Intro
“ไซโคพาธ...คือบุคคลที่มีอาการเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติ โดยคนพวกนี้จะต่อต้านสังคม ขาดความเห็นใจผู้อื่น ความสำนึกผิด ความยับยั้งชั่งใจ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง พวกเขาอันตรายและไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือในการรักษา...การวิจัยบางส่วนก็ว่ามาจากการเลี้ยงดู บางส่วนก็ว่ามาจากความผิดปกติของสมองส่วนหน้า- เชิญครับมิสเจนน่า”
“คนพวกนี้มีแนวโน้มเป็นฆาตกรไหมคะ?”
“เป็นคำถามที่ดีมากครับ พวกเขา...มีแนวโน้มสูงในการเป็นฆาตกรต่อเนื่องครับ หลายครั้งที่พบว่าพวกเขาไม่ได้มีเหตุจูงใจในการฆ่า เพียงแค่ต้องการทำสิ่งที่รุนแรงเพื่อนสนองต่อความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น Jack the Ripper ลักษณะการฆาตกรรมของพวกเขามักจะมีเอกลักษณ์พิเศษ คือ ใช้วิธีฆ่าเหยื่อเหมือนกันทุกรายโดยที่เหยื่อกับฆาตกรอาจไม่มีความเชื่อมโยงกันเลย....สิ่งที่พอจะเชื่อมโยงกันได้คือคนที่ถูกฆ่านั้นกระตุ้นความรู้สึกอยากฆ่า ซึ่งมักจะเป็นบุคลิกลักษณะของเหยื่อ ที่สำคัญคนพวกนี้เป็นคนที่มีปัญหาทางจิต...แต่ไม่ได้เป็นโรคจิตหรือจิตเภทที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ครับ”
กริ๊งงงงงงง
“หมดคาบซะแล้ว เจอกันคาบหน้าครับ”
ไล่หลังอาจารย์ เสียงพูดคุยก็ดังกระหึ่มภายในห้องเรียนทันใด วิชาที่แสนน่าเบื่อดูจะน่าสนใจขึ้นมาเมื่อมีเรื่องลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง
“นายว่า JOKER จะเป็นโรคนี้ไหม?”
“แน่นอนว่าเขาไม่ปกติ จะมีไอ้บ้าที่ไหนกล้าไปถามมันไหมล่ะ”
“กับ JOKER น่ะเหรอ? นายจะโดนมันใช้ขวานสับแหลกก่อนที่จะทันได้ถามอะไร”
“อย่าโง่น่าเพื่อน ใครจะไปรู้ มันอาจจะอยู่ในหมู่พวกเราก็ได้”
พวกเขาจับกลุ่มคุยอย่างสนุกปาก เรื่องเล่าเริ่มขึ้น
“JOKER คืออะไร?”
“อยากรู้จริงๆ เหรอ?” เสียงหัวเราะดังขึ้น
“แน่นอน”
“เราควรบอกเขาไหม นายจะกลัวจนหัวหดหรือเปล่าเพื่อน” เสียงหัวเราะดังกว่าเดิม
“JOKER...ฆาตกรตัวตลกยังไงล่ะ”
“มันจะมาตอนที่นายอยู่คนเดียว...ตอนที่รอบข้างเริ่มมืดสนิทไร้ผู้คน”
“เชื่อฉันสิว่ามันเล็งนายไว้แล้ว”
“จากนั้นนายจะหายตัวไป...รู้ตัวอีกที นายกำลังถูกมันเล่นสนุกกับร่างกายของนายอยู่ มันจะตัดร่างนายออกเป็นชิ้นๆ ทั้งที่มีลมหายใจอยู่”
“อาจเป็นหู”
“นิ้ว”
“หรือหัวใจ”
“จากนั้นมันก็จะปล่อยให้นายตายช้าๆ ไม่ต้องห่วงนะ...หลังจากนั้นมันจะถลกหนังนายเหลือไว้ให้ตำรวจตรวจดีเอ็นเอว่านายเป็นใคร”
“น่าสนุกใช่ไหมล่ะ? ”
รถบัสสีเหลืองเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าตึกเรียนใหม่เอี่ยมที่เพิ่งถูกทาสีใหม่ สีชมพูหวานแหววกลายเป็นรสนิยมของผู้บริหารที่นักเรียนพากันเบ้หน้าหนี เดาว่าอีกสองสามวันก็มีพวกมือดีมาพ่นสีสร้างลวดลายให้ฟรีโดยที่ครูไม่ได้ร้องขอ
หัวข้อการพูดคุยประจำวันที่ค่อนข้างโด่งดังถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันแทบจะทุกกลุ่มที่เดินผ่าน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็กผู้ชายที่ถือสเกตบอร์ดที่สนามหญ้า หรือจะเป็นกลุ่มเด็กสาวที่กำลังแต่งหน้ากันอยู่ในห้องน้ำ
“น่ากลัวชะมัด เมื่อไหร่ตำรวจจะจับไอ้บ้านี่ได้ซะที รู้ไหมว่าฉันไม่ได้เที่ยวมากี่อาทิตย์แล้วน่ะ” หล่อนกระแทกเสียง ขณะยกมาสคาร่าขึ้นมาปัด
“เอาน่า มันอาจจะเป็นแค่เรื่องบ้าบอที่พวกผู้ชายปั่นหลอกกันเองก็ได้นี่” สาวอีกคนขำ
“ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง ฉันจะได้ไปตบไอ้หน้าโง่ที่มันปล่อยความลือเหี้ยๆ นี่ พ่อกับแม่ของฉันก็ดันเชื่อซะได้”
“แต่งหน้าไปเหอะน่า เธอจะโมโหให้มันได้อะไรกัน”
“เหอะ!ถึงหล่อนจะแต่งหน้าไป ไซม่อนก็ไม่มีทางมองหล่อนหรอกย่ะ”
“B*tch!”
“อย่ามั่นหน้าไปหน่อยเลย คนอย่าง ไซม่อน เคิร์ก เนี่ยนะ?”
หัวข้อสนทนากลายเป็นการตบกันของสาวไฮสกูลผมบลอนด์แทน ก่อนที่อาจารย์สาวจะเข้ามาแยกและพาพวกเธอไปที่ห้องพักครู แล้วก็พบว่ามันเป็นเรื่องเดิมๆ ที่ปกติไปเสียแล้ว
อาจฟังดูบ้าไปหน่อย แต่ในหนึ่งอาทิตย์มีนักเรียนหญิงไม่ต่ำกว่าสิบคนตบตีกันด้วยเรื่องของ ไซม่อน เคิร์ก
เขาคือใครน่ะเหรอ? ไซม่อน เคิร์ก คือหนุ่มไทป์ที่สาวๆ ไฮสกูลใฝ่ฝัน เขาเป็นประธานนักเรียน เป็นนักกีฬา เป็นนักเรียนดีเด่น เป็นแบบอย่างที่น่านับถือ เขามีดวงตาสีฟ้าและผมสีทอง เขาเป็นเจ้าชายที่หลุดมาจากนิยายเพ้อฝันสักเรื่อง เขาสูงราวร้อยเก้าสิบสอง เขากล้ามโตและบ้านก็รวยอย่างกับมาเฟียค้ายา
ใช่ ไซม่อน เคิร์ก เป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์ทุกอย่าง
แต่เพอร์เฟกต์จริงเหรอ?
เป็นอย่างที่รู้กันดีในหมู่นักเรียนชายว่าในช่วงเวลาก่อนที่จะเข้าคาบโฮมรูม ห้องน้ำชายที่ชั้นสองห้ามเข้าใช้อย่างเด็ดขาด แต่ถึงไม่ห้ามยังไงก็คงไม่มีไอ้บ้าที่ไหนกล้าเข้าหรอก ก็เพราะแก็งค์อันตพาลนั่งมั่วสุมกันอยู่ตรงนั้นเต็มไปหมดจนดูเหมือนกับว่าที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนแล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าทำไมและไม่มีใครกล้าพอไปหาความจริงด้วย มันคงไม่คุ้มเท่าไหร่กับการเจ็บตัวน่ะ
ควันบุหรี่ถูกริมฝีปากแดงสดพ่นออกมาเชื่องช้าอย่างสบายอารมณ์ ไซม่อน เคิร์ก นักเรียนแบบอย่างกำลังดูดบุหรี่ในห้องน้ำ โดยที่…
“มาร์...ลึกกว่านี้”
“อ่อก!”
...มีนักเรียนชายอีกคนกำลังอมให้
เส้นผมสีน้ำตาลแดงถูกจิกขึ้นลงตามความต้องการของไซม่อน ดวงตาสีฟ้าสั่นระริกยามมองปากเล็กๆ เขมือบดุ้นยักษ์จนเกือบมิดลำ เสียงอื้ออึงของคนที่กำลังคุกเข่าอยู่น่าฟังจนไซม่อนต้องหยัดเอวลึกกว่าเดิม
“อา...อย่างนั้นแหละมาร์”
ไซม่อนคำราม กดหัวเล็กแน่นกว่าเดิมแม้คนข้างล่างจะตบหน้าขาของเขาจนแดง มือหนายกบุหรี่ดูดครั้งสุดท้ายก่อนจะโยนทิ้งพร้อมกับปลดปล่อยเต็มปากเล็ก
“แค่ก!อึก” เสียงสำลักน่าสงสารดังไม่หยุด น้ำคาวขุ่นถูกคายออกมาจนเลอะเต็มพื้นห้องน้ำ
ไซม่อนแสยะยิ้ม ก้มลงมองใบหน้าแดงก่ำอย่างชอบใจ มือหนาตบแก้มที่แดงระเรื่อสองสามทีแล้วรูดซิปกางเกงเดินออกจากห้องน้ำ
“ไว้เจอกันตอนเที่ยง มาร์ที่รัก”
คนที่ทรุดอยู่กับพื้นต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะสามารถลุกขึ้นยืนได้ เขาบ้วนปากล้างคราบคาวทิ้งอย่างชินชา เสียงกระดิ่งบอกเวลาเข้าเรียนดังขึ้นพอดีกับที่เขาก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ ไซม่อนยืนอยู่ตรงบันได ดวงตาสีฟ้าจับจ้องที่เขาสักพักก่อนจะจากไป เสียงพูดคุยของหญิงสาวดังรอบข้าง คลั่งไคล้กับเปลือกจอมปลอมของ ไซม่อน เคิร์ก
“ฉันจะหาผู้ชายดีๆ อย่างไซม่อนได้ที่ไหนกันนะ”
ผู้ชายดีๆ? มาร์ตินแค่นยิ้มกับคำพูดพวกนั้น
...เหอะ