอารินถาม ฉันจึงชี้ไปที่ชุดเดรสสีดำรัดรูปแขนยาวที่ดูเรียบ ๆ แต่อวดสัดส่วนของคนใส่ออกมาอย่างชัดเจน
“เซ็กซี่แบบติดแกรมมาก” วิเวียน
“ตัวแม่ ตัวมัม ตัวพระมารดา ตัวเขากราบไหว้” อาริน
“กูกับรินดูชั้น G ขึ้นมาทันที” วิเวียน
“พวกมึงก็เวอร์ไป ป่ะๆ! แยกย้ายแต่งตัว”
ฉันห้ามปรามกับคำอวยโอเวอร์ของเพื่อนสนิททั้งสองทันทีก่อนที่พวกนางจะหลุดคำศัพท์แปลกๆ ออกมาจากปากอีกหลายคำ ซึ่งฉันก็ตามไม่ค่อยจะทัน
.
หลังจากแยกย้ายกันไปแต่งเนื้อแต่งตัวแล้ว พวกเราก็ตรงดิ่งไปที่ Aspire คลับทันที โดยที่วิเวียนและอารินดูจะดี๊ด๊าร่าเริงมากเป็นพิเศษ ก็แน่ล่ะสิ ที่ผ่านมาวิเวียนและอารินไม่เคยแย่งกรายเข้าไปในคลับนี้อีกเลยในรอบสามปีที่ฉันและเขาเลิกกัน
มาถึงจุดนี้ฉันก็แอบรู้สึกแย่เล็กน้อยที่ทำตัวเหมือนเป็นภาระของเพื่อนสนิททั้งสองในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็เอาเถอะ เพื่อนของฉันคอยดูแลฉันมานานเกินไปแล้ว มันถึงเวลาที่ฉันจะทำตัวเข้มแข็ง ไม่ให้เพื่อนต้องคอยมาเป็นห่วงได้แล้ว
@Aspire Club
ขับรถมาสักพักก็ถึงร้านที่หมายอย่างปลอดภัย วิเวียนเลี้ยวรถเข้าไปยังลานจอดรถด้วยความชำนาญ ก่อนที่ตัวรถจะจอดนิ่งและดับเครื่องยนต์ในเวลาต่อมา พวกเราตรวจเช็กความสวยเป๊ะของตัวเองในรถกับกระจกขนาดพกพาของตัวเองกันอีกสักพักแล้วเปิดประตูรถออกไปพร้อมกัน
อืม... รู้สึกถึงเอเนอร์จี้ความสวยเป๊ะ x3
หลังจากผ่านด่านตรวจบัตรประชาชนกันมาทั้งสามคนแล้ว พวกเราก็เดินเข้ามาในร้านด้วยความมั่นใจอันเต็มเปี่ยมจากเสื้อผ้าหน้าผมที่จัดเต็มกันมา เรียกสายตาจากผู้คนมากมายตั้งแต่ทางเข้าร้านกันเลยทีเดียว สายตามองหาโต๊ะว่างอยู่สักพักก็มีพนักงานหนุ่มหน้าตาดีเดินเข้ามาทักทายพวกเราอย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับ คุณผู้หญิงมากัน 3 ท่านนะครับ”
“ใช่ค่ะ” วิเวียนตอบ
“ลูกค้าสนใจเป็นโต๊ะด้านล่างใกล้โซนเต้น หรือจะเปิดห้อง VIP ดีครับ” พนักงานหนุ่มคนเดิมถาม
“โต๊ะใกล้ๆ กับบูธดีเจยังว่างไหมคะ?” วิเวียนถามไปตามตรงเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของพวกเรามากที่สุด
“ยังว่างอยู่โต๊ะเดียวพอดีเลยครับ”
“งั้นเอาโต๊ะนั้นเลยค่ะ” อารินรีบโพล่งออกไปทันที
พนักงานคนนั้นเดินนำพวกเรามาที่โต๊ะยืนด้านหน้าเวทีที่มีบูธดีเจตั้งอยู่บนนั้น เมื่อมาถึงโต๊ะ วิเวียนและอารินก็จัดการสั่งเครื่องดื่ม มิกเซอร์ กับแกล้ม และอาหารมาเต็มโต๊ะ หลังจากเลิกงานก็พากันไปอาบน้ำแต่งองค์ทรงเครื่อง จนไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่บ่ายน่ะสิถึงต้องมาสั่งอาหารกินแก้หิวในคลับแบบนี้
เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมงได้ พวกเราที่กินดื่มกันอย่างสุดเหวี่ยงก็เริ่มโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเสียงเพลงและฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกาย ผู้ชายมากมายต่างเข้ามาขอชนแก้ว พูดคุย ขอช่องทางการติดต่อของพวกเราทั้งสามคนไม่ขาดสาย
ฉันและเพื่อนๆ ไม่ได้ปฏิเสธอะไร การที่มีคนมาให้ความสนใจมันก็ดี เลยเกิดมหกรรมการแจกไอจีเล็กๆ ของพวกเราขึ้นมาภายในคลับใหญ่แห่งนี้ ที่ผ่านมาฉันเคยปฏิเสธทุกคนที่เข้ามาตลอดเพราะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับในอดีต แต่พอเวลาผ่านไป ความคิดที่เติบโตขึ้นมาตามอายุ ความเข้มแข็งที่มากขึ้น และสภาพจิตใจที่ดีขึ้น ทำให้ฉันไม่ได้ปฏิเสธการเข้ามาของคนใหม่ๆ
แม้ว่าจะไม่ได้ตอบรับหรือเปิดใจคุยกับใครต่อใครก็ตาม...
“กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ที่กำลังยุ่งกับการแจกไอจีให้กับผู้ชายแปลกหน้าทั้งหลายในโต๊ะของพวกเรา
“ให้กูไปเป็นเพื่อนไหม?” อารินตะโกนถามด้วยความเป็นห่วงบวกกับความเมาและเสียงเพลงที่ดังมาก
“ไม่เป็นไรมึง กูไปเองได้” ฉันตอบพร้อมกับส่งสายตาให้เพื่อนไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันสามารถดูแลตัวเองได้
“ถ้ามีปัญหาอะไรโทรหากูได้เลยนะ” วิเวียนที่ไม่ได้เมาเท่าไหร่เนื่องจากต้องขับรถชูโทรศัพท์ขึ้นมาเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรฉุกเฉินจริงๆ ให้โทรหาเธอทันที
“…” ฉันพยักหน้าตอบกลับไปก่อนที่จะคว้ากระเป๋าสะพายสีดำของตัวเองแล้วเดินผ่านผู้คนมากมายไปยังห้องน้ำ
@ ห้องน้ำหญิง Aspire Club
ฉันเปิดประตูเข้ามาทำธุระส่วนตัวภายในห้องน้ำอย่างเงียบๆ จนเมื่อทำธุระส่วนตัวอะไรเสร็จและกำลังจะปลดล็อกกลอนประตูแต่ทว่าต้องชะงักมือไว้ก่อนเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากห้องน้ำที่ข้างๆ กัน
คล้ายกับ...
เสียงคราง!