“เธอจะไปไหนแต่เช้า?” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เดินออกมาจากห้องด้วยชุดทำงานเอ่ยถามคนตัวเล็กที่กำลังจะเดินออกจากบ้าน
“พี่กันต์” นับดาวก้มหน้างุดไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้า
“เรียกชื่อฉันทำไม?”
“ก็พี่ต่างหากที่มาเรียกฉันทำไม?” เธออ้อมแอ้มตอบไม่เต็มเสียงพลางหันหน้ามองทางอื่นไม่กล้าสบตากับเขา เมื่อเธอเผลอคิดเรื่องเมื่อคืนนี้
“ปากเก่งจังเลยนะ ทีเมื่อคืนไม่เห็นเก่งแบบนี้” เขาเอื้อมมือไปลูบใบหน้าสวยหวานดวงตากลมโตที่ต่อให้จะพยายามหลบเขาแค่ไหนก็ทำไม่ไม่ได้แน่นอน
“พี่พูดอะไรคะ เดี๋ยวคุณป้ามาได้ยิน” ร่างเล็กรีบเงยหน้าขึ้นพร้อมกับหันมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง
“แล้วตอนเธอถ่างขาให้ฉันเอาไม่กลัวแม่ฉันจะรู้บ้างเหรอ?” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างนึกสนุก เพราะเขาอยากรู้ว่านับดาวคิดจะทำอะไรต่อกันแน่
“อึก ฉันต้องรีบไปเรียนแล้วค่ะ”
“ยาลืมกินยาคุมล่ะ ฉันไม่อยากมีลูกกับผู้หญิงแบบเธอ” เขาพูดเย้ยหยันคนตรงหน้าที่ไม่มียางอายแม้แต่นิดเดียว
“เข้าใจแล้วค่ะ”
นับดาวที่ถึงแม้จะรู้สึกหน่วงท้อง แต่เธอก็ไม่คิดร้องขอความเห็นใจจากกันต์แน่นอน เพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่แม้แต่อยากจะสนใจเธอด้วยซ้ำ
“แกล้งอะไรน้องอีกแล้วกันต์?” เจนจิราที่เดินมาทันเห็นลูกชายกำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับนับดาวอยู่ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยกลัวลูกชายจะทำให้คนน้องลำบากใจอีก
“ผมเปล่าสักหน่อย”
กันต์หันไปสบตากับผู้เป็นแม่ ซึ่งเขาไม่เข้าใจเลยว่าแม่จะรักนับดาวอะไรมากมายขนาดนั้น
“พี่กันต์ไม่ได้แกล้งอะไรดาวค่ะ ถ้างั้นดาวขอไปเรียนก่อนนะคะ” เธอที่เห็นทางรอดก็รีบพูดแทรกขึ้นทันที เพราะแค่เมื่อคืนนี้เธอก็รู้สึกกับคุณป้ามากพอแล้ว
“เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง” มือหนาคว้าแขนเรียวเอาไว้แน่นอย่างไม่คิดให้หนีไปไหนได้
“มะ ไม่ต้องค่ะ” เธอตะเบงเสียงด้วยความตกใจ
“ให้พี่เขาไปส่งน่ะดีแล้ว” เจนจิราเอ่ยเสริมเมื่อเห็นว่านานครั้งลูกชายจะเสนอตัวทำอะไรแบบนี้
“คุณป้า!!” ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันจนห้อเลือด ทั้งยังไม่กล้าสบตาใครทั้งนั้น
