ตอนที่ 8

1713 Words
ep8 หลังจากวันนั้นมาไข่มุกก็ทำงานอยู่ที่บ้านของนทีเหมือนเดิมยังคงโดนแกล้งสาระพัดทั้งคนใช้ ทั้งเจ้านายแต่ที่พิเศษคือไข่มุกจะได้มานอนอยู่ที่ห้องของนทีทุกวัน กลางวันนทีจะไม่ค่อยอยู่เลยสบายใจมาหน่อย พอตกกลางคืนก็ต้องมานอนอยู่ห้องเดียวกัน แต่แยกที่นอนคนละเตียง ไม่สิ...นทีให้ไข่มุกใช้แค่ที่นอนปูนอนข้างล่าง กลางดึกคืนหนึ่ง ไข่มุกนอนอยู่ในห้องของนทีแต่ยิ่งดึกยิ่งนอนไม่หลับเพราะนายนทีนั่งอยู่โซฟา เปิดทีวีดูรายการฟุตบอลอะไรไปเรื่อยเปื่อยแถมยังเสียงดังอีก “นี่ไข่มุก เธอลงไปหยิบน้ำมาให้ฉันที” นทีนั่งกระดิกขาอยู่หน้าทีวี ก่อนจะเอ่ยปากใช้เธอ บางทีนายนทีนี่ก็เหมือนเด็กอยู่ด้วยกันนานขึ้นก็เริ่มรู้นิสัยบ้างละ แต่ความน่ากลัวยังคงซ่อนอยู่ ไม่รู้ว่ามันจะบ้าขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ “เมื่อกี๊เพิ่งขึ้นมาทำไมไม่ดื่มให้เรียบร้อย” ไข่มุกตอบด้วยความซื่อ เพราะความซื่อของเธอจึงพูดอะไรมาด้วยคำที่อาจจะดูกวนๆ ทำให้นทีหันมองหน้าเธออย่างแรง “เดี๋ยวนี้เธอกล้าเถียงฉันหรอ” “ฉันเปล่าเถียงนะ ฉันแค่สงสัย” เธอพูดทิ้งท้ายก่อนจะลุกไปอย่างง่ายๆเพราะะธอก็รำคาญและนอนไม่หลับเหมือนกัน เธอเดินลงมาหยิบน้ำและเผลอมองออกไปข้างนอกท่ามกลางกลุ่มดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า “โห วันนี้ดาวสวยจัง ฉันไม่เห็นดาวสวยแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ” ปากก็บ่นพรึมพรำตามประสาเหมือนยังเด็ก แต่เท้าทั้งสองก้าวออกมาข้างนอกอย่างเรียบร้อย เธอถือน้ำมาหนึ่งแก้ว นั่งจิบเองและคุยกับดาวจนหมด ใช้เวลานานแค่ไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกตัวว่าโดนอุ้มมาบนห้องนี่แหละ ชายตัวโตอุ้มสาวก่อนจะวางลงที่นอนเบาๆ “เธอนี่มันจริงๆเลย ฉันให้ไปเอาน้ำ ดันมานอนหลับตากยุงได้” นทีบ่นเบาๆพร้อมกับห่มผ้าให้เธอ หารู้ไม่ว่าไข่มุกนั้นรู้สึกตื่นตั้งแต่เขาเดินมาถึงหน้าห้องแล้ว เธอแค่ลองดูว่านายนี่จะยังเกลียดเธอมากอยู่ไหม เพราะตลอดเวลาหลายวัน จนผ่านเป็นเดือนนายนทีก็ยังไม่เคยทำร้ายอะไรเธออีกเลยส่วนมากก็แค่บ่น และก็ใช้ทำงานหนัก นทีวางเธอลงเสร็จก็หันไปปิดทีวีและขึ้นไปนอนบนเตียงของเขา เสียงลมหายใจสม่ำเสมอคือเสือร้ายตัวนี้ได้หลับลงเสียแล้ว จากที่เคยกลัวมากๆวันนี้นทีกลับทำตัวเหมือนเด็กที่ขาดความอบอุ่น บางครั้งเขาเคยนอนละเมอร้องไห้ออกมา บางทีร้องมากจนไข่มุกต้องลุกไปปลอบพอตื่นมาเขาก็ด่าไข่มุกต่อ “นายนี่ก็ดูเหมือนคนไม่มีพิษภัยเหมือนกันนะเวลาหลับเนี่ย ไม่อยากให้ตื่นเลย ดูสิแก้มย้อย คิ้วคม หนวดนิดหน่อยปากอมชมพู หน้านี่ใสมากถ้าโกนหนวดก็เหมือนโอปป้าเลยแหละ” ไข่มุกได้แต่คิดในใจพร้อมลืมตาจ้องหน้านายนทีที่หลับอยู่บนเตียงจนเธอเองก็เคลิ้มหลับไป ตื่นมาอีกวันเธอไม่เห็นนายนทีอยู่แล้ว “นี่สายแล้วหรอเนี่ย ทำไมคุณนทีออกไปข้างนอกเร็วจังวันนี้” เธอมองมาที่นาฬิกาบนหัวเตียง และก็ลุกอาบน้ำแต่งตัว แปลกไม่แปลกคิดดูว่านายนทีสั่งตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเเต่งตัวเเยกกันห้องเขากว้างมากที่จะจัดสองโซนได้ โดยให้เหตุผลว่ากลัวห้องรก ไข่มุกอาบน้ำเเต่งตัวเสร็จก็ลงมาข้างล่างตามปกติเธอยังมาทำงานกับแม่บ้านทุกๆอย่าง แต่วันนี้บ้านเงียบผิดปกติ พวกผู้ชายก็มีแต่ลูกน้องและคนสวน “คุณไข่มุก ไม่ต้องมาช่วยป้าก็ได้นะ” “ไม่ได้ค่ะป้า ไข่มุกก็เป็นคนใช้เหมือนป้านี่แหละ” “นี่คุณยังดูไม่ออกอีกหรอคะว่านายคิดยังไงกับคุณ” ป้าดำกระเซ้าเย้าแหย่ กับฉันโดยเเซวฉันอยู่เรื่อยฉันเองก็ดูออกอยู่นะว่าไม่มีวี่แววว่านายนี่จะดีกับฉันเลย แต่ฉันก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมปล่อยให้เธอกลับมาที่บ้านลุงวีสักที ส่วนท่านใหญ่บางทีท่านก็มาหาหรือมาเที่ยวหาที่บ้านบ่อยเหมือนกัน เขาเอ็นดูฉันเหมือนลูกหลานคนหนึ่งฉันเองก็อบอุ่นเมื่อได้พูดคุยกับท่าน “ไม่มีอะไรหรอกค่ะป้า เค้าก็แค่กลัวหนูฟ้องคุณท่านเฉยๆ ไม่งั้นก็ไล่หนูมานอนข้างล่างแล้ว” ไข่มุกก็ตอบตามความจริงที่รู้สึก “ค่าา”ป้าดำดูอารมณ์ดีและหยอกล้อฉันไป บางทีฉันก็เริ่มผูกพันธ์กับที่นี่ไปแล้ว แต่ตอนที่โดนนายทีแกล้งก็อยากจะหนีเหมือนกัน บางครั้งพี่พลอย และพี่ขวัญคนใช้ของบ้านนี้ก็ยังแกล้งฉันอยู่ตลอด เขาอาจจะหวงนายเขาแหละ หรืออยากได้นายนทีก็ไม่รู้นะ ส่วนที่ว่าทำไมไข่มุกไม่คิดหนีน่ะหรอ เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเธอมาอยู่ที่ไหน ไม่เคยได้ออกจากบ้านหลังนี้ไปไหนเลย แล้วก็ไม่มีเบอร์ลุงวีด้วย ตั้งแต่โดนลักพาตัวมาโทรศัพท์ก็ไม่มีติดมา หวังลึกๆในใจว่าไม่ป๊าก็ลุงวีต้องมาช่วยฉัน ที่เหลืออยู่ก็คงจะมีเเต่ลุงวีเพราะพี่พีน่าจะติดคุกยาวเพราะโดนคดีตั้งใจฆ่า “ป้าก็ให้ท้ายอะไรมันมาก มันก็แค่เกาะคุณนทีเท่านั้นแหละ เสร่อทำตัวเหมือนเมียจริงๆ หึเขาไม่เอาเธอหรอก” พูดไม่ทันขาดคำสาวสองคนก้เข้ามา ฉันพยายามที่จะไม่สนใจคำพูดอะไรเขาเพราะคิดว่าเขาโตกว่าเเละมาก่อนแต่ก็ดูออกว่าอิจฉาและอยากมาเป็นเมียเจ้าของบ้านมากกว่า “ค่ะ” ฉันตอบกลับสั้นๆสองคนก็ทำท่าไม่พอใจบอกว่าฉันกวนประสาท “นี่เธอกวนประสาทฉันหรอห๊ะ วันนี้ฉันจะตบให้เลือดกลบปากเลยดูสิ ” ยัยพี่พลอยก้าวขาเข้ามาจะตบฉันแต่โดนป้าดำขวางไว้ก่อน “นี่หยุดเลยนะ” “เสียงเอะอะโวยวายอะไรกันครับ” ทุกคนหันไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียวกัน “หมอเจษฎา!!” “เอ่อ พลอยกับขวัญ แค่หยอกไข่มุกเล่นน่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอกเนาะไข่มุก” ทั้งสองมองตาเเข็งมาที่ฉัน “ใช่ค่ะ” ฉันรับปากไปส่งๆเพราะไม่อยากมีปัญหา “อ่อ ครับไข่มุก ไปแต่งตัวเร็ว” “หมอเจษจะพาฉันไปไหนคะ” “ไปห้างซื้อของใช้วันนี้ฉันว่าง” “แต่ฉันไม่ต้องการอะไรนะคะ” “ไปก่อนเหอะเดี๋ยวก็อยากได้เอง” “เอ่อ..” ไข่มุกทำท่าครุ่นคิด “พ่อฉันสั่งมาให้พาเธอไปเที่ยวบ้างกลัวเหงา” แต่ก็จริงอย่างที่พูดฉันไม่เคยได้ไปไหนเลยบางทีก็แอบเหงาได้แต่ดูทีวีและทำงานบ้านไปแก้เหงา พอนึกมาก็อยากไปบ้างดูหนังฟังเพลงบ้างน่าจะดี แต่... “แต่คุณนทีจะให้ไข่มุกไปหรอคะ”ใช่ เมื่อนึกถึงสายตาเพชรฆาตขึ้นมา เมื่อโกรธฉันก็เจ็บตัวแล้ว “ให้สิ พ่อฉันสั่งนะ มันไม่กล้าหรอก” “งั้นไข่มุกไปชุดนี้เลยค่ะ”ฉันไม่จำเป็นต้องแต่งตัวอะไรหรอกเพราะเสื้อผ้าที่มีก็มีแต่ชุดธรรมดาๆ ของใช้ก็ทั่วไปไม่มีเครื่องสำอางดีๆใช้อย่างดีก็แค่แป้งเด็กและครีมทาผิวที่ป้าดำแบ่งมาให้ใช้ “เอ่อ โอเคครับไปๆ” คุณหมอเจษฎามองหัวจรดเท้าของไข่มุกแต่ไม่มีท่าทีจะบ่นอะไร “หรือคุณอายฉันไม่ไปก็ได้ค่ะ” “ไม่ใช่อย่างนั้น ผมกำลังมองว่าคุณขาดอะไรไป แต่ความจริงคุณก็เป็นคนสวยอยู่แล้วนะไม่เห็นต้องแต่งอะไรเยอะแยะแบบคนอื่นเลย” นี่เป็นผู้ชายคนที่สองรองจากป๊าฉันที่ชมว่าฉันสวยโดยที่ไม่เคยแต่งหน้าเลย พูดละคิดถึงป๊าจัง “ค่ะ ขอบคุณค่ะไปกันเถอะ”ไม่นานเท่าไหร่ทั้งสองก็มาถึงที่ห้างใหญ่กลางเมือง นี่ฉันโดนจับตัวมาไกลถึงตรังเลยหรอนี่ เพราะความเพิ่งออกมาทำให้เห็นป้ายถนนต่างๆ “ป่ะ กินไรอร่อยๆก่อนฉันหิว” ฉันได้แต่เดินตามหมอเจษต้อยๆเพราะพูดเสร็จเขาก็เดินนำฉันมาเลย “ว้าวว อาหารญี่ปุ่น ซูชิของโปรด ฉันไม่ได้ทานเธอมานานแค่ไหนเเล้วเนี่ย” หมอเจษฎาถึงกลับอมยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเธอ “เต็มที่เลยนะ ไม่พอสั่ง!!” “ได้เลยค่ะ” ไข่มุกลงมือทานอาหารญี่ปุ่นอย่างเอร็ดอร่อยเพราะไม่ได้ทานนานมากเเล้วตั้งแต่ไม่ได้อยู่กับป๊าก็เเทบจะไม่ได้ออกมาทานอาหารข้างนอกเลยนอกจากจะมาพี่พีนานๆที เมื่อทานเสร็จก็เดินออกมาข้างนอก “ดูหนังกัน” หมอเจษฎาชวนมาไข่มุกก็ไม่เคยคิดจัดให้ตลอด จนดูจบเป็นเรื่องๆ ก็ดูต่อเรื่อยๆ จนเพลิน “ซื้อของใช้กัน เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง” “ค่ะ” ไข่มุกรับปากด้วยความดีใจเพราะความใฝ่ฝันของฉันก็คือเสื้อผ้าสวยๆนี่แหละ เดินช็อปจนเพลินได้ของมาเยอะมากหมอเจษสายเปย์ ซื้อทุกอย่างไม่อั้นทั้งเสื้อผ้าสวยๆก็ได้มาสิบกว่าชุดได้ ทั้งสองก็กลับ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงจนเกือบค่ำ “เดี๋ยวผมแวะบ้านทำธุระแป๊บนะ” “แต่.....เราออกมานานแล้วนะคะ” “นะ แป๊บเดียว” ด้วยความเกรงใจกลัวเป็นธุระสำคัญเลยตกลงไป “ก็ได้ค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD