037 เสกสรรค์ คนโรคจิตที่น่ากลัว

1794 Words
“คุณตติยาค่ะ เสื้อเปื้อนเลือดซักออกไม่หมดค่ะ” “ไม่เป็นไรค่ะ ขอดูไซส์หน่อยจะได้หาซื้อใหม่ได้” ตติยากับแม่บ้านช่วยกันดูไซส์เสื้อผ้า “คงกะไซส์ยากค่ะ เสื้อผ้าเหมือนแผงลอย 199 บาทค่ะคุณหนู” “งั้นทิ้งไปเถอะ รอน้องออกโรงพยาบาลค่อยพาไปซื้อชุดใหม่” “ทำไมต้องซื้อเสื้อผ้าแพงๆให้ด้วย เอกสิทธิ์ใส่เสื้อผ้าตลาดนัด 199 บาทก็ซื้อแบบนั้นให้เขาสิ ที่จริงไม่จำเป็นต้องซื้อให้ก็ได้ แค่ไปเฝ้าไข้ก็มากเกินความจำเป็นแล้ว” พ่อของตติยาได้ยินก็ไม่พอใจ “พ่อไม่ไปทำงานหรือคะวันนี้” ตติยาถามเลี่ยงประเด็น “ลูกบอกจะแวะมาที่บ้านแล้วไปเฝ้าไข้อีก พ่อเลยอยู่รอ มันอะไรกันนักหนา ลูกมีอะไรปิดบังพ่อใช่ไหม” ตติยาก้มหน้านิ่ง “พ่อรู้เรื่องแล้วนะ เด็กคนนั้นไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ แต่มีเรื่องชกต่อยเพราะชู้สาว ลูกมีส่วนในเรื่องนี้ด้วยใช่ไหม ลูกมีความสัมพันธ์ยังไงกับเด็กคนนั้นกันแน่ เอกสิทธิ์มีแฟนแล้วไม่ใช่หรือ ลูกก็มีจิ๋วอยู่แล้ว” “พ่อคะ ไม่ใช่แบบนั้น หนูไม่มีอะไรกับเอกจริงๆค่ะ” “งั้นก็พูดมาสิ ว่ามันเรื่องอะไร ถ้าจิ๋วรู้ว่าลูกไปเฝ้าผู้ชายที่โรงพยาบาลเค้าจะรู้สึกยังไง” “เขาไม่รู้สึกยังไงหรอกค่ะ เค้ามีเมียแล้ว” ตติยาตะโกนอย่างเหลืออด “อะไรนะ ?” “จิ๋วมีภรรยาแล้วค่ะ หนูเจอตัวจริงแล้วด้วย นิสัยดี สุภาพมากค่ะ พูดกับหนูดีมาก” ตติยาเล่าไปน้ำตาไหลไป พ่อของตติยาอึ้ง จิ๋วเป็นผู้ชายที่เขาถูกใจที่สุด ตั้งแต่ลูกสาวพาผู้ชายมาพบ ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตา แต่เพราะบุคลิกภาพโดยรวม ฉลาดเฉลียว พูดจาฉาดฉานคมคาย มีกาลเทศะ ใช่สิผู้ชายสมบูรณ์แบบขนาดนี้ไม่แปลกที่จะมีผู้หญิงอื่นอยู่แล้ว “เอกสิทธิ์ที่หนูไปเฝ้าไข้ไม่เกี่ยวอะไรเลยค่ะ น้องรู้จักภรรยาของจิ๋ว พอภรรยาเขารู้เรื่องหนู จิ๋วเลยนึกว่าเอกเป็นคนบอกภรรยา จิ๋วเลยมากระทืบเอกจนเข้าโรงพยาบาลนี่แหละค่ะ” “ลูกแน่ใจนะ ว่าเอกไม่ใช่คนบอกภรรยาของจิ๋ว” “แน่ใจค่ะ ภรรยาคุณจิ๋วเคยมาถึงบริษัท แต่ตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าหนูคือใคร เอกสิทธิ์ก็ช่วยมารับหน้าไว้ให้ ตอนนี้หนูรู้แล้วว่าใครบอกเธอค่ะ เป็นเพื่อนร่วมงานที่บริษัท ไม่ใช่เอกค่ะ” “พ่อเข้าใจแล้ว ที่ลูกไปดูแลเค้าเพราะลูกรู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้เอกเข้าโรงพยาบาลใช่ไหม” “ใช่ค่ะ น้องกิ๊กแฟนของเอกก็โกรธหนูมากเลย หนูไม่รู้จะทำยังไง จิ๋วกระทืบจนมือขวาของเอกหัก ถ้าเกิดมือน้องเค้าเป็นอะไรขึ้นมา แล้วหนูจะ... หนูจะทำยังไง... ฮือ ๆ ๆ” “ใจเย็นๆลูก” พ่อกอดปลอบตติยา “เอกออกโรงพยาบาลวันไหนบอกพ่อด้วย พ่อจะไปเยี่ยมแล้วพาไปซื้อชุดทำงานให้เขาใหม่ดีไหมลูก” “ค่ะพ่อ” “พ่ออยากเจอแฟนของเอกด้วย ชื่อกิ๊กใช่ไหม พ่อจะขอโทษกิ๊กด้วย เตรียมค่าทำขวัญสักก้อนให้พวกเขา ดีไหมลูก” “หนูคิดว่าน้องเค้าไม่อยากได้เงินค่ะ” “เงินคงชดเชยสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ลดความรู้สึกสูญเสียลงได้บ้างนะลูก” ........................................... สิปางเลียนแบบท่านรอง หาผ้าเช็ดตัวอาบน้ำแล้วใส่ชุดเดิม เธอมองผ้าชิ้นน้อย ไม่ไหว เธอไม่เคยใส่ซ้ำ จึงซักตากที่ระเบียง จากนั้นนั่งดูทีวีอ่านนิตยสารในห้องนั่งเล่น โชคดีที่ห้องนี้ยังมีหนังสือปกติอยู่บ้าง พวกนิตยสารแฟชั่นคงเพราะทำงานด้านบันเทิง มีคู่สร้างคู่สมเก่าเก็บหลายปีก่อนด้วย ดูจากปีของหนังสือจำนวนมาก หลายเล่มน่าจะเป็นหนังสือของคนอาศัยก่อนหน้ากิ๊ก กิ๊กงัวเงียตื่นตอนเที่ยง สิปางต้มโจ๊กซองให้ทาน “เอกสารที่เราเอาไปทำที่โรงพยาบาลเมื่อวานละค้า” “กิ๊กพักก่อนเถอะจ๊ะ ถึงไข้ลดแล้วแต่อย่าเพิ่งทำงานเลย” “ไม่เป็นไรค่ะ แค่เลือกเอกสารให้พี่สิปางเอาไปส่งออฟฟิศเฉยๆ” “เอานี่ให้ท่านรอง” กิ๊กไอค่อกแค่กเลือกเอกสารสามแฟ้ม “ค่ะ” สิปางรับมาถือไว้ “นี่ให้พี่ซิน” กิ๊กหยิบอีกแฟ้ม “เสร็จแล้วพี่อยู่ช่วยงานออฟฟิศไปเลย ไม่ต้องกลับมาก็ได้ค่ะ กิ๊กไหว วันนี้กิ๊กจะอ่านหนังสือของพี่เจเตรียมสอบเข้า” “งั้นพี่แวะมาอีกทีช่วงเย็นเลยนะคะ จะได้ซื้อข้าวเย็นมาเผื่อกิ๊กด้วย” “ซื้อขนมเพิ่มให้ด้วยได้ไหมคะ” “จ้า” สิปางไปดูที่ระเบียง วันนี้ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ผ้าที่ตากยังชื้น ทำยังไงดี เธอดึงกระโปรงสั้นลงไปคลุมต้นขาอีก กระโปรงทรงเอผ้าเนื้อหนา เอาเถอะไม่มีใครเห็นสักหน่อย เคยทำแบบนี้มาแล้วไม่เห็นมีใครสงสัย ........................................... ไม่มีใครอยู่ในห้องทำงาน ช่วงเที่ยงน่าจะทานข้าวกันในห้องนั่งเล่น เธอวางแฟ้มบนโต๊ะท่านรองและพี่ซิน จากนั้นเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นติดกัน นอกจากท่านรองและพี่ซินนั่งกินข้าวกล่องตามปกติ ยังเพิ่มผู้ชายหนวดเคราครึ้มท่าทางสกปรกคนหนึ่งด้วย และนั่น...อาหารกล่อง... ช่างเถอะวันนี้กิ๊กไม่มา ข้าวกล่องเหลืออยู่แล้ว “มาทำไม กิ๊กหายแล้วหรือ” โจถามด้วยความเป็นห่วง “ไข้ลดแล้วค่ะ ยังไออีกนิดหน่อย ดิฉันมาส่งเอกสารให้ท่านรองกับพี่ซินค่ะ คิดว่าจะกลับไปเยี่ยมอีกครั้งตอนเย็น จะแวะซื้ออาหารกับยาแก้ไอไปด้วยค่ะ” “หาของดีๆให้กินหน่อยนะ อย่าไปซื้อของข้างทาง” โจหยิบแบงค์พันให้สิปาง “กูมาทั้งที เจ้าของบริษัทเลี้ยงผัดซีอิ้ววิญญาณหมูเนี่ยนะ ที่พวกนั้นแม่งเลี้ยงอย่างหรู” ผู้ชายสกปรกมองอย่างไม่พอใจ “มึงมาไม่บอกก่อนนี่ ไม่งั้นกูจะจัดโต๊ะจีนเลี้ยงมึง” “กูกินอาหารจีนเบื่อละ ขอเป็นอาหารฝรั่งบ้างได้ปะ” “สิปางทานข้าวมารึยังจ๊ะ” ซินถาม “ยังค่ะ” “นั่งทานด้วยกันเลยจ๊ะ นี่คุณเสกสรรค์เพื่อนของท่านรอง ไม่-ต้อง-เกรง-ใจ ค่ะ” ซินเน้นย้ำคำ สิปางจำต้องนั่งข้างเสกสรรค์ เพราะอีกฝั่งท่านรองกับซินนั่งแล้ว พอนั่งถึงได้รู้ทำไมสองคนนั้นไปนั่งฝั่งตรงข้ามกันหมด ผู้ชายข้างๆ ตัวเหม็นมาก ทั้งกลิ่นเหงื่อกลิ่นอะไรก็ไม่รู้หึ่งไปหมด ตักข้าวเข้าปากเหมือนคนตายอดตายอยาก “รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ” สิปางเห็นเสกสรรค์ยังไม่มีเครื่องดื่มจึงหันไปถาม “ขอเบียร์เย็นๆ ใส่น้ำแข็งครับคนสวย” การมานั่งห้องนั่งเล่นส่วนตัวของท่านรองได้ต้องเป็นคนสนิท แถมดูจากการพูดคุยภาษาพ่อขุนกับท่านรอง อาจเป็นเพื่อนสมัยเรียนของท่านรองก็ได้ ต้องยิ้มเอาใจไว้ก่อน สิปางฉีกยิ้มให้ “ขาสวยชะมัด” เสียงแซวยังไม่หยุดขณะเธอหยิบเบียร์และน้ำแข็งจากตู้เย็น สิปางหันไปมองหน้าเสกสรรค์บ้าอย่างไม่พอใจ สายตาคมเข้มจ้องเรียวขาเธออย่างลวนลาม ไม่ปิดบังอาการหื่นกระหายสักนิด หน้าตาแย่แล้วยังมารยาทแย่อีก เธอมองสบตาดุเหมือนเสือ หนวดเครารกรุงรัง กล้ามเนื้อบึกบึน เสื้อผ้าสกปรกเลอะเทอะ โอเค ยอมค่ะ ถึงไม่ใช่เพื่อนท่านรอง แต่น่ากลัวยังกะอันธพาล สิปางไม่เสี่ยงมีเรื่องด้วยค่ะ สิปางขอยอมแพ้ เธอยิ้มหวานส่งให้ หมอนั่นเลิกคิ้วข้างนึงอย่างแปลกใจ สิปางหลังหันกลับไปเตรียมเครื่องดื่มต่อ เสกสรรค์ดื่มเบียร์หากสายตากลับจ้องสิปางไม่วางตา เธอแกล้งกินข้าวไม่รู้ไม่ชี้ “เด็กมึง ?” เสกสรรค์ถามโจ “เปล่า พนักงานธรรมดา” “จีบได้ไหม ?” โจขมวดคิ้วจ้องเสกสรรค์ สิปางแกล้งทำไม่ได้ยิน สักพักหมอนั่นเอื้อมมือน่าขยะแขยงมาลูบต้นขาเธอเฉยเลย สิปางกระถดหนีไปอีกทาง หมอนั่นยังขยับตามมาอีก “เสก !!!” โจส่งเสียงเตือน เสกสรรค์ยังไม่หยุด ลูบสูงขึ้นเรื่อยๆ ผลัวะ !!!! ซินฟาดไม้บรรทัดเหล็กบนมือของเสกสรรค์เสียงดังลั่น “เอามือออกไป” ซินขู่ “ดุชิบหาย” เสกสรรค์บ่นอุบอิบพร้อมหดมือกลับ สิปางถอนหายใจโล่งอก “ขอเบียร์ใส่น้ำแข็งอีกแก้วสิ จะได้คลายความร้อนแรงจากคุณได้บ้าง” สิปางกล้ำกลืนฝืนทน รับแก้วจากมือเสกสรรค์มา ขณะกำลังทำเครื่องดื่มให้มือสกปรกจับก้นเธอขยำ สิปางตัวแข็งทื่อ ตาโตมองหน้าคนโรคจิต หมอนี่ใช้ร่างสูงใหญ่บังสายตาท่านรองกับซินที่กำลังคุยงานกันอยู่ มันล้วงเข้าไปใต้กระโปรงแล้วลูบถึงบั้นท้ายโดยไม่มีอะไรขวางระหว่างมือใหญ่กับเนื้อนวล วิ้ววววว เสกสรรค์เป่าปาก ตาลุกวาว สิปางน้ำตาคลอ เลวที่สุด มันจับเธอและตอนนี้มันรู้เรื่องนั้นแล้ว ใช่ ดูจากสายตามันสิ เธอสุดจะทน จะเพื่อนท่านรองหรืออันธพาลก็ไม่สนแล้ว สิปางผลักร่างหนาสุดแรงแต่ร่างนั้นถอยหลังแค่นิดเดียว มือยังขยับลูบคลำก้นเธออยู่ “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ชั้นจะแจ้งตำรวจ” “แจ้งเลยจ๊ะ สวยอย่างงี้พี่ยินดีรับใช้” โจกับซินหันมามองตามเสียงพร้อมกัน สิปางดึงกระโปรงด้านหลังลง ครอบมือตาบ้านี่ ซึ่งจนป่านนี้มันยังไม่ยอมเอามือออก เธออายจนไม่รู้จะอายยังไง “มันนั่นแหละตำรวจ แล้วมึงเลิกยุ่งกับเด็กกูได้ไหม” โจตะโกน สิปางตาเหลือก เนี่ยนะตำรวจ แม่เจ้า...ตำรวจไทยตกต่ำถึงขั้นเลวกว่าผู้ร้ายแล้วหรือ “ไหนมึงบอกไม่ใช่เด็กมึง” นั่น... มันยังเถียง “กูหมายถึงเด็กในบริษัทกู ไม่ได้หมายถึงเด็กที่กูควงด้วย เอ้ย ไม่ใช่เว้ย มึงอย่าทำกูเขว เอาเป็นว่ามึงเอามือออกจากตัวน้องเค้าก่อน เชื่อกูเหอะ” เสกสรรค์ทำท่าเสียดาย แต่ก็ยอมปล่อยมือ สิปางน้ำตาไหลพราก “ไปเร่งเอกสารจากแผนกบุคคลให้หน่อย งานด่วน ตอนนี้เลยค่ะ” ซินสั่ง สิปางรีบวิ่งออกไป เธอรู้ว่าไม่มีงานด่วน ซินแค่ช่วยกันเธอออกจากไอ้บ้านั่น ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD