ถึงขิมจะวางหูไปนานแล้ว แต่โจยังกำมือถือตัวเองแน่น นึกย้อนไปถึงคืนที่ขิมกับเขาให้สัญญากันเมื่อหลายปีก่อน
คุ้มดาราห้องนอนของกิ๊ก โจเอนกายพิงหมอนกอดกิ๊กแนบอก เสียงประตูห้องเปิดเบามือ ผู้ชายร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาย่องเข้ามายืนมองสองคนที่นอนกอดกันบนเตียง
“เป็นยังไงบ้าง”
“หลับไปนานแล้ว” โจยกมือลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ
ขิมมองกิ๊กหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข หายใจเป็นจังหวะ มือน้อยยังกำเสื้อของโจไม่ปล่อย
ปกติเวลากิ๊กฝันร้ายกว่าพวกเขาจะกล่อมให้หลับได้ก็เป็นนาน ตอนหลับก็หน้านิ่วคิ้วขมวด กัดฟันกรอดๆทำท่าหนาวสั่น ลมหายใจติดขัดเพราะโรคหอบหืด จนพวกเขาต้องคอยผลัดกันเฝ้าทั้งคืน
“เวลาอยู่กับมึงท่าทางหลับสบาย ขอบคุณมากนะโจ อุตส่าห์ช่วยดูแลน้องสาวกู”
“น้องมึงก็ลูกน้องคนสำคัญของกูเหมือนกัน ถึงจะห่วงไม่เท่าพวกมึง แต่กูก็ห่วง”
“ห่วงลูกน้องขนาดยอมอดหลับอดนอนนั่งท่านี้เนี่ยนะ”
“เห็นน้องเค้าหลับสบาย กูเลยไม่อยากกวน รอกิ๊กตื่นกูค่อยไปนอนก็ได้”
“ถ้าน้องกูหลับยาวทั้งคืน มึงจะนั่งท่านี้ทั้งคืนจนเช้าด้วยรึไง”
“กูทนได้ ถ้าทำให้กิ๊กอาการดีขึ้น เรื่องแค่นี้กูทำได้” โจจูบหน้าผากกิ๊กเบาๆ
ขิมมองโจแล้วตัดสินใจบางอย่าง
“กูถามมึงตรงๆ มึงรักน้องกูรึเปล่า”
“รักสิวะ”
“กูหมายถึงรักแบบคนรัก ไม่ใช่ลูกน้อง”
“เฮ้ยยยย !!!” โจตกใจ
กิ๊กสะดุ้งขยับตัวส่งเสียงงึมงำ โจลูบแขนลูบไหล่ปลอบโยน ขยับท่านั่งใหม่ให้กิ๊กนอนสบาย ขิมมองน้องสาวตัวเองที่นอนเอาแก้มแนบอกเพื่อนสนิทของตัวเองแล้วได้แต่ถอนหายใจ รอจนกิ๊กหลับสนิทอีกรอบ เขาลดเสียงคุยลง
“มึงรู้ไหม ท่าทางมึงตอนนี้อ่อนโยนแค่ไหน สายตาที่มองกิ๊กเป็นยังไง กูก็มีลูกน้องมือขวาคนสนิท กูเคยอยู่คอนโดเดียวกับจุฑามาศจนคนเข้าใจผิดไปทั่ว กูยังไม่เคยแตะต้องจุฑามาศพร่ำเพร่อแบบมึงทำกับกิ๊ก”
“มึงต้องการบอกอะไร”
“มึงเชื่อกูเถอะ กูมีเมีย มึงก็รู้ว่ากูรักยิ้มมากแค่ไหน กูดูออกระหว่างรักลูกน้องกับรักแบบคนรัก สิ่งที่มึงทำกับกิ๊กมากกว่าความรักแบบนายรักลูกน้องแน่นอน กูถามแค่ว่า มึง-รัก-น้อง-กู-รึ-เปล่า”
“กูมีลูกปัดแล้ว กูรักลูกปัด”
“ปัดทิ้งมึงไปตั้งหลายปีแล้ว ถ้าลูกปัดจะกลับมาหามึง เค้ากลับมานานละ มึงยังทำใจไม่ได้อีกหรือวะ”
โจขยับปากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่พูดไม่ออก
“มึงอาจยังไม่แน่ใจความรู้สึกตัวเอง แต่กูว่ากูแน่ใจ กูเพิ่งคิดเมื่อกี้ กูอยากให้มึงรับกิ๊กไปอยู่กับมึง”
“พูดอะไร น้องมึงเพิ่งอายุ 13”
“ถ้าอายุมากกว่านี้แปลว่าได้งั้นสิ”
โจอึ้ง จนมุมในคำพูดของขิม
“ตอนนี้มึงยังสับสน ลองให้เวลากับตัวเองดู พากิ๊กกลับกรุงเทพไปอยู่ด้วยในฐานะลูกน้อง รอจนน้องสาวกูอายุครบ 18 กูกับมึงค่อยมาคุยกับเรื่องนี้อีกครั้ง”
“มึงบอกความรักในฐานะลูกน้องกับคนรักใช่ไหม มึงไม่คิดกลับกันบ้างหรือ ถ้ากิ๊กรักกูในฐานะลูกน้องที่ยอมตายแทนเจ้านายได้เหมือนกุยแกในอดีต กิ๊กจะยอมกูเพราะความภักดี ไม่ใช่เพราะรักกูแบบคนรัก”
หนนี้เป็นขิมที่จนมุมในคำพูดของโจ เขารู้นิสัยน้องสาวดีว่ากิ๊กจะทิ้งความสุขของตัวเองยอมเป็นคนรักของโจเพราะความภักดี อย่าว่าแต่ยอมเป็นคนรัก ต่อให้โจชี้นิ้วสั่งให้ไปตาย น้องสาวของเขาคงยอมทำตาม
“ชาตินี้กูเกิดเป็นคนธรรมดา อยู่แบบคนธรรมดา ไม่อยากให้ใครมาเสียสละเพราะกูอีกแล้ว ไม่ใช่แค่กุยแก แต่กูเสียลูกน้องไปไม่รู้กี่คนต่อกี่คน แม้กระทั่งลูกชายคนโตของกูเองก็ต้องตายเพราะช่วยชีวิตกู ไม่ใช่กูไม่รู้สึกอะไร ไม่ใช่กูไม่เจ็บ แต่กูล้มไม่ได้ ถ้ากูล้มมันจะกลายเป็นโดมิโนที่ผลักตัวอื่นล้มต่อๆกัน” โจระบายความอัดอั้นครั้งอดีต
“แล้วกูก็คิดถูก พอกูตายลูกกูที่เหลือก็เข่นฆ่ากันเอง ตอนที่กูอ่านหนังสือเจอว่าหลังกูตาย ลูกของกูฆ่ากันเอง มันทรมานแค่ไหนมึงรู้ไหม ถึงมึงไม่ได้เจอมาหนักเท่ากูแต่มึงเข้าใจความรู้สึกกูใช่ไหมขิม กูไม่อยากเจอเรื่องแบบนั้นอีก” สีหน้าเขาเจ็บปวดเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
“กู...กูขอโทษ กูไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้น กูแค่อยากให้มึงดูแลกิ๊ก กูคิดว่ากิ๊กอยู่กับมึงจะดีกว่าอยู่ที่นี่ กูคิดว่ามึงเป็นคนเดียวที่ไม่กลัวกิ๊กและคุมกิ๊กได้” ขิมอ้ำอึ้ง
“มึงอยากให้กิ๊กใช้ชีวิตแบบเด็กผู้หญิงธรรมดา เพราะมึงเลี้ยงกิ๊กมาพลาดใช่ไหม มึงสอนน้องจนทำให้น้องสาวมึงกลายเป็นปีศาจ”
ขิมเม้มปาก กำหมัดแน่น
“กูเข้าใจมึงละ กูจะรับกิ๊กมาดูแลในฐานะลูกน้อง กูสัญญาว่ากูจะให้อิสระเค้าในการรักใครชอบใคร พอกิ๊กอายุ 18 ปี เราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง ทั้งความรู้สึกของกูและความรู้สึกของกิ๊กด้วย” โจถอนหายใจ
“กูจะคุยกับพ่อแม่เอง พ่อคงไม่มีปัญหา แต่แม่... กูคงเล่าเรื่องสัญญาไม่ได้ กูจะบอกแค่ว่ากิ๊กไปทำงานกับมึงเฉยๆ”
...........................................
คุณดาวโวยวายตามที่คาด ส่วนกิ๊กตาแป๋วอ้าปากหวอฟังโจสารยาย
“น้องเพิ่งอายุ 13 จะทำงานได้หรือคะ” คุณดาวมองลูกสาวคนเล็ก ตัวก็แค่นี้ ผอมบางขี้โรค จะไปทำอะไรได้
“ได้ครับ ผมมีซินเป็นเลขาทำงานส่วนใหญ่อยู่แล้ว”
“กิ๊กช่วยพี่โจได้หรือ” กิ๊กปีนขึ้นมานั่งบนตักโจ
“ได้สิจ๊ะ กิ๊กพิมพ์ดีดเป็นไหม”
“เป็นค่ะ”
“ช่วยพิมพ์ดีด ถ่ายเอกสาร รับโทรศัพท์ พนักงานหน้าห้องก็มีอยู่แล้ว เวลาพี่สั่งกาแฟ กิ๊กก็ไปสั่งพนักงานหน้าห้องต่อ กิ๊กแค่เดินมาเสิร์ฟก็พอ งานง้ายง่าย ง่ายกว่าช่วยงานพี่ขิมเยอะเลย”
คุณดาวเอียงคอเริ่มคล้อยตาม งานง่ายจริงๆด้วย เด็กอายุ 13 ปีก็ทำได้
“กิ๊กพูดได้หลายภาษา เวลามีลูกค้าต่างชาติมาติดต่องานเช่นคนจีน กิ๊กก็พูดภาษาจีนเชิญมานั่ง ถามว่าลูกต้องการต้องการเครื่องดื่มอะไร จากนั้นกิ๊กสั่งพนักงานหน้าห้องทำให้ กิ๊กก็หยิบแฟ้มเอกสารที่ซินเตรียมไว้ให้ลูกค้า พอลูกค้ากลับกิ๊กก็เก็บแฟ้มเข้าที่เดิม เก็บเครื่องดื่มอาหารว่างบนโต๊ะให้เรียบร้อย พี่อยากได้คนที่พูดได้หลายภาษา”
“กิ๊กทำได้ กิ๊กพูดได้หลายภาษา กิ๊กอยากไปทำงานกับพี่โจ” กิ๊กกอดเอวโจแน่น
คุณดาวคิดตาม งานเหมาะกับกิ๊กจริงอย่างว่า งานสบายแต่ต้องใช้หลายภาษา
“ผมเคยเสียกุยแกไปเพราะความสะเพร่าของผม ผมอยากชดเชยสิ่งที่ผมเคยทำในอดีต ผมสัญญาว่าจะดูแลกิ๊กให้ดีที่สุดครับ”
คุณดาวที่ยังห่วงลูกสาวคนเล็ก ยอมปล่อยกิ๊กไปเพราะคำพูดหนักแน่นของโจ เธอขอเวลาเตรียมใจและรอให้กิ๊กเรียนจบม.ต้น จึงส่งมาอยู่กับโจตอนกิ๊กอายุ 14 ปี
...........................................