ตอนที่ 2

1226 Words
(เจอกันอีกครั้ง) วันรุ่งขึ้น อเล็กซ์ขับรถสปอร์ตคันหรูเข้ามาจอดในบริเวรบ้านหลังใหญ่ของผู้เป็นนาย พร้อมกับวีนัสที่ต้องมาทดสอบความสามารถในวันนี้ “ฉันพาแกมาก่อนเวลาเริ่มงานจะได้พาเดินดูโน่นนี่นิดหน่อยให้รู้ว่าต้องไปไหนอะไรยังไง จะได้ไม่ไปปล่อยไก่ให้ฉันขายหน้า” “ไอ้อเล็กซ์ ฉันก็เป็นบอดีการ์ดนะโว้ย รู้น่าว่าอะไรเป็นอะไร เห็นแวบเดียวก็น่าจะเดาได้แล้ว แกนี่พูดจาน่าถีบจริง ๆ” อเล็กซ์ยิ้มกว้างจากคำพูดของเพื่อนตัวเล็กที่ตอนนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีอาการตื่นเต้นเล็กน้อย วีนัสเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เปลี่ยนงานใหม่ เขารู้จักเธอตรงข้อนี้ดี “อ้าว นี่คุณดนัย เป็นมือขวาของคุณปลื้ม คุณดนัยครับนี่วีนัส เพื่อนที่ผมรบกวนให้คุณดนัยช่วยดูเรื่องใบการสมัครงานของเธอครับ” “อ่า โอเคมาแล้วก็ดี ผมอ่านประวัติคุณวีนัสมาคร่าว ๆ แล้วถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว มีประสบการณ์และสกิลที่เราต้องการ แต่ครั้งนี้คุณปลื้มจะเป็นคนทดสอบด้วยตัวเอง ผมเลยไม่แน่ใจว่าการทดสอบจะมีหัวข้ออะไรบ้าง แต่ยังไงก็ขอให้ทำให้เต็มที่ที่สุด และโชคดีครับ ไป ผมจะพาคุณวีนัสไปส่ง” วีนัสขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเพราะเธอไม่เคยจะต้องทดสอบความสามารถกับเจ้านายโดยตรงนอกเหนือจากหัวหน้าบอดีการ์ด แต่คนตัวเล็กก็ได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจ “งั้นฉันไปก่อนนะแก แล้วถ้าวันนี้ฉันต้องกลับก่อนก็ค่อยไปเจอแกที่บ้าน ดูแลตัวเองด้วยนะ” “จ้า แม่ทูลหัววว” อเล็กซ์ส่งเสียงล้อเลียนให้กับคำสั่งเสียก่อนที่จะต้องแยกจากกันของเพื่อนตัวเล็ก ทำให้วีนัสอดที่จะส่งค้อนวงโตให้เพื่อนตัวสูงไม่ได้ ระหว่างทางที่ดนัยเดินนำเธอมาตามโถงทางเดิน วีนัสก็จัดการเก็บรายละเอียดต่าง ๆ เข้าสู่หมวดความจำของเธอ เหมือนที่เธอทำอยู่ประจำจนเป็นความเคยชิน เพราะงานที่เธอทำจำเป็นอย่างมากที่จะต้องกลายเป็นคนช่างสังเกตและระแวดระวัง “ซับซ้อนนิดหนึ่งนะ เพื่อความปลอดภัยของนาย เดี๋ยวขากลับจะให้คนเดินออกมาส่งจะได้ไม่หลง” “ขอบคุณมากค่ะคุณดนัย แต่หนูว่าหนูจำทางได้คร่าว ๆ แล้วค่ะ” ดนัยอดที่จะอมยิ้มกับความช่างสังเกตและช่างจดจำของหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวตัวเองไม่ได้ “ยังไงรบกวนคุณดนัยเรียกหนูว่านัสก็ได้นะคะ เรียกคุณแล้วหนูเกรงใจค่ะ” “ได้จ้ะ งั้นตามนั้น อะ ถึงแล้ว คุณปลื้มน่าจะรอหนูนัสอยู่ข้างในแล้ว ยังไงก็ขอให้โชคดีนะจ๊ะ” “ขอบคุณมากเลยนะคะ หนูจะทำให้เต็มที่ที่สุดเลยค่ะ” พูดจบร่างบางก็เดินเข้าไปตามทางเดินที่ดนัยชี้นำทางไว้แล้ว เมื่อก้าวขาเข้าไปในห้องที่ถูกจัดไว้ร่างบางก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะปกติถ้าเธอจะถูกทดสอบก็ต้องมีการพูดคุยกันสักเล็กน้อย และแจ้งหัวข้อที่จะทำการทดสอบ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป “เอ แปลกจัง เงียบมาก แถมมืด สงสัยว่าจะทดสอบกันแบบจริงจังสินะเนี่ย” พูดจบร่างบางก็กระชับปืนคู่ใจที่เหน็บไว้ข้างเอวบางในท่าเตรียมพร้อม และส่งตัวเองเข้าสู่โหมดต่อสู้ที่ต้องใช้ตอนทำงานทันที พรึ่บ! ก่อนที่สายตาของวีนัสจะปรับเข้ากับความมืด ร่างอีกร่างที่อยู่ ๆ ก็โผล่ออกมาจากมุมมืดพลันกระโจนเข้าใส่ร่างบางของเธอทันที แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนระแวดระวังและหูดี วีนัสจึงเบี่ยงตัวหลบได้ง่าย ๆ พร้อมทั้งใช้มือข้างที่ว่างจากการจับปืนผลักร่างนิรนามออกไปให้ห่างตัวไม่แรงนัก เพราะเธอรู้ว่าคนคนนี้อาจจะเป็นเจ้านายของเธอในอนาคตอันใกล้ถ้าเธอทดสอบผ่าน แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง ร่างบางหยุดการกระทำทั้งหมดพร้อมเกร็งขาทั้งสองกระชับยืนให้สนิทไปกับพื้นแข็งเพื่อเตรียมตัวรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ หมับ! ผมยาวที่รวบไว้เป็นหางม้าถูกกระชากอย่างแรงจากด้านหลังในความมืด ครั้งนี้คนตัวเล็กต้องปล่อยมือจากปืนคู่ใจเพราะอีกฝ่ายแรงเยอะจนเธอเซจากการตั้งรับพอสมควร สติที่อยู่เต็มทำให้วีนัสไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่แก้สถานการณ์ด้วยการส่งมือทั้งสองข้างเข้ารวบมือหนาที่กำลังกระชากผมเธออยู่จากด้านหลัง ก้มหมุนตัวกลับลอดแขนแกร่งไปเผชิญหน้ากับอีกร่าง แล้วใช้ส้นเท้ากระแทกเท้าอีกคนโดยครั้งนี้ไม่ออมแรง มือปริศนารีบปล่อยออกจากศีรษะของร่างเล็กเหมือนถูกของร้อน และความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องมืดอีกครั้ง ‘ฉันจะไม่ออมมือละนะคะคุณปลื้ม’ เสียงเล็กบอกกับตัวเองเงียบ ๆ อยู่ภายในใจ แกรก! ครั้งนี้หุ่นที่รูปร่างเสมือนคนดาหน้ากันเข้ามาใกล้ร่างบางจากระยะประชิด สัญชาตญาณทำให้มือเรียวคว้าปืนคู่ใจขึ้นยิงหัวของหุ่นทุกตัวที่เข้าใกล้เธออย่างไม่ต้องคิดซ้ำสอง ปัง ปัง ปัง ปัง เสียงปืนรัวอยู่ในความมืดเป็นเวลาหลายนาที ไฟทั้งห้องก็สว่างขึ้นจนร่างเล็กแทบต้องรีบหลับตาลงเพื่อจะได้ให้สายตาปรับกับแสงสว่างจ้า “ไม่เลวนี่วีนัส” เสียงทุ้มของอีกฝ่ายเปล่งขึ้น แต่ทำไมนะเสียงนี้มันฟังดูคุ้นหูชอบกล ตอนนี้วีนัสลืมตาขึ้นเพื่อมองหาต้นเสียงและสายตาก็สะดุดเข้ากับร่างสูงของอีกคนซึ่งเธอเดาว่าต้องเป็นคุณปลื้มแน่นอน “สวัสดีค่ะ คุณปลื้ม” ร่างสูงไม่ตอบอะไรออกไป เพียงแค่สาวเท้าเข้ามาประชิดร่างบางของวีนัสเร็วจนเธอไม่ทันตั้งตัว เอ๊ะ… ขาเรียวขยับหนีเล็กน้อยจนเกือบทำให้เธอเซล้มไปกับพื้น ถ้าไม่ได้แขนแกร่งของอีกคนช่วยรองรับร่างบางของเธอเอาไว้ในอ้อมแขน ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในท่าที่กึ่งกอดกึ่งยืน วีนัสจึงรีบเตรียมจะผละตัวออกจากร่างสูงเพราะเขายังคงจ้องมาที่ใบหน้าเรียวของเธอไม่วางตา เหมือนเขาอยากจะพูดอะไรกับเธอแต่ไม่พูดออกมาอย่างนั้น เมื่อวีนัสหลุดจากอ้อมกอดของปลื้มแล้ว ทั้งสองคนก็ยืนประจันหน้ากัน ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยออกมา “เจอกันอีกครั้งจนได้นะครับ จำฉันได้ไหมคุณวีนัส ถ้าไม่ได้เราอาจจะต้องมาเตือนความจำกันสักหน่อย เพราะคุณทำผมไว้แสบมากนะ” คิ้วบางขมวดเข้าหากันอีกครั้ง น้ำเสียงของคนตรงหน้าครั้งนี้แลดูคุกคามไม่สุภาพเหมือนเมื่อห้านาทีที่แล้ว แววตาที่มองมายังเธอแข็งกร้าว แล้วไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD