แต่แทนที่กันต์จะฟังคำพูดห้ามปรามของหญิงสาว เขากลับถอดเข็มขัดออกมาพร้อมกับจับรวบแขนของหญิงสาวขึ้นเหนือหัวพร้อมกับใช้เข็มขัดที่อยู่ในมือใส่ของเข้าไปด้านในและรูดมัดเธอเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนีไปไหนได้
“พี่กันต์ทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ” นับดาวเริ่มเพิ่มเสียงขึ้นด้วยความลืมตัว
“เธออยากให้คนเข้ามาได้ยินเหรอ?” เขาสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ
“มะ ไม่ค่ะ” เสียงเล็กหวานพูดออกมาไม่เต็มเสียง เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมาตกอยู่ในสถานการณ์หน้าตึงเครียดแบบนี้
“ถอดเสื้อผ้าออก ฉันไม่อยากเสียเวลา” นิ้วแกร่งเริ่มถอดเสื้อผ้าออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ด้วยเขารู้ดีว่านับดาวไม่มีทางวิ่งหนีออกไปจากห้องตอนนี้แน่นอน
“พี่…พี่มัน” นับดาวได้แต่พูดออกมาแค่นั้นด้วยความหงุดหงิดใจและไม่คิดว่าคนพี่จะเผด็จการได้มากถึงขนาดนี้ ทั้งที่เขาแทบจะไม่เคยสนใจเธอสักนิด แต่ตอนนี้กลับมายุ่งวุ่นวายกับเธอมาก
“ฉันไม่ได้ใจดีขนาดนั้น เธอก็รู้ดีนิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำพูดย้ำขึ้นมาอีกครั้งด้วยแววตาดุๆ เพราะเขาไม่ชอบพูดซ้ำอะไรบ่อยๆ แต่นับดาวเหมือนกำลังปั่นประสาทกัน
“อึก พี่อยากแกล้งกันมากเลยสินะ” ร่างบอบบางพูดอย่างจำใจ เพราะเธอหนีเขาไม่พ้นอยู่แล้วจึงเลือกถอดเสื้อออกด้วยใบหน้าร้อนผ่าวแทบอยากเอาหน้ามุดที่นอนหนีอาย
“รู้จักทำตัวว่าง่ายก็เป็นนิ ถอดทุกชิ้น” เขาพูดบ่นเสียงงึมงำและเริ่มถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างไม่คิดอาย ทั้งไฟในห้องก็ไม่ได้แจ้งถึงขนาดต้องเครียดอะไรขนาดนั้น
“ฉันทำไม่ได้ พี่เชิญทำเอาเองเถอะ” น้ำเสียงประชดประชันพูดขึ้นมาอีกครั้งพรางเรียงหน้าหนีไปทางอื่นไม่กล้าสบตากับอีกฝ่ายอย่างที่ควร
“ถ้าฉันทำเธออย่าร้องแล้วกัน” เขาพูดจบก็ผลักร่างเล็กนอนลงไปกับเตียงและตามมาขึ้นคร่อมร่างเล็กเอาไว้
“พี่คิดดีแล้วใช่ไหม?” แววตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวและไม่รู้ว่าควรจะต้องแสดงท่าทีแบบไหนออกมาดี
“อึก ฉันคิดดีแล้ว…เธอจะเป็นได้แค่ของเล่นของฉัน” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบบอกพร้อมกับประกบจูบกลีบปากบางอย่างดูดดื่ม มือหนาบีบคลึงหน้าอกอวบอิ่ม
“อึก อื้ออออ” มือเล็กพยายามดันอกแกร่งออกห่าง ด้วยถึงเธอจะรักเขาแต่ก็ไม่สามารถทนฟังคำพูดเหยียดหยามได้ แต่ถ้าจะให้เธอทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและปล่อยผ่านไปคงทำไม่ได้
“โอ๊ย นี่เธอกดปากฉันทำไมเนี่ย!!” เขาใช้หลังมือเช็ดมุมปากด้วยความโมโห ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกุญแจมือขึ้นมาถือไว้รวบแขนเรียวทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน
“พี่กันต์ปล่อยนะ ฉันเจ็บ” เธอเริ่มพูดขอความเห็นใจ ทั้งที่กุญแจมือมีเชือกรองรับไม่ให้ถูกบาด แต่เธอเลือกอยากจะร้องขอความเห็นใจไปก่อนก็เท่านั้น
“เธออย่าเสแสร้งนักเลย” เขาแสยะยิ้มมุมปาก เพราะตอนแรกเขาคิดจะอ่อนโยนด้วย แต่เหมือนว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะไม่ต้องการ เขาจึงเลือกจะไม่อ้อมแรงอีกต่อไป
“อึก….” นับดาวถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยเธอได้สร้างปัญหาให้ตัวเองไปแล้วเรียบร้อย เธอจึงพยายามถอยหนีด้วยความหวาดระแวงขึ้นมา
“คิดว่าจะหนีทันเหรอ?” เขาพูดพร้อมกับลากขาเรียวลงมาอยู่ในระยะพอดีตัว ทั้งยังไม่คิดมาก่อนว่าสถานการณ์จะกลายเป็นแบบนี้
“อึก ขอโทษค่ะ” น้ำเสียงสั่นพูดอย่างไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไรหลังจากนี้ แต่ถ้าจะให้มัวแต่หนีหรือร่ำร้องคงไม่ได้ช่วยมากนัก
“มันสายไปแล้วดาว”
“พี่ก็ช่วยออมแรงให้กันหน่อยเถอะ” เสียงเล็กบ่นพึมพำไม่กล้าสบตากับคนเบื้องหน้าด้วยกลัวว่าเขาจะต่อว่าอะไรกันอีก ซึ่งเธอไม่อยากฟังคำพูดทำร้ายจิตใจกันอีก
“หึ รู้จักร้องขอเป็นแล้วสินะ” เขาจับข้อมือคนน้องขึ้นเหนือหัวพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนอย่างพอใจและขึ้นรอยแดงมากกว่ารอบก่อนที่รอยแดงจางๆ ยังคงอยู่
“พี่คงไม่อยากให้ฉันร้องเสียงดังจนมีใครมาได้ยินหรอกใช่ไหมคะ?” เธอเริ่มพูดหาเหตุผลมา เพื่อหวังให้อีกฝ่ายช่วยทะนุถนอมกันกว่านี้อีกสักหน่อย ทั้งเธอยังมีเรียนจะให้ไปในสภาพโทรมๆ คงไม่ดีเท่าไหร่
“ฉลาดพูดดี ฉันอยากจะรู้นักว่าอย่างอื่นจะเก่งเท่าปากไหม?” มือใหญ่บีบปากคางมนด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเล็กหันไปอีกทาง
“มะ ไม่ค่ะ”
“อื้อออออ”
“แค่นิ้วเธอก็ร้องแล้วเหรอ?”
