001 เลขาตัวน้อยของเจ้านาย
นิยายเรื่องนี้เขียนปี 2559 ก่อนวิกฤตโควิด ข้อมูลด้านการเงินจะเก่าสักหน่อยนะคะ
...........................................
กนกกรหรือกิ๊ก สาวน้อยวัย 17 ปีแหงนหน้ามองตึกสูงใจกลางสีลมอันเป็นที่ทำงานของเธอ ตึก Talant ที่ด้านล่างเป็นร้านค้าแบรนด์เนม ร้านอาหาร ธนาคาร และร้านค้าทั่วไป ส่วนกลางเป็นสำนักงาน ด้านบนเป็นที่พักอาศัยแบบคอนโดและร้านอาหารหรูเห็นวิวกรุงเทพ
เธอยกมือถือขึ้นมาดูเวลา อีก 15 นาทีจะแปดโมงเช้า ไม่มีเวลาพอสำหรับอาหารเช้าเต็มมื้อ แต่คงพอสำหรับกาแฟสักแก้วกับของว่างนิดหน่อย เธอเดินเข้าร้านฟาสฟู้ดที่มีสาขาทั่วโลกสั่งกาแฟเย็นกับแฮมเบอเกอร์เซทละ 59 บาท ถึงรายได้เลขาอันดับสองของรองประธานจะสูงพอควร แต่เธอไม่ใช่คนใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับเรื่องไร้สาระ อืม จริง ๆ คงเพราะติดนิสัยเจ้านายของเธอมาด้วย
โจ เจ้านายของกิ๊กเป็นหนุ่มหล่อเชื้อสายจีนวัยสามสิบกลาง ลูกชายของประธานบริษัทด้านธุรกิจบันเทิงและนำเข้าส่งออก รวมทั้งเจ้าของตึกแห่งนี้ ถึงจะบอกว่าเป็นรองประธาน แต่เจ้านายของเธอคุมอำนาจเกือบทั้งหมดของบริษัท ด้วยความเป็นผู้นำ เฉลียวฉลาด เก่งสารพัดด้าน จนประธานบริษัทปล่อยวางการตัดสินใจให้โจทั้งหมด
เจ้านายเธอแม้จบจากนอก ภาพลักษณ์ดี หัวทันสมัย บางส่วนกลับยังคงความอนุรักษ์นิยมอย่างเหนียวแน่น เนื่องจากเชื้อสายจีนทำให้ยึดแนวทางบริหารเงินแบบจีนมาด้วย เห็นได้ชัดคือ ขี้เหนียว
โอ๊ะ ไม่สิ ต้องเรียกว่า ประหยัด ใช้เงินเป็น ต่างหาก
“คิก คิก” เสียงหัวเราะเบาๆ
หือ... ไม่ใช่เสียงเธอหัวเราะนะ กิ๊กหันซ้ายขวามองหาที่มาของเสียงหัวเราะ ผู้หญิงสองคนในชุดทำงานฟิตเปรี๊ยะหันมามองแล้วหัวเราะใส่เธอ
“นั่นไง กิ๊กของรองประธาน”
“จริงอะ คนนี้หรือ หน้าตาก็ธรรมดา หุ่นก็แบนราบยังกะเด็ก ตัวก็เตี้ย”
“นั่นสิ มีดีอะไรคุณโจถึงได้หวงนักหวงหนา”
“ได้ข่าวว่ายังไม่จบปริญญาด้วยซ้ำ”
“ว้าย จริงดิ๊ รับเข้ามาทำงานได้ยังไง หรือท่านรองจะชอบโลลิ”
กิ๊กมองเวลาบนมือถือ อีกไม่กี่นาทีจะแปดโมงเช้า เธอเก็บแฮมเบอเกอร์ที่ทานเหลือใส่ถุงกระดาษ ดูดกาแฟในแก้วจนหมด คว้ากระเป๋าสะพายสีดำเรียบราคาพันเศษ เธอสาวเท้าไปทางโต๊ะของสองสาว ปลายสายตาคมกริบเหยียดมอง ตาทรงหงส์ปลายเฉียงขึ้นด้านบน ทำให้ตาของกิ๊กทั้งดูสวยคมคายและน่ากลัวจนสองสาวขนลุก
อีกไม่กี่นาทีจะได้เวลางาน แม่สองคนนี้ยังเอ้อระเหยอยู่อีก กิ๊กมองกระเป๋าราคาแพงติดตรายี่ห้อ G ราคาหลักหมื่น พวกรสนิยมสูงรายได้ต่ำ เธอจำได้ว่าสองคนนี้เพิ่งมาทำงานไม่นาน เงินเดือน 15000 บาทตามมาตรฐานขั้นต่ำปริญญาตรี กิ๊กขยับแว่น สะบัดผมหางม้าเดินออกจากร้านอย่างหงุดหงิด
แม่นะแม่ ชื่ออื่นมีตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงตั้งชื่อเล่นให้ว่ากิ๊ก คนในบริษัทชอบเอาชื่อเธอไปล้อกันว่า “กิ๊กของท่านรองประธาน” คนที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่มักเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นกิ๊กของเจ้านายจริงๆ เธอส่องกระจกในลิฟท์ หยิบลิปสติกสีชมพูอ่อนมาทาปากที่สีเลือนเพราะอาหาร เธอแต่งหน้าแค่แป้งพัฟบาง ๆ กับลิปสติก กิ๊กเป็นสาวเหนือลูกผสมจีน ผิวขาวเนียนอยู่แล้วโดยไม่ต้องแต่งอะไรมาก
...........................................
ห้องทำงาน เจ้านายและพี่ซินเลขาอันดับหนึ่งกำลังทำงานอยู่แล้ว กิ๊กเพิ่งนั่งเก้าอี้ เจ้านายก็เงยหน้าจากเอกสารขึ้นมาทัก
“อ้าว กิ๊กมาไวจัง เมื่อคืนอยู่ถึงตีสองนี่ น่าจะนอนพักอีกหน่อย”
“ไม่เป็นไรค่ะ กิ๊กไหว” ไม่อยากให้พนักงานคนอื่นนินทาเรื่องมาทำงานสายด้วย
“ยังไงก็ระวังสุขภาพหน่อยละกัน ถ้าไม่ไหวก็พักนะ อย่าหักโหม”
“ค่ะ นาย” รักนายก็ตรงเนี้ย เป็นห่วงลูกน้องเสมอ ถ้าเพื่อนาย เธอยอมตายแทนได้เลย
ว่าแล้วเจ้านายก็เดินมาหยิบแฮมเบอเกอร์ในถุงกระดาษไปกินเฉย
“นายคะ นั่นของเหลือของกิ๊ก”
“โหย เสียดายของ ยังไงกิ๊กก็ไม่กินแล้วนี่”
นั่นเห็นไหมละ บอกแล้วว่านายขี้เหนียว เอ้ย ประหยัด
“วันนี้มีปฐมนิเทศพนักงานใหม่นะคะ” ซินแทรกพูดขึ้น
พี่ซินเป็นเลขาเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนนายตั้งบริษัท หน้าตาดี รูปร่างค่อนข้างสูง หน้าอกใหญ่ เอวคอด สะโพกผาย หุ่นดีไม่แพ้นางแบบแนวเซ็กซี่เชียวล่ะ แต่เธอมักแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสุดเชยตามฟอร์มเลขาเจ้าระเบียบเป๊ะ ทรงผมหวีเรียบเป็นมวยที่ท้ายทอย แว่นตาอันใหญ่กรอบหนา ลิปสติกสีแดงเข้มทำให้ดูหน้าดุมากขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลข่มความสวยเซ็กซี่ของพี่ซินไปเกือบหมด
ซินมองกิ๊กตั้งแต่หัวจรดเท้า
“พี่บอกว่าวันนี้ให้แต่งตัวให้สุภาพเรียบร้อย ทำไมกิ๊กยังแต่งตัวแบบนี้อีก”
กิ๊กถึงกับเหวอ วันนี้เธอใส่ชุดสีครีมเรียบๆ กระโปรงยาวถึงเข่า กระเป๋าก็อุตส่าห์ไปซื้อมาใหม่ ไม่ใช้กระเป๋าคิตตี้สีชมพูที่เธอชอบ รองเท้าส้นสูงสองนิ้วไม่มีลาย เธอยังไม่เรียบร้อยตรงไหนอีกเนี่ย
“รองเท้าเธอเป็นแบบสวมมีสายคาด เธอควรใส่คัชชูปิดเท้าให้มิดชิดเรียบร้อย ผมก็อีก แค่หวีลวก ๆ มัดเป็นหางม้ายังกับเด็กวัยรุ่น ลิปสติกสีชมพูนี่อะไร เธอเป็นเด็กมหาวิทยาลัยรึไง” ซินพูดขึ้นมาเหมือนรู้ว่ากิ๊กคิดอะไร
“เอาน่า ๆ ๆ” โจยกมือห้าม “น้องเค้ายังเด็กอยู่”
“เธอทำงานมา 3 ปีแล้วนะคะนาย เธอควร...”
“กิ๊กเอาชื่อพนักงานที่จะปฐมนิเทศวันนี้ไปท่อง ซินหยิบข้อมูลที่ผมต้องออกไปพูดบนเวทีมาให้ผมทวนอีกรอบ” โจตัดบทด้วยการสั่งงาน
พี่ซินเดินไปหยิบเอกสาร โจหันมาขยิบตาให้เธอ กิ๊กยิ้มและก้มหัวให้เจ้านาย ขอบคุณค่ะนาย รอดไป ขืนให้พี่ซินพูดต่อคงร่ายยาวครึ่งชั่วโมงไม่จบ
...........................................
ระหว่างเดินไปห้องประชุมงานปฐมนิเทศพนักงาน โจหยุดเท้าหันกลับมามองสองเลขา
“ให้กิ๊กขึ้นไปยืนคู่กับผมบนเวที ถ้าไม่มีอะไรจำเป็น ซินก็ให้กิ๊กออกไปแทนเวลาผมอยู่บนเวทีนะ”
“ทำไมคะ ? ปกติพี่ซินบุคลิกดีกว่ากิ๊ก นายให้พี่ซินออกหน้าประจำไม่ใช่หรือคะ” กิ๊กทำหน้างง
“ก็แบบ... เออ... แบบ... ให้กิ๊กหัดขึ้นเวทีบ้างไง จะได้ทำเป็น งานวันนี้ก็ไม่ซีเรียสด้วย ไม่ต้องเจอลูกค้า ผิดพลาดนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก”
ซินพยายามกลั้นหัวเราะ มองโจที่สูง 165 ซม. มองกิ๊กที่สูงแค่ 155 ซม. จากนั้นก้มมองรองเท้าส้นสูงของตัวเอง แหม นายกลัวดูเตี้ย
...........................................