ในวันที่อากาศอึมครึมนับดาวได้แต่นอนซมอยู่บนเตียงตัวร้อนผ่าวจากการที่ถูกกันต์รังแกมาทั้งคืน ทั้งอีกฝ่ายก็ไม่ค่อยได้ทะนุถนอมเท่าที่ควร
“หนูดาวเป็นยังไงบ้างลูก” เจนจิราเมื่อรู้ว่านับดาวไม่ไปเรียน เธอจึงได้เป็นห่วงและเอ่ยถามกับคนที่กำลังนอนหลับอยู่
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า เดี๋ยวดาวก็หาย” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยบอกกับคนอายุมากกว่าที่เป็นห่วงเธอด้วยใจจริง
“กินข้าว กินยานอนพักนะลูก” เจนจิราว่าพร้อมกับให้คนเอาของวางลงโต๊ะหัวเตียง
“เดี๋ยวหนูทานค่ะ คุณป้าอย่าเข้าใกล้หนูเลยค่ะเดี๋ยวไม่สบาย” นับดาวฝืนตัวลุกขึ้นมาเพื่อหวังให้อีกฝ่ายสบายใจว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก
“ก็ได้จ้ะ ถ้าต้องการอะไรบอกคนใช้ได้เลยนะลูก”
“ได้ค่ะคุณป้า” เธอได้แต่ยิ้มน้อยๆ แม้จะเหนื่อยล้ามากก็ตาม แต่เธอไม่อยากให้ป้าเจนต้องมาคอยเป็นห่วงเธออยู่ตลอดแบบนี้
“ไม่ต้องเกรงใจนะลูก ป้าจะออกไปก่อนแล้วให้คนมาเก็บนะลูก” เจนจิราลูบศีรษะด้วยความเอ็นดูและเดินออกไปพร้อมกับสาวใช้ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของหลานสาว
“ดาวขอโทษนะคะคุณป้า” เธอได้แต่พึมพำออกมาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ทั้งเหมือนกับคนอกตัญญูในการแอบทำเรื่องพวกนั้นกับกันต์ลับหลังผู้มีพระคุณ
นับดาวมองชามข้าวต้มก่อนจะหยิบขึ้นมากิน เพื่อจะได้ยานอนจากการไข้จนแทบจะลุกไปไหนไม่รอดอยู่แล้ว ทั้งคนที่ทำกับเธอสภาพนี้ก็ไม่แม้แต่จะสนใจไยดีกัน
ก๊อกๆๆ
นับดาวที่หลังจากกินข้าวกินยาเสร็จก็นอนหลับไปจนถึงเย็นไม่ได้รับรู้เวลาตอนนี้ว่ากี่โมงกี่ยามแล้ว
“ดาว ตื่นได้แล้ว”
กันต์เคาะประตูเรียกคนในห้อง เมื่อได้ยินแม่บอกว่าเธอไม่สบาย ซึ่งคนที่ทำให้นับดาวป่วยก็เป็นเขานั่นเอง แต่เรื่องอะไรเขาถึงต้องยอมรับกัน
“อื้อ พี่กันต์เหรอ?” นับดาวที่ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงแรง ทั้งร่างกายก็แทบจะไม่มีแรงลุกขึ้นไปไหนได้แต่พยายามจะฝืนตัวเองลุกขึ้นมา
“ตากันต์ มาทำอะไรตรงนี้ลูก” เจนจิราเอ่ยถามลูกชายที่กำลังส่งเสียงดังรบกวนคนด้านในห้องอยู่
“ผมซื้อยามาให้ดาวเฉยๆ ไม่ได้จะแกล้งอะไรสักหน่อย” กันต์พูดอธิบายกับแม่ที่คิดว่าเขาจะแกล้งหลานรักอย่างนับดาวตลอด
“แล้วไป งั้นเดี๋ยวแม่ลงไปทำกับข้าวต่อก่อน” เธอพูดอย่างสบายใจก่อนจะหมุนตัว เพื่อลงบันไดไปที่อย่างน้อยลูกชายเธอก็เริ่มคิดขึ้นมาได้บ้างแล้ว
“ครับแม่” กันต์พยักหน้ารับรู้
“ฝากดูน้องด้วย”
“ดาว ถ้าเธอไม่เปิดฉันจะเข้าไปแล้วนะ” น้ำเสียงเคร่งขรึมพูดบอกกับคนน้อง
“…”
“ฉันเข้าไปแล้วกัน” กันต์ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะด้วยคิดว่าถ้ารอเจ้าของห้องมาเปิดคงเป็นพรุ่งนี้เช้าพอดี
“พี่กันต์เข้ามาทำไมคะ?” ดวงตาฉ่ำปรือเอ่ยถามคนที่เข้ามาในห้อง
“ฉันซื้อยามาให้กลัวเธอจะตายซะก่อน” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นพูดขึ้นพร้อมกับยื่นถุงยาให้คนตรงหน้าที่ใบหน้าซีดเผือด
“ฉันไม่ตายหรอกค่ะ” นับดาวโต้กลับ
“จะไปไหน”
“จะไปเข้าห้องน้ำค่ะ” เธอที่อยากอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าพูดขึ้นอย่างไม่คิดจะร้องขอความช่วยเหลือจากเขา
“เดี๋ยวฉันพาไป” กันต์พูดพร้อมกับอุ้มร่างเล็กขึ้นในท่าเจ้าสาวเดินเข้าไปในห้องน้ำไม่พูดพร่ำทำเพลง
“พี่กันต์ปล่อยก่อน” นับดาวโวยวายด้วยความตกใจ แม้เสียงแทบจะไม่มีเลยก็ตาม
“เงียบ ถ้าไม่อยากโดนฉันทำอีก” เขาจงใจพูดขู่อย่างไม่ใส่ใจจะทำกับคนที่สภาพเหมือนศพแบบนี้
“พี่หื่นกามก็ไปซื้อกินเอาเถอะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดพลางซบหน้าลงกับหน้าอกแกร่ง
“ฉันเอาของฟรีไม่ดีกว่าเหรอ?” กันต์จงใจพูดจาเย้ยหยันหวังให้คนน้องอับอาย เผื่อจะสงบปากสงบคำขึ้นมาบ้าง
“พี่จะเก็บเงินไว้ถมบ้านเหรอคะ?” นับดาวได้แต่มองค้อนร่างสูงที่กำลังวางเธอลงอย่างแผ่วเบา
“หึ ทำธุระเสร็จก็เรียกฉัน” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยตัดบท
“ขอบคุณนะคะ” เสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบเอ่ยบอกคนที่กำลังเดินหันหลังจากไป
“ฉันแค่กลัวเธอจะมาตายในบ้านฉันแค่ไหนล่ะ?”
หลังจากที่กันต์เดินออกไปจากห้องแล้วนับดาวก็เริ่มทำการถอดเสื้อผ้าเช็ดเนื้อตัวให้สบายกายมากกว่านี้หน่อย
นับดาวใช้เวลาในการอยู่ในห้องน้ำหลายนาที ก่อนที่เธอจะเดินออกมาจากห้อง
“ฉันพูดเธอไม่ได้ฟังหรือไง?” น้ำเสียงห้วนพูดขึ้น
“ฟังค่ะ แต่แค่ไม่อยากให้พี่ลำบาก”
“รองเท้าก็ไม่ใส่ เดี๋ยวก็ป่วยหนักกันพอดี” ร่างสูงอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาเดินไว้บนเตียงพร้อมกับหยิบยาขึ้นมาจะทาให้คนน้อง
“พี่จะทำอะไรคะ?” ใบหน้าแดงก่ำขึ้นทันควัน เมื่อเห็นคนพี่ถือยาทาอย่างไม่มีความเขินอายสักนิด
“ทายาให้เธอนะสิ ฉันไม่ใช่คนไม่มีความรับผิดชอบ” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยบอกกับคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเขา ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงข้างหนึ่ง
“ไม่ค่ะ ฉันจะทาเอง” เธอรีบพูดปฏิเสธพร้อมแย่งหลอดยาในมืออีกฝ่ายมาทันที
“ตามใจเธอ” เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะสำหรับเขาถ้าเธอทำเองเขาก็ไม่ต้องเหนื่อย
“พี่ออกไปได้แล้วค่ะ ฉันอยากนอน”
“อืม แต่ก่อนจะนอนก็ลงไปกินข้าวก่อนซะ” พูดจบประโยคเขาก็เดินออกจากห้องอย่างไม่คิดเซ้าซี้อะไรอีก
“ฉันจะรีบตามลงไปค่ะ”
นับดาวไม่คิดพูดอะไรให้มากความ เพราะสิ่งที่เขาทำดีกับเธอก็แค่ความสงสารและเห็นเธอเป็นแค่น้องสาว ซึ่งที่น่าปวดใจที่สุดคือคนที่กันต์ชอบกำลังจะกลับมาจากการเรียนต่างประเทศ
“ฉันคงไม่มีความหวังเลยสินะ”
หลังจากนับดาวจัดการตัวเองเสร็จก็เดินลงมาที่ห้องอาหาร ร่างเล็กได้แต่ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
“หนูดาวเป็นยังไงบ้างลูก มานั่งกินข้าวด้วยกันก่อนสิจ๊ะ” เจนจิรากวักมือเรียกหญิงสาวที่เอาแต่ยืนนิ่ง
“ค่ะคุณป้า ขอโทษที่ดาวไม่ได้ช่วยนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
“ถึงเธอไม่ช่วยแม่ฉันก็ไม่ไล่เธอออกจากบ้านหรอกนะ!!”
นับดาวได้แต่เม้มปากเข้าหากัน ก่อนจะเดินไปนั่งลงยังฝั่งโต๊ะอาหารที่นั่งประจำของเธอ
“อย่าว่าน้องแล้วกินข้าวของแกไปซะ!!” น้ำเสียงกระแทกพูดบอกกับลูกชายที่กำลังพูดไม่เข้าหูเอาเสียเลย
“แม่ก็เข้าข้างแต่ดาวนั่นแหละ ผมต่างหากที่เป็นลูกแม่” กันต์พูดท้วงสิทธิ์ให้ตัวเองอย่างต้องการความยุติธรรม
“แกโตขนาดนี้แล้วยังมาน้อยใจอะไรกัน?”
“ดาวอิ่มแล้วค่ะคุณป้า” นับดาวเอ่ยบอก เพราะเธอต้องการพักผ่อน
“หนูดาวขึ้นไปนอนพักเถอะลูก เดี๋ยวป้าอีกพักหนึ่งก็จะไปนอนแล้ว”
“ขอตัวก่อนนะคะ!!”