ตอนที่ 1
(วันไนต์ กับใคร?)
ปัง!
เสียงวางปืน .38 บนโต๊ะทานข้าวอย่างแรงทำให้ อเล็กซ์ ชายหนุ่มหน้าตาดี ละสายตาจากคอมพิวเตอร์ของตัวเองขึ้นมองหน้าคนที่เพิ่งทำเสียงดัง
“เป็นอะไรของแกอีก วีนัส โต๊ะเนี่ยพังไปสามตัวแล้ว เพราะเธอเล่นกระแทกปืนลงมาแบบนี้บ่อย ๆ ไหนเล่าดิ๊ ไปเสียอารมณ์อะไรมาอีก”
ร่างเล็กยังคงหายใจเข้าออกรุนแรง เพื่อระงับอารมณ์โกรธ
“ก็ไอ้เสี่ยอ๋าอะดิ แม่งเล่นจะงาบฉันท่าเดียว พอรู้ว่าฉันเป็นหัวหน้าบอดีการ์ดคนใหม่ มันก็หาเรื่องอยู่กับฉันสองต่อสองแล้วจะกินเล็กกินน้อยฉันเนี่ย!”
ร่างบางของวีนัสบอกเล่ากับเพื่อนชายคนสนิทของเธอที่อยู่คอนโดเดียวกัน
“อ้าว แล้วแกทำยังไง?”
“จะทำยังไงได้ ก็ต้องเลี่ยงมันอะ จะเป่ามันให้สมองไหลเดี๋ยวก็หางานใหม่ทำยากอีก เสียอารมณ์จริง ๆ แล้วนี่แกพอมีงานอื่นให้ฉันทำอีกไหม ไม่ต้องเงินสูงมากเหมือนงานนี้ก็ได้ แต่แบบ... ถ้าให้ฉันอยู่กับไอ้เสี่ยบ้ากามนี่ต่อดูท่าฉันจะได้ฆ่ามันเองคาปืนฉันแทนที่ศัตรูมันจะเป็นคนฆ่า”
อเล็กซ์ได้แต่ขำกับท่าทางจริงจังของเพื่อนสาวที่เขารู้จัก และคบกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ด้วยกัน แถมยังได้มาทำงานในสายเดียวกันอีก คือการเป็นบออดีการ์ดให้กับคนใหญ่คนโตหรือคนที่มีอิทธิพล ทั้งเขาและวีนัสทำงานนี้มาด้วยกันสี่ปีแล้ว และคนตัวเล็กก็เจอปัญหาเดิม ๆ คือนายจ้างตัณหากลับจ้องจะรวบหัวรวบหางเธอตลอด
“อืม งานจริง ๆ ก็มี นายฉันตอนนี้หาบอดีการ์ดเพิ่มแกสนใจจะไปเทสงานไหม ถ้าสนเดี๋ยวฉันลองถามให้ แต่ปกติเขารับแต่ผู้ชาย”
“นี่ก็อีกเรื่องที่ฉันเบื่อมากกก กับไอ้เรื่องแบ่งชั้นวรรณะผู้หญิงผู้ชายบ้าบอเนี่ย”
“แกก็รู้ว่างานแบบนี้มันเสี่ยงแล้วแกก็ตัวเล็กอย่างกับลูกหมาแบบนี้ใครมันจะมาจ้างแกให้ไปปกป้องชีวิตตัวเองกันล่ะวะ นังคนนี้นี่”
“เฮ้อ สงสัยฉันคงต้องไปเปิดโรงเรียนสอนวิชาการป้องกันตัวแทนที่จะมาทำงานเป็นบอดีการ์ดต่อแล้วไหมวะแก เซ็งจริง”
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันถามนายก่อนเพราะตำแหน่งแกตอนนี้มันเป็นถึงหัวหน้าบอดีการ์ดมาหลายงานแล้ว นายฉันทำธุรกิจหลายอย่าง เสี่ยงชีวิตทุกวัน ฉันไม่แน่ใจว่าแกจะผ่านการคัดเลือกไหม”
“เออ ๆ ลองก่อนก็ไม่เสียหายแก ว่าแต่นายแกเป็นคนยังไงอะ”
“คุณ ปลื้ม น่ะเหรอ อืม แกเป็นคนเงียบ ๆ นะ แต่ว่าโหดเลยแหละ เดี๋ยวถ้าแกได้เข้าไปทำงานก็จะรู้เอง ไม่รู้ว่าแกจำได้หรือเปล่า เมื่อสักสองเดือนก่อนได้ที่ฉันไปรักษาความปลอดภัยที่ผับ R แล้วไปเจอแกกับเพื่อนแกอะ คืนนั้นแหละที่พวกฉันไปคุ้มกันคุณปลื้ม”
อยู่ ๆ พออเล็กซ์พูดถึงคืนนั้นขึ้นมาแก้มนวลของคนตัวเล็กก็แดงขึ้นอย่างหาสาเหตุไม่ได้
“อะไรวะ เป็นไข้หรือยังไงอยู่ ๆ ทำไมหน้าถึงแดงขึ้นมาเป็นตูดลิงเลย”
“กะ ก็คืนนั้นที่แกจับได้ว่าฉันไปวันไนต์ไง โอ๊ย พอพูดถึงขึ้นมาแล้วโกรธยัยเกรซไม่หาย นังบ้าเอ๊ย ฉันว่าฉันคอแข็งแล้วนะ แต่ดันเผลอตัวไปเมาแล้วดันไป...เฮ้อ ช่างมันเหอะ ไหน ๆ ก็เสียความสาวแล้ว ตีโพยตีพายไปก็เท่านั้นอีก”
“เออแล้วเสือกจำหน้าคนที่ตัวเองวันไนต์ด้วยไม่ได้อีก กูละงง เอากันยังไงวะ แต่แกเองก็หื่นนะ ฉันเห็นตาแวววาวเลยเวลามองหนุ่มหล่อ ๆ อะ”
“บอกว่าให้หยุดพูด!!! ไอ้หมาอเล็กซ์!!! ว่าแต่คุณปลื้มอะไรของแกเนี่ยเค้าอายุเยอะยังอะ?”
“ก็กลางคน แต่ภูมิฐาน ฉันไม่ค่อยได้เจอคุณปลื้มเท่าไรเพราะส่วนมากงานฉันคือคุ้มกันคุณแป้งหอม น้องสาวของคุณปลื้มซะเป็นส่วนใหญ่ ขานั้นดื้อแพ่งไม่ไหวจะคุ้มกัน ทำฉันปวดกบาลตลอดเวลา”
“โอเค งั้นเอาเป็นว่า ที่ไหน เมื่อไหร่แกบอกมาแล้วกัน ฉันจะได้เตรียมตัวให้พร้อม”
.
.
.
“คุณปลื้มครับ นี่คือใบสมัครของบอดีการ์ดที่เราจะเรียกมาทดสอบความสามารถอาทิตย์หน้าครับ คุณปลื้มจะดูก่อนหรือจะให้ผมเป็นคนจัดการเองเลยครับ”
ดนัย มือขวาคนสนิทของ ปลื้ม นำเอกสารใบสมัครส่งให้ร่างสูง ดนัยเป็นคนสนิทที่อยู่กับครอบครัวของเขามานานตั้งแต่สมัยคุณพ่อยังอยู่ จนตอนนี้ก็ส่งต่อมาถึงเขาให้เป็นคนดูแลจัดการธุรกิจทุกอย่างของครอบครัว และมีกันแค่สองคนคือเขากับแป้งหอมน้องสาวเพียงเท่านั้น เพราะบิดามารดาได้จากไปตอนพวกเขายังเป็นวัยรุ่น จวบจนตอนนี้ปลื้มอายุ 29 และแป้งหอมอายุ 25 แล้ว แต่ดนัยก็ขอที่จะอยู่ดูแลนายทั้งสองต่อไปเพราะความภักดีที่มีให้ครอบครัวของเขา
“เดี๋ยวผมขอดูให้ผ่าน ๆ ตาหน่อยครับลุงดนัย บอดีการ์ดของยัยแป้งต้องรับเพิ่มไหมครับ?”
“ของคุณแป้งว่างอยู่หนึ่งตำแหน่งครับ แถมรอบนี้มีผู้สมัครเป็นผู้หญิงเข้ามาด้วย ถ้าฝีมือผ่านเราก็ส่งเธอให้คุ้มกันคุณแป้งได้เลยเผื่อในกรณีที่จะต้องถึงเนื้อถึงตัวจะได้สบายใจครับ”
“โอเคครับ งั้นผมขอดูประวัติของเธอคนนี้หน่อยครับ”
เมื่อเจ้านายพูดจบดนัยก็ส่งเรซูเม่ของผู้หญิงคนที่ส่งใบสมัครงานมาให้ปลื้มเพื่อดูรายละเอียดต่าง ๆ
คิ้วหนาของร่างสูงขมวดเข้าหากันทันทีที่เห็นรูปภาพสมัครงานของหญิงสาวคนนี้ เขากวาดสายตามองผ่านบนหน้ากระดาษสมัครงานของเธอแล้วอยู่ ๆ ก็ยกยิ้มขึ้นมาตรงมุมปาก ด้วยสีหน้าที่คาดเดาอะไรไม่ได้
“รับคนนี้เข้าทำงานเลยครับลุงดนัย รบกวนเรียกเธอมาทดสอบความสามารถพอเป็นพิธีก่อน แล้วรบกวนลุงดนัยส่งต่อมาให้ผมโดยตรงเลย”
“อะไรนะครับคุณปลื้ม ผมงงไปหมดแล้ว”
“พอดีผมอยากทดสอบความสามารถของผู้สมัครคนนี้ด้วยตัวเอง เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมขอจัดการเรื่องนี้เอง ยังไงรบกวนลุงดนัยรับสมัครคนตามจำนวนที่เราต้องการแต่ตัดผู้หญิงคนนี้ออกไปนะครับ”
เมื่อร่างสูงพูดบทสรุปที่ตัวเองต้องการ ดนัยก็ได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ แต่ก็ไม่อยากก้าวก่ายการตัดสินใจของปลื้ม เพราะคำพูดทุกคำถือเป็นคำขาดจากคนเป็นนายแล้ว
.
.
.
“ไอ้นัส ๆ!”
“อะไรของแกวะอเล็กซ์ แหกปากจนฉันตกใจเลยเนี่ย”
“แกผ่านการคัดเลือกรอบแรกว่ะเฮ้ย! วันนี้คุณดนัยเพิ่งฝากบอกฉันมาว่าให้แกเข้าไปทดสอบความสามารถได้เลยพรุ่งนี้”
“เฮ้ย เราเพิ่งคุยกันไปเมื่อสองวันก่อนเองนะ แกส่งเรซูเม่ฉันวันไหน?”
“ส่งเมื่อวาน พอส่งปุ๊บคุณดนัยไปคุยกับคุณปลื้มวันนี้ เขาก็ให้แกเข้าไปเลยพรุ่งนี้”
“โอย ทำไมเร็วแบบนี้วะ แล้วงานกับไอ้เสี่ยอ๋านี่เอาไงดีวะ”
“ก็ไม่ต้องไปแม่งแล้วไง มันจะรวบหัวรวบหางแกอยู่ถ้ามีโอกาสได้งานใหม่ก็ไปเลย ฉันว่าแกอาจจะได้ไปอยู่คุ้มกันคุณแป้งเพราะเราหาบอดีการ์ดผู้หญิงอยู่ด้วย จะได้ดูแลกันง่ายขึ้น”
“โอ๊ย ถ้าอย่างงั้นก็ดีเลย โอเค งั้นเอาเป็นว่าฉันตกลง! ขอบใจแกมากอเล็กซ์!!!”
ด้วยความดีใจร่างบางจึงกระโดดจูบแก้มเพื่อนตัวสูงเป็นการขอบคุณ
“โอ๊ย นังนี่ขอบคุณดี ๆ ไม่ได้หรือไงวะ ทำไมต้องจูบแก้ม เดี๋ยวสาว ๆ เข้าใจผิดหมด!”
“เอาน่า! สาวในสต๊อกแกเยอะ อย่าไปกลัว”
“เฮ้อ หัวจะปวดกับแกเนี่ย! เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ไปพร้อมฉันเลย แต่อาจจะต้องกลับเองเพราะฉันต้องอยู่เวรหลายวัน”
“โอเค ตามนั้นเดี๋ยวฉันไปเตรียมตัว”
ร่างบางเดินฮัมเพลงเข้าห้องของตัวเองไปด้วยอย่างอารมณ์ดีที่ไม่ต้องรองานนาน แถมยังได้ทำงานที่เดียวกันกับเพื่อนสนิทอย่างอเล็กซ์อีกด้วย