พนักงานใหม่ทยอยกันเข้ามานั่งประจำที่ หนุ่มตี๋หน้าทะเล้นกวาดตาเลือกเป้าหมายเป็นสองสาวที่ดูดีที่สุดในห้องจากจำนวนคนกว่าร้อยคน
“ผมขอนั่งด้วยคนนะครับ” ว่าแล้วก็หย่อนก้นลงเก้าอี้โดยไม่มีใครเชิญ
“กะ ก็ได้ค่ะ เชิญค่ะ” สองสาวทำตาปริบๆ
ในใจคิดว่า ชั้นเชิญช้าไปไหมเนี่ย พ่อคุณนั่งไปเรียบร้อยแล้ว หนุ่มตี๋ท่าทางขี้หลีแนวนี้ไม่ได้แอ้มชั้นหรอก ยอมให้นั่งเพราะเพิ่งทำงานใหม่ ไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนร่วมบริษัทตั้งแต่อาทิตย์แรกหรอกนะ
“ผมเอ็ดเวิร์ดครับ แผนกต่างประเทศ คุณล่ะ ?” หนุ่มชื่อฝรั่งหน้าตาตี๋ตรงข้ามกับชื่อแนะนำตัว
จากตั้งใจทำเมิน สองสาวเริ่มหันมามองหนุ่มตี๋ เพิ่งมาทำงานก็ได้อยู่แผนกต่างประเทศเลยหรือ ขนาดพวกเธอจบเศรษฐศาสตร์จุฬายังได้เป็นพนักงานเอกสารทั่วไปเลย
“ผมจบรัฐศาสตร์รามครับ แต่ได้ภาษาต่างประเทศหลายภาษา เลยได้เข้าไปอยู่แผนกต่างประเทศนะครับ” หนุ่มตี๋เหมือนรู้ว่าสาว ๆ คิดอะไร
“ภาษาจีนด้วยไหมคะ ?”
“นั่นแน่นอนครับ ภาษาถนัดผมเลย” หนุ่มตี๋ยิ้มกริ่ม
สองสาวผมดำกับน้ำตาลเหลือบมองตากัน มิน่า บริษัทที่คัดคนเก่งระดับ Talant เข้าทำงานตามชื่อบริษัทคงไม่เอาเด็กรามธรรมดามาทำงานแน่ หมอนี่ดูหน้าก็รู้ว่าเก่งจีน หน้าจี๊นจีนซะขนาดนี้
“พนักงานใหม่เยอะกว่าที่คิดนะคะเนี่ย” สาวผมน้ำตาลชวนคุย อย่างน้อยตีสนิทไว้ก่อนก็ยังดี
“ไม่หรอกครับ ส่วนใหญ่ไม่ผ่านทดลอง 3 เดือน ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ ก็สู้งานไม่ไหวนะครับ ผมเดาได้เลย ครบ 3 เดือนเหลือแค่ 20 กว่าเองมั้ง พวกคุณอย่าคิดมากเลย เค้าให้ทำงานอะไรก็ทำไปก่อน ตั้งใจทำให้เต็มที่ พอครบ 3 เดือนเค้าก็บรรจุลงตำแหน่งที่เหมาะสมเอง เงินเดือนก็ขึ้นตามความสามารถน่ะครับ อย่างยัยกิ๊กตอนทดลองงานได้เงินเดือน 4500 เอง พอผ่านโปร นาย เอ้ย รองประธานดึงไปเป็นเลขาส่วนตัวได้เงินเดือน 70000 บาทเชียวนา ตอนนี้น่าจะเงินเดือนหลักแสนละมั้ง”
สองสาวตาโต “เงินเดือน 4500 เนี่ยนะคะ ขึ้นเป็น 70000”
“ถึงจะบอกว่าเลขา แต่ทำงานเกินหน้าที่เลขาไปเยอะครับ ท่านรองชอบเอาคนเก่งไว้ใกล้ตัว เงินเดือนสูงและใช้คุ้มเงินเดือนครับ กิ๊กนี่เก่งมาก ใครทำงานไม่ได้มาตรฐานโดนย้ายตำแหน่งบ้างตัดเงินเดือนบ้าง พวกร้องไห้ลาออกก่อนพ้นโปรก็ฝีมือยัยกิ๊กซะส่วนมาก ยิ่งพวกทุจริตโดนลากเข้าคุกไปเลยก็มี”
“คนนั้นหรือคะ” สาวผมดำชี้ไปทางเลขาเจ้าระเบียบบนเวที
“คนนั้นซินครับ เค้าบ่นไปยังงั้นแหละครับ ใจดีจะตาย ถ้าไม่หนักหนาจริงๆไม่เคยภาคทัณฑ์หรือตัดเงินเดือนใครเลย อย่าว่าแต่จะไล่ออก”
“เดี๋ยวนะคะ กิ๊ก... ใช่เลขาที่ตัวเล็กๆ ตาคมๆ รึเปล่า”
“เอ๋ ไม่รู้สิแฮะ ผมก็ไม่ได้เจอกิ๊กมาหลายปีละ แต่ถ้าคุณบอกตาคมๆ หางตาเฉียงขึ้นล่ะก็ น่าจะคนเดียวกันนะ”
“คิก คิก คิก ถ้าคนนั้นคงไม่ใช่เงินเดือนขึ้นเพราะความสามารถหรอกมั้งคะ รุ่นพี่ในแผนกชั้นบอกว่ารองประธานหวงเลขาคนนี้มากกกกกค่ะ คุณท่าทางจะรู้ดีจัง”
หนุ่มตี๋ชักสีหน้าไม่พอใจ
“ผมเคยทำงานที่นี่มาก่อนน่ะครับ ออกไปเรียนต่อโท MIT สองปี”
“ลาออกไปเรียนต่อหรือคะ ดีจัง MIT ด้วย” โห เวอร์ปะหมอนี่ เรียนโท MIT สองปีจบ
“เปล่าลาออกครับ ผมโดนไล่ออกเพราะปากสว่าง คุณก็ระวังตัวไว้ด้วยละกัน เพราะยัยกิ๊กน่ะ เจ้านายเค้าหวงมากกกกกกกกก ผมขอตัวก่อนนะครับ”
หนุ่มตี๋ลุกขึ้นยืนมองหาเหยื่อรายใหม่ ฝรั่งผมแดงที่ยืนเก้ๆกังๆอยู่ เข้าไปพูดคุยภาษาฝรั่งเศสคล่องปรื๋อ สองสาวได้แต่อึ้ง พูดภาษาต่างประเทศได้อย่างที่คุยจริงด้วย
“เธอพอรู้ฝรั่งเศสบ้างไม่ใช่หรือ บอกหน่อยสิเค้าคุยอะไรกัน” สาวผมดำหันไปหาเพื่อน
“รองประธานขึ้นพูดแล้ว ฟังก่อนเถอะ”
“ตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีกอะ เกาหลี้เกาหลี น่ารักเน้อ”
“ไม่เปคอะ เราชอบฝรั่ง ไม่ชอบตาชั้นเดียว” สาวผมน้ำตาลเอ่ยบ้าง
“ดีแล้วย่ะ จะได้ไม่แย่งกัน”
“สองคนนั้นน่ะ ถ้าจะคุยกันเชิญออกไปคุยนอกห้อง” โจตวาด
หนุ่มตี๋กับหนุ่มฝรั่งเศสหยุดคุยและเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
“ขอโทษครับนาย ฝรั่งเค้าไม่เข้าใจที่นายพูด ผมเลยแปลให้ครับ” หนุ่มตี๋เอ่ยขึ้น
โจเห็นหน้าหนุ่มตี๋ถึงกับชะงัก เม้มปากแน่น พยายามสะกดอารมณ์
ซินหันไปมองกิ๊ก
“หนูก็ไม่รู้ค่ะ หนูเช็คประวัติพนักงานใหม่ก็ไม่เห็นพี่เอก” กิ๊กส่ายหน้า
หนุ่มตี๋ เอกสิทธิ์หรือเอ็ดเวิร์ด ส่งจูบให้กิ๊กที่หันมามองทางตัวเองแบบงงๆ
“ไอ้เอก มึงมาได้ยังไง” โจตะโกนใส่ไมโครโฟน เล่นเอาพนักงานใหม่สะดุ้งเฮือกกันทั้งห้อง
“นายจำผมได้ด้วย ดีใจจังเลย ผมไม่อยู่ตั้งสองปี นายยังจำได้ ผมเปลี่ยนชื่อเป็นเอ็ดเวิร์ดแล้วคร้าบ แบบ...ไปเรียนเมืองนอกฝรั่งเรียกชื่อผมยาก ผมเลยเปลี่ยนเป็นเอ็ดเวิร์ดคร้าบ”
“กูไม่สนว่ามึงจะเปลี่ยนชื่อเป็นอะไร กูถามว่ามึงโผล่หัวมาได้ยังไง” โจตะคอกเสียงใส่
“ค้า ค้า หรือคะ ? ตอนนี้นะคะ ค่ะ สักครู่นะคะ” ซินส่งเสียงดังใส่มือถือแทรกขึ้นมา
“งานด่วนค่ะนาย ตอนนี้เลย กิ๊กช่วยแนะนำพนักงานใหม่แทนทีนะ”
ซินรีบหันไปคว้าแขนรองประธานลากออกจากห้องเพื่อแก้สถานการณ์
อ้าว ทิ้งกันงี้เลยหรือ กิ๊กจะทำไงอะ เธอเดินขึ้นไปยืนขาสั่นหน้าไมโครโฟนพยายามพูดอะไรสักอย่าง หลายคนสงสารให้กำลังใจ หลายคนทำท่าสมน้ำหน้า โดยเฉพาะสองสาวเปรี้ยว
“โธ่ แค่นี้แก้ปัญหาไม่ได้ จ้างมาเสียเงินเปล่าจริงจริ๊ง”
หลายเสียงในห้องเริ่มซุบซิบ สงสัยได้ตำแหน่งเพราะเรื่องอย่างว่า ดูไม่เป็นมืออาชีพเอาเลย สู้เลขาคนเมื่อกี้ก็ไม่ได้ เจ้านายหลุดยังแก้สถานการณ์ได้ กิ๊กเริ่มน้ำตาซึม
“กิ๊กคร้าบ พี่ฝรั่งที่นั่งข้างผมไม่เข้าใจระเบียบข้อ 27 พี่เค้าไม่คล่องภาษาอังกฤษด้วย กิ๊กช่วยอธิบายเป็นภาษาฝรั่งเศสหน่อยสิคร้าบ” เอกยกมือถาม
กิ๊กเปิดเอกสารแล้วอธิบายเป็นภาษาฝรั่งเศส หนุ่มฝรั่งผมแดงถามอีกสองสามข้อ กิ๊กก็ตอบอย่างฉาดฉาน
“เอางี้นะคะ เดี๋ยวกิ๊กแปลระเบียบของบริษัทเป็นภาษาฝรั่งเศสให้ ตอนเย็นก่อนเลิกงานให้มาเอาเอกสารกับพนักงานหน้าห้องท่านรองได้เลยค่ะ” เธอตอบเป็นภาษาฝรั่งเศส
“มีใครต้องการเอกสารภาษาอื่นอีกไหมคะ ?” กิ๊กถามเป็นภาษาอังกฤษ
สามคนในห้องยกมือ เยอรมันหนึ่ง ญี่ปุ่นสอง
“ค่ะ ภาษาเยอรมันนะคะ มารับก่อนเลิกงานได้เลยค่ะ ส่วนภาษาญี่ปุ่นกิ๊กไม่คล่อง ต้องรอคนอื่นแปลให้นะคะ มีใครในห้องทำหน้าที่นี้ได้มั้งคะ”
พนักงานใหม่หลายคนลังเล แม้จะรู้ภาษาญี่ปุ่นแต่ต้องแปลเอกสาร 17 หน้าให้ถูกต้องภายในวันเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย
“สิปาง เธอพอทำได้ไหม” สาวผมน้ำตาลหันไปถามเพื่อนผมดำ
“เราเรียนเบื้องต้นเอง เอกสารบางหน้าภาษากฎหมายด้วยอะ เราไม่ไหว”
“ถ้าไม่มีใครทำ ผมทำให้ก็ได้นะครับ ผมต้องทำงานด้วยคง 2-3 วันกว่าจะแปลเสร็จนะครับ” เอกยกมือเสนอตัว
สองสาวหันไปมองหนุ่มตี๋ หมอนี่อีกละ พูดได้กี่ภาษากันแน่เนี่ย
“โอเคค่ะ งั้นให้คุณเอกสิทธิ์รับไปนะคะ แปลเสร็จแล้วส่งให้พนักงานญี่ปุ่นโดยตรงได้เลยค่ะ ไม่ต้องผ่านกิ๊ก”
“เอ็ดเวิร์ดครับ เอ็ดเวิร์ด ผมเปลี่ยนชื่อแล้ว”
“ค่ะ คุณเอ็ดเวิร์ด” กิ๊กกัดฟันตอบ กวนอย่างนี้สิน้า นายถึงได้ของขึ้นประจำ
...........................................