“ปัด กูมีอะไรจะบอกมึง” เสกสรรค์ทำหน้าจริงจัง
“อะไร”
“มึงกินเสร็จยัง”
“ยัง”
“กินให้เสร็จก่อนกูค่อยบอก” เสกสรรค์ขยับเข้าไปนั่งข้างลูกปัด
“เสร็จละ” ลูกปัดรีบยัดสเต๊กเข้าปากแล้วดื่มน้ำตาม
“กูบอกแล้วมึงอย่าร้องไห้นะ” เสกสรรค์มองลูกปัดด้วยความห่วงใย
สิปางใจไม่ดีตามไปด้วย ทำไมต้องบอกลูกปัดว่าอย่าร้องไห้ เรื่องอะไรที่เสกสรรค์ทำหน้าจริงจังขนาดนั้น ดูเหมือนเสกสรรค์จะห่วงความรู้สึกลูกปัดมาก คงไม่ใช่เรื่องของเธอหรอกนะใช่ไหม ถึงจะเจอกันวันแรกแต่เสกสรรค์ก็บอกชัดเจนว่าจีบเธออยู่ ลูกปัดคงไม่ได้หลงรักเสกสรรค์ข้างเดียวหรอกใช่ไหม
“วันนี้...” เสกสรรค์เกริ่นนำ
วันนี้ วันที่เธอเจอกับเขาเป็นหนแรกและ...
“กูเจอศพเพิ่ม”
หา เดี๋ยวนะ ศพ ? ศพอะไร ?
“มึงจะบอกอะไรกู” ลูกปัดหุบยิ้มจ้องหน้าเสกสรรค์
“ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดต้องรอผลนิติเวช แต่เท่าที่กูเห็น กูคิดว่าเป็นศพเชอรี่”
ลูกปัดน้ำตาร่วง
สิปางโล่งอกไม่เกี่ยวกับเรื่องของเธอเลย ไม่สิ...เรื่องนี้มันท่าทางร้ายแรงกว่าเรื่องของเธอเยอะเลย
“กูบอกอย่าร้องไห้ไง”
“มึงไม่ให้กูร้องไห้ได้ไง เพราะกูเชอรี่ถึงตาย กูช่วยเค้าไม่ทัน ถ้ากูรู้ตัวฆาตกรไวกว่านี้เชอรี่คงไม่ตาย โฮ โฮ โฮ”
“มึงทำดีที่สุดแล้ว ถ้ามึงไม่ทำจะมีคนตายเพิ่มมากกว่านี้อีก”
“แต่ถ้ากู...”
“ถ้ามึงรีบสืบแล้วพลาด ศพที่กูไปงมเจอวันนี้จะไม่ใช่ศพเชอรี่ แต่จะเป็นศพมึงเองนะเว้ย”
“แต่...แต่...แต่... โฮ แง ฮือออออ”
“ชะ ชั้นไปรอในห้องคุณเสกสรรค์ก่อนดีไหมคะ” สิปางอึกอัก
“โทษนะสิปาง ผมขอปลอบลูกปัดก่อน คุณเข้าไปรอในห้องผมก่อน เดี๋ยวผมตามไป”
...........................................
สิปางดูหนังเกือบจบเรื่อง เสกสรรค์ถึงมา
“เป็นยังไงบ้างคะ”
“ดีขึ้นละครับ หลับไปแล้ว ดูหนังถึงไหนละครับ”
“ใกล้จบแล้วค่ะ”
“หกโมงเย็นแล้ว ดูจบแล้วเราค่อยไปงานเลี้ยงนะครับ” เสกสรรค์มองนาฬิกา
“ลูกปัดละคะ”
“ให้นอนต่ออีกหน่อยเถอะ สองทุ่มยังไม่มางานเลี้ยง ผมค่อยโทรตาม”
พอหนังจบ สิปางกดมือถือ
“โทรหาใครครับ”
“ท่านรองค่ะ”
“ไม่ให้โทร มีอย่างที่ไหน อยู่กับแฟนแต่โทรหาผู้ชายอื่น” เสกสรรค์ส่งสายตาตำหนิและดึงโทรศัพท์จากมือสิปาง
เดี๋ยว ชั้นเป็นแฟนกับนายเมื่อไหร่ นายโมเมของนายอยู่ฝ่ายเดียวนะ แล้วคุณโจก็เจ้านายของชั้น
“ชั้นสัญญากับกิ๊กว่าจะซื้ออาหารเย็นกับขนมไปฝาก ชั้นต้องโทรบอกก่อนค่ะ”
“ทำไมไม่โทรหากิ๊กเอง โทรหาไอ้โจทำไม”
“ก็... ชั้นเพิ่งโดนกิ๊กดุมา”
“คุณไม่กล้าโทร ผมโทรให้เอง”
เสกสรรค์ใช้มือถือตัวเองโทรหากิ๊ก
“เรียบร้อยละ กิ๊กบอกจะสั่งอาหารขึ้นมาทานเอง”
“คุณเป็นเพื่อนกับกิ๊กหรือคะ”
“เปล่า ผมเป็นเพื่อนกับขิม พี่ชายของกิ๊ก”
...........................................
งานเลี้ยงต้อนรับเจ้าหน้าที่คนใหม่ถูกขโมยซีนโดยสิปาง เนื่องจากเสกสรรค์ประกาศว่าเธอเป็นแฟนของเขา ถามกันใหญ่ว่าเธอเป็นใคร ทำงานอะไร รู้จักผู้หมวดเสกสรรค์ได้ยังไง ทุกคนตื่นเต้นเพราะเสกสรรค์ไม่เคยพาผู้หญิงมา เขากอดเอวเธอไม่ปล่อย ดึงเธอเข้าใกล้จนเธอแทบเกยไปนั่งตักเขา บ่งบอกว่าหวงเธอจนเพื่อนร่วมงานแซว
“เชื่อรึยังว่าผมโสดสนิท” เสกสรรค์กระซิบข้างหูพลางหอมแก้มนวล
ผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้องคาราโอเกะ สายตาทุกคนหันไปมองทันที เธอใช้ปิ่นปักผมเสียบผมเป็นมวยหลวมๆ หน้าตาสวยแกร่งแบบคนแถวอีสาน กรามใหญ่และโหนกแก้มชัดทำให้โครงหน้าดูห้าวหาญ จมูกไม่แบนไม่โด่งแต่เป็นสันคมชัด หน้าตาไร้เครื่องสำอางทำให้สวยแบบธรรมชาติ เธอใส่เสื้อกล้ามรัดรูปและกางเกงทหาร ดูห้าวปนเซ็กซี่ในขณะเดียวกัน
เป็นผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก ต่างจากสาวชาวกรุงผิวขาวหน้าเรียววีเชฟแม้จะสวยแต่หาได้ดาษดื่น
มีคนขยับเว้นที่ว่างบนโซฟาให้เธอทรุดนั่งข้างเสกสรรค์เหมือนเป็นที่นั่งประจำ เสกสรรค์อ้อมแขนพาดพนักโซฟา มือตบไหล่ผู้หญิงคนใหม่เบาๆ ทั้งที่แขนอีกข้างกอดเอวเธออยู่ สิปางรู้สึกอึดอัดเพราะบรรยากาศเปลี่ยนไป เหมือนคนในห้องกำลังมองว่าจะเกิดอะไรกับเธอและผู้หญิงคนใหม่ หลายคนมองนาฬิกา บางคนยกมือถือขึ้นมาดู คงไม่ใช่รถไฟชนกันหรอกนะ หรือจริงๆเธอต่างหากที่เป็น ‘คนใหม่’
“เป็นยังไงบ้าง” เสกสรรค์ทำลายความเงียบ
สิปางกำลังคิดว่าจะตอบยังไง แต่เธอเห็นผู้หญิงข้างกายแฟนหนุ่มของเธอฝืนยิ้มและพยักหน้าน้อยๆ สิปางวูบในหัวอก เสกสรรค์ไม่ได้ถามเธอ เธอกอดแขนชายหนุ่มแน่นอย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เริ่มมีคนพูดคุยและร้องคาราโอเกะ แต่ไม่มีใครถามอะไรเธออีกเลย ไม่มีใครชวนเธอ เสกสรรค์ และผู้หญิงอีกข้างคุย
“คุณชื่ออะไรครับ” ตำรวจที่เพิ่งย้ายมาใหม่เข้ามาทักทายผู้หญิงคนนั้น
เธอส่งยิ้มให้เงียบๆ ไม่ตอบคำถาม มีคนมาลากตำรวจใหม่ออกไป ทำนองว่าอย่ามารบกวนพวกเขาสามคน ผู้หญิงคนนั้นกอดอกหลับตา ค่อยๆเอนตัวเอาหัวพิงโซฟาเหมือนอยากหลับ เสกสรรค์ยกแขนออก หันกลับมาพูดคุยชวนสิปางทานอาหารและเครื่องดื่ม สิปางโล่งอกที่เสกสรรค์ไม่สนใจผู้หญิงคนนั้นอีก หันมาเอาใจเธอ
“อยากร้องคาราโอเกะไหม” แฟนหนุ่มถาม
“อยากค่ะ แต่ชั้นชอบร้องเพลงจีน ไม่รู้ที่นี่จะมีรึเปล่า”
“ผมไม่แน่ใจ ต้องหาดู ปกติร้านนี้เน้นเพลงอีสาน”
ผู้หญิงคนนั้นลืมตาใช้นิ้วสะกิดต้นแขนเสกสรรค์ยิก ๆ ๆ
“มึงจะร้องเพลง ? อาภาพร ?”
- ส่ายหน้า -
“ขอใจเธอแลกเบอร์ของหญิงลี ?”
- พยักหน้า -
เสกสรรค์เลือกเพลงแล้วต่อคิวร้องให้ผู้หญิงคนนั้น สิปางทำตาปริบๆ แล้วเธอล่ะ
“เดี๋ยวผมมานะครับ”
เออ...แล้วเพลงจีนของเธอล่ะ สิปางเคืองปนเศร้า มองผู้หญิงคนนั้นด้วยความน้อยใจ อีกฝ่ายยิ้มแป้นให้อย่างเป็นมิตร ไม่ต้องมายิ้มให้ชั้นอย่างนั้นเลยนะ เธอชนะแล้วนี่ เขาสนใจเธอมากกว่าชั้น สิปางมองสำรวจผู้หญิงตรงหน้า เธอสวยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ผู้หญิงตรงหน้าค่อนข้างตัวเตี้ยแต่รูปร่างในฝันของผู้ชายเหลือเกิน หน้าอกหน้าใจใหญ่ เอวคอดกิ่ว น่าจะ 22-23 นิ้วเอง แม้ใส่กางเกงทหารทรงหลวมยังเห็นว่าสะโพกใหญ่อวบอิ่ม ผู้หญิงคนนั้นชงเหล้ายื่นให้เธอ
“ชั้นไม่ดื่มเหล้าค่ะ” สิปางปฏิเสธ
สิปางอดเหลือบมองหน้าอกมหึมานั่นด้วยความอิจฉาไม่ได้ ถ้าเธอหน้าอกใหญ่ทรงสวยแบบนี้ เสกสรรค์จะชอบไหมนะ อืม..ใหญ่ขนาดนี้ ทรงแบบนี้
“ลูกปัด !!!!!!” สิปางหลุดปากเมื่อจำได้ว่าเป็นใคร
เฮ้ !!!! โห่ !!!!! เสียงตะโกนด้วยความดีใจและผิดหวังดังพร้อมกัน หลังจากเธอเอ่ยชื่อลูกปัด
“4.32 นาที”
“4.53 เว้ย”
“ยังไงก็ไม่ถึงห้านาที มึงเอาเงินมาเลย”
คนในห้องส่งเงินพนันกันไปมา เคลียร์กันเรียบร้อยก็แบ่งส่วนหนึ่งให้ลูกปัดที่ยิ้มแย้มรับเงิน สิปางและตำรวจใหม่ทำหน้างงเต๊ก
...........................................