ตอนที่ 3 เขาคงรำคาญ

1280 Words
“ทำไมถึงพึ่งมาตื่นเอาป่านนี้กัน” “มีอะไรหรือเปล่าคะแม่?” นับดาวที่ตื่นขึ้นมาและเห็นรถของพ่อขับออกไปเช้ากว่าปกติ ทั้งครั้งนี้แม่ก็ไม่ได้ไปด้วยกัน “ก็ป้าเจนกับกันต์ พึ่งจะออกไปเมื่อกี้นี้น่ะสิ” ดุจดาวบ่นให้ลูกสาวฟังที่นอนขี้เซาเกินไป “ไปไหนเหรอคะ? เข้าเมืองเหรอ?” นับดาวยังถามด้วยหน้าตาใสซื่อไม่ได้รับรู้เรื่องราวอะไรแม้แต่น้อย “เข้าเมืองอะไรกัน ทั้งสองคนย้ายไปอยู่กรุงเทพกันแล้ว” ดุจดาวอธิบายให้ลูกสาวได้รับรู้เอาไว้ ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ดีว่านับดาวแอบชอบกันต์มากแค่ไหน แต่การห่างกันครั้งนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีต่อลูกสาว “แม่ แม่ว่าอะไรนะ?” นับดาวที่ตอนแรกยังตื่นไม่เต็มตาตอนนี้ตาสว่างขึ้นมาในทันที “เด็กคนนี้ ยังไม่ทันจะแก่เลยหูก็ไม่ดีซะแล้ว” “แม่!! คุณป้ากับพี่กันต์ไปแล้วจริงเหรอ?” เธอถามขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ทั้งยังไปแบบไม่ร่ำลากันและกะทันหันไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าให้เธอได้ทำใจเลย “จริงสิ พ่อพี่กันต์เสียทั้งสองคนเลยต้องไปจัดการธุระ” ดุจดาวพยายามอธิบายให้ลูกเข้าใจเหตุผลจำเป็น “ฮึก ฮือ แล้วใครจะอยู่เป็นเพื่อนเล่นดาว อึก” นับดาวพยายามกั้นเสียงสะอื้นไห้เอาไว้ “ไม่ต้องร้องแล้ว เดี๋ยวสักวันพี่เขาก็กลับมา” ดุจดาวได้แต่พูดปลอบใจลูกสาว ทั้งที่ไม่รู้ว่าสองคนแม่ลูกจะกลับมาเมื่อไหร่ “ดาว จะรอให้พี่กันต์กลับมา” นับดาวปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ทั้งเธอยังมีต้องไปเรียนวันนี้ “แต่งตัวไปโรงเรียนได้แล้ว” เธอได้แต่ส่ายหน้าให้ลูกสาวตัวดีที่ความเป็นกุลสตรีถูกกลืนหายไปหมดแล้ว “รับทราบ ดาวจะรีบไปเดี๋ยวนี้” นับดาวที่รู้ว่าตัวเองยังมีความหวังอยู่จึงได้ฝืนยิ้มออกมา ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในบ้านด้วยความรีบร้อน “ลูกคนนี้” เธอได้แต่บ่นลูกสาวเสียงอุบอิบ แต่เห็นลูกสาวไม่เศร้านานเธอก็สบายใจ “แม่หนูไปโรงเรียนก่อน” นับดาวพูดกับแม่ที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน “อย่าวิ่ง ค่อยๆ เดิน” “ไม่ได้เดี๋ยวสายกันพอดี” นับดาวที่มาถึงโรงเรียนก่อนเวลาเคารพธงชาติแค่ไม่กี่นาทีได้แต่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ ทั้งที่ปกติเธอจะต้องมาพร้อมกับกันต์เสมอ แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างจากเดิม “ทำไมแกมาคนเดียวล่ะ แล้วพี่กันต์สุดหล่อของแกไปไหน?” แนนนี่เอ่ยถามเพื่อนพลางชะเง้อคอมองหาคนที่ต้องมากับเพื่อนเป็นประจำ “หนีไปแล้ว” น้ำเสียงประชดพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิด เมื่อพูดถึงอีกฝ่าย “เขาคงรำคาญแกแล้วมั้ง” แนนนี่พูดติดตลกอย่างไม่รู้สถานการณ์ในตอนนี้ “ฮือๆๆๆ” นับดาวถึงกับปล่อยน้ำตาลงมา เพราะเธอถูกอีกฝ่ายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยจริงๆ “แกเป็นอะไรเนี่ย ร้องไห้ทำไม?” น้ำเสียงแตกตื่นขึ้นทันที ด้วยไม่คิดว่าเพื่อนจะเป็นเอามากขนาดนี้ “พี่กันต์ไปกรุงเทพแล้ว โดยไม่บอกกันสักคำ” นับดาวพูดระบายออกมาเบาๆ “เทพบุตรของฉัน” แนนนี่ได้แต่พูดพร่ำเพ้อ “พี่กันต์เป็นของฉันแค่คนเดียวเท่านั้น!!” นับดาวพูดด้วยความหงุดหงิดใจ ทั้งเธอไม่คิดให้ใครมาแย่งคนของเธอเด็ดขาด “ไร้สาระ แกยังมีโอกาสที่จะเจอคนอีกตั้งเยอะแยะ” แนนนี่พูดเตือนสติเพื่อน “ฉันคิดมาดีแล้ว แกไม่ต้องมาคิดแทนฉันเลย” น้ำเสียงดื้อรั้นพูดขึ้นสีหน้าบูดบึ้ง “ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ” จากนั้นทุกอย่างก็ตกสู่ความเงียบ เมื่ออาจารย์เข้ามาพอดีทำให้ทั้งสองต้องเงียบเสียงกัน “เมื่อไหร่จะเลิกเรียนเนี่ย หิวข้าวจะแย่แล้ว” นับดาวบ่นอุบอิบแต่ยังทำเหมือนตั้งใจเรียน “เดี๋ยวก็เลิกแล้ว แกก็เบาๆ หน่อยสิ” “ฉันจะพยายามแล้วกัน” “เอาล่ะค่ะ ทุกคนเลิกเรียนได้” อาจารย์ที่สอนพูดจบก็เดินออกจากห้องไป “ไปกินข้าวกันเถอะ ฉันหิวจนจะกินข้าวได้สามจาน” เสียงหวานพูดบอกกับแนนนี่ลากแขนให้เดินไปด้วยกัน “ถ้าเธออ้วนเป็นหมูคงไม่มีใครเอาเธอแล้วล่ะ?” แนนนี่พูดล้อเลียน “เธอก็ต้องเป็นหมูเหมือนกันนั่นล่ะ?” เธอโต้กลับด้วยความสาแก่ใจ “เธอนี่มันพูดเพราะกับแค่ผู้ชายหรือไงกัน!!” “ไปเถอะ ฉันไม่อยากคุยอะไรแล้ว” นับดาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับทักข้อความหากันต์ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง เพราะตลอดเวลาที่เจอหน้ากันมันเหมือนกับเป็นความเคยชินไปแล้ว ดาว: พี่กันต์ทำอะไรอยู่คะ? ดาว: ทำไมไปไม่บอกดาวบ้าง ดาว: ถ้าว่างตอบดาวหน่อยนะ นับดาวได้แต่ลอบถอนใจด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเย็นชาใส่กันได้มากขนาดนี้ ทั้งที่เธอทั้งรักและห่วงใยเขามาก “เป็นอะไรดาว?” แนนนี่เอ่ยถามพลางยื่นหน้าไปทางหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังหนักขวาอยู่ตอนนี้ “แกมาแอบอ่านแชทฉันทำไมเนี่ย?” เธอรีบใช้นิ้วกดปิดหน้าจอไม่อยากให้เพื่อนเห็นสิ่งที่เธอคุยกับอีกฝ่าย “ก็ฉันอยากรู้นี่นา” “แกไม่ต้องเลย…ตั้งใจกินไปซะ!!” นับดาวแสร้งทำหน้าตาบึ้งตึง เพื่อหวังให้เพื่อนรู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจเอามากๆ “ขอโทษคราวหลังไม่ทำแล้วสัญญา” นิ้วก้อยรีบยื่นไปยังเบื้องหน้าของนับดาวอย่างต้องการบอกว่าเธอสำนึกผิดตามที่พูดออกมาจริงๆ “ดีมาก แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย” ทางด้านของกันต์ที่เข้ามาในกรุงเทพก็ต้องยุ่งกับงานศพของพ่อ จนเขาไม่ได้มีเวลาไปสนใจอย่างอื่นและยังมีเรื่องพินัยกรรมเข้ามาเกี่ยว ซึ่งคนที่ได้รับมรดกทั้งหมดก็คือเขา แต่ด้วยอายุแม่จึงเป็นคนดูแลทุกอย่าง ส่วนเรื่องบริษัทก็มีมืออาชีพเข้ามาดูแลก่อนในช่วงนี้ นั้นจึงทำให้กันต์ต้องมานั่งเครียดกับเรื่องการย้ายโรงเรียนด้วย ซึ่งมันค่อนข้างหนักกับเด็กหนุ่มอายุสิบแปดอย่างเขามากทีเดียว “เป็นยังไงบ้างกันต์มาอยู่ที่นี่เริ่มชินบ้างหรือยัง?” เจนจิราที่เห็นลูกชายนั่งอยู่ริมสระน้ำก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงและอยากรู้ความคิดของลูก “ก็ดีครับ อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องอยู่บ้านเดียวกับคุณปู่คุณย่า” กันต์พูดตามสิ่งที่คิดด้วยความไม่มีอะไรผูกพันกับใครทั้งสิ้น ส่วนแม่เขาก็ยังรักพ่ออยู่โดยที่เขาไม่ต้องถามให้เสียเวลาเลย “ทำไมถึงคิดแบบนั้น เดี๋ยวปู่กับย่าต้องมาหาลูกแน่นอน” เจนจิราลูบหัวลูกอย่างต้องการปลอบโยน “ถ้ามาผมก็ทักทายเท่าที่จำเป็นครับ” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยบอกกับแม่ที่เขารักมากที่สุดแล้ว “ตามใจลูกแล้วกัน” เธอที่รู้ว่าบังคับลูกไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ทั้งลูกยังมีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว เธอควรเคารพการตัดสินใจของลูก “งั้นผมขอตัวขึ้นห้องก่อนนะครับ” กันต์ยกยิ้มมุมปากพร้อมกับลุกขึ้นเดินจากไปด้วยความสุขุมและมีความโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอาทิตย์ก่อน “ลูกชายฉันโตแล้วจริงๆ นะเนี่ย?”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD