ตอนที่ 8 อย่าคิดหวังไปอ่อยใคร

1332 Words
“คุณป้าคะ ดาวกลับมาแล้ว” นับดาวเอ่ยบอกกับหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขกด้วยสีหน้าอบอุ่นใจดีเหมือนอย่างที่เธอเคยเห็นเป็นประจำ “ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวป้าให้คนทำอะไรไว้ให้ทาน” น้ำเสียงใจดีพูดพร้อมกับปิดหนังสือลง “ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า เดี๋ยวดาวทำเอง” เธอที่พึ่งกลับมาบ้านเอาตอนค่ำแล้วจึงคิดว่าไม่ควรรบกวนคนอื่นมากเกิน ทั้งเธอก็เป็นแค่ผู้อยู่อาศัยเท่านั้นไม่ควรทำอะไรไม่เจียมตัว “ตามใจหนูดาวเลย งั้นป้าขอตัวขึ้นไปนอนก่อน” “ทำไมวันนี้นอนเร็วจังคะ?” นับดาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าคนที่เธอเคารพเหมือนญาติแท้ๆ จะป่วยขึ้นมาเสียก่อน “ป้าง่วงแล้ว ยังไงก็ฝากด้วยนะ” เจนจิรายกยิ้มมุมปากพร้อมกับลุกขึ้นเดินหายขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน “คุณดาวอยากได้อะไรไหมคะ?” “ป้าเจนไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวที่เหลือหนูจัดการเอง” นับดาวพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมและเดินเข้าไปในครัวอย่างต้องการทำอะไรให้ตัวเองกิน นับดาวที่กำลังเตรียมวัตถุดิบพลางจ้องมองถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จที่อยู่สูงราวกับว่าไม่อยากให้เธอกินเสียอย่างนั้น เธอเลือกจะเขย่งปลายเท้าเพื่อหยิบลงมาให้ได้สักยี่ห้อก็ยังดี “ทำอะไร?” “อ๊ะ” นับดาวถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยพลางหันไปตามต้นเสียงด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะเข้าใกล้เธอได้ขนาดนี้ “เตี้ยแล้วไม่เจียม” “พี่ทำอะไรคะ? ถอยออกไปหน่อย” เธอที่กลัวว่าใครจะมาเห็นรีบพูดขึ้นพยายามดันร่างสูงออกจากตัว “ตอนนี้รู้สึกกลัวฉันแล้วเหรอ?” “ฉันไม่ได้กลัวค่ะ แค่ไม่อยากให้คุณป้ามาเห็น” นับดาวพูดตามสิ่งที่คิดและเขาก็ควรจะทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นคงจะดีมาก “หึ เธอนี่มันเสแสร้งเก่งจัง” “พี่จะเกลียดอะไรฉันขนาดนั้นคะ?” น้ำเสียงตัดพ้อเอ่ยถามด้วยสีหน้าลำบากใจ เพราะเธอแค่ไม่อยากมีเรื่องกับเขาให้คุณป้าสบายใจ “ก็ผู้หญิงอย่างเธอมันน่ารังเกียจ” กันต์แทบอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ ทั้งที่อยากมาพูดจากับเธอเพื่อถามไถ่เพียงเท่านั้น “….” “เธอจะไปไหน” เขาที่ถูกร่างเล็กผลักอย่างไม่ทันตั้งตัวและเธอก็คิดจะเดินหนีเขาไป ซึ่งเขาไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นโดยเด็ดขาด “อึก ปล่อยฉันนะคะ” เธอพยายามแกะมือปลาหมึกของเขาออก แต่มันกลับไม่ขยับสักนิดเดียว “ทำอะไรให้ฉันกินหน่อยสิ” กันต์เริ่มใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าตอนแรก “พี่อยากทานอะไรคะ?” “อะไรก็ได้ ฉันกินได้หมดนั่นล่ะ” เขาว่าพลางนั่งลงยังที่ว่างแถวนั้น เพื่อรอให้อีกฝ่ายทำอะไรให้เขากิน “ฉันจะต้มมาม่าพี่จะกินด้วยกันไหม?” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยรู้ว่าเขาคงจะไม่อยากให้เธอทำของไม่มีประโยชน์ให้กินแน่นอน “ตามนั้น” แม้น้ำเสียงยังคงแฝงด้วยความเย่อหยิ่ง แต่สิ่งที่เขาพูดก็ทำนับดาวอึ้งไปพอสมควร ด้วยไม่คิดว่าเขาจะตอบตกลง “ยืนเอ๋ออะไร รีบทำสิ” “เดี๋ยวฉันรีบทำค่ะ” นับดาวที่พึ่งได้สติพูดขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปเปิดเตาแก๊ส เพื่อหวังใส่เนื้อสัตว์กับผักด้วย “ถ้าทำไม่ดีเธอโดนแน่” เขายังคงพูดขู่ “นี่ของพี่ค่ะ พี่พูดมาเถอะว่าอยากคุยอะไรกับฉัน” นับดาวยื่นชามบะหมี่ไปทางร่างสูงพลางนั่งลงพร้อมกับเอ่ยถามสิ่งที่ตัวเองสงสัยออกไป “เธออย่าได้คิดเอาเรื่องนั้นไปบอกใครเด็ดขาดเลยนะ” แววตาคู่คมจ้องมองสบตาใบหน้าสวยที่เขารู้สึกว่าเธอจงใจออกห่างเขาไปทุกที “เข้าใจแล้วค่ะ” นับดาวทำเพียงแค่พยักหน้าพร้อมกับกินของตรงหน้าอย่างเงียบๆ “ดี เพราะพริมกำลังจะกลับมา ฉันไม่อยากให้เรื่องของเธอทำให้พริมว้าวุ่นใจ” น้ำเสียงเรียบนิ่งพูดบอกอย่างไม่ได้คิดอะไรสักนิดเดียว “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” นับดาวพยักหน้าน้อยๆ อย่างไม่คิดเซ้าซี้อะไรด้วยถึงยังไงเธอก็เต็มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น “เธอแปลกไปเยอะเลยนะ” กันต์พูดบอกกับคนตัวเล็กเบื้องหน้าที่ต่างจากภาพจำวัยเด็กเขาขึ้นทุกที ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเอาแต่วิ่งตามเขาและยิ้มกว้างให้เขาเสมอไม่เคยอมทุกข์นานมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ถ้าจะให้เขาใจดีก็คงทำไม่ได้เด็ดขาด เขาไม่คิดจะให้ความหวังนับดาวแน่นอน “ฉันกินอิ่มแล้ว พี่ค่อยๆ กินนะคะ” เธอทำแค่ยิ้มจางๆ ราวกับไม่ได้คิดอะไรกับอีกฝ่ายเลย “เธอเดินหนีฉันอีกแล้วนะ” เขาพึมพำกับตัวเองพลางจ้องมองร่างเล็กที่เดินหายลับตาไปแล้ว “ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ” นับดาวที่เข้ามาในห้องนอนของตัวเองก็มองรูปพ่อกับแม่ที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงด้วยความคิดถึง ซึ่งเธอใกล้จะเรียนจบแล้ว แต่กลับไม่มีใครได้แสดงความยินดีกับเธอเลย “พ่อแม่คะ หนูคิดถึงจัง” เธอปล่อยน้ำตาให้ร่วงหล่นลงมาเปียกยังกรอบรูปของครอบครัวที่มีเธอยืนอยู่ตรงกลาง แต่กลับเต็มไปด้วยความสุข “พ่อแม่น่าจะได้อยู่เห็นความสำเร็จก่อน” นับดาววางรูปครอบครัวลงพร้อมกับเปิดเก๊ะใต้ลิ้นชักหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา “พี่ก็ใจร้ายกับฉันมากเลยค่ะ” เธอได้แต่พึมพำเสียงแผ่ว เพราะความรักที่เธอมีให้เขามันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ก๊อกๆๆ “ใครคะ?” เธอรีบเก็บรูปของกันต์เข้าไปในลิ้นชักพร้อมกับรอฟังเสียงของคนด้านนอกว่าเป็นใคร “ฉันเอง” น้ำเสียงทุ้มพูดบอกกับคนด้านในรอให้อีกฝ่ายมาเปิดประตูให้กัน “พี่มีอะไรเหรอคะ” นับดาวรีบเปิดประตูห้องให้กับคนพี่ด้วยความรีบร้อนกลัวว่าเขาจะอารมณ์เสีย “เธอใกล้จะไปฝึกงานแล้วใช่ไหม?” “ใช่ค่ะ ฉันคิดจะไปฝึกงานที่บริษัทลีโอ” นับดาวพูดตอบอย่างไม่ทันได้คิดอะไร ทั้งแนนนี่ก็ยังไปด้วยกันเธอจึงคิดอยากมีเพื่อนทำงานด้วยกันถึงจะคนละแผนกก็ตาม “ผู้ชายคนเมื่อเช้านั่นนะเหรอ?” กันต์ย้อนถามด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองใจ “ใช่ค่ะ พี่เห็นด้วยเหรอคะ?” “อืม เมื่อคืนเธอพึ่งเอากับฉันมันรู้ไหมล่ะ” กันต์ถามพร้อมกับดันร่างเล็กเข้าไปในห้องนอนและล็อกประตูในทันที “พี่จะทำอะไรคะ?” นับดาวเอ่ยถามพลางถอยหลังไปสองก้าวด้วยความประหม่า เพราะตอนนี้กันต์เหมือนกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่างอยู่ “ฉันก็จะเอาเธอ…จะได้ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้ายุ่งกับเธอนะสิ” กันต์ว่าพลางดันร่างเล็กล้มนอนบนเตียงด้วยใบหน้านิ่งขรึม “พี่พูดบ้าอะไรคะ เราไม่ควรทำกันอีก” นับดาวกดเสียงลงด้วยกลัวว่าแม่ของกันต์จะได้ยินเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่ตอนนี้ “เธอคิดจะไปให้คนอื่นเอาซ้ำรอยฉันเหรอ” คำพูดเหยียดหยามพูดด้วยความรังเกียจไม่คิดว่านับดาวจะหน้าด้านหน้าทนได้ขนาดนี้ “พี่กำลังหาเรื่องไร้สาระอะไรอยู่” เธอตั้งใจจะลุกขึ้นหนี เพราะเธอคิดว่ามันไม่สมควรเอาซะเลย “เธออย่าคิดหวังไปอ่อยใครได้ทั้งนั้น!!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD