“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ” สิปางหยุดหัวเราะ
“เรื่องเกิดหลายปีก่อนตอนไปสืบคดีแถวเยาวราช ผมกับลูกปัดเพิ่งจับคู่กันยังทำงานไม่เข้าขา ลูกปัดปลอมตัวไปสืบเรื่องผู้หญิงโดนข่มขืน ปัดมันเข้าถึงตัวคนร้ายได้ มันพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานให้ส่งฟ้องได้แน่ๆ เพราะคนร้ายเป็นมาเฟียมีอิทธิพลแถวเยาวราช”
“ค่ะ” สิปางฟังอย่างตั้งใจ
“ลูกปัดขาดการติดต่อหลายชั่วโมงกว่าผมจะตามไปเจอก็เกือบโดนข่มขืน ลูกปัดถูกวางยาปลุกแต่มันเอาปิ่นปักผมแทงขาตัวเองให้เลือดออก ตอนผมกับพวกบุกเข้าไป ปัดอยู่ในสภาพเกือบเปลือยเลือดอาบ ปัดมันสู้สุดใจเลย ไอ้มาเฟียคนนั้นก็มีแผลเลือดออก ไม่รู้เลือดใครบ้างที่อยู่ในห้อง พอปัดเห็นผมก็ร้องไห้วิ่งเข้ามากอดแล้วเป็นลมไปเลย”
สิปางเอามือทาบอกตัวเอง เธอนึกภาพลูกปัดตอนนั้นแล้วกลัวแทน
“ถ้าผมระวังแต่แรก สืบได้ตัวคนร้ายก็ควรกันปัดออกมา ไม่ควรให้มันเข้าไปเสี่ยงหาหลักฐานต่อ ถ้าผมไปช้าอีกนิด ผมคงเสียใจไปตลอดชีวิต”
สิปางลูบแก้มเสกสรรค์ บรรจงจูบแก้มแผ่วเบา
“ไอ้มาเฟียคนนั้น ผมยังเคยเห็นมันอีกหลายครั้ง” เสกสรรค์ยิ้มเหี้ยมเกรียม “ตาบอดข้างนึง ขาพิการ ลิ้นโดนตัด แขนขาดอีกข้าง เร่ขอทานอยู่แถวเยาวราชที่เดิมนั่นแหละ หึ หึ หึ”
“คะ... คุณเป็นคนทำหรือคะ” สิปางสะท้านเยือก ฝนที่ตกด้านนอกเหมือนจะตกหนักกว่าเดิมในความรู้สึกของเธอ
“ใช่ มันทำปัดขนาดนั้น ผมไม่ให้มันตายง่ายๆหรอก ติดคุกเดี๋ยวมันก็ออก ให้มันอยู่ในสภาพนั้นแหละ ให้คนอื่นเห็นว่าถ้าบังอาจแตะต้องลูกปัด ผลลัพธ์จะเป็นยังไง”
“คุณบอกว่าคุณเคยจีบผู้หญิงสองคน หนึ่งในนั้นคือลูกปัดใช่ไหมคะ”
เสกสรรค์พยักหน้าเงียบๆ
“ลูกปัดรู้ไหมคะ ว่าคุณรัก”
“รู้ ผมเคยสารภาพรักหลายครั้ง ถูกปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง ปัดมันบอกคิดกับผมแค่เพื่อน แต่ผมว่าเพราะลูกปัดยังรักโจอยู่มากกว่า”
“ถ้าเป็นชั้นจะไม่ปฏิเสธผู้ชายอย่างคุณเลย”
“ไม่ใช่ม้างงง ผมเห็นคุณจะหนีผมตลอดเลย ทำยังกะผมเป็นโจรซะเอง ไม่ใช่ตำรวจ ขนาดขอจูบยัง....”
สิปางไม่รอพูดจบ เธอดึงเสกสรรค์เข้ามาจูบ
“ชั้นไม่ได้ปฏิเสธตอนคุณขอเป็นแฟนนะคะ” สิปางถอยออกมาแล้วยิ้มให้
เสกสรรค์โน้มตัวลงจูบสิปางซ้ำ สิปางอ้าปากรับจูบตอบดูดดื่ม เธอโอบรอบคอคนรักและเบียดตัวเข้าไปใกล้ เสกสรรค์รั้งตัวคนรักแนบอก จูบล้วงลึกเกี่ยวกระหวัดภายในปากอย่างหิวกระหายจนสิปางหายใจหายคอแทบไม่ทัน เมื่อเห็นว่าคนรักอึดอัด เสกสรรค์จึงยอมปล่อย สิปางหอบหายใจซบหน้าตรงซอกคอของเสกสรรค์
“คุณบอกว่ามีสองคน แล้วอีกคนล่ะคะ เป็นผู้หญิงยังไง”
“ผู้หญิงอีกคน... คุณรู้จักครับ จุฑามาศภรรยาของจิ๋วไง”
สิปางเงยหน้ามองเสกสรรค์อย่างตกตะลึง เสกสรรค์หัวเราะขืนๆจนสิปางสงสารจับใจ
“ทุเรศใช่ไหมล่ะ ผู้หญิงที่ผมเคยรักและกำลังรักอยู่ตอนนี้ ไม่มีใครรักผมสักคน ทุกคนรักเพื่อนผมกันหมด”
“แต่ชั้น...”
“ผมรู้คุณตกลงเป็นแฟนผม แต่คนที่รักคือไอ้จิ๋ว ไม่ใช่ผม ผมรู้ตัวเองดี ผมไม่ได้ดูดีสุภาพเหมือนมัน ผมมันเหมือนโจรมากกว่าตำรวจจนคุณกลัว แต่ผมไม่รู้จะทำยังไง ผมทำอะไรก็ผิดไปหมด คุณกลัวผมตลอด ไอ้โจก็บอกผมเป็นคนโรคจิต”
“ถูกคนอย่างคุณโจบอกว่าเป็นโรคจิตนี่แย่หนักแล้วนะคะ” สิปางหัวเราะ
“นั่นสิ โดนคนอื่นว่าโรคจิตผมเฉยๆนะ โดนคนอย่างไอ้โจว่านี่แม่ง...” เสกสรรค์หัวเราะตาม
“คุณเสกคะ ชั้นอยากเป็นแฟนคุณ ไม่ได้อยากเป็นแฟนกับคุณจิ๋ว คุณช่วยทำให้ชั้นลืมเขาได้ไหม” สิปางถอดเสื้อกล้ามออก
“สวย... คุณสวยมากเลย” เสกสรรค์มองตาค้าง
สิปางจับมือสากใหญ่ทาบหน้าอกของเธอ
“ผมจับได้หรือ”
สิปางพยักหน้าเอียงอาย เสกสรรค์กอบกุมหน้าอกบีบเบาๆ เธอคิดว่าหน้าอกตัวเองค่อนข้างใหญ่พอเทียบกับมือของเสกสรรค์ หน้าอกของเธอดูเล็กลงถนัดตา
เขาก้มหน้าลงประกบปากบนยอดสีชมพู ดูดดึงเลียลิ้นตวัดจนสิปางคราง เธอขยำผมของแฟนหนุ่มกดศีรษะเข้าหาตัว แต่เสกสรรค์ปล่อยปากและมือจากหน้าอกเธอ เขาขยับตัวถอยห่าง สิปางโน้มตัวเข้าหาแต่ชายหนุ่มยังถอยออกไปอีก
“อะไรหรือคะ ชั้นทำอะไรผิดรึเปล่า” สิปางสงสัย
“คุณเปล่า ผม..ผม...”
“คะ อะไร” สิปางเคลื่อนตัวเข้าหา
“อย่าเข้ามาใกล้” เสกสรรค์ถอยหนี
สิปางน้ำตาคลอยกเสื้อขึ้นปิดหน้าอก มือเช็ดน้ำตาปรอยๆ
“ไม่ใช่ คุณไม่ได้ผิด คือ...ตรงนี้มัน...” เสกสรรค์ชี้กลางลำตัว
“คุณหมายถึง คุณรู้สึกเหมือนครั้งที่แล้ว ที่คุณ...เออ...ที่คุณช่วยตัวเองใช่ไหมคะ”
“เพราะแบบนี้แหละไอ้โจมันถึงบอกผมโรคจิต ผมเลยไม่กล้า...” เสกสรรค์พยักหน้า
“ชั้นไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ความจริง...ชั้น...เออ...ชอบด้วย”
“คุณไม่กลัวผมนะ”
“กลัวอยู่ค่ะ แต่ถ้าคุณอยากทำแบบครั้งที่แล้ว ชั้นก็ไม่ว่าหรอกนะ ถ้าคุณเป็นคนทำชั้นก็อยากมอง หุ่นคุณดีออกจะตาย คุณสูงเท่าไหร่คะ น่าจะพอกับคุณเจ”
“เจมันสูงร้อยเก้าสิบกว่า ผมแค่ 185 เอง”
“185 ก็สูงแล้วคุณ มิน่าถึงได้ใหญ่นัก ตอนเอาเข้าคงเจ็บน่าดู”
“เอาเข้า ???”
“ไม่นะ ชั้นแค่คิด ชั้นไม่ได้อยากให้คุณใส่ของคุณเข้ามาในตัวชั้นจริงๆนะ”
“คุณ -คิด- ว่าผมใส่เข้าไปในตัวคุณ คุณจินตนาการถึงขั้นนั้นเลยหรือ”
“หยุดพูด หยุ้ดดดดด ชั้นไม่คุยกับคุณแล้ว”
“คุณคิดตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตอนคุณอาบน้ำ มันเห็นชัดกว่าตอนคุณช่วยตัวเองอีก ตอนคุณช่วยตัวเองมือคุณบัง ว้าย !!! ไม่ใช่ ไม่ใช่นะ ชั้นไม่ได้คิดอะไรลามกแบบนั้น”
“ไม่ทันแล้วคุณ คุณพูดออกมาหมดแล้ว” เสกสรรค์หัวเราะร่วน
...........................................
...........................................
ซุนเซ็ก Sun Ce (เสกสรรค์) ผู้ก่อตั้งง่อก๊กแห่งสามก๊ก
หลังซุนเกี๋ยน เจ้าเมืองเตียงสา พ่อของซุนเซ็กตาย ซุนเซ็กได้ไปเป็นลูกน้องของอ้วนสุดและขอแยกตัวออกมาโดยมีทหารเพียงแค่ 3000 คน ซุนเซ็กใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีกับทหารสามพันปราบเมืองเล็กเมืองน้อยยึดพื้นที่แถวตะวันออกของจีน
ซุนเซ็กเสียชีวิตจากการถูกลอบยิงด้วยธนูในวัยเพียง 26 ปี หลังก่อตั้งง่อก๊กได้ไม่นาน
ซุนเซ็กมีภรรยาชื่อ ไต้เกี้ยว (ตติยา)
จิวยี่มีภรรยาชื่อ เสียวเกี้ยว (สิปาง)
ไต้เกี้ยวกับเสียวเกี้ยวเป็นพี่น้องกัน
ฉายาของซุนเซ็ก - พยัคฆ์ร้ายแห่งกังตั๋ง, ฌ้อปาอ๋องน้อย
ความคิดของคนเขียน - คิดดูสิ เด็กผู้ชายที่เสียพ่อตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี กลับรวบรวมลูกน้องเก่าของพ่อแค่ 3000 คน ไล่ตียึดพื้นที่จนก่อตั้งก๊กขึ้นมาได้ก๊กนึงในเวลาแค่ไม่กี่ปี เทพไม่เทพอะ เป็นสายบู๊ที่ฝีมือโหดมาก ถ้าไม่ตายก่อนอนาคตไกลเลยนะคะเนี่ย
ในนิยายเรื่องนี้คนเขียนแต่งให้ซุนเซ็กหลงรักเสียวเกี้ยว (สิปาง) แทนไต้เกี้ยว เพื่อความซับซ้อนของเรื่องค่ะ ถ้าจับคู่แบบเดิมๆ มันจะน่าเบื่อเกินไป
สัญลักษณ์ของแก๊งค์มาเฟียพยัคฆ์ในนิยาย มาจากฉายาพยัคฆ์ร้ายของซุนเซ็กค่ะ ได้ฉายานี้เพราะตามประวัติศาสตร์ซุนเซ็กชอบออกไปล่าเสือ ที่โดนลอบยิงธนูใส่จนตายเพราะพี่แกออกไปล่าสัตว์นี่แหละ
...........................................
...........................................