045 ไอ้โรคจิต อย่ามาเข้าใกล้ลูกน้องกูอีก

1336 Words
“ผมไปขอแผ่นคาราโอเกะจากเจ้าของร้านมา ปกติเขาไม่ให้นะเนี่ยกลัวเรื่องลิขสิทธิ์ แต่เห็นห้องนี้เป็นตำรวจเลยให้ยืม” เสกสรรค์ยื่นแผ่นซีดีหน้าปกเติ้ง ลี่ จวิน นักร้องหญิงรุ่นโบราณตรงหน้าสิปาง “คุณไปหาเพลงให้ชั้น” “ใช่ครับ” สิปางยิ้มปลื้ม ชะโงกหน้าไปหอมแก้มเสกสรรค์ฟอดใหญ่ เล่นเอาชายหนุ่มเขิน เพื่อนฝูงส่งเสียงแซวเกรียวกราว “อ๊ะ ที่ยืมไปเดือนก่อน” ลูกปัดยื่นเงินให้เสกสรรค์ 200 บาท “อีห่า มึงยืมไป 2000 คืน 200” “กูสัญญาว่าจะคืน แต่กูไม่ได้บอกนี่ว่าจะคืนให้ครบ เอาป่ะล่ะ” “200 ก็ยังดีวะ เอาไว้เลี้ยงข้าวแฟนกูก็ยังดี” “เพลงหญิงลีกูมาละ” ลูกปัดวิ่งออกไปร้องเพลงหญิงลี พร้อมเต้นตามเพลงอย่างเมามันส์ “เค้าพนันกันเรื่องอะไรหรือคะ” สิปางถาม “พวกนี้มันพนันกันประจำครับ ถ้าเคยเจอลูกปัดครั้งนึง แล้วมาเจออีกครั้งตอนแต่งหน้ากับไม่แต่งหน้า คนที่เจอจะจำลูกปัดได้ภายในกี่นาทีน่ะครับ ลูกปัดได้ 10% จากเงินชนะ ยัยนี่ได้ขึ้นได้ล่อง ใครชนะก็ได้เงินหมด ของคุณกี่นาทีครับ” “เห็นบอก 4 นาทีกว่า” “เก่งจัง บางคนเจอลูกปัดจนงานเลิกยังไม่รู้ว่าคนเดียวกัน” สิปางยิ้มแหยๆ เธอก็จำหน้าไม่ได้เหมือนกัน เปลี่ยนไปยังกับคนละคน “ตอนแรกลูกปัดไม่พูดเพราะกลัวชั้นจำเสียงได้หรือคะ” “ใช่ครับ” ต่อให้ลูกปัดพูดเธอก็จำเสียงไม่ได้หรอก น่าจะอะไรบังหน้าอกไว้มากกว่า เธอจำได้เพราะหน้าอกสะดุดตานี่แหละ “ที่บ้านโทรตามค่ะ ขอกลับก่อนได้ไหมคะ” สิปางบอกเสกสรรค์ “ผมไปส่งครับ รับปากคุณแล้วว่าจะไปส่งถึงบ้าน” “ไปส่งบีทีเอสพอค่ะ ลงบีทีเอสชั้นนั่งวินมอเตอร์ไซด์แป๊ปเดียวก็ถึงบ้านค่ะ” เสกสรรค์ขับมอเตอร์ไซด์มาส่งที่สถานี เขาจับมือสิปางไว้ไม่ยอมปล่อย “เป็นแฟนกับผมได้ไหมครับ” สิปางทั้งอึ้งทั้งเขิน พยักหน้ารับเงียบๆ เสกสรรค์เชยคางคนรักขึ้นมากดริมฝีปากประทับจูบเนิ่นนาน ริมฝีปากประกบริมฝีปากไม่มากไปกว่านั้น “ผมจะติดต่อไปครับ หนหน้าจะพาเที่ยวเยาวราช” สิปางนั่งเพ้อบนรถไฟ เธอมีแฟนแล้ว แฟนที่เพิ่งเจอแค่วันเดียวก็ตกลงเป็นแฟนกัน นึกถึงจูบอบอุ่นอ่อนโยน ช่างเป็นสุภาพบุรุษอะไรเช่นนี้ที่ไม่ล่วงเกินเธอ เอ๊ะ ก่อนหน้าจูบหมอนี่ทำมากกว่านั้นเยอะนี่นา แต่เขาก็พาเธอไปแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมงานนะ สิปางเริ่มสับสน ........................................... “โรคจิตชัดเลย” ตติยาโวยวาย สิปางต้องขยับหูมือถือห่างตัว ถึงช่วงนี้จะทะเลาะกับตติยา เธอก็ยังโทรไปปรึกษาเพราะเป็นเพื่อนสนิทที่สุด “เขาเป็นสุภาพบุรุษออก ไม่ใช่คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าด้วย เขาเป็นเพื่อนท่านรองนะ” “เพื่อนน่ะใช่ แต่เพื่อนมีหลายแบบนะยะ ทั้งเพื่อนที่ดี เพื่อนสนิท เพื่อนที่เราคบผิวเผิน อย่างยัยแอนนี่เพื่อนร่วมห้อง พวกเราก็เรียกเพื่อนทั้งที่เกลียดนิสัยมันจะตาย” สิปางนึกถึงแอนนี่ คู่แข่งตติยาแล้วร้องอี๋ สวยอย่างเดียวแต่นิสัยแย่ เอาเปรียบและชอบแย่งแฟนเพื่อน “สิฟังเรานะ สมมติว่าผู้หญิงวันนี้ไม่ใช่สิ แต่เป็นคนอื่น สมมติเป็นกิ๊กนะ กิ๊กใสซื่อ แล้วตาเสกโลโซ” “เสกสรรค์ย่ะ” “ชื่ออะไรก็ช่างเหอะ มาลูบขาล้วงใต้กระโปรงกิ๊กต่อหน้าท่านรอง ลักพาตัวกิ๊กไปขังไว้ในห้องตัวเอง แก้ผ้าเดินไปมาแล้วชักว่าวให้ดู สิคิดดูว่าผู้ชายคนนั้นนิสัยเป็นยังไง” “จับกิ๊กไปทำแบบนั้นเนี่ยนะ โรคจิตชัดๆ ท่านรองต้องฆ่ามันแน่” อุ๊ย เข้าตัวเต็มๆ “เขาพาสิไปพบเพื่อน แนะนำว่าสิเป็นแฟนนะ สิคิดว่าเขาจริงใจ” สิปางแก้ตัว “ถึงสิจะไม่มั่นใจตัวเอง แต่สิเป็นคนสวย สวยมากด้วย ผู้ชายหลายคนต้องการแค่ร่างกาย พวกนั้นยอมพูดยอมทำทุกอย่างเพราะอยากนอนด้วย พอมีอะไรกันจนมันเบื่อมันก็ทิ้ง สิก็รู้เราเคยเจออะไรมาบ้าง แนะนำตัวกับเพื่อนแล้วไง แนะนำกับครอบครัวด้วย พอถึงเวลาก็ทิ้งเรา เอาเราไปพูดเสียๆหายๆ แถมบางคนหันไปคบยัยแอนนี่ต่อจากเราอีก ยัยนั่นโกหกอะไรก็เชื่อ” ตติยาพูดไปสะอื้นไป “เราเข้าใจแล้วติ ขอบคุณนะที่เตือนเรา ทั้งที่เราทำไม่ดีกับติ” สิปางซาบซึ้งกับเพื่อน “เรื่องพี่จิ๋วเราก็ผิดส่วนหนึ่ง เธอบอกเราแล้วว่ารักพิ่จิ๋ว เราคิดว่าเหมือนปกติที่เธอชอบนักร้องบ้างชอบรุ่นพี่บ้างแต่ไม่ได้จริงจัง เราไม่นึกว่าเธอจะรักพี่จิ๋วจริงๆ เราขอโทษ” “เราต่างหากที่ต้องขอโทษ ถ้าไม่ใช่เพราะเราเอาเรื่องเธอไปบอก คงไม่เกิดเรื่อง” “ภรรยาพี่จิ๋วไม่รู้จากเธอ สักวันก็ต้องรู้จากคนอื่นอยู่ดี อีกอย่างเรายกโทษให้เธอเพราะเอกด้วย เอกโดนจนเข้าโรงพยาบาลยังยอมยกโทษให้เรา เราก็ควรยกโทษให้เธอบ้าง” ........................................... “ใครบอกให้มึงทำวะ” โจโวยวายใส่มือถือ “มึงบอกให้กูกลับบ้าน” “กูให้มึงกลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่า แต่งตัวใหม่ให้มันดูดี ไม่ใช่ให้ลากผู้หญิงไปขังไว้ในห้องมึงเว้ย” “จะให้กูเอาเค้าไว้ที่ไหนตอนกูอาบน้ำล่ะ” “ให้นั่งข้างล่างแฟลตตำรวจก็ได้ หรือ 7-11 หรือร้านอาหารแถวนั้นก็ได้ มึงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จค่อยลงไปหาเค้า” “แต่คำแนะนำมึงดี แนะนำอีกสิ พอกูไม่แตะตัวเค้า แค่โชว์รูปร่างตัวเองให้เค้าดู เค้ายอมเป็นแฟนกูด้วยแหละ” “เค้ายอมเพราะกลัวมึงรึเปล่า” “ไม่ม้าง กูคิดว่าเค้าชอบหุ่นกูนะ” “มึงโชว์ยังไง” “ตอนอาบน้ำ กูก็ถอดเสื้อผ้าอวด” “ถอดหมด ?” “หมดสิ ตอนอาบน้ำมึงใส่เสื้อผ้าหรือไง” “เวร... โชว์หุ่นหมายถึง ใส่เสื้อยืดรัดรูปให้เห็นรูปร่างตัวเองชัดๆ ใส่เชิ้ตปลดกระดุมให้เห็นแผงอก หรือเก่งสุดแกล้งเปลี่ยนเสื้อต่อหน้าเค้าให้เห็นกล้ามท้องมึง ไม่ใช่แก้ผ้าหมดตั้งแต่เจอกันหนแรกเว้ย” “หนแรกทำไม่ได้ หนสองหนสามทำได้ใช่ปะ กูเข้าใจละ” “เสก มึงใจเย็นบ้างได้ไหม จีบผู้หญิงต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้เวลา” “กูไม่มีเวลา กูต้องทำงาน” “กูก็ต้องทำงานเหมือนกัน แต่มึงต้องให้เวลาผู้หญิงบ้าง ค่อยๆเข้าใกล้ จะได้ไม่ทำผู้หญิงกลัว” “ให้เวลาแบบมึงใช่ปะ เอากิ๊กมาเก็บไว้สามปีละ ไม่ทำอะไรจนหมา เอ้ย จนคนอื่นคาบไปแดรก” “สัส กูเลิกคุยกะมึงละ” “ขอโทษครับคุณโจ กระผมจะไม่พูดแบบนี้อีกแล้วครับ ช่วยให้คำแนะนำผมในการจีบหญิงด้วยครับ” “ละไง มึงทำอะไรอีก กูจะได้รู้ว่าเค้ายอมเป็นแฟนกับมึงจริง ไม่ใช่รับปากเพราะกลัวมึง” “ช่วยตัวเองให้เค้าดู” “พูดอีกทีสิ มึงใช้คำผิดหรือกูหูฝาด” “ตอนอยู่ในห้อง สิปางนั่งเห็น... เออ... นั่งไม่เรียบร้อย กูเห็นแล้วเกิดอารมณ์ เลยเผลอชักว่าว...” “ในห้องน้ำ ?” “เปล่า นอนชักว่าวอยู่ในห้องบนที่นอน แล้วเค้าก็ดูกูชักว่าว” “มึงล้อเล่นป่ะ” “กูพูดจริง เค้าดูกูทำจริงๆ ท่าทางสิปางชอบด้วย” “ไอ้โรคจิต อย่ามาเข้าใกล้ลูกน้องกูอีก” ติ๊ดดดดดดดดด “เฮ้ย โจเดี๋ยว อะไรวะ สายหลุดหรือ” ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD