018 พี่มาอาศัยผม พี่ต้องไปนอนโซฟา

1389 Words
เอกสิทธิ์เปิดประตูห้องเป็นหนที่สาม กดเปิดสวิทช์ไฟ นั่นไงจริงอย่างที่คิดด้วย ตติยายืนร้องไห้อยู่กลางห้อง “ทำไมพี่ไม่เปิดไฟครับ นี่นิยายรักนะครับ พี่เกือบทำให้กลายเป็นนิยายผีของสรจักรแล้ว” “พะ พี่ลืม พี่มัวแต่เสียใจ” ตติยาเงยหน้าเปื้อนคราบน้ำตา มาสคาร่า แป้งแต่งหน้า จนเละไปทั้งหน้าขึ้นมา เอกถอนใจ ก็อย่างงี้สิน้า เลยทำให้พนักงานโรงแรมเข้าใจผิดว่าเป็นผีมาร้องไห้ “พี่ล้างหน้าล้างตาอาบน้ำก่อนดีไหมครับ” เอกยื่นผ้าเช็ดตัวให้ ตติยาอาบน้ำใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของเอก มานั่งจุ้มปุ๊กกลางห้อง “เอกรู้ใช่ไหม คุณจิ๋วมีภรรยาแล้ว” “ครับ” “ทำไมไม่บอกพี่” “ผมโดนด่าว่าปากสว่างประจำ พี่ก็เพื่อนผม พี่จิ๋วผมก็รู้จัก พี่จุฑามาศผมก็นับถือ ผมไม่รู้จะทำยังไง” “คุณจิ๋วห้ามให้เอกบอกพี่หรือ” เอกก้มหน้านิ่ง ตติยาพยักหน้าเข้าใจ “คุณจุฑามาศรู้ไหม” ตติยาถามอีก “รู้แค่ว่าพี่จิ๋วมีผู้หญิงอื่นอยู่บริษัทนี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครครับ” “ขอบคุณที่ช่วยพี่ไว้ เอกคงลำบากใจมากสินะ” “ช่างเถอะครับ” “ห้องสวยจัง เดือนละ 4500 เองหรือ” ตติยามองรอบห้อง “นอกจากเป็นชู้แล้วยังชอบแอบฟังชาวบ้านคุยกันด้วยหรือ” เอกประชด ตติยาน้ำตาซึมขึ้นมาอีก “โทษ ๆ ๆ ผมปากหมาเอง ผมขอโทษ พี่อย่าร้องไห้สิ” ตรูนี่ปากหาเรื่องแท้หนอ เอกด่าตัวเอง “พี่รู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี่” “พี่รู้แต่ว่าเอกอยู่โรงแรมนี้ เอกเคยบอก แต่พี่ไม่รู้เอกอยู่ห้องไหน พี่ไปนั่งร้องไห้รอเอกข้างล่าง พนักงานก็มาถามแล้วพามาห้องนี้ พี่มารบกวนหรือ” ตติยาร้องไห้อีก “ม้าย ไม่ได้รบกวนเลยพี่ มาได้พี่” แค่เกือบหัวใจวายตายเพราะนึกว่าผีลืมหลุมแค่นั้นเอง “หาห้องแบบนี้ได้ที่ไหน พี่เข้างานไม่เป็นเวลา บางวันเลิกดึกกลับบ้านยาก” “กิ๊กหาให้ครับ พี่ลองถามกิ๊กสิ” “อย่าดีกว่า พี่ไม่กล้าสู้หน้ากิ๊ก วันนี้พี่อายมากเลย” “กิ๊กไม่รู้เรื่องพี่กับพี่จิ๋วหรอกครับ พี่อย่าคิดมาก” “กิ๊กไม่รู้ แต่พี่รู้อยู่แก่ใจ พี่ไม่กล้าไปขอให้กิ๊กช่วยหรอก” “หาเองคงหายาก แถวนี้แพงจะตาย ห้องนี้ปกติให้เช่ารายวันเพราะเป็นของกิ๊กถึงได้เช่ารายเดือนราคาถูกได้ 4500 รวมน้ำไฟ ทำเลอื่นยังหาไม่ได้เลย” “กิ๊กเป็นเจ้าของห้องหรือ” “โรงแรม” “หือ ?” “เจ้าของทั้งโรงแรมครับ พูดให้ถูกคือแม่ของกิ๊กเป็นเจ้าของ กิ๊กเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวย่านนี้เพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน” “ย่านนี้ ?” เอกพาตติยาออกไประเบียง “นอกจากโรงแรมนี้ ก็มีตึกนั้น ห้างนั่น คอนโดหรูตรงโน้น” เอกชี้ไปอีกหลายตึก “ตึก Talent ของบริษัทก็ที่ดินของบ้านกิ๊ก นายเช่าที่ดินระยะยาว 30 ปีสร้างตึก คนคุมก่อสร้างคือคุณยิ้ม พี่สะใภ้ของกิ๊ก พี่เคยเห็นแล้วนี่ ผู้หญิงผิวคล้ำที่ชอบใส่ผ้าถุงสะพายย่าม” “โอ้ยพี่จะเป็นลม ไหนกิ๊กบอกหาเงินส่งให้ที่บ้านต่างจังหวัด” “ก็ใช่ไง ผมบอกแล้วธุรกิจย่านนี้กิ๊กเป็นคนดูแล ได้เงินก็ส่งกลับบ้านที่เชียงใหม่ บ้านกิ๊กรวยกว่าคุณโจอีกพี่” เอกหัวเราะ “บ้านกิ๊กรู้รึยังว่าเอกเป็นแฟนกิ๊ก ทางบ้านเค้าไม่ว่าเอาหรือคะ” ตติยาเป็นห่วง เธอรู้ว่าเอกเป็นคนดีแต่ยากจน “ว่าสิพี่ พี่ขิมพี่ชายกิ๊กโทรมาด่าใหญ่เลย ซิสคอน Siscon มาก หวงน้องสาวสุดๆ ขู่จะมากระทืบผมด้วย แม่ดาวกับพ่อลักษณ์ห้ามไว้ ผมเลยรอด ฮ่า ฮ่า ฮ่า” “พ่อแม่เค้าไม่ว่าหรือเรื่องฐานะของเอก” “ว่าทำไม” เอกงง “ก็... เอกฐานะไม่ค่อยดีแล้วบ้านกิ๊กก็รวยมาก” “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเป็นแฟนกันอะพี่” “เออ...” ตติยาเริ่มงงแทน “ก็ไม่เกี่ยวนะ ขอโทษที่ถาม” “พี่เป็นอะไรมากปะเนี่ย กลับบ้านไหวไหม ผมล่ะห่วงพี่จริง วันนี้ท่าทางเพี้ยนๆ” “พี่ดูแย่ขนาดนั้นเลยหรือ ว่าไปรู้สึกเบลอๆมึนๆเหมือนกัน” “แย่มากเลย คืนนี้พักที่นี่ละกัน เช้าถ้าไหวค่อยกลับ” “ก็ดี ขอนอนก่อนละกัน” ตติยาสะลึมสะลือไปที่เตียง “เดี๋ยวพี่นั่นเตียงผม” “อ้าว ไหนบอกนอนได้” “ห้องผม ผมต้องนอนเตียงสิ พี่มาอาศัยผม พี่ต้องไปนอนโซฟา” “เออจ๊ะ พี่นอนโซฟา” ถูกของน้องเค้านะ มาอาศัยเค้ายังไปแย่งเตียงเค้าอีก เธอควรนอนโซฟาสิ แต่มันตงิดอยู่นะ ปกติเหตุการณ์แบบนี้เธอควรนอนโซฟาหรือ ไม่ใช่ผู้ชายเสียสละให้ผู้หญิงเพิ่งอกหักร้องไห้ฟูมฟายนอนบนเตียงหรือ ??? ........................................... ภาพเอกสิทธิ์กับตติยาเดินออกจากโรงแรมในตอนเช้า ส่งต่อกันในไลน์ของบริษัท ข้อความระบุว่า ตติยาใส่ชุดเดิมเหมือนเมื่อวาน ข้อความส่งต่อกันไปพร้อมบทสนทนาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางข้อความระบุว่า ตติยาชอบแย่งผู้ชายของเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เอกสิทธิ์เกาะหน้าโต๊ะทำงานของกิ๊ก “พี่ไม่ได้มีอะไรกับเค้าจริงๆน้า” “จ้า” กิ๊กตอบพลางอ่านเอกสารในมือไปด้วย “เค้ามาปรึกษาพี่เฉยๆ พี่เห็นดึกแล้วและเค้าเครียดมาก เลยให้นอนค้างที่ห้อง” “พี่ตติยาปรึกษาเรื่องอะไรหรือคะ” “พี่บอกไม่ได้ เรื่องส่วนตัวของเค้าน่ะครับ” “เรื่องส่วนตัวที่คนอื่นรู้ พี่ตติยาจะถูกมองในแง่ร้ายใช่ไหมคะ” กิ๊กมองหน้าเอก “ประมาณนั้นแหละ” “เข้าใจแล้วค่ะ พี่เอกไปบอกพี่ตติยาด้วย ว่ากิ๊กไม่คิดมาก” กิ๊กยิ้ม “จ้า กิ๊กน่ารักที่สุดเลย คนดีของพี่” เอกสิทธิ์ยิ้มแป้น “เย็นนี้กินข้าวกันน้า ที่ไหนดี” “มึงเคลียร์กันเสร็จแล้วก็รีบไสหัวไปเลย กิ๊กจะได้ทำงานต่อ มึงไม่มีงานมีการทำหรือไง หรืองานที่ได้มันน้อยไป กูจะได้บอกหัวหน้าแผนกให้เพิ่มงานให้ แล้วดูท่ามึงเกาะโต๊ะเป็นลูกหมาเชียว ถ้ากระดิกหางได้มึงกระดิกไปละมั้ง” โจตะคอก “เดี๋ยวพี่โทรบอกอีกทีเรื่องข้าวเย็นนะ” เอกสิทธิ์กระซิบข้างหูกิ๊ก แล้วรีบเผ่นแน่บออกจากห้องทำงานของท่านรองประธานสุดโหด ........................................... ตติยาอ่านข้อความด้วยความหนักใจ เธอไม่แคร์ข่าวลือสักเท่าไหร่ เธอเป็นดาวคณะจึงมักเป็นเป้าโจมตีอยู่เสมอ แต่เธอห่วงความสัมพันธ์ของเอกกับกิ๊กที่เพิ่งเริ่มต้น ในหัวเริ่มหาทางเลือก 1. โทรหากิ๊กอธิบายให้ฟัง - ต้องอธิบายสาเหตุที่เธอไปหาเอกและนอนค้างด้วย แปลว่าเธอต้องเล่าเรื่องความสัมพันธ์กับจิ๋ว อ้า ไม่ได้ เธอบอกสาเหตุไม่ได้ ข้อนี้ตัดไป 2. โทรปรึกษาเอก - ถ้าเธอเป็นฝ่ายโทรไป จะยิ่งย้ำเรื่องข่าวลือเป็นจริงรึเปล่า ยังไม่ทันคิดทางเลือกที่สาม เอกสิทธิ์ก็โทรมาก่อน “พี่ติครับ มื้อเย็นว่าไงครับ” “เออค่ะ ยังไงนะคะ” ตติยางง อะไรหว่า ถามหาข้าวก่อนข่าว “พี่บอกจะทำอาหารไทยมาให้อีกไง ลืมแล้วหรือ ทำไหวไหมพี่ วันนี้ลาหยุดก่อนไหม” เธอลืมจริงด้วย มัวแต่คิดเรื่องจิ๋วกับข่าวลือเมื่อเช้า ตติยามองนาฬิกา วันนี้เข้างานบ่าย 4 ยังพอมีเวลาทำอาหาร “ไหวค่ะ เดี๋ยวพี่จะทำไปให้ เย็นนี้เจอกัน เออ... เอกเห็นไลน์รึยังจ้า” “ภาพผมกับพี่อะหรือ ? ผมเห็นแล้ว กิ๊กด้วย คุยกันเรียบร้อย กิ๊กฝากบอกพี่ติว่าอย่างคิดมาก” จบเรื่องง่ายๆ ซะงั้น เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย ตติยาลุกขึ้นไปทำอาหารไทยให้เอก อาหารฝรั่งให้กิ๊ก เอาเป็นสปาเก็ตตี้ผัดกะเพราละกัน ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD