ทุกคนมีความเชื่อแบบไหนเกี่ยวกับความรักเหรอคะ?
รักคือสิ่งสวยงาม
คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเราในทุกวัน
รักคือความหวัง ความฝัน
แต่สำหรับฉัน...
มันไม่ต่างอะไรจากไฟนรกร้อนๆ
ที่ถึงเราจะรู้ว่ามันร้อน
แต่ก็ยังอยากที่จะก้าวเข้าไป
“พรุ่งนี้นายมีแข่งใช่ไหมล่ะ ฉันว่าจะแวะไปดูซะหน่อย”
ฉันพูดกับมือถือที่แนบหูอยู่พลางหั่นขนมปังให้ชิ้นเล็กลงเพื่อให้กินง่ายขึ้น ในระหว่างนั้นสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับสัญลักษณ์บางอย่างบนหน้าปฏิทิน
รูปหัวใจที่วงไว้ 21 เมษายน วันเกิดของชายที่อยู่ในสายนี่เอง
[ก็มีแหละ แต่ไม่ต้องมาดูหรอก ไม่มีอะไรใหม่]
“ได้ไงกัน นานๆ ทีเราจะได้อยู่ด้วยกันนี่นา กลางคืนนายก็เอาแต่แข่งรถตลอดเลย ไม่มาเจอกันบ้าง”
ฉันกระเง้ากระงอดผ่านสายไปถึงแม้ว่าจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่สนใจก็ตาม ก็นะ...เราคบกันมาตั้ง 7 ปีแล้วนี่นา ความหวานจะลดลงมันคงไม่แปลกหรอก ซ้ำช่วงนี้ยังเป็นปี 4 ที่งานยุ่งมากๆ อีกต่างหาก
ช่วงนี้เราทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายหาที่ฝึกงาน แต่ก็ยังมีวิจัยที่ต้องส่ง ไหนจะเรื่องน่าปวดหัวอีกนิดหน่อยของพี่ใหญ่ในรั้วมหาวิทยาลัยอีก เรื่องหาเวลาเจอกันเลยยากมากๆ ซ้ำเขายังเป็นสิงห์นักซิ่ง ค่ำมืดมาก็ต้องอยู่สนามแข่งซะแล้ว
ดังนั้นในเมื่อเขาหาเวลามาเจอฉันไม่ได้ ก็ไปเจอเองเลยก็แล้วกัน
“ฉันไปได้ใช่ไหม?” ฉันถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไป
[อือ ก็มาสิ ใครว่าอะไรล่ะ]
“เย่ งั้นคืนนี้เจอกันนะ”
หลังจากวางสายจากคุณแฟนสุดที่รักเรียบร้อยแล้วฉันก็กลับมาเรื่องของตัวเองต่อ เพราะวันนี้ฉันนัดพี่แพร ครูสอนทำเค้กเอาไว้ จึงต้องรีบกินข้าวแต่งตัวและบึ่งรถออกไปในทันที
“พี่แพร แก้มมาแล้วค่ะ”
ประตูร้านได้ถูกเปิดออกก่อนที่ฉันจะยืนรออยู่ครู่หนึ่ง ภายในร้านเค้กที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมๆ ของเนยผสมกับขนมปัง บวกกับเสียงเพลงคลอเบาๆ ช่างเข้ากับการตกแต่งแสนมินิมอลด้วยโทนสีขาว รับกับเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่การมานั่งชื่นชมความงามของที่นี่หรอกนะ
“อ้าว น้องแก้ม มาเร็วจังเลย พี่เพิ่งเตรียมครัวเสร็จเดี๋ยวนี้เอง”
เจ้าของร้านได้เปิดม่านออกมาจากทางด้านหลังพลางทักทายอย่างอารมณ์ดี เพราะเธอนั้นสนิทกับฉันมาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง ความแสบซนของฉันคงเข้าตากรรมการจนกลายมาเป็นลูกค้าประจำที่นี่ ซ้ำยังเป็นลูกค้าวีไอพีในร้านเหล้าของพี่ชายเธออีกด้วย เรียกได้ว่าสนิทจนไม่รู้จะสนิทยังไงแล้ว
“แก้มกลัวพี่รอน่ะค่ะ เราเริ่มกันเลยไหมคะ แก้มพร้อมแล้ว”
ฉันพูดอย่างกระตือรือร้น ทำเอาว่าที่คุณครูถึงกับหลุดขำ
“จ้าๆ พร้อมก็พร้อม แต่พี่บอกก่อนเลยนะว่าไม่หมูเหมือนแต่งหน้าสวยๆ หรอกนะ”
“แหม คงไม่เท่าไหร่หรอกมั้งคะ แค่ทำเค้กเอง”
ห้าชั่วโมงต่อมา
ฮือ ฉันขอถอนคำพูด
“แหะๆ แก้มว่ามันก็ยากนิดหน่อยน่ะค่ะ”
ฉันมองเจ้าก้อนเค้กตรงหน้าแล้วคิ้วสวยก็ขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิด ไม่รู้ว่ามันจะเกิดมาทำยากเย็นอะไรขนาดนั้น ทั้งที่ฉันดูในเน็ตไม่เห็นมันจะยุ่งยากขนาดนี้เลย ตอนนี้หน้าเค้กที่ควรจะสวยงามเริ่มขรุขระบิดเบี้ยวไม่เป็นทรงจนจำไม่ได้แล้วว่ามันเคยเป็นอะไรมาก่อน
“อันนี้รีบใช้ไหมจ๊ะ?”
พี่แพร อาจารย์ของฉันในวันนี้มองเจ้าก้อนนั้นแล้วถึงกับกุมขมับ
“หนูจะเอาไปเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟนค่ะพี่”
“ให้พี่พูดตรงๆ ได้ไหม?”
สีหน้าของเธอทำให้ฉันกลืนน้ำลายดังเอื้อก ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้มันใช้ไม่ได้ แต่ด้วยความดื้อรั้นของฉันเองที่ฝืนจะทำจนมันมีสภาพอย่างนี้
“พี่ว่าบางคนก็ไม่ได้มีพรสวรรค์ในการทำเบเกอรี่ ซื้อสำเร็จเอาเถอะ เดี๋ยวพี่แต่งให้สวยๆ ในสิบนาที”
“พี่แพร...”
จะร้องไห้แล้วนะ เหมือนความตั้งใจตลอดหลายชั่วโมงของฉันถูกเหยียบย่ำจนไม่มีชิ้นดี ฉันละสายตาจากพี่แพรไปมองเจ้าเค้กก้อนนั้นแล้วก็ได้แต่เบะปากน้ำตาซึม ด้านคนที่เพิ่งเอามีดคำพูดคมๆ แทงอกฉันเมื่อครู่รีบเข้ามาสวมกอดด้วยความรู้สึกผิด
“โอ๋ๆ พี่ไม่ได้ตั้งใจว่าเรานะ แต่นี่ร้านจะปิดแล้ว ถ้าแก้มอยากเซอร์ไพรส์แฟนคืนนี้มันจะไม่ทันเท่านั้นเอง”
ฟังแล้วก็ไม่ได้สบายใจขึ้นเท่าไหร่เลยค่ะ
“งั้นพี่แพรเอาที่น่ารักๆ มาให้อันหนึ่งก็ได้ค่ะ เขียนให้เลยนะคะ”
“ได้จ้า ให้พี่เขียนว่าอะไรดีจ๊ะ”
เพียงแค่นึกถึงใบหน้าเจ้าของวันเกิดฉันก็หุบยิ้มแทบไม่อยู่ พวงแก้มรู้สึกได้ถึงความเห่อร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาตามจังหวะหัวใจที่เต้นแรง
“เขียนว่า สุขสันต์วันเกิดนะคะ เบนจามิน ที่รัก...”
ได้เค้กมาเรียบร้อยแล้วฉันก็รีบบึ่งกลับคอนโด อาบน้ำแต่งตัวพร้อมออกไปสนามแข่งในทันที วันนี้ฉันตั้งใจสวมเสื้อผ้าเซ็กซี่หน่อยจะได้ดึงสายตาจากพริตตี้สาวภายในสนาม โดยสวมเสื้อครอบสายเดี่ยวที่มีสายพันรอบเอวโชว์หน้าท้องแบนราบ ท่อนล่างเป็นกางเกงขากระบอกตัวหลวมเอวต่ำ ผมยาวสีดำถูกดัดให้เป็นลอนใหญ่ๆ ก่อนจะมัดจุกทรงเดียวกับหมาพุดเดิ้ลแสนน่ารัก
บวกกับการแต่งหน้าโทนอ่อนที่ไม่ค่อยได้เห็นจากหญิงสาวคนนี้ บอกเลยว่าใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง
หลังแต่งตัวเสร็จฉันมองไปที่นาฬิกาข้างฝาแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด คิดว่าตัวเองทำอะไรช้าแล้วแต่กลับผ่านไปแค่สามสิบนาทีเท่านั้นเอง ด้วยความที่ยังเหลือเวลาอีกมากฉันจึงหยิบมือถือขึ้นมาดูคั่นเวลา แต่เหมือนว่ามันจะเป็นการทำให้ฉันเบื่อยิ่งกว่าเดิม หน้าฟีดเต็มไปด้วยโพสต์เก่าๆ ที่ฉันเคยกดไลค์ไปก่อนหน้านี้ ไม่มีอะไรอัปเดตเลย
ทว่าจู่ๆ มือเจ้ากรรมดันไปหยุดอยู่ที่โพสต์หนึ่ง
ภาพในโพสต์นั้นไม่ใช่ภาพใหม่ แต่เป็นของน้องรหัสฉันเอง ตาตาร์ ทว่าสิ่งที่ทำให้ฉันสนใจดันเป็นชื่อเฟสของเธอ และชื่อของคนที่กำลังคอมเม้นอยู่ที่ด้านล่าง
I Benjamin น่ารักจังเลยครับ สาวบ้านไหนเนี่ย
Tatar สาวทุกบ้านค่า 555
มันก็เหมือนเป็นการแซวกันทั่วไปของสองคนที่สนิทกัน เพราะไม่ว่าฉันจะไปไหนทำอะไร มักจะพกน้องรหัสคนนี้ไปด้วยเสมอ นั่นทำให้เธอกับเบนค่อนข้างที่จะสนิทกันมากพอสมควร
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ปกติ คือเมื่อฉันกดเข้าไปในโปรไฟล์ของเธอ กลับพบว่าเฟสนี้ไม่ได้มีฉันหรือคนที่ฉันรู้จักเป็นเพื่อน
แต่กลับมีแฟนของฉันเป็นเพื่อนเนี่ยนะ...
จู่ๆ ทั่วทั้งร่างก็เหมือนมีไฟร้อนๆ มาสุม ในขณะที่ทั้งหน้าชาไปหมด ฉันไม่อยากคิดแบบนี้เลยนะ แต่...เป็นใครก็ต้องคิดไหมว่าพวกเขากำลังแอบคุยกันอยู่
Kaemsai: เบน นี่อะไร?
Kaemsai: ส่งรูปภาพ
ฉันแคปหน้านั้นส่งให้เขาดูด้วยมือสั่นๆ ทุกวินาทีที่รอการตอบกลับมานั้นหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ในหัวคิดถึงแต่เรื่องแย่ๆ มากมายที่อาจจะเกิดขึ้น ทว่าในขณะเดียวกันในใจก็ภาวนาว่าอย่าให้เป็นแบบนั้นเลย
ไลน์!
เขาตอบกลับมาแล้ว มันเป็นข้อความที่ทำให้ฉันชาไปทั้งหน้าอีกครั้ง
i.Benjamin: อะไร?
เขาควรจะตอบอย่างอื่นมาสิ ไม่ใช่แค่คำว่าอะไร มันเหมือนเขาไม่ได้แคร์เลยสักนิดว่าฉันจะรู้สึกยังไง ทั้งที่เรื่องนี้เขาควรจะอธิบายออกมามากที่สุด
Kaemsai: แอบคุยกันใช่ไหม?
i.Benjamin: คิดอะไรของเธอ
Kaemsai: ก็นี่มันอะไรล่ะ แอบแอดเฟสกันอยู่สองคน
Kaemsai: ฉันคงเหมือนคนโง่มากเลยใช่ปะ
Kaemsai: ทำขนาดนี้ไม่เปิดตัวไปเลยล่ะ
i.Benjamin: คิดเองเออเองอีกละ
i.Benjamin: ไปถามเจ้าตัวเขาก่อนไหม?
Kaemsai: ถามทำไม ในเมื่อนายก็ตอบได้
i.Benjamin: ก็แล้วแต่จะคิด
Kaemsai: แล้วแต่จะคิดหมายความว่าไง ก็ถ้าไม่ใช่ก็อธิบายมาสิ
ฉันรู้ว่าตัวเองงี่เง่าตีโพยตีพายโดยไม่ถามอะไรเขาก่อน เขาควรจะอธิบาย แต่รู้อะไรไหม...เขาเงียบไป...มันทำให้ฉันไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงดี ทั้งหมดนี่มันไม่จริงใช่ไหม? มันต้องไม่ใช่เรื่องจริง เขาต้องอธิบายสิว่ามันไม่ใช่ หาเหตุผลมาบอกฉันสิ
ต่อให้นายโกหก...ฉันก็จะเชื่อ ขอล่ะอย่าให้สิ่งที่ฉันกลัวเป็นเรื่องจริง
Kaemsai: เบน
i.Benjamin: ว่า
Kaemsai: ฉันถามว่านายคุยกับตาตาร์ใช่ไหม?
i.Benjamin: ไปถามเจ้าตัวเอาเอง
สำหรับคนอื่น นี่เป็นคำตอบแบบไหนฉันไม่รู้ แต่สำหรับฉันแล้วการที่เขาตอบแบบนี้มันไม่ต่างอะไรจากการยอมรับไปแล้วครึ่งหนึ่ง ใช่ว่าฉันจะไม่เคยจับได้เรื่องผู้หญิงมาก่อน แต่ทุกครั้งเขามักจะปฏิเสธและหาว่าฉันงี่เง่า
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
ทำไมกันนะ...หัวใจของฉันมันบีบรัดจนเจ็บไปหมด ขอล่ะ ขออย่าเป็นเรื่องจริงเลย