“กิ๊กเรื่องพนักงานใหม่ ทำไมไอ้เอกมันได้เงินเดือนเพิ่มเป็น 35,000” โจถามเมื่อกิ๊กตื่น
“ทำไมล่ะค่ะ ผลงานสูงกว่ามาตรฐาน ขยันทำงาน มาก่อนเวลาเข้างานและเลิกช้ากว่าเวลางานประจำ หัวหน้าแผนกต่างประเทศก็บอกว่าทำงานดี ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน”
“เงินเดือนขึ้นมากเกินไป เสียระบบหมด พนักงานใหม่คนอื่นจะรู้สึกยังไง พนักงานเก่าที่เงินเดือนเอกข้ามหัวอีกล่ะ”
“ก็พนักงานใหม่คนอื่นทำงานไม่เก่งเท่าพี่เอก Head hunter ที่เสนอซื้อตัวพี่เอก ในประเทศเงินเดือนขั้นต่ำหนึ่งแสน ต่างประเทศเสนอขั้นต่ำสามแสนทั้งนั้น บริษัทเราให้ 35,000 ถูกมากแล้วค่ะ”
“ต่อให้เงินเดือน 5000 มันก็ไม่ย้ายหนีหรอก ไม่ต้องขึ้นให้มัน บริษัทเราทำงานด้านบันเทิงไม่จำเป็นต้องใช้นักถอดรหัสเว้ย”
“ได้ค่ะ ไม่ขึ้นก็ไม่ขึ้น” กิ๊กถอนหายใจ ทำไมนายต้องอคติกับพี่เอกขนาดนี้ด้วย “เดี๋ยวกิ๊กคุยกับพี่เอกให้ย้ายมาอยู่กับกิ๊ก จะได้ประหยัดค่าเช่าห้อง พี่เอกจะได้มีเงินเหลือไปทำอย่างอื่นบ้าง”
โจนิ่งอึ้งหน้าชา คบกันได้ไม่ทันไรจะย้ายมาอยู่ด้วยกัน นี่ใช่คำพูดจากปากเด็กผู้หญิงใสซื่อขี้แยที่เขาเฝ้าถนอมมาตลอดรึเปล่า กล้าพูดว่าจะให้ผู้ชายมาอยู่กินร่วมห้องด้วยง่ายๆ
“ซินเห็นด้วยกับกิ๊กค่ะ ถึงบริษัทเราจะไม่จำเป็นต้องใช้ระดับนักถอดรหัส แต่งานทั่วไปเอกก็ทำดีมาก คนเดียวทำเหมือนสามคนเลยนะคะนาย อีกอย่างเอกกลับบ้านดึกประจำ ค่าเช่าห้องค่าอาหารแถวนี้ก็แพงมาก น่าจะขึ้นเงินเดือนให้สักหน่อย” ซินรีบแก้สถานการณ์
“กิ๊กไม่ได้ขึ้นเงินเดือนให้เพราะเป็นแฟน กิ๊กพิจารณาตามความสามารถจริงๆค่ะนาย เชื่อกิ๊กเถอะ”
“เออ... ขึ้นก็ขึ้น แต่ไม่ใช่ 35,000 มันมากไป” โจเสียงอ่อย เอาวะ ได้ซินมาช่วยหาทางลงให้แบบไม่เสียหน้าแล้ว ก็เดินลงสักหน่อย
“25,000 นะคะ”
“20,000 พอ”
“23,000 เถอะค่ะ”
“22,000 ขาดตัว จะเอาไม่เอา”
“โอเคค่ะ เดี๋ยวกิ๊กรีบให้แผนกบุคคลทำสัญญาจ้างใหม่เลย” กิ๊กยิ้มแย้ม
“คนต่อไปตติยา ทำไมกิ๊กไม่ให้ผ่านโปร” โจหยิบประวัติขึ้นมา
“ผลประเมินต่ำกว่ามาตรฐานค่ะ ความสามารถปานกลาง ข้อเสียคือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ค่อยได้ มีปัญหาเรื่องมาสายและขอกลับก่อนเวลาค่ะ”
“แผนกต้อนรับนอกจากความสามารถแล้ว หน้าตาก็สำคัญ เป็นหน้าเป็นตาให้บริษัท สวยระดับตติยาหายาก บุคลิกดีเยี่ยมเราไม่ต้องฝึกเพิ่มอีก จ่ายเงินเดือนระดับพนักงานทั่วไป ผมว่าคุ้มค่า เรื่องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตติยาเพิ่งทำงานที่แรกยังขาดประสบการณ์ ทำงานไปเดี๋ยวก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เอง ต้องใช้เวลาเรียนรู้หน่อย”
“งั้นให้ผ่านโปรแต่เงินเดือน 15,000 เท่าเดิม แจ้งให้ปรับปรุงเรื่องเวลาทำงานนะคะ ภายในสามเดือนถ้าปรับปรุงได้ค่อยขึ้นเงินเดือนให้ ส่วนเรื่องความสามารถคงต้องทำใจ ถือว่าหักลบกับหน้าตาสวยละกัน”
“คนสุดท้ายที่มีปัญหา สิปาง”
สิปางได้ยินชื่อตัวเองก็สะดุ้ง
“ทำไมกิ๊กไม่ให้สิปางผ่านโปร”
“ทำงานต่ำกว่ามาตรฐานอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ความจำแย่ เป็นผู้ช่วยกิ๊กแต่ช่วยงานได้ไม่ถึง 10% เสียดายเงินจ้างค่ะ”
สิปางคอตีบตัน นั่งตัวสั่น ตั้งแต่ย้ายมาเป็นผู้ช่วยเลขา เธอช่วยงานเอกสารได้นิดหน่อย ส่วนใหญ่เสิร์ฟน้ำ ซื้อของ ถ่ายเอกสาร เดินวนส่งเอกสารสามโต๊ะในห้องกับภายในบริษัท งานธรรมดาพวกนี้เด็กจบม.3 ยังทำได้เลย ไม่ต้องจ้างคนจบปริญญาตรี จริงอย่างกิ๊กพูดเสียดายเงินจ้าง สิปางเสียใจจนน้ำตาร่วง
“สิปางเพิ่งย้ายมาไม่กี่วัน ก่อนหน้าแผนกเอกสารเป็นยังไงบ้าง” โจถาม
“ทำงานได้ตามมาตรฐานค่ะ ไม่ดีไม่แย่ ผลประเมินจากหัวหน้าแผนกบอกว่าขยันขันแข็ง นิสัยเรียบร้อย สั่งอะไรก็ทำ เป็นลูกน้องที่ดี”
“ถ้าสิปางยังทำงานตำแหน่งเดิม กิ๊กจะให้ผ่านโปรไหม”
“ให้ผ่านโปรแต่ไม่ขึ้นเงินเดือนให้ค่ะ”
“พอย้ายมาตำแหน่งนี้โดยสิปางยังไม่ทันเรียนรู้งาน กิ๊กจะไล่เค้าออกรึ”
“เออ... ก็พี่สิปางทำงานแย่...”
“สิปางเข้าไปนั่งพักในห้องนอนก่อน หายเหนื่อยค่อยออกมา” โจสั่ง
สิปางเดินไปนั่งร้องไห้บนโซฟาห้องนั่งเล่นที่ท่านรองเรียกห้องนอน เธอภูมิใจในตัวเองเสมอมา เธอเรียนดีมาตลอดตั้งแต่เด็ก สอบเข้าเศรษฐศาสตร์จุฬาด้วยความยินดีของพ่อแม่ ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยแม้จะไม่ใช่คนเก่งระดับต้น แต่ก็ติดกลุ่มเรียนดีเช่นกัน วันนี้เธอรู้สึกแย่มาก รู้สึกโง่เง่าเหลือเกิน
“ตติยากับสิปางเป็นคนของผาแดง สองคนนี้ผมขอ ยังไงก็อยากให้ทำงานที่นี่”
“นายเคยบอกว่า ต่างคนต่างเลือกทางชีวิตของตัวเองนี่คะ”
“ใช่ครับ สองคนนั้นเลือกมาทำงานบริษัทนี้ไง ทั้งสองคนยังจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร ถ้าจำได้เมื่อไหร่ค่อยให้เค้าเลือกอีกทีว่าจะกำหนดชีวิตตัวเองยังไง อีกอย่างกิ๊กน่าจะรู้กฎของกลุ่ม RC (ย่อจาก Red Cliff ผาแดง) ถ้าจะออกจากกลุ่มอย่างน้อยต้องติดต่อประจำกับคนในกลุ่มหนึ่งคน ให้รู้ความเคลื่อนไหวเป็นระยะ”
“กิ๊กทราบกฎข้อนี้ดีค่ะ”
“ถ้าตติยากับสิปางออกจากบริษัท เราต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตามความเคลื่อนไหวมากกว่าเงินเดือนพนักงานสองคนรวม 30,000 นะครับ”
“กิ๊กเข้าใจแล้วค่ะ ต้องคิดหลายด้านสินะคะ วันนี้กิ๊กได้เรียนรู้เพิ่มจากนายอีกแล้ว”
“ถ้าตติยากับสิปางไม่ได้อยู่กลุ่มเรา นายจะให้ผ่านโปรไหมคะ”
“ถ้าผมพิจารณาเอง ผมให้ผ่านโปรทั้งคู่ ตามเหตุผลที่ให้กับกิ๊กครับ แต่เมื่อกิ๊กเป็นคนพิจารณางานชิ้นนี้และไม่ให้ผ่าน ผมจะยืนยันตามการตัดสินใจของกิ๊ก เพราะสองคนนี้ไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นพอให้ผมเสียเวลามาพิจารณาอีกรอบด้วยซ้ำ”
โจเข้าไปหาสิปางที่กำลังเช็ดน้ำตา
“ดีขึ้นรึยัง ถ้าดีขึ้นแล้วก็ออกไปทำงานต่อเถอะ คุณทำงานเป็นผู้ช่วยกิ๊กต่อเหมือนเดิม ผมคุยกับกิ๊กให้แล้ว” โจวางมือบนหัวสิปางปลอบโยน
“ค่ะท่านรอง”
“กิ๊กมีข้อเสียตรงเก่งและความจำดี น้องเลยเอาตัวเองเป็นมาตรฐาน ซึ่งคนทั่วไปทำไม่ได้แบบเค้า น้องเค้ายังเด็กเลยอ่อนเรื่องการบริหารบุคคล เค้าอาจพูดแรงไปบ้าง อย่าโกรธน้องเค้าเลยนะครับ”
สิปางรู้สึกอบอุ่น ท่านรองที่คิดว่าใจร้ายกลับช่วยเหลือเธอ
“ที่จริงผมก็ด้วย ผมเป็นผู้ชายปากร้ายและบ้างาน สิปางโดนผมดุก็อย่าคิดมากเลย คุณทำเท่าที่ทำได้พอ เรื่องไหนทำไม่ได้ก็บอกตรงๆว่าทำไม่ได้ อย่าฝืนอย่าดันทุรังจะเสียเวลาทั้งเจ้านายและลูกน้อง ผมรับประกันตำแหน่งงานให้คุณแล้ว ไม่ต้องกลัวโดนไล่ออก ถ้ามีปัญหาเรื่องงานอีกให้ปรึกษาซิน”
“ขอบคุณค่ะท่านรอง” สิปางพนมมือไหวอย่างซึ้งใจ
สิปางกลับไปนั่งทำงานข้างโต๊ะกิ๊กเหมือนเดิม
“พี่สิปางคะ กิ๊กเลื่อนเวลาทดลองงานเพิ่ม 3 เดือนนะคะ ระหว่างนี้พี่เงินเดือน 15,000 เท่าเดิมนะคะ แล้วก็... กิ๊กขอโทษพี่ด้วยค่ะ กิ๊กโดนนายดุมาตะกี้ให้ลดมาตรฐานลงบ้าง กิ๊กไม่แน่ใจว่าพี่ทำงานได้แค่ไหน กิ๊กจะสั่งไปก่อนถ้าทำไม่ได้พี่บอกเลยนะคะ กิ๊กจะได้มอบหมายงานอื่นที่พี่ทำไหวให้แทน”
“ค่ะ” สิปางเริ่มยิ้มได้
“กิ๊กไปทานข้าวเย็นนะค้า เดี๋ยวมา พี่สิปางกลับเลยก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน”
หลังกิ๊กกับสิปางออกไป โจเดินไปกระซิบข้างหูซิน
“คืนนี้ค้างกับผมนะ”
...........................................