นับดาวที่ตั้งใจหลบหน้ากันต์ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังทำให้เธอหนักใจไม่น้อย
“วันนี้วันหยุดแกจะไปไหนเนี่ย?” แนนนี่ที่ถูกโทรตามมาตั้งแต่เช้าตรู่เอ่ยถามด้วยความสงสัยอยากรู้ว่าเพื่อนกำลังคิดทำอะไรอยู่
“ฉันอยากออกไปทำงานข้างนอกมากกว่าอยู่บ้าน” นับดาวพูดจบก็เปิดประตูรีบเข้าไปนั่งในรถด้วยกลัวว่าคนพี่จะตื่นมาเห็นกัน
“แกกำลังหนีอะไรอยู่เนี่ย?” แนนนี่ย่นคิ้วถาม เมื่อสังเกตได้ถึงพิรุธของนับดาวอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันเปล่า? ไปเถอะ” นับดาวพูดตัดบทพลางหันหน้ามองออกนอกหน้าต่าง
“ฉันก็กำลังรีบไปอยู่นี่ไง?” แนนนี่พูดพลางสตาร์ทรถมุ่งหน้าสู่ท้องถนนอย่างไม่ได้เร่งรีบ
“ฉันว่าเราไปคอนโดลีโอกันดีกว่า”
นับดาวพูดเสนอ แต่ยังไม่คิดจะหันกลับมามองทางเพื่อนสักนิดเดียว ทั้งเธอมีเรื่องอึดอัดใจมากในตอนนี้เกี่ยวกับกันต์
“ทะเลาะกับพี่กันต์อีกแล้วเหรอ?” แนนนี่เอ่ยถามอย่างต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้
“ทำไมฉันต้องทะเลาะกับพี่กันต์ด้วย” เธอเลี่ยงตอบคำถามตามจริง
“นั่นสิ ฉันคงคิดมากไปเอง”
“…” นับดาวได้แต่นิ่งเงียบไปตลอดทาง จนถึงคอนโดของลีโอทั้งสองคนจึงได้ลงจากรถไปพร้อมกัน เมื่อรถจอดสนิทแล้ว
“นี่พวกเธอสองคนมาทำอะไรกันแต่เช้าเนี่ย?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อตื่นขึ้นมาก็เจอกับสองสาวเพื่อนสนิทอยู่ด้วยกัน
“มาหาที่สิงสถิตนะสิ” แนนนี่พูดด้วยน้ำเสียงกระแทก ทั้งคิดว่าลีโอคงจะแอบซ่อนผู้หญิงเอาไว้สักคนแน่นอน
“เข้ากันมาสิ ฉันกำลังจะสั่งข้าวกินพอดี” ลีโอพูดจบก็ผายมือให้คนทั้งสองเข้าไปด้านในอย่างไม่มีพิรุธหรือรู้สึกหวาดกลัวอะไร
“ดี สั่งให้พวกฉันสองคนด้วย” แนนนี่พูดสั่งเสร็จสรรพพลางนั่งลงหันหน้ามองซ้ายขวาด้วยความอยากรู้ว่ามีผู้หญิงซ่อนอยู่ในห้องนี้เหมือนที่คิดหรือเปล่า
“ได้ครับคุณผู้หญิง” เขาพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในห้อง เพื่ออาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
“เธอมองหาอะไร?” นับดาวที่สังเกตท่าทีของเพื่อนผิดปกติก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“เธอว่าลีโอจะแอบซ่อนผู้หญิงไว้ในห้องไหม?” น้ำเสียงร้อนรนเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันสองคน
“นี่เธอกำลังหวงอยู่เหรอ?” นับดาวย้อนถามด้วยความอยากรู้
“ฉันเปล่าสักหน่อย แค่เขาบอกว่ากำลังจีบฉันอยู่ก็ไม่ควรไปคุยกับคนอื่นหรือเปล่า?” แนนนี่ละล่ำละลักตอบด้วยไม่อยากยอมรับความรู้สึกไปมากกว่านี้ ทั้งคิดว่าการเป็นเพื่อนกันก็ควรจะถามอะไรพวกนี้ได้
“แต่เธอเป็นคนบอกเองว่าเห็นเขาเป็นแค่เพื่อน” นับดาวพูดย้ำเตือนถึงความเป็นจริง เพราะถ้าแนนนี่อยากจะหวงลีโอก็ควรเป็นมากมากกว่าสถานะเพื่อนถึงจะเหมาะสม
“เดี๋ยวนี้เธอติดนิสัยพี่กันต์มาเหรอ?”
“ฉันไม่เหมือนพี่เขาสักนิด” แววตาคู่สวยแฝงความดื้อรั้นเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด
“พวกเธอกำลังนินทาใครอยู่กัน?” ลีโอที่เดินออกมาจากห้องพูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก เพราะน้อยครั้งที่แนนนี่จะยอมมาห้องของเขา ถึงจะไม่ได้มาคนเดียวก็ตาม
“นายไง!!” นับดาวหันหน้าไปทางร่างสูง เพื่อบอกความคิดฟุ้งซ่านของแนนนี่ให้อีกฝ่ายได้รับรู้
“ฉันทำไมเหรอ?” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยว่าเขาทำอะไรผิดกันแน่
“นี่ อย่าพูดนะ” แนนนี่รีบพูดห้ามปรามเพื่อนที่กำลังสร้างปัญหาให้กันแล้ว
“ฉันจะพูด…” รอยยิ้มเป็นต่อปรากฏขึ้นมาบนหน้าสวยที่ไม่ได้ยิ้มกว้างขนาดนี้มานานมากแล้ว
“…” ลีโอเงียบฟังอย่างตั้งใจ
“นายแอบซ่อนใครไว้ในห้องหรือเปล่า?” แนนนี่ตัดสินใจพูดแทรกขึ้นมาเอง เพราะคนที่อยากรู้ก็คือเธอทั้งนั้น
“ไม่มีสักหน่อย ฉันว่าพวกเรามาเล่นเกมกันเถอะ” ลีโอพูดปฏิเสธด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับเดินไปที่จอโทรทัศน์เพื่อหาเคลมออกมาเล่นอย่างต้องการผ่อนคลาย
ทางด้านของกันต์เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเขาก็ไม่พบกับนับดาวที่ควรจะนอนอยู่ข้างกายของเขา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดสนใจอะไรด้วยถึงยังไงเธอก็ไม่มีทางมีเขาพ้น
“คุณกันต์วันนี้มีข้าวต้มให้ป้าเอามาเสิร์ฟเลยไหมคะ?” ป้าอรที่เป็นคนใช้ทำงานที่นี่มานานเลยด้วยความสุภาพ
“ไม่ครับ แล้วดาวไปไหน?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามพรางยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มด้วยความเคยชิน
“ไม่ทราบเลยค่ะ ป้าเห็นคุณแนนนี่มารับออกไปแค่นั้นค่ะ” หญิงสูงวัยพูดตามความจริงที่เห็นเมื่อเช้านี้ ทั้งนับดาวก็ไม่ได้บอกอะไรตอนออกไปข้างนอก เธอจึงไม่อยากเซ้าซี้เรื่องของเจ้านาย
“ผมขอตัวก่อนครับ” พูดจบกันต์ก็ลุกขึ้นเตรียมตัวจะออกไปทำงาน ทั้งที่ปกติเขาควรจะต้องอยู่คอนโด เพื่อหลีกหนีการเจอหน้ากับนับดาว
“แล้วเย็นนี้คุณกันต์จะกลับบ้านไหมคะ” แม่บ้านเอ่ยถามด้วยจะต้องคอยเตรียมอาหารให้กับผู้เป็นเจ้านายด้วย
“กลับครับ” เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินไปยังรถของตัวเองค่อยกลับมาจัดการคนที่กล้าหนีเขาได้ลง
“ช่วงนี้คุณกันต์กลับบ้านบ่อยจังเลยนะป้า”
“นั่นสิ คุณผู้หญิงก็ไม่อยู่ไม่รู้จะแกล้งอะไรคุณดาว” ป้าอรพูดด้วยความเป็นห่วง แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่คนใช้อย่างเธอจะเข้าไปยุ่งได้
“เราไปทำอย่างอื่นกันเถอะป้า”
รถยนต์คันหรูที่ขับออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่มุ่งหน้าสู่ท้องถนนไปยังบริษัทเหมือนที่เคยเป็น ทั้งสิ่งที่เขาคิดมีเพียงแค่เรื่องงานกับพริมที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาหากันสักที
“เมื่อไหร่เธอจะกลับมาหาฉันกันนะ!?”
กันต์ได้แต่มองดูรูปคู่ของตัวเองกับผู้หญิงที่เขารัก ซึ่งเธอได้สัญญากับเขาไว้ว่าหลังเรียนจบจะให้คำตอบการคบหาเขาเป็นแฟน
ทั้งกันต์ยังรอมาได้เกือบห้าปีแล้ว เขารู้ว่าพริมจะต้องกลับมา เขาถึงได้รอเธอมาโดยตลอดอย่างไม่คิดเปลี่ยนใจไปรักใครเด็ดขาด
“ท่านประธานการประชุมพร้อมแล้วครับ”
“อืม เดี๋ยวฉันตามไป” กันต์ได้แต่ตอบรับ โดยที่ยังเอาแต่มองหน้านั้นด้วยความคิดถึงและคิดว่าเธอคงจะเรียนหนักจนไม่มีเวลาติดต่อมาหากัน
“ได้ครับ” พูดจบเลขาก็เดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งทำตามหน้าที่ของตัวเองเพียงเท่านั้น
กันต์เข้ามานั่งในห้องประชุม สิ่งแรกที่ต้องเจอก็คือเรื่องเครียดในบริษัทอย่างการที่พวกญาติของพ่อต้องการจะได้บริษัทที่สมควรเป็นของเขาไป
“ถ้าใครมีอะไรเสนอก็บอกกับเลขาของผมได้เลยนะครับ ผมขอตัวก่อน”
กันต์ที่เห็นว่าเป็นเพียงการประชุมไตรมาสงานจึงไม่มีเรื่องอะไรน่ากังวล ทั้งงานยังทำมาเป็นระบบแล้ว เขาเลยคิดจะกลับบ้านให้เร็วหน่อยเพื่อดักรอนับดาว
“คุณกันต์จะรีบไปไหนเหรอครับ” วิทยาเอ่ยถามพร้อมกับเดินตามด้วยกลัวว่าจะเป็นเรื่องด่วน
“กลับบ้าน นายแค่ไปส่งฉันก็พอแล้ว”
“ผมจะรีบไปเตรียมรถเดี๋ยวนี้ครับ” วิทยาที่ไม่อยากให้ผู้เป็นเจ้านายต้องรอนานพูดขึ้นอย่างใจเย็น
“…” กันต์ได้แต่ยืนรอหน้าบริษัทอย่างใจเย็น เพราะเขายังมีเวลาเล่นสนุกกับนับดาวอีกเยอะมาก