“คุณป้าคะ ดาวกลับมาแล้ว” นับดาวเอ่ยบอกกับหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขกด้วยสีหน้าอบอุ่นใจดีเหมือนอย่างที่เธอเคยเห็นเป็นประจำ
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวป้าให้คนทำอะไรไว้ให้ทาน” น้ำเสียงใจดีพูดพร้อมกับปิดหนังสือลง
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า เดี๋ยวดาวทำเอง” เธอที่พึ่งกลับมาบ้านเอาตอนค่ำแล้วจึงคิดว่าไม่ควรรบกวนคนอื่นมากเกิน ทั้งเธอก็เป็นแค่ผู้อยู่อาศัยเท่านั้นไม่ควรทำอะไรไม่เจียมตัว
“ตามใจหนูดาวเลย งั้นป้าขอตัวขึ้นไปนอนก่อน”
“ทำไมวันนี้นอนเร็วจังคะ?” นับดาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าคนที่เธอเคารพเหมือนญาติแท้ๆ จะป่วยขึ้นมาเสียก่อน
“ป้าง่วงแล้ว ยังไงก็ฝากด้วยนะ” เจนจิรายกยิ้มมุมปากพร้อมกับลุกขึ้นเดินหายขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน
“คุณดาวอยากได้อะไรไหมคะ?”
“ป้าเจนไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวที่เหลือหนูจัดการเอง” นับดาวพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมและเดินเข้าไปในครัวอย่างต้องการทำอะไรให้ตัวเองกิน
นับดาวที่กำลังเตรียมวัตถุดิบพลางจ้องมองถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จที่อยู่สูงราวกับว่าไม่อยากให้เธอกินเสียอย่างนั้น เธอเลือกจะเขย่งปลายเท้าเพื่อหยิบลงมาให้ได้สักยี่ห้อก็ยังดี
“ทำอะไร?”
“อ๊ะ” นับดาวถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยพลางหันไปตามต้นเสียงด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะเข้าใกล้เธอได้ขนาดนี้
“เตี้ยแล้วไม่เจียม”
“พี่ทำอะไรคะ? ถอยออกไปหน่อย” เธอที่กลัวว่าใครจะมาเห็นรีบพูดขึ้นพยายามดันร่างสูงออกจากตัว
“ตอนนี้รู้สึกกลัวฉันแล้วเหรอ?”
“ฉันไม่ได้กลัวค่ะ แค่ไม่อยากให้คุณป้ามาเห็น” นับดาวพูดตามสิ่งที่คิดและเขาก็ควรจะทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นคงจะดีมาก
“หึ เธอนี่มันเสแสร้งเก่งจัง”
“พี่จะเกลียดอะไรฉันขนาดนั้นคะ?” น้ำเสียงตัดพ้อเอ่ยถามด้วยสีหน้าลำบากใจ เพราะเธอแค่ไม่อยากมีเรื่องกับเขาให้คุณป้าสบายใจ
“ก็ผู้หญิงอย่างเธอมันน่ารังเกียจ” กันต์แทบอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ ทั้งที่อยากมาพูดจากับเธอเพื่อถามไถ่เพียงเท่านั้น
“….”
“เธอจะไปไหน” เขาที่ถูกร่างเล็กผลักอย่างไม่ทันตั้งตัวและเธอก็คิดจะเดินหนีเขาไป ซึ่งเขาไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นโดยเด็ดขาด
“อึก ปล่อยฉันนะคะ” เธอพยายามแกะมือปลาหมึกของเขาออก แต่มันกลับไม่ขยับสักนิดเดียว
“ทำอะไรให้ฉันกินหน่อยสิ” กันต์เริ่มใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าตอนแรก
“พี่อยากทานอะไรคะ?”
“อะไรก็ได้ ฉันกินได้หมดนั่นล่ะ” เขาว่าพลางนั่งลงยังที่ว่างแถวนั้น เพื่อรอให้อีกฝ่ายทำอะไรให้เขากิน
“ฉันจะต้มมาม่าพี่จะกินด้วยกันไหม?” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยรู้ว่าเขาคงจะไม่อยากให้เธอทำของไม่มีประโยชน์ให้กินแน่นอน
“ตามนั้น” แม้น้ำเสียงยังคงแฝงด้วยความเย่อหยิ่ง
แต่สิ่งที่เขาพูดก็ทำนับดาวอึ้งไปพอสมควร ด้วยไม่คิดว่าเขาจะตอบตกลง
“ยืนเอ๋ออะไร รีบทำสิ”
“เดี๋ยวฉันรีบทำค่ะ” นับดาวที่พึ่งได้สติพูดขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปเปิดเตาแก๊ส เพื่อหวังใส่เนื้อสัตว์กับผักด้วย
“ถ้าทำไม่ดีเธอโดนแน่” เขายังคงพูดขู่
“นี่ของพี่ค่ะ พี่พูดมาเถอะว่าอยากคุยอะไรกับฉัน” นับดาวยื่นชามบะหมี่ไปทางร่างสูงพลางนั่งลงพร้อมกับเอ่ยถามสิ่งที่ตัวเองสงสัยออกไป
“เธออย่าได้คิดเอาเรื่องนั้นไปบอกใครเด็ดขาดเลยนะ” แววตาคู่คมจ้องมองสบตาใบหน้าสวยที่เขารู้สึกว่าเธอจงใจออกห่างเขาไปทุกที
“เข้าใจแล้วค่ะ” นับดาวทำเพียงแค่พยักหน้าพร้อมกับกินของตรงหน้าอย่างเงียบๆ
“ดี เพราะพริมกำลังจะกลับมา ฉันไม่อยากให้เรื่องของเธอทำให้พริมว้าวุ่นใจ” น้ำเสียงเรียบนิ่งพูดบอกอย่างไม่ได้คิดอะไรสักนิดเดียว
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” นับดาวพยักหน้าน้อยๆ อย่างไม่คิดเซ้าซี้อะไรด้วยถึงยังไงเธอก็เต็มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“เธอแปลกไปเยอะเลยนะ” กันต์พูดบอกกับคนตัวเล็กเบื้องหน้าที่ต่างจากภาพจำวัยเด็กเขาขึ้นทุกที ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเอาแต่วิ่งตามเขาและยิ้มกว้างให้เขาเสมอไม่เคยอมทุกข์นานมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ถ้าจะให้เขาใจดีก็คงทำไม่ได้เด็ดขาด เขาไม่คิดจะให้ความหวังนับดาวแน่นอน
“ฉันกินอิ่มแล้ว พี่ค่อยๆ กินนะคะ” เธอทำแค่ยิ้มจางๆ ราวกับไม่ได้คิดอะไรกับอีกฝ่ายเลย
“เธอเดินหนีฉันอีกแล้วนะ” เขาพึมพำกับตัวเองพลางจ้องมองร่างเล็กที่เดินหายลับตาไปแล้ว
“ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”
นับดาวที่เข้ามาในห้องนอนของตัวเองก็มองรูปพ่อกับแม่ที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงด้วยความคิดถึง ซึ่งเธอใกล้จะเรียนจบแล้ว แต่กลับไม่มีใครได้แสดงความยินดีกับเธอเลย
“พ่อแม่คะ หนูคิดถึงจัง” เธอปล่อยน้ำตาให้ร่วงหล่นลงมาเปียกยังกรอบรูปของครอบครัวที่มีเธอยืนอยู่ตรงกลาง แต่กลับเต็มไปด้วยความสุข
“พ่อแม่น่าจะได้อยู่เห็นความสำเร็จก่อน”
นับดาววางรูปครอบครัวลงพร้อมกับเปิดเก๊ะใต้ลิ้นชักหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา
“พี่ก็ใจร้ายกับฉันมากเลยค่ะ” เธอได้แต่พึมพำเสียงแผ่ว เพราะความรักที่เธอมีให้เขามันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย
ก๊อกๆๆ
“ใครคะ?” เธอรีบเก็บรูปของกันต์เข้าไปในลิ้นชักพร้อมกับรอฟังเสียงของคนด้านนอกว่าเป็นใคร
“ฉันเอง” น้ำเสียงทุ้มพูดบอกกับคนด้านในรอให้อีกฝ่ายมาเปิดประตูให้กัน
“พี่มีอะไรเหรอคะ” นับดาวรีบเปิดประตูห้องให้กับคนพี่ด้วยความรีบร้อนกลัวว่าเขาจะอารมณ์เสีย
“เธอใกล้จะไปฝึกงานแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ ฉันคิดจะไปฝึกงานที่บริษัทลีโอ” นับดาวพูดตอบอย่างไม่ทันได้คิดอะไร ทั้งแนนนี่ก็ยังไปด้วยกันเธอจึงคิดอยากมีเพื่อนทำงานด้วยกันถึงจะคนละแผนกก็ตาม
“ผู้ชายคนเมื่อเช้านั่นนะเหรอ?” กันต์ย้อนถามด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองใจ
“ใช่ค่ะ พี่เห็นด้วยเหรอคะ?”
“อืม เมื่อคืนเธอพึ่งเอากับฉันมันรู้ไหมล่ะ” กันต์ถามพร้อมกับดันร่างเล็กเข้าไปในห้องนอนและล็อกประตูในทันที
“พี่จะทำอะไรคะ?” นับดาวเอ่ยถามพลางถอยหลังไปสองก้าวด้วยความประหม่า เพราะตอนนี้กันต์เหมือนกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่างอยู่
“ฉันก็จะเอาเธอ…จะได้ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้ายุ่งกับเธอนะสิ” กันต์ว่าพลางดันร่างเล็กล้มนอนบนเตียงด้วยใบหน้านิ่งขรึม
“พี่พูดบ้าอะไรคะ เราไม่ควรทำกันอีก” นับดาวกดเสียงลงด้วยกลัวว่าแม่ของกันต์จะได้ยินเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่ตอนนี้
“เธอคิดจะไปให้คนอื่นเอาซ้ำรอยฉันเหรอ” คำพูดเหยียดหยามพูดด้วยความรังเกียจไม่คิดว่านับดาวจะหน้าด้านหน้าทนได้ขนาดนี้
“พี่กำลังหาเรื่องไร้สาระอะไรอยู่” เธอตั้งใจจะลุกขึ้นหนี เพราะเธอคิดว่ามันไม่สมควรเอาซะเลย
“เธออย่าคิดหวังไปอ่อยใครได้ทั้งนั้น!!”