“ไปกันเถอะ ฉันยังต้องไปทำงานต่อ” พูดจบประโยคกันต์ก็จูงมือคนน้องให้เดินไปที่รถด้วยกันท่ามกลางความงุนงงของผู้เป็นแม่
“พี่กันต์ ปล่อยฉันนะ”
“ทีเมื่อก่อนแทบจะถวายตัวให้ฉัน ตอนนี้คิดอยากเปลี่ยนใจเหรอ?” เขากระชากคนตัวเล็กเข้ามาใกล้จนชนเข้ากับแผงอกแกร่งเข้าอย่างจัง
“พี่พูดอะไร ฉันไม่เคยทำอย่างที่พี่ว่าเลย”
“แล้วที่คอยเอาตัวเองมาใกล้ฉันไม่ใช่ว่าต้องการจะอ่อยกันเหรอ?” กันต์ย้อนถามพร้อมกับเปิดประตูรถออกให้หญิงสาวเข้าไป
“ช่างเถอะค่ะ พี่จะไปส่งก็ตามใจพี่” นับดาวที่ไม่อยากจะโต้เถียงได้แต่ก้าวเข้าไปนั่งในรถ
“ฉันไม่ได้อยากไปส่งเธอหรอกนะ ฉันแค่จะพาเธอไปซื้อยาคุมและกินให้ฉันดู” กันต์ที่กลัวว่านับดาวจะเล่นตุ๊กติ๊ก เขาจึงไม่ไว้ใจจนกว่าจะได้เห็นกับตาตัวเอง
“พี่สบายใจเถอะค่ะ” เธอตอบรับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เพราะเธอพยายามอยู่ให้ห่างเขาแล้วตามที่ตั้งใจในการมาอยู่บ้านของกันต์ ทั้งการที่คอยส่งเสียเลี้ยงดูจนมาถึงตอนนี้เธอก็เกรงใจมากพออยู่แล้ว
“ดี อย่าให้ฉันรู้ว่าเธอคิดจะจับฉัน” น้ำเสียงเย้ยหยันและสีหน้าดูถูกยังคงปรากฏขึ้นมาไม่หยุด
“ค่ะ”
นับดาวหันหน้ามองออกนอกหน้าต่าง ก่อนที่รถจะมาหยุดยังร้านขายยาแห่งหนึ่ง
“รีบลงไปสิจะรอจนเที่ยงเลยหรือไง?”
“ค่ะ” คนตัวเล็กก้าวลงจากรถไปและเดินเข้าไปในร้านขายยาคุมฉุกเฉินพร้อมกับน้ำ เดิมตั้งใจซื้อให้กันต์เห็นเป็นการตัดปัญหาไปเลย
“เดี๋ยวฉันส่งเธอแค่หน้ามหา’ลัย” กันต์เมื่อเห็นคนด้านข้างกินยาเข้าไปเรียบร้อยแล้วก็ขับรถไปส่งถึงหน้ามหา’ลัยอย่างไม่ได้ใส่ใจอีก
“ขอบคุณนะคะ” มือเรียวเล็กทำเพียงแค่ยกมือไหว้ตามมารยาท เพราะเขาก็ไม่ได้อยากมาส่งเธอมันเป็นแค่ความฝืนใจเท่านั้น
“ไม่ต้อง ฉันไม่เต็มใจมาส่งเธอสักนิดมันก็แค่ทางผ่าน” เขาพูดอย่างไร้เยื่อใย เพราะถึงยังไงเขาก็มีคนที่ตัวเองรักอยู่แล้วไม่คิดสนใจนับดาวไปมากกว่าคนอาศัย
“ฉันก็ไม่ได้อยากมากับพี่ค่ะ” เสียงนุ่มนวลพูดตอกกลับอย่างให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการวิ่งไล่ตามเขาเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
“เธอ…” เขาได้แต่สบถออกมาเบาๆ เมื่อคนตัวเล็กเปิดประตูลงจากรถไปแล้วราวกับต้องการยั่วโมโหเขา
นับดาวที่เดินเข้ามาในมหา’ลัยไม่กี่ก้าวก็เจอเข้ากับรถยนต์คันหรูของลีโอพร้อมกับบีบแตรเรียกให้เธอหยุดพลางลดกระจกลงเล็กน้อย
“มีอะไรหรือเปล่า?”
“ขึ้นรถสิ เดี๋ยวฉันไปส่งที่หน้าคณะ” ลีโอตะโกนบอกด้วยสีหน้ายิ้มๆ และเป็นมิตร
“แล้วแนนล่ะ?” นับดาวเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่ควรจะมาด้วยกัน
“ยัยนั่นไม่อยากเจอฉันจนซื้อรถมาขับเองเลยนะสิ” น้ำเสียงน้อยใจเอ่ยบอกกับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง
“ก็ใครใช้ให้นายอยากเลื่อนสถานะกัน” นับดาวพูดด้วยรอยยิ้มสดใส
กันต์ที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ทำหน้าตาบึ้งตึง เพราะตั้งแต่ที่นับดาวมาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยยิ้มให้เขาเห็นอีกเลย แต่เธอกล้าไปยิ้มกับผู้ชายคนอื่น
“ฉันคิดบ้าอะไรเนี่ย!!” รถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ด้านหน้าขับออกสู่ท้องถนนด้วยความหงุดหงิดใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ฉันชอบแนนจริงๆ นี่นา เธอจะให้ฉันทนเห็นแนนไปชอบคนอื่นเหรอ?” ลีโอย้อนถามด้วยสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย
“นั่นสิ เป็นฉันก็ทนไม่ได้หรอก” เสียงเบาหวิวพึมพำเมื่อนึกถึงหน้ากันต์ขึ้นมาทุกครั้ง
“ขึ้นรถเถอะ ข้างนอกร้อนจะตาย”
“ใครบอกว่าดาวจะไปกับนายยะ ดาวจะไปกับฉันต่างหาก” แนนนี่รีบฉุดรั้งแขนเพื่อนเอาไว้ไม่คิดให้เข้าไปในรถของลีโอโดยเด็ดขาด
“เธอหึงก็แค่พูดเถอะ อย่ามาทำเป็นหวงเพื่อนหน่อยเลย” น้ำเสียงทีเล่นทีจริงพูดบอกกับแนนนี่ที่เดินเข้ามาในจังหวะพอดิบพอดี
“ฉันยังสมองดีอยู่นายไปเถอะ เพื่อนฉัน ฉันส่งเองได้”
“แต่ดาวก็เพื่อนฉันนะ” ลีโอพูดท้วงขอความยุติธรรม
“ไว้เจอกันนะลีโอ” นับดาวที่เงียบฟังอยู่นานได้แต่ยิ้มแหย่ไม่กล้าเข้าข้างใครเป็นพิเศษ เพราะสำหรับเธอทั้งสองคนก็คือเพื่อน
“เธอนี่มันเลือดเย็นจริงๆ” เขาได้แต่บ่นอุบอิบ ทว่าก็ยอมล่าถอยไปแต่โดยดี
“แนนทำไมถึงได้ทำตัวแบบนั้น ลีโอเขาชอบเธอจริงๆ นะ” นับดาวเอ่ยบอกเพื่อนที่กำลังทำหน้าตาบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัดอยู่
“ฉันรู้ แต่ถ้าคนไม่ได้ชอบพยายามไปก็สูญเปล่าไหม!?” แนนนี่ที่ถึงแม้จะรู้สึกดีต่ออีกฝ่าย แต่คิดว่าการเป็นเพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้ว
“ก็จริงของเธอ” นับดาวได้แต่ก้มหน้างุดเมื่อคิดถึงตัวเองที่กำลังวิ่งตามคนที่ไม่แม้แต่จะคิดเหลียวมองกันสักนิดเดียว
“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะดาว” แนนนี่เหมือนพึ่งนึกอะไรขึ้นได้รีบพูดขึ้นทันที
“ไม่เป็นไร เราไปเรียนกันเถอะ” รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย ทั้งเธอเหลืออีกแค่ปีเดียวก็จะเรียนจบแล้วไม่ควรเอาเวลาไปคิดอย่างอื่น