001 เลขาตัวน้อยของเจ้านาย

1185 Words
นิยายเรื่องนี้เขียนปี 2559 ก่อนวิกฤตโควิด ข้อมูลด้านการเงินจะเก่าสักหน่อยนะคะ ........................................... กนกกรหรือกิ๊ก สาวน้อยวัย 17 ปีแหงนหน้ามองตึกสูงใจกลางสีลมอันเป็นที่ทำงานของเธอ ตึก Talant ที่ด้านล่างเป็นร้านค้าแบรนด์เนม ร้านอาหาร ธนาคาร และร้านค้าทั่วไป ส่วนกลางเป็นสำนักงาน ด้านบนเป็นที่พักอาศัยแบบคอนโดและร้านอาหารหรูเห็นวิวกรุงเทพ เธอยกมือถือขึ้นมาดูเวลา อีก 15 นาทีจะแปดโมงเช้า ไม่มีเวลาพอสำหรับอาหารเช้าเต็มมื้อ แต่คงพอสำหรับกาแฟสักแก้วกับของว่างนิดหน่อย เธอเดินเข้าร้านฟาสฟู้ดที่มีสาขาทั่วโลกสั่งกาแฟเย็นกับแฮมเบอเกอร์เซทละ 59 บาท ถึงรายได้เลขาอันดับสองของรองประธานจะสูงพอควร แต่เธอไม่ใช่คนใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับเรื่องไร้สาระ อืม จริง ๆ คงเพราะติดนิสัยเจ้านายของเธอมาด้วย โจ เจ้านายของกิ๊กเป็นหนุ่มหล่อเชื้อสายจีนวัยสามสิบกลาง ลูกชายของประธานบริษัทด้านธุรกิจบันเทิงและนำเข้าส่งออก รวมทั้งเจ้าของตึกแห่งนี้ ถึงจะบอกว่าเป็นรองประธาน แต่เจ้านายของเธอคุมอำนาจเกือบทั้งหมดของบริษัท ด้วยความเป็นผู้นำ เฉลียวฉลาด เก่งสารพัดด้าน จนประธานบริษัทปล่อยวางการตัดสินใจให้โจทั้งหมด เจ้านายเธอแม้จบจากนอก ภาพลักษณ์ดี หัวทันสมัย บางส่วนกลับยังคงความอนุรักษ์นิยมอย่างเหนียวแน่น เนื่องจากเชื้อสายจีนทำให้ยึดแนวทางบริหารเงินแบบจีนมาด้วย เห็นได้ชัดคือ ขี้เหนียว โอ๊ะ ไม่สิ ต้องเรียกว่า ประหยัด ใช้เงินเป็น ต่างหาก “คิก คิก” เสียงหัวเราะเบาๆ หือ... ไม่ใช่เสียงเธอหัวเราะนะ กิ๊กหันซ้ายขวามองหาที่มาของเสียงหัวเราะ ผู้หญิงสองคนในชุดทำงานฟิตเปรี๊ยะหันมามองแล้วหัวเราะใส่เธอ “นั่นไง กิ๊กของรองประธาน” “จริงอะ คนนี้หรือ หน้าตาก็ธรรมดา หุ่นก็แบนราบยังกะเด็ก ตัวก็เตี้ย” “นั่นสิ มีดีอะไรคุณโจถึงได้หวงนักหวงหนา” “ได้ข่าวว่ายังไม่จบปริญญาด้วยซ้ำ” “ว้าย จริงดิ๊ รับเข้ามาทำงานได้ยังไง หรือท่านรองจะชอบโลลิ” กิ๊กมองเวลาบนมือถือ อีกไม่กี่นาทีจะแปดโมงเช้า เธอเก็บแฮมเบอเกอร์ที่ทานเหลือใส่ถุงกระดาษ ดูดกาแฟในแก้วจนหมด คว้ากระเป๋าสะพายสีดำเรียบราคาพันเศษ เธอสาวเท้าไปทางโต๊ะของสองสาว ปลายสายตาคมกริบเหยียดมอง ตาทรงหงส์ปลายเฉียงขึ้นด้านบน ทำให้ตาของกิ๊กทั้งดูสวยคมคายและน่ากลัวจนสองสาวขนลุก อีกไม่กี่นาทีจะได้เวลางาน แม่สองคนนี้ยังเอ้อระเหยอยู่อีก กิ๊กมองกระเป๋าราคาแพงติดตรายี่ห้อ G ราคาหลักหมื่น พวกรสนิยมสูงรายได้ต่ำ เธอจำได้ว่าสองคนนี้เพิ่งมาทำงานไม่นาน เงินเดือน 15000 บาทตามมาตรฐานขั้นต่ำปริญญาตรี กิ๊กขยับแว่น สะบัดผมหางม้าเดินออกจากร้านอย่างหงุดหงิด แม่นะแม่ ชื่ออื่นมีตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงตั้งชื่อเล่นให้ว่ากิ๊ก คนในบริษัทชอบเอาชื่อเธอไปล้อกันว่า “กิ๊กของท่านรองประธาน” คนที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่มักเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นกิ๊กของเจ้านายจริงๆ เธอส่องกระจกในลิฟท์ หยิบลิปสติกสีชมพูอ่อนมาทาปากที่สีเลือนเพราะอาหาร เธอแต่งหน้าแค่แป้งพัฟบาง ๆ กับลิปสติก กิ๊กเป็นสาวเหนือลูกผสมจีน ผิวขาวเนียนอยู่แล้วโดยไม่ต้องแต่งอะไรมาก ........................................... ห้องทำงาน เจ้านายและพี่ซินเลขาอันดับหนึ่งกำลังทำงานอยู่แล้ว กิ๊กเพิ่งนั่งเก้าอี้ เจ้านายก็เงยหน้าจากเอกสารขึ้นมาทัก “อ้าว กิ๊กมาไวจัง เมื่อคืนอยู่ถึงตีสองนี่ น่าจะนอนพักอีกหน่อย” “ไม่เป็นไรค่ะ กิ๊กไหว” ไม่อยากให้พนักงานคนอื่นนินทาเรื่องมาทำงานสายด้วย “ยังไงก็ระวังสุขภาพหน่อยละกัน ถ้าไม่ไหวก็พักนะ อย่าหักโหม” “ค่ะ นาย” รักนายก็ตรงเนี้ย เป็นห่วงลูกน้องเสมอ ถ้าเพื่อนาย เธอยอมตายแทนได้เลย ว่าแล้วเจ้านายก็เดินมาหยิบแฮมเบอเกอร์ในถุงกระดาษไปกินเฉย “นายคะ นั่นของเหลือของกิ๊ก” “โหย เสียดายของ ยังไงกิ๊กก็ไม่กินแล้วนี่” นั่นเห็นไหมละ บอกแล้วว่านายขี้เหนียว เอ้ย ประหยัด “วันนี้มีปฐมนิเทศพนักงานใหม่นะคะ” ซินแทรกพูดขึ้น พี่ซินเป็นเลขาเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนนายตั้งบริษัท หน้าตาดี รูปร่างค่อนข้างสูง หน้าอกใหญ่ เอวคอด สะโพกผาย หุ่นดีไม่แพ้นางแบบแนวเซ็กซี่เชียวล่ะ แต่เธอมักแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสุดเชยตามฟอร์มเลขาเจ้าระเบียบเป๊ะ ทรงผมหวีเรียบเป็นมวยที่ท้ายทอย แว่นตาอันใหญ่กรอบหนา ลิปสติกสีแดงเข้มทำให้ดูหน้าดุมากขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลข่มความสวยเซ็กซี่ของพี่ซินไปเกือบหมด ซินมองกิ๊กตั้งแต่หัวจรดเท้า “พี่บอกว่าวันนี้ให้แต่งตัวให้สุภาพเรียบร้อย ทำไมกิ๊กยังแต่งตัวแบบนี้อีก” กิ๊กถึงกับเหวอ วันนี้เธอใส่ชุดสีครีมเรียบๆ กระโปรงยาวถึงเข่า กระเป๋าก็อุตส่าห์ไปซื้อมาใหม่ ไม่ใช้กระเป๋าคิตตี้สีชมพูที่เธอชอบ รองเท้าส้นสูงสองนิ้วไม่มีลาย เธอยังไม่เรียบร้อยตรงไหนอีกเนี่ย “รองเท้าเธอเป็นแบบสวมมีสายคาด เธอควรใส่คัชชูปิดเท้าให้มิดชิดเรียบร้อย ผมก็อีก แค่หวีลวก ๆ มัดเป็นหางม้ายังกับเด็กวัยรุ่น ลิปสติกสีชมพูนี่อะไร เธอเป็นเด็กมหาวิทยาลัยรึไง” ซินพูดขึ้นมาเหมือนรู้ว่ากิ๊กคิดอะไร “เอาน่า ๆ ๆ” โจยกมือห้าม “น้องเค้ายังเด็กอยู่” “เธอทำงานมา 3 ปีแล้วนะคะนาย เธอควร...” “กิ๊กเอาชื่อพนักงานที่จะปฐมนิเทศวันนี้ไปท่อง ซินหยิบข้อมูลที่ผมต้องออกไปพูดบนเวทีมาให้ผมทวนอีกรอบ” โจตัดบทด้วยการสั่งงาน พี่ซินเดินไปหยิบเอกสาร โจหันมาขยิบตาให้เธอ กิ๊กยิ้มและก้มหัวให้เจ้านาย ขอบคุณค่ะนาย รอดไป ขืนให้พี่ซินพูดต่อคงร่ายยาวครึ่งชั่วโมงไม่จบ ........................................... ระหว่างเดินไปห้องประชุมงานปฐมนิเทศพนักงาน โจหยุดเท้าหันกลับมามองสองเลขา “ให้กิ๊กขึ้นไปยืนคู่กับผมบนเวที ถ้าไม่มีอะไรจำเป็น ซินก็ให้กิ๊กออกไปแทนเวลาผมอยู่บนเวทีนะ” “ทำไมคะ ? ปกติพี่ซินบุคลิกดีกว่ากิ๊ก นายให้พี่ซินออกหน้าประจำไม่ใช่หรือคะ” กิ๊กทำหน้างง “ก็แบบ... เออ... แบบ... ให้กิ๊กหัดขึ้นเวทีบ้างไง จะได้ทำเป็น งานวันนี้ก็ไม่ซีเรียสด้วย ไม่ต้องเจอลูกค้า ผิดพลาดนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก” ซินพยายามกลั้นหัวเราะ มองโจที่สูง 165 ซม. มองกิ๊กที่สูงแค่ 155 ซม. จากนั้นก้มมองรองเท้าส้นสูงของตัวเอง แหม นายกลัวดูเตี้ย ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD