หลันกับแว่นพาสองสาวมาถึงหน้างาน ตติยาขอร้องให้ช่วยเรียกแท็กซี่ให้ หนุ่มแว่นอาสาขับรถไปส่งเพราะห่วงสิปาง ตติยาขอให้ไปส่งสิปางคนเดียวเธอต้องการอยู่ที่นี่ต่อ
“นะคะ ชั้นรับประกันว่าจะไม่ก่อเรื่อง แค่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเฮียซุ่นกับเพื่อนฉัน ชั้นคิดว่าอาจเป็นความเข้าใจผิดกัน คุณหลันช่วยเล่าเรื่องของเฮียซุ่นให้ชั้นฟังหน่อยนะคะ ขอร้องล่ะ”
สองหนุ่มจึงยอมทำตามคำขอร้องของตติยา
หลันยืนคุยกับตติยามุมหนึ่งหน้าห้องจัดงานเลี้ยง จากคำบอกเล่าของหลัน หลันไม่รู้ว่าเฮียซุ่นเป็นตำรวจ ตติยายืนกอดอกครุ่นคิด เป็นอย่างที่เธอคาดการณ์ น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน พอเห็นเสกสรรค์ตัวจริงไม่น่าใช่ผู้ชายประเภทฟันผู้หญิงแล้วทิ้งด้วย เกิดเรื่องเพราะหึงหวงสิปางมากกว่า
ซึ่งเธอไม่แปลกใจเลย เห็นแฟนสาวควงผู้ชายอื่นออกงานแบบนี้ เป็นเธอก็โกรธ จะว่าไปต้นเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากเธอ ที่สนุกจนเกินเลย ยุยงเพื่อนเธอกับหนุ่มแว่น แถมส่งเสริมแกมบังคับให้มางานเลี้ยงนี้ด้วย
ขณะกำลังคิดว่าจะแก้ปัญหาให้เพื่อนรักยังไงดี หนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งก็เดินมาทักหลัน ผู้ชายในกลุ่มมองตติยาหัวจรดเท้า สวยเลิศ ย้อมผมน้ำตาลกับท่าทางมั่นอกมั่นใจแบบสาวเปรี้ยว แต่กลับเข้ากับชุดกี่เพ้าได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว ขนาดยืนเฉยๆทำหน้าเคร่งเครียดยังโดดเด่น หลันมันแน่เว้ย ควงสาวระดับนี้มาเย้ยแฟนนางแบบของไอ้หมาได้
“ตติยา คุณ... คุณตติยา” หลันสะกิดแขนจนตติยาสะดุ้ง
“ค่ะ คะ อะไรคะ” เธอมัวแต่คิดเพลินจนลืมตัว
“เมมินมู แฟนของหม่าบอกว่ารู้จักคุณนะครับ”
“ใครนะคะ” เมมิหมู ชื่อพิลึกอะไรกันเนี่ย ตติยางง เธอเคยรู้จักคนชื่อนี้ด้วยหรือ
“เมมินมู แฟนของผมเป็นนางแบบสังกัดบริษัท Talent ที่เดียวกับคุณไงครับ” หม่าหรือคนอื่นเรียกลับหลังว่าไอ้หมามองตติยาน้ำลายหก
“ขอโทษจริงๆค่ะ ดิฉันจำคุณเมมินหมู เอ้ย มู ไม่ได้”
หม่าหน้าเสีย เขาคุยโขมงว่าเมมินมูเป็นนางแบบชื่อดัง เพื่อนในกลุ่มทำสายตาเยาะเย้ยเพราะหม่ากับแฟนชอบอวดเบ่งข่มคนอื่น ท่าทางของตติยาไม่รู้จักจริงๆ ไม่ใช่เสแสร้ง บริษัท Talent ดารานางแบบเยอะจริง แต่พนักงานส่วนออฟฟิศเข้ายากมาก มีแต่คนเก่งๆทำงานทั้งนั้น ภาษีของตติยาตอนนี้เลยเหนือกว่าแฟนนางแบบของหม่ามาก เนื่องจากทั้งสวยทั้งเก่ง
“ตกลงแฟนแกเป็นนางแบบในสังกัด Talent ที่เดียวกับตติยาจริงๆรึเปล่าเนี่ย ทำไมตติยาบอกไม่รู้จัก” หลันกลั้นขำ
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ดารานางแบบในสังกัดเยอะจนชั้นจำไม่ได้เองแหละค่ะ” ตติยาพูดแก้ให้เมมินมู
เมมินมูกัดฟันกรอดด้วยความเคือง เธอเกลียดยัยพนักงานหน้าเคาน์เตอร์คนนี้มานานแล้ว รูปร่างหน้าตาสวยกว่าดารานางแบบหลายคน เนื้อหอมผู้ชายจีบกันเกรียว ล่าสุดมีข่าวหนุ่มหล่อเพื่อนท่านรองต่อยกับพนักงานหัวกะทิในบริษัทด้วย
“คงไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้วค่ะ ได้ข่าวว่าคุณตติยาถูกไล่ออกเพราะเป็นสาเหตุให้ผู้ชายต่อยแย่งกันในบริษัทนี่คะ” เมมินมูจีบปากจีบคอพูด
“ชั้นไม่ได้โดนไล่ออกค่ะ ชั้นลาพักงานไปดูแลเพื่อนที่เข้าโรงพยาบาลเองค่ะ ถ้าเพื่อนออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ ชั้นจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม” ตติยาตาเขียว
“แหม ถึงขั้นลางานไปเฝ้ากัน คงรักกันมากสินะคะ” เมมินมูพูดเป็นนัยเรื่องความสัมพันธ์ของตติยากับเพื่อนคนนั้น “เอ๊ะ หรือจะไม่ใช่ เพราะเห็นควงคุณหลันมาเที่ยวได้นี่คะ”
“น้องเอกสิทธิ์ที่เข้าโรงพยาบาลเป็นแค่เพื่อนค่ะ น้องเป็นเด็กต่างจังหวัดไม่มีคนคอยดูแล ดิฉันเลยช่วยดูแลเฉยๆค่ะ น้องเอกก็มีแฟนแล้วด้วยค่ะ กรุณาอย่าพูดอะไรโดยไม่มีมูล” ตติยากัดฟันกรอด
“อุ๊ย ขนาดน้องผู้ชายมีแฟนแล้ว คุณยังกล้าลางานไปดูแลหรือคะเนี่ย” เมมินมูหัวเราะเหยียดหยาม ก่อนควงหม่าเดินเข้างาน
“คุณจะควงชั้นไปเย้ยแฟนไอ้หม่าใช่ไหม ได้เลยจัดให้” ตติยาคว้าแขนหลันขึ้นมาคล้องดังบั๊ป
“ถ้าคุณทำสำเร็จ ชุดที่คุณใส่ผมยกให้เลย” หลันแสยะยิ้ม
ลุย !!!!! หลันควงแขนสิปางเดินตามเข้าไปในงานเลี้ยง ไปฟาดฝีปากกันต่อในงาน
...........................................
“คุณตติยาจบเศรษฐศาสตร์จุฬาหรือครับ เก่งนะครับ”
“โอ้ โฮะ โฮะ โฮะ ไม่เก่งหรอกค่ะ ใครเรียนที่นั่นกันเยอะแยะ” ตติยาปิดปากหัวเราะด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้
เมมินมูกัดฟันด้วยความเครียดแค้น ใช่ซี้เธอเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยนี่
“คุณตติยาครับ” ชายคนหนึ่งจับต้นแขนตติยาจากด้านหลัง
ทุกคนหันไปมองตะลึงตัวแข็งทื่อ เฮียซุ่น !!!
“คุณเป็นเพื่อนสนิทกับสิปางใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ” ตติยางุนงงกับท่าทีของเฮียซุ่นที่เปลี่ยนไป
“ผมขออนุญาตคุยส่วนตัวกับคุณหน่อยครับ ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมเป็นเพื่อนกับเจ้านายของคุณ ผมจะให้โจช่วยยืนยันนะครับ” เฮียซุ่นกดปุ่มลำโพงมือถือ
“ตติย้าาา ผมสั่งให้คุณดูแลเอก คุณหายหัวไปไหน ไอ้ซุ่นบอกเจอคุณในงานเลี้ยงจริงหรือ คุณทิ้งเอกหนีไป...” เสียงผู้ชายแห้วแว้ดมาตามสาย
“เดี๋ยวๆไอ้โจ มึงคุยเรื่องกูก่อนได้ไหม เรื่องเอกมึงค่อยไปเคลียร์กับลูกน้องมึงทีหลัง”
“ซุ่นมันอยากขอโทษคุณและปรับความเข้าใจ คุณช่วยไปคุยกับมันหน่อย เพื่อนผมมันนิสัยดีถึงหน้าตาจะโหดเหี้ยไปบ้าง มันเป็นคนใจร้อนเลยปากหมาไล่กัดคนอื่นไปทั่ว ถือว่าเห็นแก่ผมให้อภัยซุ่นหน่อยนะครับ คุยเสร็จแล้วก็รีบกลับมาดูแลเอกที่โรงพยาบาลด้วย”
“ค่ะท่านรอง”
เสกสรรค์ยังมึน โจมันช่วยพูดแก้ตัวให้เขาหรือด่าเขากันแน่วะ ทำไมโหดเหี้ยมของมัน ไม่มี ม.ม้า ??? ช่างเหอะเอาเรื่องตรงหน้าก่อน เขาลากตติยาออกจากงาน
“เปิดห้องส่วนตัวให้ผมห้องนึง ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณผู้หญิงคนนี้” เฮียซุ่นตะโกนสั่งลูกน้อง
หลันกับพรรคพวกกะพริบตาปริบๆ พอตั้งสติได้คนในกลุ่มแย่งกันถามหลันเป็นการใหญ่
“สาวที่แกควงมารู้จักเฮียซุ่นด้วยหรือ”
“โจที่ได้ยินเสียงทางมือถือเมื่อกี้ ใช่โจเจ้าของบริษัท Talent รึเปล่าวะ”
“น่าจะใช่นะ เฮียซุ่นเป็นเพื่อนกับเจ้าของบริษัทนั้นนี่หว่า” หลันตอบ
“เท่าที่ฟัง เจ้าของบริษัทเป็นคนสั่งตติยาให้ดูแลคนชื่อเอกนี่หว่า งั้นที่เมมินมูเล่าว่าตติยาโดนไล่ออกจากงานกับเรื่องแย่งผู้ชายก็โกหกน่ะสิ”
“อย่าไปว่าเมมินมูโกหกเลย ข่าวลือในบริษัทใหญ่ๆแบบนี้มันเล่ากันปากต่อปาก บางคนฟังแล้วเอามาใส่ความเพิ่มนินทาโดยไม่คิดก่อน เมมินมูคงแค่จำมาเล่าต่อเท่านั้น ใช่ไหมครับคุณเม” หลันยิ้มเย้ยกวนประสาท
เมมินมูได้แต่ปั้นหน้าฝืนยิ้มกลับด้วยความเคียดแค้น เธอเพิ่งรู้ว่าพนักงานต้อนรับตำแหน่งเล็กๆอย่างตติยารู้จักเจ้าของบริษัทด้วย ขนาดเธอเป็นนางแบบ(โนเนม)ยังไม่เคยได้คุยเลย แค่เห็นโจในงานประชุมหรือเจอโดยบังเอิญในบริษัทเท่านั้น
...........................................
เสกสรรค์ก้มหัวขอร้องตติยาเมื่ออยู่กันตามลำพังในห้อง
“ผมรักสิปางจริงๆครับ ผมขอโทษเรื่องวันนี้ ผมผิดไปแล้ว กรุณายกโทษให้ผมด้วยครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ชั้นยกโทษให้” ตติยาคิดต่อในใจว่า ‘แต่สิปางคงไม่ยกโทษให้ง่ายๆแน่’
“ผมสืบเรื่องอันตรายอยู่ เลยหยุดติดต่อสิปางเพื่อไม่ให้สิปางเข้ามาพัวพันด้วย แต่ผมคิดถึงสิปางเสมอนะครับ ผมไม่ได้คิดจะฟันแล้วทิ้งอย่างที่คุณพูดเลย จบงานนี้เมื่อไหร่ผมจะติดต่อหาสิปางแน่นอนครับ”
ตติยาปั้นหน้าไม่ถูก เธอผิดเองสินะ ไม่สิ..สมควรเข้าใจผิดอยู่หรอก เล่นมีอะไรกันแล้ววันถัดไปหายหัวติดต่อไม่ได้เลยเนี่ย เป็นใครก็ต้องนึกว่าฟันแล้วทิ้งทั้งนั้น
“คุณเป็นตำรวจจริงรึเปล่าคะ”
เสกสรรค์ยื่นบัตรข้าราชการตำรวจให้ตติยาดู คนตรงหน้าตำรวจจริงด้วยวุ้ยแต่มาดเจ้าพ่อมาก หนุ่มแว่นคู่ควงสิปางซะอีกเป็นลูกชายแก๊งค์มาเฟียแต่ดันเหมือนพนักงานบริษัทเชยๆ โลกนี้มันกลับตาลปัตรแล้วหรือไร
“กรุณาเก็บความลับเรื่องผมเป็นตำรวจด้วยครับ”
“ได้ค่ะ” ต่อให้เธอบอกคนอื่นคงไม่เชื่อหรอกมั้ง เธอเห็นบัตรตำรวจยังไม่อยากจะเชื่อเลย “ว่าแต่เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทในงานเลี้ยง จะทำให้คุณมีปัญหาไหมคะ”
“มีปัญหากับงานที่กำลังสืบแน่นอนครับ” เสกสรรค์ยิ้มแหยๆ
บอดี้การ์ดเดินนำตติยากลับมาที่กลุ่มของหลัน
“เฮียซุ่นสั่งให้คุณหลันพาคุณผู้หญิงท่านนี้ไปส่งถึงบ้านครับ กำชับให้คุณหลันดูแลเธอเป็นอย่างดีด้วย”
อะหือ เฮียซุ่นให้เกียรติเป็น ‘คุณผู้หญิง’ เลยหรือ เลิศได้อีก เมมินมูอยากกระทืบเท้าร้องกรี๊ดๆด้วยความอิจฉา
ตติยาเพิ่งรู้ตอนคุยในรถกับหลันว่า หลันเป็นลูกน้องเฮียซุ่นเช่นกัน เฮียซุ่นท่าทางใหญ่ในเยาวราชใช่เล่นแฮะ ปกติตำรวจสืบสวนเค้าไม่ได้แฝงตัวเงียบๆสืบคดีแบบในหนังหรือ ทำไมเฮียซุ่นมีแต่คนรู้จักไปทั่วเลยล่ะ
...........................................