ตอนที่ 1: โมนา
“โมนาลูก โมนา”
“ขาแม่ ว่าไงคะ” เสียงตอบรับหวานๆ ของหญิงสาวที่โผล่ศีรษะมาจากมุมกำแพงบ้านไม้ มือทั้งสองข้างนั้นยังถือเสื้อที่ตัวเองกำลังซักอยู่ด้วย
“ใกล้เสร็จรึยัง มาช่วยแม่เด็ดเกสรดอกชมจันทร์หน่อย”
“ยังไม่เสร็จเลยค่ะแม่ หนูยังซักผ้าอยู่เลย”
“อ้อ งั้นไม่เป็นไรเดี๋ยวเมรีช่วย”
“เมรีกำลังให้อาหารไก่อยู่ค่ะแม่”
“อ้าวเหรอ”
“เมษช่วยเองครับแม่” และเป็นเสียงของเมษา ลูกชายคนเล็กของบ้านที่เพิ่งกลับจากไปช่วยพ่อเอาปลาที่เอาตาข่ายไปดักไว้ที่คลองไม่ไกลจากที่นี่
“งั้นมาลูกมา”
“แล้วปลาพวกนี้ล่ะครับ” เมษายกปลาในมือให้แม่ดู
“เดี๋ยวแม่ทำแล้วใส่ตู้เย็นไว้ จะได้เป็นมื้อเย็น” เพราะตอนนี้ยังเป็นมื้อเช้าอยู่
“ครับแม่” ตอบกลับอย่างขยันขันแข็ง
โมนามองแล้วยิ้มแล้วตัวเองก็กลับไปนั่งหน้ากะละมังซักผ้าของพ่อแม่และตัวเองต่อ ส่วนของน้องๆ นั้นทั้งสองบอกว่าจะเป็นคนซักเอง พี่สาวไม่จำเป็นจะต้องซักให้เลย
ครอบครัวของโมนามีกันอยู่ห้าคน พ่อแม่และน้องสาวน้องชายของเธออีกสองคน รวมเธอก็เป็นห้าคนพอดี ครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ถึงกับยากจนข้นแค้น ยังมีกินครบสามมื้อแบบอิ่มท้องเพราะพ่อแม่ของเธอนั้นไม่เคยขี้เกียจ
แต่ถึงอย่างงั้น โมนาที่จบมอหกมาได้สองปีแล้วก็ยังทำงานเพื่อเก็บเงินเรียนอยู่ดี เธอไม่อยากเอาเงินจากพ่อแม่ เบียดเบียนเงินจากน้องๆ ที่ยังต้องใช้เรียนอีกเยอะเพื่อเอามาทำเพื่อตัวเอง แบบนั้นเธอเลยจบแค่มอหกเท่านั้น
“เสร็จรึยังเด็กๆ มากินข้าวกันได้แล้ว” เสียงของคนเป็นแม่ที่เรียกลูกๆ ที่อยู่ในมุมต่างๆ ของบริเวณบ้าน
“ค่ะแม่” เสียงตอบกลับของสองสาว และเมษาที่วิ่งไปหาพี่ๆ ก่อนจะพากันไปหาแม่
โต๊ะหน้าบ้านที่พ่อของพวกเธอเป็นคนทำเอง ตอนนี้บนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยกับข้าวบ้านๆ ผัดผักหลายอย่าง ปลาเค็มทอดและปลาตัวเล็กๆ เพื่อแคลเซียมอีกด้วย
“น่ากินมากจ้ะแม่”
“กินเยอะๆ วันนี้วันหยุดทั้งที” คนเป็นแม่ตักผัดผักบุ้งให้ลูกสาวคนโตของเธอ และไม่ลืมจะตักให้กับสามีและลูกทั้งสองด้วย
“เงินเดือนหนูใกล้ออกแล้ว เราไปกินหมูกระทะกันนะจ๊ะ”
“เย้ หมูกระทะ เมรีอยากกิน”
“เมษก็อยากกิน”
“จะสิ้นเปลืองทำไมหื้มโม เก็บเอาไว้ หนูจะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ” คนเป็นพ่อว่าขึ้นบ้าง แค่นี้ก็รู้สึกผิดที่ไม่สามารถส่งให้ลูกเรียนได้ตามที่ลูกหวัง
“สิ้นเปลืองอะไรเยอะแยะกันค่ะพ่อ กินนานๆ ที น้องๆ อยากกิน เนอะ” หันไปพยักหน้าให้กับน้องๆ ที่นั่งฟังอยู่ เด็กๆ ยิ้มแป้น
“นะคะพ่อ”
“นะครับแม่ กินนะ”
“นะคะ น้องๆ อยากกิน” และเป็นโมนาที่เอ่ยอ้อนอีกคน แบบนั้นพ่อแม่จะปฏิเสธได้ยังไง
โมนาทำงานในร้านขายวัสดุก่อสร้าง รับหน้าที่เป็นเสมียนจดออร์เดอร์ที่ลูกค้าเข้ามาสั่งเพื่อเปิดบิลในแต่ละวัน เป็นร้านเล็กๆ ที่มีเธออยู่กับภรรยาเถ้าแก่หน้าร้านแค่สองคน ในร้านก็มีแต่ผู้ชายที่ต้องยกหินยกเหล็กในการขาย แต่ทุกคนก็เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว ยิ่งเถ้าแก่หญิงนั้นก็เอ็นดูมาก
“นี่เงินเดือน เดือนนี้ยอดขายดีมากและโมนาก็ทำงานดีด้วย เจ๊เพิ่มเงินพิเศษให้ด้วยนะ”
“จริงเหรอคะ ขอบคุณนะคะเจ๊” ไหว้สวยและยิ้มอย่างดีใจ
“จะได้เก็บเงินได้ไวๆ แล้วจะได้เรียนตามที่ตั้งใจเอาไว้นะ”
“ขอบคุณมากนะคะเจ๊” โมนายิ้ม ดีใจที่มีคนเอ็นดูเธอแบบนี้
ตอนนี้เธอเก็บเงินได้เกือบหลักแสนแล้ว แต่มันก็ยังไม่พอกับการเรียน เธอจะสอบชิงทุนแต่ก็ไม่ได้หัวดีขนาดนั้นจนสู้คนอื่นเขาไม่ได้ ได้แค่ตัวสำรองอยู่บ่อยครั้งไป จบมาเกือบสองปีแต่ไม่มีเลยสักปีที่โมนาจะไม่สอบเข้ามหาวิทยาลัยและอ่านหนังสือไม่เคยขาด และนี่จะเป็นครั้งที่สามที่เธอจะสอบ
วันประกาศผล ผู้ผ่านการคัดเลือก
- นางสาว มนชิดา ยลรดีนิกร
หน้าจอมือถือที่บอกว่าเธอผ่านนั้นเรียกรอยยิ้มของเธอได้เหมือนอย่างเคย เธอสอบเข้าคณะบริหารธุรกิจสาขาการบัญชี สอบทุกครั้งก็ได้ทุกครั้ง
“พี่โมทำไร” เสียงของน้องสาวขยับลงมานั่งข้างๆ แล้วถาม
“เม.. พี่ก็ดูไปเรื่อยเปื่อย”
“สอบติดอีกแล้วใช่เปล่า.. พวกหนูไม่เรียนได้มั้ย ให้พี่โมเรียน”
“พูดอะไรน่ะ เรียนให้จบเลย แล้วจบมอหก พี่ก็จะส่งให้เมเรียนต่อมหา’ลัยด้วย”
“ได้ไง พี่เรียนก่อนสิ ถ้าไม่ให้ออกตอนนี้ ก็ให้หนูจบมอปลายพี่ก็เรียนให้จบ พี่จบหนูค่อยเรียนต่อ”
“ทำแบบนั้นได้ไงเล่า” โมนาหัวเราะแล้วผลักหัวน้องเบาๆ
“ไม่เห็นต้องเสียสละเลย..” เมรีจับมือพี่มาจับ ตอนนี้เธออยู่มอห้าแล้ว เข้าใจทุกอย่างได้ค่อนข้างดี
“เลิกพูดอะไรแบบนี้เลย แล้วนี่ไปไหนมา”
“ไปบ้านป้าศรีมาค่ะ ลูกป้าศรีส่งของมาจากเมืองนอกเยอะมาก มีของฝากให้บ้านพวกเราด้วย”
“พี่แพทเหรอ”
“ช่าย ทำไมเราไม่รวยบ้างเนอะ”
“..อย่าพูดแบบนี้ให้แม่ได้ยินนะ สงสารท่าน” โมนารั้งน้องสาวเข้ามากอด
ไม่มีใครหรอกนะที่อยากจะจน.. ใครๆ ก็อยากรวยและมีโอกาสกันทั้งนั้น..