ตอนที่ 2 ไม่ต้องเจอเธออีกแล้ว

1276 Words
“พี่หมายความว่ายังไงคะ?” “ฉัน ก็คิดอยากจะสั่งสอนนะสิ” ร่างสูงเดินย่างสามขุมเข้าไปใกล้อย่างต้องการให้เธอนึกกลัวเขาขึ้นมาสักนิดก็ยังดี “ถอยออกไปหน่อยค่ะ ฉันก็กลัวจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่” นับดาวพูดพร้อมกับยืนนิ่งจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่คิดหวาดกลัว “ยัยเด็กแก่แดด เธอนี่มัน…” เขาได้แต่ชี้นิ้วต่อว่าคนน้องที่ช่างไร้ยางอายได้ไม่มีที่ติเลย “ฉันออกจะน่ารัก” ร่างเล็กตัดสินใจเขย่งปลายเท้าขึ้นแตะลงไปที่ริมฝีปากหนา ก่อนจะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยรอยยิ้มกริ่ม “ยัย…ยัย” เขาได้แต่กัดกรามแน่นแทบอยากบีบคอคนตรงหน้าให้หายแค้นที่กล้ามาทำรุ่มร่ามกับเขา “พี่ไม่คิดสนใจฉันบ้างเหรอคะ?” นับดาวเอ่ยถามอย่างคาดหวังว่าเขาจะชอบเธอบ้างสักนิดก็ยังดี “จูบกับหมาฉันไม่นับเป็นจูบหรอกนะ” “งั้นลองจูบกับฉันอีกสักทีไหม?” “ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!!” เสียงลอดไรฟันเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังยิ้มหน้าระรื่นไม่รู้สึกอายต่อสิ่งที่ได้กระทำลงไปบ้างเลย “ถึงยังไงฉันก็จะจีบจนกว่าพี่จะรักฉัน!!” นับดาวประกาศก้องพร้อมกับหมุนตัววิ่งกลับบ้านตัวเองไป เพราะถ้าเธอไม่ยอมแพ้สักวันกันต์ก็จะต้องชอบเธอแน่นอน “กลับบ้านไปกินนมนอนซะ” กันต์ได้แต่เอาหลังมือเช็ดปากตัวเองด้วยความขยะแขยง ถึงปากเล็กๆ นั้นจะนุ่มก็เถอะ แต่ใครสนกันล่ะ “พรุ่งนี้ฉันจะมาอีก!!” “ไม่ต้องมา!!” “เสียงดังอะไรอีกกันต์ แล้วน้องล่ะ?” เจนจิราเอ่ยถามพลางมองลูกชายที่กำลังยืนทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่หน้าประตูบ้าน “แม่ลงมาอีกทำไมครับ?” กันต์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติพร้อมกับเอ่ยถามผู้เป็นแม่และพาเดินไปนั่งลงที่โซฟาตัวยาวอย่างต้องการเอาใจ “เราจะต้องเข้ากรุงเทพกันนะสิ” “แม่หมายความว่ายังไงครับ?” เขาเลิกคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทั้งแม่ก็ไม่ได้มีญาติอยู่ที่นั่นสักหน่อย “พ่อลูกเสียแล้ว” สีหน้าเศร้าสลดใจพูดบอกกับลูกชาย เพราะเธอไม่เคยให้ลูกได้รู้เรื่องของอดีตสามีเลย เธอเหมือนกับแม่ใจร้ายคนหนึ่งไม่มีผิด “แม่ว่าอะไรนะครับ ไหนแม่เคยบอกว่าพ่อเขาตายไปตั้งนานแล้ว!?” กันต์แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ฟัง ทั้งรูปของพ่อเขายังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำไป “แม่ขอโทษนะกันต์ลูก” เสียงแผ่วพูดบอกกับลูกชายด้วยความรู้สึกผิด ทั้งการไปในครั้งนี้ก็กะทันหันมากในการต้องสมัครการเรียนมหา’ลัยและเหลือการเรียนมัธยมปลายอีกหนึ่งเทอม “ไม่เป็นไรครับแม่ ผมจะไปกับแม่ทุกที่ที่แม่ต้องการ” กันต์ลอบถอนใจ แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่มีความผูกพันกับพ่ออยู่แล้ว ทั้งเขาอยากรู้เหตุผลที่พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันและเขาคิดว่าควรต้องได้ฟังเรื่องพวกนี้ทั้งหมด “งั้นคืนนี้ลูกเก็บของกันเลย เราจะออกจากบ้านกันตั้งแต่เช้าตรู่” เธอลุกขึ้นพร้อมกับเดินหายขึ้นห้องไปอย่างใจเย็นไม่แม้แต่จะมีน้ำตาไหลลงมาสักหยด “ต่อไปนี้ฉันจะไม่ต้องเจอเธออีกแล้ว” รอยยิ้มมุมปากเหยียดขึ้นเล็กน้อยสายตามองผ่านกระจกใสที่เป็นบ้านของนับดาว กันต์ลุกขึ้นเดินขึ้นไปด้านบนห้องนอนของตัวเอง ทั้งเขายังมีเวลาไม่มากในการบอกลากับเพื่อนสักคนเดียว ชายหนุ่มเริ่มเก็บข้าวของใช้จำเป็นและเสื้อผ้า ทั้งขอแค่เขาไม่ต้องเจอเด็กข้างบ้านก็พอใจอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ก็อาจจะมีแอบใจหายไปบ้าง “เก็บของเสร็จหรือยังลูก” เจนจิราเอ่ยถามลูกชายพลางลูบหัวด้วยความเอ็นดู “แม่ช่วยเล่าเรื่องของพ่อให้ผมฟังก่อนสิครับ” กันต์ที่คิดว่าควรรู้อะไรให้มากกว่านี้จึงได้ตัดสินใจเอ่ยถามตามตรง “ปู่ลูกไม่ชอบแม่ จากนั้นเราก็เลิกกัน…แล้วหลังจากนั้นแม่ก็รู้ตัวว่าท้องลูก” เจนจิราเล่าในสิ่งที่ลูกควรจะต้องได้รู้มานานมากแล้ว “แล้วพ่อล่ะครับ?” กันต์ถามต่อ “เขาก็คงออกตามหาเรา แต่แม่แค่ไม่อยากยอมรับ” เธอปรายตามองออกไปด้านนอกห้องอย่างไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอให้ลูกชายได้เห็น “ไม่เป็นไรนะครับแม่” กันต์ที่คิดว่าตัวเองไม่ควรจะถามมากกว่านี้ได้แต่กุมมือแกร่งของแม่อย่างต้องการปลอบใจ “มันผ่านมานานแล้ว ลูกก็นอนได้แล้ว” “ฝันดีอีกรอบครับแม่” วันต่อมา “กันต์ตื่นได้แล้ว” “ครับแม่ ผมกำลังแต่งตัว” กันต์ที่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืนทำให้เขาต้องแต่งตัวเร็วขึ้น “แม่จะเริ่มย้ายของ ลูกก็รีบหน่อยล่ะ” “ได้ครับแม่” หลังจากที่กันต์แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เขาก็เริ่มช่วยแม่ขนย้ายของโดยมีพ่อของนับดาวช่วยอย่างกระตือรือร้น นั้นจึงทำให้กันต์ค่อนข้างจะเคารพพ่อกับแม่นับดาวมากในระดับหนึ่ง “แล้วหนูดาวล่ะคะ?” เจนจิราเอ่ยถามคนทั้งสอง เพราะคิดว่าเด็กสาวควรได้ร่ำลาลูกชายเธอดูสักครั้ง “ยังนอนอยู่เลย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ดุจดาวเอ่ยบอกคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนกันกับลูกสาวไม่มีผิด “งั้นพวกผมไปก่อนนะครับคุณน้า” ร่างสูงยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนด้วยความนอบน้อมและขึ้นไปนั่งด้านในรถปล่อยให้แม่ได้ร่ำลาไป “ไว้เจอกันนะดุจ ถ้าฉันเคลียร์ทุกอย่างต้องติดต่อหาพวกคุณแน่นอน” เจนจิราพูดทิ้งท้าย ก่อนจะตามลูกชายเข้าไปในรถ เพื่อให้ทันงานรดน้ำศพ “เดินทางปลอดภัยนะทุกคน” ดุจดาวเอ่ยขึ้น “ฝากช่วยดูแลบ้านในช่วงที่ฉันไม่อยู่ด้วยนะคะ” เจนจิราพูดบอกอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญกับเธอมาก “เธอไม่ต้องห่วงสบายใจได้” ดุจดาวดูกุญแจบ้านในมือนึกใจหายไม่น้อยกับสิ่งที่รู้เหมือนกัน กันต์ได้แต่เงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนชั้นสองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าใจก็รู้สึกสั่นไม่น้อยเหมือนกันจากการที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ทั้งยังเห็นนับดาวมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นเพื่อนเล่นให้เธอ จนพอเริ่มขึ้นมอปลายเขาก็เริ่มไม่สนิทกับคนน้องเหมือนกันแต่ก่อน “แน่ใจแล้วเหรอว่าจะไม่ขึ้นไปลาน้องจริงๆ” เจนจิราทำย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “ไม่ครับ” “งั้นเราไปกันเถอะค่ะพี่นพ” เจนจิราเอ่ยบอกกับคนนั่งข้างกันอย่างไม่คิดเซ้าซี้ลูกอีกเป็นหนที่สอง “ได้เลย พวกเธอไม่ต้องห่วง” “ขอบคุณนะครับ” กันต์ทำเพียงแค่มองดูบ้านทั้งสองหลังที่อยู่ติดกัน ซึ่งเขาอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิตการไปแบบไม่ทันได้ตั้งตัวก็ใจหายอยู่บ้าง จากนั้นรถกระบะคันสีดำก็มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพด้วยความเร็วคงที่ “แม่คะ พ่อไปไหนแต่เช้า!!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD