ตอนที่ 7 อย่าลืมกินยา

1423 Words
“เธอจะไปไหนแต่เช้า?” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เดินออกมาจากห้องด้วยชุดทำงานเอ่ยถามคนตัวเล็กที่กำลังจะเดินออกจากบ้าน “พี่กันต์” นับดาวก้มหน้างุดไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้า “เรียกชื่อฉันทำไม?” “ก็พี่ต่างหากที่มาเรียกฉันทำไม?” เธออ้อมแอ้มตอบไม่เต็มเสียงพลางหันหน้ามองทางอื่นไม่กล้าสบตากับเขา เมื่อเธอเผลอคิดเรื่องเมื่อคืนนี้ “ปากเก่งจังเลยนะ ทีเมื่อคืนไม่เห็นเก่งแบบนี้” เขาเอื้อมมือไปลูบใบหน้าสวยหวานดวงตากลมโตที่ต่อให้จะพยายามหลบเขาแค่ไหนก็ทำไม่ไม่ได้แน่นอน “พี่พูดอะไรคะ เดี๋ยวคุณป้ามาได้ยิน” ร่างเล็กรีบเงยหน้าขึ้นพร้อมกับหันมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง “แล้วตอนเธอถ่างขาให้ฉันเอาไม่กลัวแม่ฉันจะรู้บ้างเหรอ?” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างนึกสนุก เพราะเขาอยากรู้ว่านับดาวคิดจะทำอะไรต่อกันแน่ “อึก ฉันต้องรีบไปเรียนแล้วค่ะ” “ยาลืมกินยาคุมล่ะ ฉันไม่อยากมีลูกกับผู้หญิงแบบเธอ” เขาพูดเย้ยหยันคนตรงหน้าที่ไม่มียางอายแม้แต่นิดเดียว “เข้าใจแล้วค่ะ” นับดาวที่ถึงแม้จะรู้สึกหน่วงท้อง แต่เธอก็ไม่คิดร้องขอความเห็นใจจากกันต์แน่นอน เพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่แม้แต่อยากจะสนใจเธอด้วยซ้ำ “แกล้งอะไรน้องอีกแล้วกันต์?” เจนจิราที่เดินมาทันเห็นลูกชายกำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับนับดาวอยู่ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยกลัวลูกชายจะทำให้คนน้องลำบากใจอีก “ผมเปล่าสักหน่อย” กันต์หันไปสบตากับผู้เป็นแม่ ซึ่งเขาไม่เข้าใจเลยว่าแม่จะรักนับดาวอะไรมากมายขนาดนั้น “พี่กันต์ไม่ได้แกล้งอะไรดาวค่ะ ถ้างั้นดาวขอไปเรียนก่อนนะคะ” เธอที่เห็นทางรอดก็รีบพูดแทรกขึ้นทันที เพราะแค่เมื่อคืนนี้เธอก็รู้สึกกับคุณป้ามากพอแล้ว “เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง” มือหนาคว้าแขนเรียวเอาไว้แน่นอย่างไม่คิดให้หนีไปไหนได้ “มะ ไม่ต้องค่ะ” เธอตะเบงเสียงด้วยความตกใจ “ให้พี่เขาไปส่งน่ะดีแล้ว” เจนจิราเอ่ยเสริมเมื่อเห็นว่านานครั้งลูกชายจะเสนอตัวทำอะไรแบบนี้ “คุณป้า!!” ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันจนห้อเลือด ทั้งยังไม่กล้าสบตาใครทั้งนั้น “ไปกันเถอะ ฉันยังต้องไปทำงานต่อ” พูดจบประโยคกันต์ก็จูงมือคนน้องให้เดินไปที่รถด้วยกันท่ามกลางความงุนงงของผู้เป็นแม่ “พี่กันต์ ปล่อยฉันนะ” “ทีเมื่อก่อนแทบจะถวายตัวให้ฉัน ตอนนี้คิดอยากเปลี่ยนใจเหรอ?” เขากระชากคนตัวเล็กเข้ามาใกล้จนชนเข้ากับแผงอกแกร่งเข้าอย่างจัง “พี่พูดอะไร ฉันไม่เคยทำอย่างที่พี่ว่าเลย” “แล้วที่คอยเอาตัวเองมาใกล้ฉันไม่ใช่ว่าต้องการจะอ่อยกันเหรอ?” กันต์ย้อนถามพร้อมกับเปิดประตูรถออกให้หญิงสาวเข้าไป “ช่างเถอะค่ะ พี่จะไปส่งก็ตามใจพี่” นับดาวที่ไม่อยากจะโต้เถียงได้แต่ก้าวเข้าไปนั่งในรถ “ฉันไม่ได้อยากไปส่งเธอหรอกนะ ฉันแค่จะพาเธอไปซื้อยาคุมและกินให้ฉันดู” กันต์ที่กลัวว่านับดาวจะเล่นตุ๊กติ๊ก เขาจึงไม่ไว้ใจจนกว่าจะได้เห็นกับตาตัวเอง “พี่สบายใจเถอะค่ะ” เธอตอบรับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เพราะเธอพยายามอยู่ให้ห่างเขาแล้วตามที่ตั้งใจในการมาอยู่บ้านของกันต์ ทั้งการที่คอยส่งเสียเลี้ยงดูจนมาถึงตอนนี้เธอก็เกรงใจมากพออยู่แล้ว “ดี อย่าให้ฉันรู้ว่าเธอคิดจะจับฉัน” น้ำเสียงเย้ยหยันและสีหน้าดูถูกยังคงปรากฏขึ้นมาไม่หยุด “ค่ะ” นับดาวหันหน้ามองออกนอกหน้าต่าง ก่อนที่รถจะมาหยุดยังร้านขายยาแห่งหนึ่ง “รีบลงไปสิจะรอจนเที่ยงเลยหรือไง?” “ค่ะ” คนตัวเล็กก้าวลงจากรถไปและเดินเข้าไปในร้านขายยาคุมฉุกเฉินพร้อมกับน้ำ เดิมตั้งใจซื้อให้กันต์เห็นเป็นการตัดปัญหาไปเลย “เดี๋ยวฉันส่งเธอแค่หน้ามหา’ลัย” กันต์เมื่อเห็นคนด้านข้างกินยาเข้าไปเรียบร้อยแล้วก็ขับรถไปส่งถึงหน้ามหา’ลัยอย่างไม่ได้ใส่ใจอีก “ขอบคุณนะคะ” มือเรียวเล็กทำเพียงแค่ยกมือไหว้ตามมารยาท เพราะเขาก็ไม่ได้อยากมาส่งเธอมันเป็นแค่ความฝืนใจเท่านั้น “ไม่ต้อง ฉันไม่เต็มใจมาส่งเธอสักนิดมันก็แค่ทางผ่าน” เขาพูดอย่างไร้เยื่อใย เพราะถึงยังไงเขาก็มีคนที่ตัวเองรักอยู่แล้วไม่คิดสนใจนับดาวไปมากกว่าคนอาศัย “ฉันก็ไม่ได้อยากมากับพี่ค่ะ” เสียงนุ่มนวลพูดตอกกลับอย่างให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการวิ่งไล่ตามเขาเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว “เธอ…” เขาได้แต่สบถออกมาเบาๆ เมื่อคนตัวเล็กเปิดประตูลงจากรถไปแล้วราวกับต้องการยั่วโมโหเขา นับดาวที่เดินเข้ามาในมหา’ลัยไม่กี่ก้าวก็เจอเข้ากับรถยนต์คันหรูของลีโอพร้อมกับบีบแตรเรียกให้เธอหยุดพลางลดกระจกลงเล็กน้อย “มีอะไรหรือเปล่า?” “ขึ้นรถสิ เดี๋ยวฉันไปส่งที่หน้าคณะ” ลีโอตะโกนบอกด้วยสีหน้ายิ้มๆ และเป็นมิตร “แล้วแนนล่ะ?” นับดาวเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่ควรจะมาด้วยกัน “ยัยนั่นไม่อยากเจอฉันจนซื้อรถมาขับเองเลยนะสิ” น้ำเสียงน้อยใจเอ่ยบอกกับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง “ก็ใครใช้ให้นายอยากเลื่อนสถานะกัน” นับดาวพูดด้วยรอยยิ้มสดใส กันต์ที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ทำหน้าตาบึ้งตึง เพราะตั้งแต่ที่นับดาวมาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยยิ้มให้เขาเห็นอีกเลย แต่เธอกล้าไปยิ้มกับผู้ชายคนอื่น “ฉันคิดบ้าอะไรเนี่ย!!” รถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ด้านหน้าขับออกสู่ท้องถนนด้วยความหงุดหงิดใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ฉันชอบแนนจริงๆ นี่นา เธอจะให้ฉันทนเห็นแนนไปชอบคนอื่นเหรอ?” ลีโอย้อนถามด้วยสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย “นั่นสิ เป็นฉันก็ทนไม่ได้หรอก” เสียงเบาหวิวพึมพำเมื่อนึกถึงหน้ากันต์ขึ้นมาทุกครั้ง “ขึ้นรถเถอะ ข้างนอกร้อนจะตาย” “ใครบอกว่าดาวจะไปกับนายยะ ดาวจะไปกับฉันต่างหาก” แนนนี่รีบฉุดรั้งแขนเพื่อนเอาไว้ไม่คิดให้เข้าไปในรถของลีโอโดยเด็ดขาด “เธอหึงก็แค่พูดเถอะ อย่ามาทำเป็นหวงเพื่อนหน่อยเลย” น้ำเสียงทีเล่นทีจริงพูดบอกกับแนนนี่ที่เดินเข้ามาในจังหวะพอดิบพอดี “ฉันยังสมองดีอยู่นายไปเถอะ เพื่อนฉัน ฉันส่งเองได้” “แต่ดาวก็เพื่อนฉันนะ” ลีโอพูดท้วงขอความยุติธรรม “ไว้เจอกันนะลีโอ” นับดาวที่เงียบฟังอยู่นานได้แต่ยิ้มแหย่ไม่กล้าเข้าข้างใครเป็นพิเศษ เพราะสำหรับเธอทั้งสองคนก็คือเพื่อน “เธอนี่มันเลือดเย็นจริงๆ” เขาได้แต่บ่นอุบอิบ ทว่าก็ยอมล่าถอยไปแต่โดยดี “แนนทำไมถึงได้ทำตัวแบบนั้น ลีโอเขาชอบเธอจริงๆ นะ” นับดาวเอ่ยบอกเพื่อนที่กำลังทำหน้าตาบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัดอยู่ “ฉันรู้ แต่ถ้าคนไม่ได้ชอบพยายามไปก็สูญเปล่าไหม!?” แนนนี่ที่ถึงแม้จะรู้สึกดีต่ออีกฝ่าย แต่คิดว่าการเป็นเพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้ว “ก็จริงของเธอ” นับดาวได้แต่ก้มหน้างุดเมื่อคิดถึงตัวเองที่กำลังวิ่งตามคนที่ไม่แม้แต่จะคิดเหลียวมองกันสักนิดเดียว “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะดาว” แนนนี่เหมือนพึ่งนึกอะไรขึ้นได้รีบพูดขึ้นทันที “ไม่เป็นไร เราไปเรียนกันเถอะ” รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย ทั้งเธอเหลืออีกแค่ปีเดียวก็จะเรียนจบแล้วไม่ควรเอาเวลาไปคิดอย่างอื่น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD