“ไม่ดีกว่าค่ะ พอดีฉันมีนัดกับเพื่อนไว้แล้ว” นับดาวปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เพราะเธอคิดอยากสนใจแค่เรื่องเรียนเท่านั้น
“ได้สิ ครั้งหน้าเราไปกินข้าวด้วยกันบ้างนะ” แม็กซ์กระตุกยิ้มมุมปากมองใบหน้าสวยด้วยความอยากได้ ทั้งเขายังหมายตานับดาวมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว
“ขอโทษนะ ฉันคงไม่สะดวก” นับดาวที่ได้ยินความเจ้าชู้ของอีกฝ่ายมามากพอสมควร จนได้ชื่อว่าเป็นบุคคลอันตราย เธอจึงไม่อยากยุ่งกับเดือนคณะคนนี้สักนิด
“ไม่เป็นไรฉันมีเวลาว่างให้เธอเสมอ” ชายหนุ่มยังคงพูดตื๊อร่างเล็กอย่างไม่ลดละ
“ฉันขอตัวก่อน” นับดาวพูดจบก็เดินออกไปจากห้องเรียนทันทีอย่างไม่แม้แต่จะปรายตามองชายหนุ่ม
“หยิ่งไปเถอะ ถึงยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้น”
นับดาวเดินเข้ามาในโรงอาหารคณะพร้อมกับเดินไปทางที่แนนนี่และลีโอกำลังนั่งอยู่ด้วยกัน ก่อนที่เธอจะสั่งข้าวมากินอย่างไม่รีบร้อน
“ดาว แกจะกินข้าวแค่นี้จริงเหรอ?” แนนนี่ที่เห็นเพื่อนเอาแต่สนใจเรื่องเรียนกับการคอยดูแลปรนนิบัติกันต์ก็แทบจะไม่มีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว
“ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยสบายเลยไม่อยากกินอะไร”
“ฉันได้ยินมาว่าไอ้แม็กซ์มันไปจีบเธออีกแล้วเหรอ?” ลีโอเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ทั้งยังรู้ว่าอีกฝ่ายเจ้าชู้ขนาดไหนเป็นคนที่อันตรายมาก
“แม็กซ์แค่ชวนกินข้าวไม่มีอะไรหรอก” เธอพูดปัดไปอย่างไม่ใส่ใจหรือคิดเข้าข้างตัวเอง
“แกอย่าไปไว้ใจคนอย่างมันเด็ดขาดเลยนะ” แนนนี่พูดเตือนและคิดว่าต้องคอยจับตาดูให้มากกว่านี้ เพื่อความปลอดภัยของเพื่อนสุดที่รักของเธอ
“ฉันไม่ไปกับผู้ชายแปลกหน้าหรอกนะ”
นับดาวพูดตามสิ่งที่คิดออกมาดีแล้ว เพราะเธออยากจะรักแค่กันต์คนเดียวเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นรักข้างเดียวไปอีกกี่สิบปีเธอก็ไม่สน
“นั่นสิ แกก็รักแค่พี่กันต์ของแกนั่นล่ะ” น้ำเสียงประชดพูดบอกกับนับดาวที่เอาแต่วิ่งตามผู้ชายแบบนั้นอย่างไม่คิดถึงความสุขตัวเองสักนิด
“เหมือนฉันเลยที่รักแค่เธอ” ลีโอได้ทีรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที
“ไร้สาระ หุบปากของนายไปเลยนะ ฉันกินข้าวอยู่” แนนนี่ตีแขนแกร่งด้วยความหมั่นไส้กับสิ่งที่ลีโอพูดได้ไม่รู้กาลเทศะหรือดูสถานการณ์สักนิด
“เธอก็ช่วยเลิกใจแข็งกับฉันบ้างเถอะ” ลีโอได้แต่ทำตาระยิบระยับอย่างต้องการออดอ้อนร้องขอความเห็นใจ
“ฉันกินข้าวอิ่มแล้ว ขอตัวกลับบ้านก่อนนะ” นับดาวพูดจบก็ยกจานข้าวเดินจากไป ทั้งเธอก็อยากจะเอาเวลากลับไปช่วยป้าแม่บ้านคอยทำงานบ้านเล็กน้อยก็ยังดี
“ดาว แกอย่าพึ่งไปสิ” แนนนี่ตะโกนเรียกเพื่อนเอาไว้ด้วยไม่อยากให้ไปไหนมาไหนคนเดียว
“ปล่อยไปเถอะ ดาวมันก็เป็นแบบนี้ตลอด” ลีโอพูดห้ามปรามไว้ เพราะถึงจะพยายามรบเร้ายังไงนับดาวก็ไม่คิดฟังอยู่แล้ว
“ก็จริงของนาย ทำไมต้องรักแต่ไอ้พี่กันต์นั่นด้วยนะ” แนนนี่ถึงจะบ่นแต่ก็เห็นเพื่อนชอบกันต์มาเกือบสิบปีได้แล้ว ถ้าให้เลิกชอบคงต้องรอให้กันต์แต่งงานมีลูกไปเองนั่นล่ะ
“ฉันก็รักเธอจริงๆ นะ” ลีโอพูดโน้มน้าวใจหญิงสาวตรงหน้าให้ช่วยลองพิจารณาเขาบ้าง
“เอาจานข้าวไปเก็บซะ ฉันขี้เกียจฟัง” เธอได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับการเอาแต่วิ่งตามกัน
“ได้ครับคุณผู้หญิง”
นับดาวที่กลับมาถึงบ้านก็ถึงกับชะงักค้างไป เพราะไม่คิดว่ากันต์จะอยู่บ้านในเวลากลางวันแบบนี้ ทั้งที่ควรจะอยู่ที่ทำงาน
“พี่กันต์ ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจังเลยคะ?” ร่างเล็กเดินเข้าไปหาคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือด้วยท่าทีสบายๆ อย่างเห็นได้ชัด
“ฉันไปส่งคุณแม่ที่สนามบินมา” กันต์พูดตอบสั้นๆ อย่างไม่ได้คิดแม้แต่จะปรายตามองคนตัวเล็กสักนิด
“ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” นับดาวที่ไม่รู้ว่าควรจะคุยอะไรกับอีกฝ่ายดีจึงเลือกจะหนีขึ้นห้องแทน
“แล้วเธอกลับบ้านเวลานี้ตลอดเหรอ?”
“ใช่ค่ะ…แล้วคุณป้าไปไหนเหรอคะ?” เธอที่พึ่งเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เลยเอ่ยถาม เพราะเธออยากรู้ว่าคุณป้าจะไปกี่วันกลับวันไหน
“ไปเที่ยวกับพวกคนในสมาคมอาทิตย์หน้าถึงจะกลับ” เขาว่าพลางยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มด้วยท่าทีสบายๆ
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“อย่าคิดหนีเที่ยวถ้าไม่อยากให้ฉันบอกแม่ฉัน” เขาพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น
“พี่กลายเป็นคนขี้ฟ้องตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” นับดาวได้แต่พึมพำพลางหมุนตัวคิดจะเดินหนีเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง
“เธอพูดว่าอะไรนะ!!” กันต์วางหนังสือที่ถืออยู่ในมือลงพร้อมกับกระชากแขนเรียวไว้อย่างแรง
“ฉันเจ็บนะคะพี่กันต์” ดวงตาคู่สวยจ้องมองร่างสูงด้วยความโมโห ซึ่งบางครั้งเธอไม่จำเป็นต้องยอมเขาตลอดเวลา เธอจะยอมเท่าที่ยอมได้เท่านั้น
“เดี๋ยวนี้เธอกล้ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเหรอ?” เขาเลิกคิ้วถาม ฝ่ามือใหญ่เผลอลงน้ำหนักกับแขนเรียวอย่างลืมตัว
“พี่กันต์ ฉันเจ็บ” นับดาวยังคงพูดคำเดิมซ้ำ ด้วยไม่อยากให้เขาต้องมานั่งบังคับกันแบบนี้
“เธอกำลังทำให้ความอดทนฉันหมดนะ” เขาพูดเสียงลอดไรฟันพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าหา จนเขาได้กลิ่นหอมจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมาจากตัวของหญิงสาว
“พี่กันต์ พี่จะหาเรื่องฉันไปถึงเมื่อไหร่?” เธอมองเขาด้วยแววตาสั่นระริก ทั้งไม่เขาใจเลยว่าเข้าต้องการอะไรจากเธอกันแน่ถึงได้ทำแบบนี้
“จนกว่าฉันจะพอใจล่ะมั้ง” รอยยิ้มเหยียดจ้องมองคนน้องที่กำลังทำสำออยต่อหน้าเขาอย่างแนบเนียน ทั้งที่ในใจคงอยากอยู่กับเขาจนตัวสั่น
“คนของพี่กำลังจะกลับมาแล้ว ก็ช่วยอย่ามายุ่งกับฉันได้ไหม!?” เธอกระแทกเสียงพร้อมกับสะบัดแขนออกจากฝ่ามือใหญ่ด้วยความรู้สึกเจ็บเหมือนกระดูกกำลังจะหัก
“เธอจงใจพูดแบบนี้สินะ ถึงยังไงฉันก็ไม่มีทางชอบผู้หญิงแบบเธอเด็ดขาด” น้ำเสียงเย้ยหยันพูดตอกย้ำให้นับดาวได้ฟังอย่างชัดเจน
“ชีวิตฉัน พี่ก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!!”
นับดาวตวาดลั่น เมื่อรู้สึกเหมือนคมมีดกรีดแทงลงมาที่หัวใจของเธออย่างต้องการฆ่ากันให้ตายทั้งเป็น จนเธออยากจะเลิกรักเขา แต่มันคงนานจนเธอทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว
“เธอจะเอาแบบนี้ใช่ไหม เตรียมตัวรับผลที่ตามมาด้วยแล้วกัน!!” พูดจบเขาก็ลากร่างเล็กขึ้นไปด้านบนชั้นสองด้วยใบหน้าเดือดดาลอยากจะทำให้เธอเป็นฝ่ายร้องขอเขาด้วยตัวเอง
“พี่จะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
“…”
“ไม่กลัวคนอื่นมาเห็นสิ่งที่พี่ทำหรือไง!?” เธอพูดหว่านล้อมให้เขายอมปล่อยเธอไปแต่โดยดี
“เธออย่าคิดว่าจะหนีฉันพ้น!!”