“พี่เอกจ๋า” กิ๊กเปิดประตูห้องคนไข้วิ่งไปหา
“กิ๊กมาได้ไงครับ ไหนบอกงานเยอะ”
“พี่สิปางมาส่ง กิ๊กเอางานทำที่นี่ด้วยค้า”
กิ๊กอยากกอดเอก แต่กลัวเอกเจ็บ เอกเอื้อมมือซ้ายโอบหัวกิ๊กเข้าซบอก กิ๊กยิ้มแป้นกอดเอกกลับ ตติยาท้าวคางอมยิ้ม น่ารักชะมัดคู่นี้
“กิ๊กทานข้าวมารึยังครับ”
“ยังเลยค้า”
“พี่ลงไปซื้อข้างล่างให้นะคะ” ตติยารับอาสา
“สั่งโรงพยาบาลดีกว่าไหมคะ โทรสั่งก็มาส่งถึงห้องเลย” กิ๊กเสนอ
เอกกับตติยามองหน้ากันเจื่อนๆ
“อาหารโรงพยาบาลไม่อร่อยค่ะ เค้มเค็ม เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้ดีกว่า รอนิดเดียวเอง”
เอกหัวเราะพรืด เค้มเค็มคงเป็นคนจ่ายค่ารักษามากกว่า ขืนมีรายการอาหารเพิ่ม ได้โวยวายแน่
กิ๊กหยิบเอกสารมานั่งทำ
“ไหนพี่ช่วยอะไรได้บ้างครับ”
“พี่เอกเจ็บมือไม่ใช่หรือคะ”
“พี่อ่านแล้วบอกให้สิปางเขียนได้ครับ”
กิ๊กเลือกเอกสารให้เอก ตัวเองทำงานตรงโซฟา ส่วนเอกอ่านเอกสารบนโต๊ะเลื่อนของคนป่วย คอยบอกสิปางที่นั่งข้างๆ ให้เขียนยังไง
“หวังว่าคุณคงไม่ก่อเรื่องให้พี่ตติยากับพี่จิ๋วอีกนะ เห็นว่าคุณแอบหลงรักพี่จิ๋วและดูแลคนรักของผมเป็นอย่างดี ผมถึงยอมให้ ถ้ามีครั้งหน้าอีก ผมเล่นกลับแน่” เอกฉวยโอกาสที่กิ๊กไม่ทันเห็น ก้มลงกระซิบข้างหูสิปาง
สิปางตะลึงนั่งตัวแข็ง ตามองเอกอย่างไม่อยากเชื่อ สายตาเอกที่มองกลับมาแข็งกร้าวน่ากลัว เหมือนไม่ใช่เด็กหนุ่มขี้เล่นยิ้มเก่งคนเดิม ทำเธอหนาวจนขนลุก
“กิ๊กสัปหงกแล้ว พากลับไปนอนเถอะครับ”
“นั่นสิคะ วันนี้ยังไม่ได้นอนกลางวันเลย” สิปางเรียกกิ๊ก “กิ๊กจ๋า กลับนะ วันหลังพี่ค่อยพามาเยี่ยมเอกอีก”
...........................................
“หนาวจัง” ขากลับกิ๊กบ่นบนรถ
สิปางหาเสื้อแจ็คเก็ตบนรถแล้วนึกขึ้นได้ “พี่เอาเสื้อไปซัก กิ๊กทนหน่อยนะคะ อีกนิดก็ถึงบ้านแล้ว” เธอปรับลดความแรงของแอร์และปิดช่องแอร์ที่พ่นลมไปทางกิ๊ก
“สี่ทุ่มแล้วรีบอาบน้ำนะคะ พี่จะทายาที่หลังให้ กิ๊กจะได้นอน”
กิ๊กอาบน้ำออกมานั่งให้สิปางทายา
“ทำไมตัวร้อนจัง เป็นไข้หรือ ทายาเสร็จแล้วรีบนอนนะคะ”
“อืม อือ” กิ๊กส่งเสียงงึมงำตาปรือ
สิปางไม่กล้าทิ้งกิ๊กกลับบ้าน เลยอยู่เฝ้ากิ๊กนอนหลับ
กิ๊กเริ่มเพ้อพูดสะเปะสะปะ
“หนาว นายจ๋า กิ๊กหนาว อย่าทิ้งกิ๊ก ฮือ ฮือ ฮือ”
“หายใจไม่ออก นายท่าน ช่วยด้วย”
“นายท่านอย่าตามลูกชายของอ้วนเสี้ยวไป”
“นายช่วยกิ๊กที ช่วยด้วย”
สิปางทำอะไรไม่ถูก จะโทรหาเอก เอกก็ป่วยอยู่โรงพยาบาล แถมเธอเพิ่งถูกเอกข่มขู่มา เลยตัดสินใจโทรหาท่านรองตอนห้าทุ่มกว่า
“มีอะไร !!!” เสียงหงุดหงิดของผู้ชายผสมเสียงผู้หญิงออดอ้อน
“เออ คือ...” สิปางเพิ่งนึกออก ท่านรองสั่งจองห้องสวีทโรงแรมคืนนี้เป็นการส่วนตัว สิปางเริ่มเดาได้ว่าท่านรองกำลังทำอะไรอยู่
“มีอะไรรีบพูดมา เร็ว !!!” โจตวาดมาตามสาย
“กิ๊ก.. กิ๊กไข้ขึ้นค่ะ แล้วเพ้อ...”
“ตอนนี้อยู่ที่ไหน” โจไม่รอให้สิปางพูดจบ รีบถามขึ้นก่อน
“คอนโดค่ะ”
“ยาแก้หอบหืดอยู่บนหัวเตียง เอาพ่นให้ก่อน”
“ยะ ยา แบบไหนคะ” สิปางค้นหัวเตียง
เสียงสบถหยาบคายส่งมา สิปางมือสั่นน้ำตาร่วง ทำไมเธอไร้ค่าอย่างงี้ ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง
“เธอหุบปากซะทีได้ไหม” โจตวาดเสียงดัง
“ค่ะ ขอโทษค่ะ” สิปางเสียงสั่น
“ไม่ได้หมายถึงสิปาง ผมหมายถึงคนอื่น”
เสียงแว่วมาทางโทรศัพท์ ‘อยู่เฉยๆ ผมคุยโทรศัพท์อยู่’ โจหันไปตวาดใส่ผู้หญิงคนหนึ่ง
“ต้องส่งโรงพยาบาลไหมคะ” สิปางถาม
“ไม่ต้อง เอาผ้าเช็ดตัวชุบน้ำอุ่นเช็ดให้เรื่อยๆ ผมจะรีบไป” โจตัดสาย
โจเดินกระแทกเท้าเข้ามาในห้องด้วยความหงุดหงิด กระชากลิ้นชักหัวเตียงหยิบยาพ่นออกมานั่งขัดสมาธิบนเตียงให้กิ๊กพิงตัวเองแล้วพ่นยา
“หาปรอทในลิ้นชักเมื่อกี้มา”
“นี่ค่ะท่านรอง”
โจบีบแก้มกิ๊กยัดปรอทเข้าปาก 39.5 องศา โจหาหมอนมาวางหัวเตียงให้กิ๊กนั่งพิง
“เช็ดตัวอีก ทำไปเรื่อยๆ” โจคว้านหายาลดไข้และต้มน้ำอุ่นใส่แก้ว “ตื่นมากินยาก่อนครับ เร็ว ไม่งั้นพี่บีบจมูกกรอกนะ”
หลังจับป้อนยาอย่างทุลักทุเลสักพัก กิ๊กก็อาการดีขึ้น โจเปลี่ยนท่าเป็นนอนราบหัวหนุนหมอนให้กิ๊ก
“ผมบอกให้คุณดูแลดีๆ ทำไมน้องป่วยได้” โจตะโกนลั่นห้อง
“อื้อ” กิ๊กสะดุ้งตื่น โจเอามือตบหลังเบาๆ ปลอบให้หลับ
“ช่างเถอะ ดีแล้วที่โทรหาผม” โจลดเสียง “คุณไปพักผ่อนซะดึกแล้ว พรุ่งนี้ปลุกผมตอนหกโมงเช้าด้วย ผมรีบมามือถือกับของลืมทิ้งไว้ที่รถ หยิบมาแต่กุญแจห้องนี้”
โจลงนอนตะแคงบนเตียงข้างกิ๊ก เอาหัวคนป่วยย้ายมาหนุนแขนตัวเอง สิปางอึ้งที่เห็นท่านรองนอนกอดกับกิ๊กบนเตียง เธอลังเลก่อนออกไปพร้อมงับประตูเงียบๆ
สิปางทรุดตัวนั่งร้องไห้บนโซฟาห้องนั่งเล่น ‘นายบอกว่าห้ามกิ๊กโดนฝน’ เธอไม่ดีเองที่คิดว่ากิ๊กงอแงเอาแต่ใจ เธอไม่รู้ว่ากิ๊กจะอาการหนักถึงขั้นหอบหืดกำเริบ เป็นความผิดเธอทั้งหมด สิปางโทรหาพ่อ
“ตอนนี้อยู่ไหนลูก เที่ยงคืนกว่าแล้วทำไมไม่กลับบ้าน”
“หนูจะค้างกับน้องกิ๊กที่คอนโดน้องค่ะ น้องไข้ขึ้นไม่สบาย” สิปางพูดไปร้องไห้กระซิกไปด้วย
“ตั้งแต่ย้ายตำแหน่ง ลูกไปทำงานเช้ามืดกลับดึกทุกวัน นี่ถึงขนาดต้องค้างเพื่อเฝ้าไข้เลยหรือ มันเกินหน้าที่ผู้ช่วยเลขาแล้วนะลูก พ่อเป็นห่วง ลูกร้องไห้ทำไม” พ่อของสิปางถอนใจ
“นะ หนู หนูงี่เง่า หนูโง่ หนูทำอะไรก็ไม่เป็น เจ้านายบอกหนูไร้ค่า หนูไร้ค่าจริงๆใช่ไหมคะพ่อ แค่ดูแลน้องหนูยังดูแลไม่ได้เลย ปล่อยให้น้องตากฝนจนไข้ขึ้น”
“ใจเย็นๆ ให้พ่อไปรับกลับไหม”
“ไม่ค่ะพ่อ หนูต้องอยู่ดูน้อง หนูแค่โทรมาบอกพ่อว่าหนูจะค้างค่ะ”
“ตามใจลูกนะ ถ้าไม่ไหวก็ลาออกเถอะ หางานอื่นทำหรือมาทำบริษัทเราก็ได้”
“ค่ะพ่อ หนูขอนอนก่อนนะคะ หนูเหนื่อย”
สิปางล้มตัวหลับคาโซฟา
...........................................
พ่อของสิปางมองนาฬิกาบอกเวลา 12.40 น. แม้จะรู้ว่าเสียมารยาทแต่ความรักและห่วงลูกสาวมีมากกว่า จึงตัดสินใจโทรหาพ่อของตติยา สิปางกับตติยาเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน ผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวจึงรู้จักกันพอสมควร
“ขอโทษที่รบกวนเวลานอนนะครับ ผมเป็นพ่อของสิปางนะครับ”
“ไม่รบกวนครับ ผมยังไม่นอน” พ่อของตติยาตอบกลับตามมารยาท ทั้งที่ความจริงเขานอนหลับไปแล้ว เขาคิดว่าพ่อของสิปางโทรมาคงมีธุระร้อนใจ จึงได้โทรมารบกวนดึกดื่น
“ผมอยากถามว่าคุณพอรู้เรื่องงานของสิปางบ้างไหม เผื่อตติยาเล่าอะไรให้ฟัง ตั้งแต่ลูกผมย้ายตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเลขาชื่อกนกกร ก็ไปทำงานแต่เช้ากลับบ้านดึกตลอด คืนนี้ถึงขั้นต้องนอนค้างเฝ้าไข้เลยครับ”
“ลูกคุณด้วยหรือครับ ลูกผมก็ด้วย ตติยาไปค้างคืนโรงพยาบาลเฝ้าเอกสิทธิ์หลายวันแล้วครับ”
“เอกสิทธิ์ชื่อคุ้นๆ เหมือนลูกสาวผมเคยพูดถึง” พ่อของสิปางพยายามนึก
“เอกสิทธิ์เป็นแฟนกับกิ๊กกนกกร เลขาที่หนูสิปางไปเป็นผู้ช่วยไงครับ ตติยาเป็นเพื่อนสนิทกับเอกสิทธิ์ที่บริษัท”
“อ้อ ผมจำได้ละ ลูกผมเล่าให้ฟัง เป็นแฟนของเลขามีอภิสิทธิ์ถึงขนาดใช้พนักงานบริษัทไปเฝ้าไข้เชียวหรือครับ” พ่อของสิปางเคือง “ลูกสาวผมก็พูดบ่อย บอกว่าน้องกิ๊กเอาแต่ใจตัวเองมาก พอไม่ได้ดั่งใจก็ร้องไห้งอแง ชอบด่าว่าลูกสาวผม เมื่อกี้สิปางโทรมาร้องไห้บอกว่าเจ้านายด่าว่าโง่ทำอะไรไม่เป็นน่ะครับ ใจผมอยากให้ลูกลาออกมากเลย โดนเด็กด่าโขกสับขนาดนี้ ถือว่าเป็นคนโปรดเจ้านายจะทำอะไรก็ได้”
“สิปางพูดแบบนั้นหรือครับ ตติยาลูกสาวของผมบอกว่าเด็กสองคนนี้ฉลาดและนิสัยดีมากเลย ก่อนเป็นแฟนกัน ลูกสาวผมก็ลุ้นอยากให้เป็นแฟนกันน่าดู จนผมอยากเห็นตัวจริงเลยครับ ตั้งใจนัดทานข้าวแต่เอกสิทธิ์ประสบอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาลก่อน”
“อุบัติเหตุ ? สิปางบอกว่าเอกสิทธิ์เจ็บตัวเพราะมีเรื่องชกต่อยเรื่องชู้สาวนะครับ”
ต่างคนต่างเงียบกันไปสักพัก จนพ่อของสิปางพูดขึ้นก่อน
“ผมคงจำผิดครับ ขอโทษด้วย รบกวนเวลานอนคุณเท่านี้นะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ มีอะไรโทรมาได้ ดึกดื่นแค่ไหนก็โทรมาเถอะ ผมเข้าใจ เรามีลูกสาวเหมือนกัน ยังไงลูกก็สำคัญที่สุดครับ” พ่อของตติยาเอ่ยปลอบใจ
พ่อของตติยาหนักใจจนนอนไม่หลับ เจ็บตัวเพราะเรื่องชู้สาวงั้นหรือ สิปางเป็นเด็กเรียบร้อยตั้งใจเรียน ต่างจากตติยาที่เป็นสาวเปรี้ยวเปลี่ยนผู้ชายบ่อย หลายครั้งเขาทั้งอายทั้งเกรงใจพ่อของสิปาง เนื่องจากสิปางมักแต่งตัวและมีพฤติกรรมเลียนแบบตติยาอยู่เสมอ กลัวทางนั้นจะหาว่าตติยาพาลูกสาวเค้าเสียคน ถ้าจะมีใครสักคนโกหก คงเป็นตติยามากกว่า
...........................................