“เธอคิดจะไปไหนแต่เช้ากัน?” กันต์ที่ต้องเข้างานตอนแปดโมงครึ่ง แม้จะเป็นเจ้าของบริษัทก็ตาม แต่เมื่อได้เห็นนับดาวที่ตื่นเช้ากว่า
“ไปเรียนค่ะ” เธอพูดสั้นๆ พร้อมกับใส่รองเท้าผ้าใบอย่างไม่ได้รีบร้อนหรือคาดหวังให้เขาต้องคอยเอาใจใส่เธอ
“ติดรถฉันไปสิ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ” คนตัวเล็กปฏิเสธอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด
“ฉันก็แค่ไม่อยากให้เปลืองเงินก็แค่นั้น”
“งั้นฉันไปกับพี่ก็ได้ค่ะ” เธอที่คิดว่าเขาคงไม่อยากให้เปลืองเงินที่หากับเธอมากกว่านี้ จึงได้คิดอยากไปส่งกันก็เท่านั้น
“อืม”
นับดาวเดินตามร่างสูงมาติดๆ ก็ชนเข้ากับคนเบื้องหน้าอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวและมัวแต่เหม่อจนลืมดูทาง
“เดินดูทางบ้าง ถ้าเดินแบบนี้คงอยู่ไม่พ้นพรุ่งนี้แล้วล่ะ” รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นด้วยความอยากสั่งสอนให้คนน้องได้จำเอาไว้บ้าง
“พี่ชอบดุกันอยู่เรื่อย” เธอได้แต่ก้มหน้างุดพร้อมกับนั่งอยู่ในรถอย่างสงบเสงี่ยมด้วยกลัวว่าเขาจะโกรธกัน
“ก็เธอมันเด็กดื้อ ฉันก็จำเป็นต้องสั่งสอน” นัยน์ตาคมกริบสะท้อนภาพของคนตัวเล็กที่กำลังหันหน้ามองนอกหน้าตาอย่างจงใจไม่สนใจเขา
“ฉันปวดหัวค่ะ” ดวงตากลมสวยเลือกจะปิดลง เพื่อบ่งบอกว่าเธอกำลังหลับห้ามมีใครมารบกวนกัน
“หึ งั้นก็นอนพักซะ” กันต์ที่ไม่อยากเซ้าซี้จึงเลือกจะไม่พูดอะไรและเริ่มทำการออกรถไปสู้ท้องถนนอย่างไม่ได้รีบร้อน
“…” นับดาวถึงจะได้ยินที่กันต์พูดทุกอย่าง แต่เธอไม่คิดอยากตอบเขาด้วยคิดว่าต่อเธอไม่พูดก็มีค่าเท่ากัน
“ตื่นได้แล้ว” เสียงห้วนๆ เรียกคนที่กำลังหลับสนิท ซึ่งตอนแรกเขาก็คิดว่าเธอคงจะแกล้งหลับไม่อยากคุยกับเขาก็เท่านั้น
“…”
“ถึงแล้ว ถ้าเธอไม่ตื่นคงต้องใช้อย่างอื่นปลุกแทนเสียง” กันต์กระซิบบอกข้างหูขาวสะอาดอย่างต้องการแกล้งเพียงเท่านั้น
“อื้อ พี่พูดอะไรคะ?” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยถามคนที่พูดจาได้ไม่ดูสถานที่เอาเสียเลย
“เธออยากให้ฉันพูดซ้ำเหรอ?” กันต์ย้อนถามพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้อย่างจงใจแกล้ง
“มะ ไม่ต้องค่ะ ฉันจะรีบลงไปเดี๋ยวนี้” พูดจบมือเล็กก็รีบเปิดประตูรถลงไปโดยเร็วไม่รอให้เขาได้พูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง เพราะดูแล้วมันเหมือนมีราคาที่ต้องจ่าย
“หึ เธอมันสร้างภาพเก่งจริงนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำออกมา เพราะเขายังเชื่อเสมอว่านับดาวจงใจจะอ่อยเขามาตลอดไม่อย่างนั้นจะยอมทอดกายให้เขาได้ขนาดนี้เลยเหรอ
นับดาวเมื่อลงมาจากรถก็รอจนรถยนต์คันหรูขับจากไปแล้วจึงได้เดินเข้าไปด้านในเหมือนอย่างที่เคยทำ ทั้งพอขึ้นปีสี่ เธอก็ต้องเริ่มหาที่ฝึกงานไว้ถึงตอนแรกอยากจะไปบริษัทเพื่อนก็ตาม
“ดาว พี่กันต์มาส่งแกเหรอ?” แนนนี่เอ่ยถามกับเพื่อนที่เอาแต่เดินเหม่อจนไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธอ ทำให้ต้องวิ่งมาหาถึงตรงนี้
“แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?” นับดาวถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเธอไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนเลยจนกระทั่งอีกฝ่ายมาแตะตัวกัน
“ฉันเรียกแกตั้งแต่ตรงโน้น” นิ้วเรียวสวยชี้ไปทางรถของตัวเองที่พึ่งได้เป็นของขวัญวันเกิด
“โทษที ฉันคิดอะไรเพลินๆ” รอยยิ้มแห้งพูดบอกกับคนข้างกายด้วยความเป็นห่วง
“ไปกันเถอะ ฉันไปส่งแกที่คณะเอง” แนนนี่ที่เรียนออกแบบเอ่ยบอกกับเพื่อนที่หัวดีจนได้เรียนบัญชี ส่วนเธอขอเอาสมองไปใช้ทำอย่างอื่นคงดีกว่า
“เพื่อนฉันนี่น่ารักที่สุดเลย” นับดาวได้แต่ยิ้มออดอ้อนเพื่อนรัก เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธของตัวเองให้เนียนที่สุด
“อย่ามา แกต้องมีเรื่องอะไรปิดบังฉันอยู่แน่นอน” แนนนี่ที่เป็นเพื่อนกับนับดาวมานานย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจงใจหลบเลี่ยงการตอบคำถามอะไรสักอย่าง
“ไม่มีสักหน่อย” นับดาวได้ยินแบบนั้น เธอก็แทบอยากจะกระโดดลงจากรถ
“แบบนี้แสดงว่ามีแน่ๆ”
“ไว้ฉันพร้อมจะบอกแกแล้วกัน” เธอพูดตัดบท เพราะรู้ว่าแนนนี่จะไม่มีทางหยุดถามจนกว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน
“แกรับปากแล้วนะ ฉันจะรอแล้วกัน”
“อืม” บทสนทนาเป็นอันต้องสิ้นสุดลงเมื่อรถมาหยุดจอดอยู่ที่หน้าคณะของนับดาวแล้วเรียบร้อย
“แนนนี่ ฉันซื้อน้ำมาฝาก” ลีโอที่รู้อยู่แล้วว่าคนที่ชอบต้องมาส่งนับดาวอยู่แล้วจึงต้องใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์ทุกช่องทาง
“ใครอยากได้กัน?”
“งั้นถ้าเธอไม่อยากกิน ฉันจะเททิ้ง” น้ำเสียงทุ้มพูดขึ้นด้วยความน้อยใจ เมื่อความพยายามที่ทำมาเหมือนกำลังไร้ค่า
“นายจะบ้าเหรอเสียดายแย่” แนนนี่รีบแย่งมาจากมือชายหนุ่มด้วยรู้ว่าเขาคงจะทำจริงแน่นอน ทั้งที่ไม่ควรทิ้งขว้างของกินแบบนี้
“งั้นฉันไปก่อน ไว้เจอกันนะ” ลีโอโบกมือลาเพื่อนทั้งสองคน แต่มองแต่แนนนี่อย่างเปิดเผย
“ถ้าฉันมีคนที่ตามชอบขนาดนี้คงจะดีมากเลย” นับดาวพูดตามสิ่งที่คิดพลางมองเพื่อนที่ขับรถออกไปไกล
“ฉันก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบสักหน่อย”
แนนนี่เอ่ยตามจริงอย่างไม่คิดปิดบังเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว แต่ที่เธอแค่ไม่อยากยอมรักด้วยกลัวจะเสียเพื่อนอย่างลีโอไปก็เท่านั้น
“แล้วแกกำลังลังเลอะไร?” นับดาวเอียงหน้าเล็กน้อยอย่างต้องการรู้คำตอบ
“ถ้าวันหนึ่งเราต้องเลิกกันขึ้นมา ฉันคงเสียใจที่เราจะกลับไปเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีก” เธอพูดตามสิ่งที่คิดมาสักพักแล้ว
“แต่ถ้าแกไม่เลือก ยังไงก็ต้องเสียเพื่อนอยู่ดี” นับดาวพูดเตือนสติ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในคณะเตรียมตัวเข้าเรียนและส่งงานอาจารย์
“ดาว เธอมาพอดีเลย”
“มีอะไรหรือเปล่า?” ร่างเล็กหย่อนกายนั่งลงยังที่ว่างประจำด้วยความเคยชิน
“เธอช่วยดูข้อนี้ให้ฉันหน่อยสิ” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถามกับนับดาวที่เรียนเก่งสุดในห้อง
“ได้สิ เดี๋ยวฉันช่วยดูนะ”
นับดาวหยิบมาจากมือของอีกฝ่ายด้วยความใส่ใจ เพราะถึงเธอจะคุยไม่ค่อยเก่งกับไม่ชอบเข้าสังคม แต่ถ้าเป็นเรื่องเรียนเธอพร้อมช่วยทุกคนอย่างไม่เกี่ยง
“อืม ขอบคุณนะเธอนี่น่ารักที่สุดเลย”
“ไม่เป็นไร” เธอได้แต่ยิ้มบางๆ ด้วยขนาดชื่อของผู้หญิงตรงหน้าเธอยังจำชื่อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นั่นจึงทำให้เธอคิดว่าควรจะเข้าสังคมมากขึ้นกว่านี้หน่อย
“งั้นฉันไปก่อนนะ ไว้เธอว่างกินข้าวกัน”
“…” นับดาวจำต้องพยักหน้ารับ ทั้งยังกลัวอีกฝ่ายจะคิดว่าเธอหยิ่งเอาได้จึงต้องเป็นมิตรเข้าไว้ดีที่สุดแล้ว
“ดาวไปกินข้าวด้วยกันไหม?”
“นั่นมันเดือนคณะเราเลยนะ!!”