นิ้วเรียวยาวที่กรีดกรายเข้าไปในร่องแยกกลีบดอกไม้งามเริ่มขยับเข้าออกช้าๆ พลางปากหยักครอบงำหน้าอกอวบอิ่มดูดเม้มจนเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบไปทั่วทั้งห้อง
นับดาวพยายามเม้มปากไม่ให้ส่งเสียงร้องครางออกมาด้วยกลัวว่าจะมีคนมาได้ยินเสียงร้องของเธอเข้า ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะถูกแยกออกจากกัน
“เธออย่าหวังว่าฉันจะอ่อนโยน”
เขากอบกุมแก่นกายชายพร้อมกับชักรูดขึ้นลงสองสามครั้ง จนปลายหัวมีน้ำใสๆ ออกมา นับดาวลอบกลืนนำลายอึกใหญ่ลงคอ
“อ๊ะ จุก เบาหน่อย”
แท่งเอ็นร้อนกระแทกเข้าไปในร่องแยกกุหลาบทีเดียวครึ่งด้าม จากนั้นจึงได้แช่ค้างเอาไว้มือใหญ่จับเอวสอบพลางยกร่างเล็กขึ้นนั่งชันเข่า
“ทั้งที่ชอบขนาดนั้น จะร้องทำไม”
“ฉันเปล่…..”
เสียงหวานถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอสองที่ถูกมัดเอาไว้รอบคอแกร่งใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ
ปัก ปัก ปัก
“พี่กันต์ เบาหน่อยค่ะ” หญิงสาวยังคงพูดย้ำคำเดิมด้วยสีหน้าเหยเกสมองขาวโพลนไปด้วยความต้องการ ดวงตาฉ่ำเยิ้มจ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างหิวกระหาย
แฮ่กๆๆ
“อึก เสียวจัง” นับดาวร้องบอกแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่ในตอนนี้
“แม่งยั่วฉิบ” ชายหนุ่มเริ่มตอกอัดสะโพกเข้าไปในช่องทางรักอย่างไม่ออมแรงพร้อมกับบีบขย้ำหน้าอกอวบอิ่มอย่างเอาแต่ใจ
นับดาวได้แต่หลับตาพริ้ม ก่อนจะสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อมีอะไรอุ่นๆ หยดลงมาบริเวณหน้าอกคู่สวยของเธออย่างจงใจ
“อ้าส์ อื้อ เสียวจะตายแล้ว”
เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังคงดังอย่างต่อเนื่องควบคู่กับเทียนที่หยดลงมาบนกายเนียนละเอียดของหญิงสาว กันต์ได้แต่จ้องมองภาพพวกนั้นด้วยความพอใจ
“อ๊ะๆๆๆ”
“ร้องเบาๆ หน่อย” พูดจบริมฝีปากอยากได้รูปก็บรรจงจูบลงมาที่ปากบางบดขยี้จนเสียงร้องถูกกลืนหายเข้าไปในลำคออีกครั้ง
นับดาวที่เสียวจนแทบทนไม่ไหวขมิบตอดรัดแท่งร้อน ก่อนจะปล่อยน้ำหวานสีใสออกมาจำนวนหนึ่งเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาบดบังใบหน้าสวย
“แค่นี้ก็เสร็จแล้ว เธอนี้ไม่ได้เรื่อง”
เขาวางร่างเล็กนอนลงบนเตียงอีกครั้งพร้อมกับยกขาเรียวข้างหนึ่งขึ้น ถอดถอนความเป็นชายออกและกระแทกเข้าไปอีกครั้งอย่างแรงจนสุดลำ
“แม่ง โคตรเสียว”
แฮ่กๆๆ
ปักๆๆๆ
กันต์เอียงร่างบอบบางให้อยู่ในท่าตะแคงพร้อมกับเริ่มบรรเลงความต้องการอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งท่านี้ก็ยิ่งทำให้เขามีอารมณ์ ก่อนจะใช้มือฟาดลงไปที่ก้นงอนงามด้วยความมันเขี้ยว
“เสร็จพร้อมกันดาว” น้ำเสียงลอดไรฟันเอ่ยบอกพร้อมกับกระแทกย้ำๆ เข้าไปในกายสาวอีกสามทีร่างหนากระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นเข้าไปในตัวจนเต็มไปด้วยน้ำเชื้อของเขา
“อีกสักรอบแล้วเธอค่อยนอนล่ะกัน!!”