Tatar: พี่เบนบอกว่า พี่แก้มคิดว่าเราคุยกันเหรอคะ?
Kaemsai: คะ?
Tatar: ตาร์ไม่รู้นะคะว่าทำไมพี่แก้มถึงคิดแบบนั้น
Tatar: แต่ถ้าเรื่องเฟส ตาร์เปิดไว้สมัครเพจค่ะ เลยไม่ได้แอดใครเลย
ฉันตื่นเช้ามาก็เห็นข้อความแบบนี้ของตาตาร์ เธอดูจะร้อนใจมากที่ฉันไปสงสัยเธอแบบนั้น แต่ที่ฉันสงสัยคือ เบนไปบอกเธอเพื่ออะไร? เพื่อให้ฉันกับน้องรหัสผิดใจกันงั้นเหรอ? แบบนี้แสดงว่าเขาคงจะเลือกที่จะเลิกกับฉันแล้วสินะ
แต่ว่า...สิ่งที่ตาตาร์บอกมามันน่าเชื่อจริงๆ น่ะเหรอ ในเมื่อเธอบอกว่าตัวเองสมัครเฟสมาเพื่อสมัครเพจ แล้วทำไมแฟนของฉันถึงเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวในเฟสนั้นได้
ด้วยความสงสัยฉันจึงกดเข้าไปดูอีกครั้ง และคราวนี้ก็ปรากฏเพื่อนร่วมกันกับฉันหลายคน แต่ยังคงไม่มีฉันอยู่ดี
ฉันเชื่อที่เธอพูดมาได้ใช่ไหม? ฉันกำลังคิดว่าเธอโกหก ทว่าในขณะเดียวกันฉันก็ยังคาดหวังให้สิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริง
เพราะถ้าเป็นตาตาร์ที่แอบคุยกับเบน ฉันคงรับมันไม่ได้
Kaemsai: เบนทักไปบอกเหรอ?
ฉันเลือกที่จะถามแบบนั้นออกไป แต่ไม่ว่าเธอจะตอบมาว่าอะไร มันก็หมายความว่าพวกเขาคุยกันอยู่จริงๆ ไม่ใช่เหรอ?
Tatar: ส่งรูปภาพ
เธอส่งสิ่งที่ฉันพิมพ์หาเบนมาให้ ซึ่งในนั้นมีข้อความมากมายที่หยาบคายเกินกว่าจะอ่านมันออกมาได้ เมื่อวานเพราะเค้กก้อนนั้นไปไม่ถึงเจ้าของวันเกิด มันทำให้ฉันหัวเสียถึงขั้นพาลด่าไปทั่ว
แน่นอนว่าตาตาร์เป็นหนึ่งในผู้รับกรรมเหล่านั้น ทว่ามันก็เป็นแค่การด่าในแชทส่วนตัว เพราะฉันไม่คิดว่าเขาจะเอามันไปให้อีกฝ่ายดูจริงๆ
Kaemsai: พี่ไม่ได้ตั้งใจด่าน้องนะคะ แต่ตอนนั้นโมโหเลยพิมพ์ไปแบบนั้น
Tatar: ตาร์เข้าใจค่ะ
Tatar: จริงๆ แล้วตอนอ่านตาร์ก็เสียใจเหมือนกัน แต่ไม่อยากให้พี่แก้มเข้าใจผิด
Kaemsai: ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้มาเห็นอะไรแบบนี้
Tatar: ไม่เป็นไรค่ะ แต่ครั้งหน้าอย่าคิดแบบนี้อีกนะคะ
ในขณะที่ฉันด่าเธอสาดเสียเทเสียไปตั้งมากมาย แต่เธอกลับกลัวว่าฉันจะเข้าใจผิดเนี่ยนะ? ตาตาร์ ทำไมเธอต้องเป็นคนแสนดีขนาดนี้ด้วย
ฉันนั่งอยู่บนที่นอนปล่อยให้น้ำตาได้ไหลออกมา มันเต็มไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งดีใจ เสียใจ ในขณะเดียวกันก็โล่งอกอย่างบอกไม่ถูก
พวกเขาไม่ได้คุยกัน แค่นั้นแหละสิ่งที่ฉันคาดหวังว่ามันจะเกิดขึ้น
เพราะเมื่อวานพวกเราทะเลาะกัน วันนี้ฉันเลยเลือกที่จะไปง้อเขาที่มหาลัยแทน เจ้าเค้กเจ้าปัญหาที่เกือบไม่มีโอกาสได้เป่าโดยเจ้าของวันเกิด ได้ถูกฉันหิ้วมาเรียนด้วยเป็นที่เรียบร้อย
“พวกมึงสังเกตไหมวะ วันนี้มีแววกูจะได้ตุนอาหารหมาเพิ่ม”
ยังไม่ทันเข้าถึงที่นั่ง เสียงของแม็กกี้เพื่อนรักก็เข้าทักทายก่อนเลย ยัยนั่นเท้าคางมองฉันด้วยสายตาจับผิดพลางเบะปากอย่างหมั่นไส้
แหม มาถึงก็แจกอาหารเม็ดเลยเพื่อนฉัน รู้หรอกน่าว่ารำคาญ เพราะเมื่อวานฉันดันโทรไปร้องไห้ให้พวกมันฟังอยู่ค่อนคืน น่าแปลกใจที่สุดท้ายแล้วพวกเราก็ยังตื่นมาเรียนแบบหน้าใสกิ๊กกันทุกคน
“หน้าตาแบบนี้เชื่อเถอะว่าไม่ถึงสามวันหรอก น้ำตาเช็ดหัวเข่าชัวร์”
หมอลักษณ์ฟันธงหรือจะสู้เดวี่ฟันแล้วทิ้ง พูดจาเหมือนแม่หมอตาทิพย์ทั้งที่ตัวเองเสี่ยงเซียมซียังหกทั้งแผงอยู่เลย!
“พวกมึงก็อย่าไปแซวมันให้มาก ยิ้มร่ามาเรียนก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง”
“แง ขอบคุณแกมากนะฟอน อย่างน้อยก็มีแกนี่แหละที่เข้าใจฉัน”
ฉันกำลังจะพุ่งไปสวมกอดยัยฟอน ทว่าคำพูดต่อมาของเธอทำให้หยุดอ้อมกอดเอาไว้ก่อน
“รอวันไหนมาบ่นว่าถูกนอกใจอีกกูจะสมน้ำหน้าสามวันสามคืนไปเลย ฮึ ระริกระรี้ดีนัก!”
“เอ๊ะ! พวกมึงนี่ยังไงกัน เห็นกูเป็นเพื่อนอยู่ปะเนี่ย”
ใบหน้ากระเง้ากระงอดไล่มองเพื่อนรักทีละคนด้วยความหมั่นไส้ พวกมันเองชักสีหน้าไม่พอใจจนคนอื่นๆ ในห้องเริ่มมองไปตามๆ กัน
สุดท้ายแล้วพวกเราก็นั่งลงและพูดคุยกันเป็นปกติ ฉันรู้แหละว่ายัยพวกนี้น่ะหวังดีกับฉันเสมอ ถึงจะปากร้ายไปบ้างแต่ทุกครั้งที่มีปัญหาฉันก็มีพวกเธอคอยเคียงข้างเสมอ
แม้แต่เมื่อคืนที่ฉันทะเลาะกับเบน หรือทุกครั้งที่มีเรื่องฉันแค่ยิงสายไปก็มักจะได้กำลังใจดีๆ กลับมา ถึงแม้ว่าตอนเช้าจะได้รับคำพูดกระแนะกระแหนแบบนี้ก็ตามที
“ว่าแต่วันนี้ไม่ใช่วันเกิดไอ้เบนไม่ใช่เหรอ มึงเอาเค้กมาทำไมวะ?” เดวี่ถามด้วยความสงสัย เธอมองเค้กในมือฉันแล้วทำท่าจะเอื้อมมือไปจับ แต่ถูกฉันชักหนีซะก่อน
“หวงจริงๆ เลยกับเพื่อนกับฝูงเนี่ย”
“ต้องหวงสิ เค้กนี่กูทำเองเลยนะเว้ย”
ทำเองที่หมายถึงลองทำแล้วแต่มันพัง ส่วนอันนี้ก็สั่งพี่แพรทำเองกับมือ
“แล้วเอามาทำไร?”
“ก็เมื่อคืนกูทะเลาะกับเขาอะ เลยคิดว่าจะไปง้อซะหน่อย”
“ทะเลาะ?”
เพื่อนทั้งสามมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย มันทำให้ฉันเกิดความรู้สึกตงิดๆ ในใจ
“อะไรพวกมึง เล่ามา!”
“ไม่ต้องมาทำเสียงเข้มเลย ต่อให้มึงไม่ถามกูก็จะเอาให้ดูอยู่แล้ว นี่...”
เป็นเดวี่ที่เปิดมือถือของเธอส่งมาให้ฉัน ภาพที่เห็นทำเอาชาไปทั้งร่าง
เหมือนมีน้ำเย็นๆ มาราดทั้งตัวฉันจนเย็นวาบไปหมด มันคือภาพของสนามแข่งเมื่อคืนที่แอดมินลงภาพการแข่งขันเหมือนทุกที ทว่ามีบางสิ่งที่ต่างออกไป
ภาพเกือบสุดท้ายของอัลบั้ม มีการเป่าเค้กวันเกิดของใครสักคนซึ่งไม่ต้องเดาเลยว่าใคร ทว่าคลิปวิดีโอทำเอาฉันมือสั่น
‘แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะพี่เบน...อธิษฐานสิคะ’
มันเหมือนเป็นแค่การอวยพรวันเกิดทั่วๆ ไป แต่ที่ทำให้ฉันโกรธจนเลือดขึ้นหน้าก็คือ คนที่กำลังถือเค้กนั่น
“เห้ย! แก้มไปไหนวะ!!”
ฉันพรวดพราดลุกจากที่นั่งโดยไม่สนใจเลยว่าเพื่อนๆ จะร้องเรียกด้วยความตกใจแค่ไหน ทั้งเค้กทั้งข้าวของที่เอามาเมื่อครู่ได้ถูกทิ้งอย่างไม่สนใจไยดี ส่วนฉันนั้นก็พุ่งไปยังห้องชมรมด้วยความรวดเร็ว
วันนี้ฉันจะต้องถามให้รู้เรื่อง มาดูซิว่านายจะแถไปทางไหนได้อีก!
ห้องชมรมจิตอาสาพัฒนาชุมชน
ที่ประจำของพวกเราที่รู้กันดีว่าหากไม่มีเรียนก็จะมาสุมหัวกันอยู่ที่นี่ ฉันรู้ว่าเบนเรียนเวลาไหนบ้างจึงค่อนข้างแน่ใจว่ามาแล้วจะต้องเจอเขาอย่างแน่นอน
ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาด้วยหัวใจร้อนรุ่ม หลังจากที่เมื่อเช้าพูดคุยกับตาตาร์แล้วรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง นี่ยังไม่ทันข้ามวันเลยด้วยซ้ำ
ฉันไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย ไม่ชอบเลยจริงๆ
“เบน...”
ทว่าพอเปิดประตูห้องชมรมเข้ามาแล้วกลับพบว่าข้างในนี้มันว่างเปล่า เหลือเพียงไอเย็นจางๆ จากเครื่องปรับอากาศที่เพิ่งปิดไปหยกๆ แสดงว่าคงเพิ่งมีคนออกจากห้องนี้ไปสินะ
แต่ว่า...มันก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเขา นี่ฉันกำลังเป็นบ้าอะไรอยู่กันนะ ชีวิตฉันมันมีแค่การวิ่งตามผู้ชายคนนั้นแค่นั้นเหรอ? ช่วงหลังมานี้นอกจากกลัวว่าเขาจะคุยกับคนอื่น ก็ตามระแวงทุกฝีก้าวว่าเขาจะนอกใจไหม ทุกอย่างสุมอยู่ในอกจนฉันหลับไม่ลงเลยสักวัน
ไลน์!
ทว่าในระหว่างนั้นเองเสียงแจ้งเตือนมือถือที่ไม่ใช่ของฉันก็ดังขึ้น แสงที่สว่างวาบท่ามกลางห้องที่มืดมิดทำให้ฉันเลือกที่จะเดินไปดูด้วยความสนใจ
แสงจากหน้าจอมือถือเครื่องนั้นได้หายไปแล้ว แต่เพียงแค่เห็นรูปโปรไฟล์ของคนที่ส่งข้อความมาฉันก็ร้อนวูบวาบไปทั้งตัวอีกครั้ง
และเมื่อเห็นว่ามันเป็นมือถือของใคร อาการนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความหน้าชาที่ไม่รู้ว่าเกิดกี่ครั้งแล้วของวัน
เบน ตาตาร์ พวกแกกำลังเล่นตลกอะไรกับฉันอยู่วะ!